ข้อ ๔ สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรที่จะได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีตามมาตรา ๑๐๐ ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) เป็นสินค้าที่บุคคลตามข้อ ๕ เป็นผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และ
(๒) ไม่เป็นสินค้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้ประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๐๓ กำหนดให้ได้รับการลดอัตราหรือยกเว้นภาษีในกรณีส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
ข้อ ๕ ให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือผู้นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรดังต่อไปนี้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีตามความในหมวดนี้
(๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต
(๒) นิติบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตาม (๑) ซึ่งได้ซื้อหรือได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นทอดแรก เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรต่อไป
(๓) บุคคลอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๖ ให้ผู้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีที่ประสงค์จะขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สำนักงานโรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าของผู้นั้นตั้งอยู่ในเขต แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามแบบและวิธีการที่อธิบดีกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอดังกล่าว
ข้อ ๗ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๖ แล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของคำขอ พร้อมกับหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร
ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งให้มีการตรวจสอบสินค้าด้วยหรือสั่งให้ดำเนินการใดๆ กับสินค้านั้น เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีก็ได้
ข้อ ๘ เมื่อการตรวจสอบความถูกต้องของคำขอ หรือความถูกต้องของคำขอและสินค้า แล้วแต่กรณี เสร็จสิ้นแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอนำสินค้าที่ขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีออกจากโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ไปยังสถานที่ส่งออกหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาที่จะต้องส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรด้วย
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ถ้าสินค้ายังมิได้เสียภาษี ให้นำสินค้าดังกล่าวออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยยังไม่ต้องชำระภาษีสำหรับสินค้านั้นได้ และให้ถือว่าสินค้าดังกล่าวได้รับการขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาชำระภาษีออกไปเป็นการชั่วคราวจนกว่าอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะได้มีคำสั่งให้ยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี
ข้อ ๙ สินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีต้องได้รับการรับรองการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าเขตปลอดอากรโดยพนักงานศุลกากร ก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณาเห็นสมควร อาจสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบสินค้าก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำเข้าไปในเขตปลอดอากรด้วยก็ได้
ข้อ ๑๐ เมื่อมีการส่งสินค้าที่ขอรับการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้ว ให้ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีแจ้งการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร พร้อมทั้งส่งหลักฐานการรับรองการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรของพนักงานศุลกากร แล้วแต่กรณี ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร
ข้อ ๑๑ เมื่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้พิจารณาแล้วว่าคำขอและหลักฐานเกี่ยวกับการยื่นคำขอถูกต้อง และปรากฏว่ามีการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้าไปในเขตปลอดอากรถูกต้องตามที่ได้แจ้งไว้ ให้สั่งยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร แล้วแต่กรณี ตามที่เห็นสมควร
หากปรากฏว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้ระบุในคำขอ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีเฉพาะสินค้าที่ได้มีการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามความเป็นจริงก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือผู้นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย หรือกรณีที่ขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๒ ผู้ยื่นคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีต้องยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในโรงอุตสาหกรรมหรือสถานที่เก็บสินค้าในระหว่างเวลาทำการ เพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้การเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต
ในกรณีที่มีการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร ผู้นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตในส่วนที่เกี่ยวกับเขตปลอดอากรด้วย
ข้อ ๑๓ ผู้ยื่นคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีที่ไม่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายกำหนด หรือฝ่าฝืนข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๒ ไม่มีสิทธิได้รับการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี และให้ผู้นั้นมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขอรับยกเว้นภาษีหรือลดอัตราภาษีในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น
การขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบ
อุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).