ข้อ ๒๑.
การจ่ายเงินยืมทดรองนั้น
นายกเทศมนตรีหรือผู้รักษาการแทนอาจจ่ายให้แก่พนักงานเทศบาลเฉพาะเพื่อใช้จ่ายในกิจการของเทศบาลได้
ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ คือ
(๑) ผู้ยืมแต่ละรายจะต้องไม่มีเงินยืมค้างชำระแก่
เทศบาลและให้ยืมได้เฉพาะผู้มีหน้าที่ห้ามคนอื่นยืมแทนกันเว้นแต่ในกรณีจำเป็น
เทศบาลอาจขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาอนุญาตเป็นพิเศษได้ และการยืมรายนี้
มีงบประมาณเบิกจ่ายให้ได้
(๒) ผู้ยืมต้องจัดทำใบยืม
โดยแสดงประมาณการใช้จ่ายเงินยืม และรายละเอียดตามแบบท้ายระเบียบนี้ให้ครบถ้วน
และรายละเอียดตามแบบท้ายระเบียบนี้ให้ครบถ้วน
(๓) ผู้ว่าราชการจังหวัด
เป็นผู้อนุญาตการยืมเงินของคณะเทศมนตรี
(๔) เงินยืมเกินกว่า ๑,๐๐๐ บาทขึ้นไป
จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนทุกๆ ราย
(๕) ผู้ยืมจะต้องนำเงินเหลือจ่าย
พร้อมด้วยใบสำคัญส่งให้แก่เทศบาลให้เสร็จสิ้นในภายกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันรับเงิน
หรือในกรณีที่ยืมไปประกอบธุรกิจนอกเขตเทศบาล ก็ให้ส่งใบสำคัญพร้อม ทั้งเงินเหลือจ่ายภายใน
๗ วัน นับแต่วันกลับถึงสำนักงาน หากการส่งใช้มิได้เป็นไปตามกำหนดนี้ให้หัวหน้าหน่วยการคลัง
หรือสมุห์บัญชี หรือผู้รักษาการแทน รายงานต่อปลัดเทศบาล หรือผู้รักษาการแทน
ในการนี้ให้ปลัดเทศบาลหรือผู้รักษาการแทน
มีอำนาจเร่งรัดให้มีการส่งใช้ภายในกำหนดเวลาอีกไม่เกิน ๕ วัน
นับแต่วันครบกำหนดส่งใช้ หากพ้นกำหนดนี้ผู้ยืมไม่จัดการส่งใช้ ให้ปลัดเทศบาล
หรือผู้รักษาการแทนเสนอคณะเทศมนตรี พิจารณาสั่งการหักเงินเดือน
หรือเงินอื่นใดที่ผู้นั้นมีสิทธิจะได้รับและพิจารณาโทษทางวินัยแก่ผู้ยืมนั้นตามควรแก่กรณีต่อไป
(๖)
เมื่อเทศบาลมีความจำเป็นที่จะต้องยืมเงินของเทศบาลไปใช้จ่ายในกิจการของเทศบาลโดยทั่วไปให้ปลัดเทศบาลเป็นผู้ยืม
และถ้าเป็นจำนวนเกินกว่า ๑,๐๐๐ บาทขึ้นไป
ให้ขออนุญาตต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้พิจารณาเห็นว่าเป็นเงินยืม
เพื่อจ่ายในกิจการที่จำเป็นแท้จริงของเทศบาล อันมีงบประมาณเพื่อการนั้นไว้แล้ว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
เป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ยืมได้ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท
หรือเป็นเงินยืมเพื่อกิจการในประเภทเดียวกันถ้าเป็นเงินยืมที่มีจำนวนเกินกว่า
๕,๐๐๐ บาท หรือเป็นเงินยืมเพื่อทดรองจ่ายในกิจการไฟฟ้าหรือประปา
หรือเพื่อจ่ายในการดำเนินการตามโครงการใช้เงินอุดหนุนของเทศบาล
หรือเงินงบประมาณของกรมอื่น
หรือเงินยืมอื่นใดที่ไม่มีงบประมาณอนุญาตไว้เพื่อการนั้น
จะต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยเสียก่อนทุกกรณีไป
(๗) ถ้าปรากฏว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด
นกยกเทศมนตรี หรือผู้รักษาการแทนก็ดี อนุญาตให้ผู้ใดยืมเงินไปโดยฝ่าฝืนหรือขัดต่อระเบียบดังกล่าวนี้ผู้สั่งจ่ายและผู้จ่าย
ได้จ่ายเงินเทศบาลไปผิดระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่ได้วางไว้ หรือถือปฏิบัติก็ดี
ผู้อนุญาตให้ยืม ผู้สั่งจ่ายและผู้จ่าย
จะต้องร่วมกันรับผิดชอบชดใช้เงินที่จ่ายผิดระเบียบคืนให้แก่เทศบาลจนครบถ้วน
ถ้าผู้ปฏิบัติการฝ่าฝืนระเบียบ ไม่ยอมชดใช้เงินยืม ให้นำข้อ ๒๑ (๕) มาใช้บังคับ
และให้เทศบาลดำเนินคดีทางแพ่ง แล้วรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบ
(๘)
ให้เป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการเทศบาลไปทำการตรวจสอบบัญชีเงินยืม
และการชำระสะสางเงินยืมของแต่ละเทศบาลด้วยตนเองอย่างน้อย ๒ เดือนครั้ง
แล้วรายงานผลการเร่งรัดและการส่งใช้เงินยืมไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงมหาดไทยทราบตามลำดับ
ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันตรวจ
(๙)
ผู้ที่ค้างชำระเงินยืมของเทศบาลจะเป็นเจ้าหน้าที่เทศบาลก็ดี
หรือคณะเทศมนตรีก็ดีให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งการให้ผู้ยืมนั้นๆ
ส่งใช้เงินคืนแก่เทศบาลภายในกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร อย่างช้าไม่เกินกำหนด ๒
เดือน ถ้าผู้ยืมขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงไม่ยอมชดใช้เงินคืน
ก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแนะนำเทศบาลให้ดำเนินคดีทางแพ่งแก่ผู้ยืมนั้นต่อไปโดยด่วน
แล้วรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบ
(๑๐) ในกรณีที่นายกเทศมนตรี เทศมนตรี
หรือคณะเทศมนตรีถึงคราวออกตามวาระ หรือลาออก หรือถึงแก่กรรมลง
ในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี หรือเทศมนตรี
หรือถูกสั่งให้ออกจากตำแหน่งตามนัยมาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล
พุทธศักราช ๒๔๙๖ และพนักงานเทศบาล คนงานผู้ใด ย้าย หรือลาออก หรือถึงแก่กรรม
หรือถูกสั่งให้ออก ไล่ออก หรือปลดออกจากตำแหน่งหน้าที่ จะเนื่องด้วยเหตุใดๆ
ก็ตามให้เป็นหน้าที่ของปลัดเทศบาลและหัวหน้าหน่วยการคลัง
หรือสมุห์บัญชีที่จะต้องตรวจสอบทะเบียนเงินยืมของเทศบาลว่า
ผู้ที่พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เหล่านั้น ยังคงค้างชำระเงินยืมแก่เทศบาลอยู่หรือไม่ถ้าปรากฏว่าเป็นผู้ที่ค้างชำระเงินยืมอยู่ก็ให้ปลัดเทศบาล
หรือหัวหน้าหน่วยการคลัง
หรือสมุห์บัญชีมีอำนาจเร่งรัดให้มีการส่งใช้เงินยืมคืนแก่เทศบาล
ให้เป็นการเสร็จสิ้นก่อนที่ผู้ยืมจะพ้นจากตำแหน่งทางเทศบาลไป
ในกรณีที่ผู้ยืมถึงแก่กรรมให้เร่งรัดเอาจากกองมรดกหรือทายาทของผู้ยืมหากทายาทไม่ยอมชดใช้ให้
ก็ให้ดำเนินคดีทางแพ่งเรียกเงินยืมคืนภายในกำหนดอายุความถ้าปรากฏว่า
ปลัดเทศบาลและหัวหน้าหน่วยการคลัง
หรือสมุห์บัญชีละเลยไม่ดำเนินการเร่งรัดให้ผู้ยืมส่งใช้เงินยืมคืนดังกล่าวมาแล้วข้างต้น
จะเนื่องด้วยเหตุใดๆ ก็ดี ให้อยู่ในความรับผิดชอบของปลัดเทศบาล และหัวหน้าการคลัง
หรือสมุห์บัญชี ที่จะต้องชดใช้เงินยืมคืนแก่เทศบาลแทนผู้ยืมนั้นๆ จนครบ
(๑๑) ก. เมื่อมีการส่งใช้เงินยืม ให้หมายเหตุการณ์ส่งใช้ในใบยืมด้วยตัวแดง
ข.
แม้จะได้ส่งใช้เงินยืมหมดแล้ว ต้องเก็บรักษาใบยืมนั้นเป็นเอกสารสำคัญในราชการ
ค.
ในการยืมนั้น ต้องทำตามแบบท้ายระเบียบนี้ มิฉะนั้น
ห้ามหน่วยการคลังจ่ายเงินยืมเป็นอันขาด