我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. 2547

子法規・公布 2004-02-11・全 19 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นหรือคืนภาษี หรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไป ในเขตปลอดอากร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้า ที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. ๒๕๔๗[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ มาตรา ๑๐๐ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔ และมาตรา ๑๐๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๒ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี ข้อความทั่วไป

หมวด ๑

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “เขตปลอดอากร” หมายความว่า เขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้อธิบดีมีอำนาจวางระเบียบกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการ เงื่อนไข และแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ การยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้า ที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

หมวด ๒

ข้อ ๔

ข้อ ๔ สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรที่จะได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีตามมาตรา ๑๐๐ ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) เป็นสินค้าที่บุคคลตามข้อ ๕ เป็นผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และ (๒) ไม่เป็นสินค้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้ประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๐๓ กำหนดให้ได้รับการลดอัตราหรือยกเว้นภาษีในกรณีส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือผู้นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรดังต่อไปนี้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีตามความในหมวดนี้ (๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต (๒) นิติบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตาม (๑) ซึ่งได้ซื้อหรือได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นทอดแรก เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรต่อไป (๓) บุคคลอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีที่ประสงค์จะขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สำนักงานโรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าของผู้นั้นตั้งอยู่ในเขต แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามแบบและวิธีการที่อธิบดีกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอดังกล่าว

ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๖ แล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของคำขอ พร้อมกับหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งให้มีการตรวจสอบสินค้าด้วยหรือสั่งให้ดำเนินการใดๆ กับสินค้านั้น เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีก็ได้

ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อการตรวจสอบความถูกต้องของคำขอ หรือความถูกต้องของคำขอและสินค้า แล้วแต่กรณี เสร็จสิ้นแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอนำสินค้าที่ขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีออกจากโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ไปยังสถานที่ส่งออกหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาที่จะต้องส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรด้วย เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ถ้าสินค้ายังมิได้เสียภาษี ให้นำสินค้าดังกล่าวออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยยังไม่ต้องชำระภาษีสำหรับสินค้านั้นได้ และให้ถือว่าสินค้าดังกล่าวได้รับการขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาชำระภาษีออกไปเป็นการชั่วคราวจนกว่าอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะได้มีคำสั่งให้ยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี

ข้อ ๙

ข้อ ๙ สินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีต้องได้รับการรับรองการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าเขตปลอดอากรโดยพนักงานศุลกากร ก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณาเห็นสมควร อาจสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบสินค้าก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำเข้าไปในเขตปลอดอากรด้วยก็ได้

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อมีการส่งสินค้าที่ขอรับการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้ว ให้ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีแจ้งการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร พร้อมทั้งส่งหลักฐานการรับรองการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรของพนักงานศุลกากร แล้วแต่กรณี ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้พิจารณาแล้วว่าคำขอและหลักฐานเกี่ยวกับการยื่นคำขอถูกต้อง และปรากฏว่ามีการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้าไปในเขตปลอดอากรถูกต้องตามที่ได้แจ้งไว้ ให้สั่งยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร แล้วแต่กรณี ตามที่เห็นสมควร หากปรากฏว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้ระบุในคำขอ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีเฉพาะสินค้าที่ได้มีการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามความเป็นจริงก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือผู้นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย หรือกรณีที่ขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ยื่นคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีต้องยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในโรงอุตสาหกรรมหรือสถานที่เก็บสินค้าในระหว่างเวลาทำการ เพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้การเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต ในกรณีที่มีการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร ผู้นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตในส่วนที่เกี่ยวกับเขตปลอดอากรด้วย

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้ยื่นคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีที่ไม่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายกำหนด หรือฝ่าฝืนข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๒ ไม่มีสิทธิได้รับการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี และให้ผู้นั้นมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขอรับยกเว้นภาษีหรือลดอัตราภาษีในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น การขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบ อุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

หมวด ๓

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้นั้นมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา ๑๐๒ ยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ ตามแบบและวิธีการที่อธิบดีกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอดังกล่าว

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้รับคำขอตามข้อ ๑๔ แล้ว ให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบสินค้านั้น และสั่งให้ประทับตราหรือเครื่องหมาย เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่มีการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีก่อนนำออกจากโรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์น หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ในกรณีเช่นนี้ให้นำความในข้อ ๗ และข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมแจ้งการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า หรือแจ้งการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์ตามมาตรา ๑๐๒ (๓) ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว หรือนับแต่วันจำหน่ายสินค้า แล้วแต่กรณี ณ กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้แจ้งการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีไว้ พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีสินค้าตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) หรือ (๓) หลักฐานที่ส่วนราชการในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น องค์การสาธารณกุศล คณะทูตหรือองค์การระหว่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศได้ลงลายมือชื่อรับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้น (๒) ในกรณีสินค้าเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามมาตรา ๑๐๒ (๔) หลักฐานการนำน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเติมในอากาศยานหรือเรือ และการปล่อยอากาศยานหรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศของพนักงานศุลกากร ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ไม่มีสิทธิได้รับการคืนหรือยกเว้นภาษีและให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขอรับการยกเว้นภาษีนั้น ในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อพิจารณาคำขอและหลักฐานที่เกี่ยวข้องและปรากฏว่าได้มีการรับหรือการใช้สินค้าตามที่ระบุในคำขอแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายสั่งให้คืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้านั้น แล้วแต่กรณี ตามที่เห็นสมควร ถ้าปรากฏว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ระบุไว้ในคำขอ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งให้คืนหรือยกเว้นภาษีเฉพาะจำนวนที่ได้มีการรับหรือมีการใช้ตามความเป็นจริงก็ได้ บทเฉพาะกาล

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ คำขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือคำขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีที่ได้ยื่นไว้แล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บ้งคับ ให้ถือว่าเป็นคำขอที่ได้ยื่นตามกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ ร้อยเอก สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐๐ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ เพื่อกำหนดให้สินค้าที่นำเข้ามาในเขตปลอดอากรได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงเช่นเดียวกับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร สมควรปรับปรุงกฎกระทรวงที่ออกตามความในบทบัญญัติดังกล่าวให้สอดคล้องกันด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ มยุรี/พิมพ์ ๓๐ มีนาคม ๒๕๔๗ อรดา/จีระ/ตรวจ ๒๗ เมษายน ๒๕๔๗ A+B [๑] รก.๒๕๔๗/พ๒ก/๑/๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查