ข้อ ๕๑
ในขณะปฏิบัติราชการสนาม
สำหรับทหารชายเมื่อแต่งเครื่องแบบที่ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีเทาหรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีเทา
จะใช้หมวกหนีบสีเทามีเครื่องประกอบดังต่อไปนี้ แทนหมวกทรงหม้อตาลสีเทาหรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีเทาก็ได้
(๑)
ตราหน้าหมวกติดที่ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้า ๔ เซนติเมตร
พลทหาร นักเรียนดุริยางค์ นักเรียนจ่าอากาศ นายทหารประทวน
และนายทหารสัญญาบัตร ใช้ตราหน้าหมวกโลหะขนาดเล็ก
นักเรียนนายเรืออากาศ ใช้ตราหน้าหมวกโลหะ
(๒) ดุมหน้าหมวก ๒ ดุม
ติดเรียงกันตามทางดิ่ง
พลทหาร ใช้ดุมเกลี้ยงสีเทาขนาดเล็ก
นักเรียนดุริยางค์ นักเรียนจ่าอากาศ นายทหารประทวน
นักเรียนนายเรืออากาศ และนายทหารสัญญาบัตร ใช้ดุมสีทองขนาดเล็ก
(๓)
แถบติดที่ด้านซ้ายตอนหน้าหมวกพาดจากบนลงล่างเฉียงไปทางหลัง
นักเรียนดุริยางค์ นักเรียนจ่าอากาศ นายทหารประทวน
และนักเรียนนายนายเรืออากาศ ใช้แถบสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำกว้าง ๔ เซนติเมตร
๑ แถบ และให้ติดตราหน้าหมวกทับกึ่งกลางแถบ
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนาวาอากาศเอกลงมา
ใช้แถบสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำกว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ และมีแถบไหมสีเหลืองกว้าง
๑.๒ เซนติเมตร ๒ แถบ พาดกลางแถบสีน้ำเงินดำตามยาว เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕
เซนติเมตร และให้ติดตราหน้าหมวกทับกึ่งกลางแถบ
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศ และจอมพลอากาศ
ใช้แถบสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำกว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ และมีแถบไหมสีเหลืองกว้าง
๑.๒ เซนติเมตร ๒ แถบ กับแถบไหมสีเหลืองกว้าง ๐.๖ เซนติเมตร ๑ แถบ
แทรกอยู่ระหว่างกลางพาดกลางแถบสีน้ำเงินดำตามยาว เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร
และให้ติดตราหน้าหมวกทับกึ่งกลางแถบ
ข้อ ๕๒ บรรดาหมวกเหล็ก
ในบางโอกาสจะใช้รองในหมวกเหล็กสีเดียวกันแทนก็ได้
ข้อ ๕๓
ทหารที่ขับขี่รถจักรยานยนตร์จะใช้หมวกกันกระแทกสีเทาในขณะขับขี่ก็ได้
ข้อ ๕๔
ทหารซึ่งมีหน้าที่ใช้เครื่องยนตร์หรือหน้าที่การช่าง ในเวลาปฏิบัติหน้าที่
ให้ใช้เครื่องแบบประกอบด้วย
(๑) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีเทา
(๒) เสื้อกางเกงติดกันสีเทาโดยไม่ติดเครื่องหมายใด ๆ
(๓) รองเท้าผ้าใบหรือหนังสีดำ
ข้อ ๕๕
ทหารซึ่งทำงานในอากาศให้ใช้เครื่องแบบ เครื่องหมายยศ
เครื่องหมายสังกัดและเครื่องประกอบที่ใช้ในการทำงานในอากาศตามที่กองทัพอากาศกำหนดได้
ข้อ ๕๖
ทหารหญิงซึ่งทำหน้าที่นางพยาบาล ให้ใช้เครื่องประกอบและเครื่องหมายยศ ดังนี้
(๑) ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ภายในกรมกอง
สถานพยาบาล หรือในห้องเรียน
(ก) หมวกสีขาว
ใช้ผ้าเย็บติดกันเป็นรูปหมวกพยาบาลมีกะบังหน้ากว้าง ๑๐ เซนติเมตร
เฉพาะนายทหารประทวนและนายทหารสัญญาบัตรเหนือกะบังมีแถบสีเทาแก่ทำด้วยริบบิ้นกำมะหยี่กว้าง
๒ เซนติเมตร เรียกว่าแถบใหญ่ กว้าง ๑ เซนติเมตรเรียกว่าแถบเล็ก
ประดับตามยาวโดยตลอด ขนานและห่างจากริมบนของกะบัง ๑.๕ เซนติเมตร มีจำนวนแถบดังนี้
คือ
นายทหารประทวน แถบเล็ก ๑ แถบ
นายทหารสัญญาบัตร แถบเล็ก ๒ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๑
เซนติเมตร
นายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายพยาบาลหญิง
และผู้อำนวยการโรงเรียนจ่าอากาศพยาบาลหญิง แถบใหญ่ ๑ แถบ
นักเรียนจ่าอากาศพยาบาลหญิงภาคการศึกษาแรกของปีการศึกษาปีที่
๑ ไม่มีหมวก
(ข) เสื้อกระโปรงติดกันและสายคาดเอวสีขาว
เสื้อคอแบะแบบคอมน ตั้งแต่คอถึงเอวผ่าตลอด
ตามแนวอกเสื้อด้านในมีดุมขัดแขนสั้นเหนือข้อศอกไม่เกิน ๒ เซนติเมตร
ปลายแขนพับจากด้านใน ๒.๕ เซนติเมตร ออกข้างนอกเป็นรูปแหลม ๔ เซนติเมตร
สำหรับนักเรียนจ่าอากาศพยาบาลหญิงติดเครื่องหมายชั้นการศึกษาตามทางดิ่งที่มุมปกคอแบะตอนบนทั้ง
๒ ข้าง
กระโปรง ยาวคลุมเข่าไม่เกินครึ่งน่อง
เอวติดกันกับเสื้อและผ่าติดต่อเป็นมุมฉากจากแนวอกของเสื้อตามแนวเอวไปจดรอยผ่าเอวทางด้านซ้าย
ชายกระโปรงไม่บานจนเกินไป ด้านหน้ามีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มีปก
ตรงกลางด้านล่างของกระเป๋าและขอบกระเป๋าเป็นรูปแหลมพองาม
สายคาดเอว กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาวรอบเอว ปลายทั้ง ๒
ข้างเป็นรูปแหลมชายมน ปลายขวาทับปลายซ้ายที่กึ่งกลางเอวด้านหน้าและขัดดุมสีทองขนาดเล็ก
๑ ดุม
(ค) รองเท้าหุ้มส้นผ้าใบสีขาว ชนิดผูกเชือก ส้นเตี้ย
ไม่มีริ้วและลวดลาย
(ง) ถุงเท้าสั้นสีขาว
(๒)
ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ในงานเกียรติยศหรืองานทั่วไป ให้ใช้เครื่องแบบเช่นเดียวกับ
(๑) เว้นแต่
(ก) เสื้อ ให้ใช้แขนยาว
ข้อมือพับขัดดุมสีทองลักษณะเช่นเดียวกับดุมสายคาดเอว เว้นแต่เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑
เซนติเมตร ๒ ดุม มีสายสร้อยสีทองร้อยติดกัน
(ข) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว ส้นใหญ่พอสมควร สูงไม่เกิน ๕
เซนติเมตร ไม่มีริ้วและลวดลาย
(ค) ถุงเท้ายาวสีขาว
เมื่อแต่งเครื่องแบบตาม (๑) หรือ (๒)
จะใช้เสื้อคลุมกันหนาวสีเทาทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ คอปกแบบคอมน คลุมไหล่ ไม่มีแขน
ซับในสีแดง ตัวยาวเท่าเสื้อชั้นนอกคอแบะที่ใต้คอปกมีดุมสีเทาขนาดใหญ่ ๒ ดุม
สีสายสีเดียวกับดุม คล้องติดกันก็ได้
ข้อ ๕๗
ทหารซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ในสถานพยาบาล
จะใช้เสื้อหรือผ้ากันเปื้อนก็ได้ ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ในสนาม
ให้แต่งเครื่องแบบสนามเช่นเดียวกับทหารทั่วไป สำหรับทหารชาย
ที่หมวกเหล็กให้มีเครื่องหมายกาชาด ที่ด้านหน้าหมวกและด้านหลังหมวก
กับที่แขนเสื้อข้างซ้ายระหว่างไหล่กับข้อศอกพันผ้าพันแขนสีขาวกว้าง ๑๐ เซนติเมตร
มีเครื่องหมายกาชาดอยู่ด้านนอก
สำหรับทหารหญิงให้ใช้เครื่องหมายกาชาดบนพื้นวงกลมสีขาว
ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จเส้นผ่าศูนย์กลาง ๖ เซนติเมตร
เย็บติดที่ไหล่เสื้อข้างซ้ายห่างจากตะเข็บไหล่ ๒ เซนติเมตร
ข้อ ๕๘
เสื้อคลุมกันหนาวคอแบะแบบแหลมสีเทาสำหรับทหารชาย
ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จตัวยาวครึ่งน่อง ที่แนวอกมีดุมสีเทาขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๓
ดุม ด้านข้างมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก
และมีเข็ดขัดทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จชนิดเดียวกับเสื้อกว้าง ๕ เซนติเมตร
หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทอง ขดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางตั้งย่อมุม
ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู
เสื้อแบบนี้ให้ติดเครื่องหมายยศและเครื่องหมายสังกัดของเครื่องแบบปกติเทาคอพับที่ใช้อินทรธนูอ่อนและใช้สวมคลุมเครื่องแบบได้ทุกชนิด
ข้อ ๕๙
เสื้อคลุมกันหนาวคอปกแบบคอมน สีเทาสำหรับทหารหญิง ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ
ตัวยาวครึ่งน่อง ที่แนวอกมีดุม ๒ แถว แถวละ ๒ ดุม ด้านหลังที่แนวเอวมีดุมข้างละ ๑
ดุม และมีแผ่นสักหลาดหรือเสิร์จชนิดเดียวกับเสื้อสำหรับขัดดุมรัดเอว
ด้านข้างมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก
ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมสีเทาขนาดใหญ่
เสื้อแบบนี้ให้ติดเครื่องหมายยศและเครื่องหมายสังกัดของเครื่องแบบปกติคอพับที่ใช้อินทรธนูอ่อน
และใช้สวมคลุมเครื่องแบบได้ทุกชนิด
ข้อ ๖๐
เสื้อหรือผ้าคลุมกันฝนสีเทาหรือสีน้ำเงินดำ ไม่ติดเครื่องหมายใด ๆ
ใช้สวมคลุมเครื่องแบบได้ทุกชนิด แต่ห้ามสวมขณะประจำแถวทหาร
ขณะสวมเสื้อกันฝนหรือใช้ผ้าคลุมกันฝน
ถ้าใช้หมวกทรงหม้อตาลจะใช้พลาสติกสีขาวชนิดใสหรือผ้าสีเดียวกับเสื้อหุ้มหมวกก็ได้
ข้อ ๖๑
ในโอกาสขี่ม้า เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ใช้กางเกงขายาวสีเทา
จะใช้กางเกงแบบขี่ม้าสีเทาและรองเท้าสูงหนังสีดำติดเดือยทำด้วยโลหะสีเงินก็ได้
เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ใช้กางเกงแถบ
ให้ใช้กางเกงแถบแบบขี่ม้าและรองเท้าสูงหนังสีดำติดเดือยทำด้วยโลหะสีเงิน
ข้อ ๖๒
ทหารซึ่งได้รับเครื่องหมายความสามารถในการบินของสโมสรการบินให้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิด
และให้ติดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือปกกระเป๋า ถ้าประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ติดเครื่องหมายนี้เหนือขึ้นไป
เมื่อแต่งเครื่องแบบสโมสรอกแข็งหรือเครื่องแบบสโมสรอกอ่อน
ให้ใช้ขนาดย่อลงครึ่งหนึ่ง
ข้อ ๖๓ ตราหน้าหมวก มีดังนี้
(๑) พลทหาร นักเรียนดุริยางค์
นักเรียนจ่าอากาศ นายทหารประทวนและนายทหารสัญญาบัตร
(ก) ตราหน้าหมวกโลหะ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก
สีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๖ ใบ
ตรงใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงิน
เบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง
ขนาดใหญ่ กว้าง
๖ เซนติเมตร สูง ๗ เซนติเมตร
ขนาดกลาง กว้าง
๔ เซนติเมตร สูง ๕ เซนติเมตร
ขนาดเล็ก กว้าง
๓ เซนติเมตร สูง ๔ เซนติเมตร
(ข) ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้น เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก
สีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๖ ใบ
ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงิน เบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง
บนพื้นสักหลาดสีน้ำเงินดำ รูปใบโพ
ขนาดใหญ่ กว้าง
๖ เซนติเมตร สูง ๗ เซนติเมตร
ขนาดเล็ก กว้าง
๔ เซนติเมตร สูง ๕ เซนติเมตร
(๒) นักเรียนนายเรืออากาศ
(ก) ตราหน้าหมวกโลหะเป็นรูปปีกนก ๒ ปีก
สีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๔ ใบ
ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงิน
เบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง กว้าง ๓ เซนติเมตร
สูง ๔ เซนติเมตร
(ข) ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้น เป็นรูปปีกนก ๒
ปีกสีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๔ ใบ
ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงิน เบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง
บนพื้นสักหลาดสีน้ำเงินดำ รูปใบโพกว้าง ๔ เซนติเมตร สูง ๕ เซนติเมตร
ข้อ ๖๔ ดุมมี ๔ ชนิด ดังนี้
(๑) ดุมสีทอง ทำด้วยโลหะ มีลักษณะกลมนูนเล็กน้อย
มีเส้นขอบโดยรอบ ภายในเส้นขอบมีลายดุนเป็นรูปดาว ๕ กลีบ อยู่เหนือปีกนก ๒ ปีก
(๒) ดุมสีเทา ทำด้วยวัตถุมีลักษณะกลมแบน มีรูสำหรับเย็บติด
๒ ถึง ๔ รู
(๓) ดุมสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับดุมสีเทา
(๔) ดุมเกลี้ยงสีเทา ทำด้วยโลหะมีลักษณะกลมนูนเล็กน้อย
ไม่มีรู
ดุมทั้ง ๔ ชนิดนี้มี ๒ ขนาด คือ
ขนาดใหญ่ เส้นผ้าศูนย์กลาง ๒.๕ เซนติเมตร
ขนาดเล็ก เส้นผ้าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร
ข้อ ๖๔ ทวิ[๔] เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการสนาม
จะใช้หมวก เสื้อ กางเกง เข็มขัดและรองเท้าของเครื่องแบบสนามเป็นสีกากีแกมเขียว
หรือสีกากีแกมเขียวสลับดำหรือสลับเหลืองก็ได้
ข้อ ๖๕ เพื่อประโยชน์ในการฝึกและการปฏิบัติราชการสนามหรือเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่
จะใช้เครื่องประกอบเครื่องแบบตามที่กองทัพอากาศกำหนดขึ้นตามความจำเป็นหรือสมควรก็ได้
ข้อ ๖๖ ให้กองทัพอากาศสร้างเครื่องแบบตัวอย่าง
หรือเขียนรูปเครื่องแบบตัวอย่างขึ้นไว้เป็นมาตรฐาน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๑๑
จอมพล ถ. กิตติขจร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากเครื่องหมายยศที่ใช้กับเสื้อคอพับของเครื่องแบบทหารอากาศและเครื่องแบบฝึกหัดยังไม่เหมาะสมกับกาลสมัย
ประกอบกับทางราชการได้พิจารณากำหนดเครื่องแบบสวนสนามและเครื่องแบบกันหนาวของนักเรียนนายเรืออากาศขึ้นใหม่
ทั้งเห็นสมควรปรับปรุงส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องแบบบางอย่างให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๔[๕]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีนักเรียนนายเรืออากาศเข้าศึกษาวิชาการแพทย์ในมหาวิทยาลัย
จึงสมควรกำหนดเครื่องหมายของนักเรียนนายเรืออากาศซึ่งเข้าศึกษาวิชาการแพทย์ในมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๔[๖]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการสนามของทหารอากาศซึ่งปฏิบัติราชการสนามร่วมกับทหารบกซึ่งแต่งเครื่องแบบสนามสีกากีแกมเขียวอยู่แล้ว
สมควรกำหนดสีของหมวก เสื้อ กางเกง เข็มขัด
และรองเท้าของเครื่องแบบสนามสำหรับทหารอากาศให้สอดคล้องกันด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๑)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๖[๗]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓
ได้กำหนดเครื่องหมายความสามารถในการทำงานในอากาศไว้เพียง ๓ ประเภทนั้น บัดนี้
สมควรกำหนดเครื่องหมายความสามารถในการทำงานในอากาศเพิ่มขึ้นสำหรับเจ้าหน้าที่ช่างอากาศ
เจ้าหน้าที่สื่อสาร เจ้าหน้าที่สรรพาวุธ เจ้าหน้าที่ถ่ายรูป
เจ้าหน้าที่ขนส่งทางอากาศ เจ้าหน้าที่ต้อนรับบนอากาศยาน แพทย์และพยาบาลเวชศาสตร์การบินในการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ
นอกจากนี้ควรกำหนดเครื่องหมายความสามารถในการทำหน้าที่ต้นหน ชั้นที่ ๓
ขึ้นอีกด้วย
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปณตภร/ผู้จัดทำ
๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๕/ตอนที่ ๖๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๔/๔ กรกฎาคม ๒๕๑๑
[๒] ข้อ ๒๗
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๖
[๓] ข้อ ๒๙ วรรคห้า
เพิ่มโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๔
[๔] ข้อ ๖๔ ทวิ
เพิ่มโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๔
[๕] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๖/ตอนที่ ๑๑๑/หน้า ๙๙๙/๙ ธันวาคม ๒๕๑๒
[๖] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๐/ตอนที่ ๒๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑ มีนาคม ๒๕๑๖
[๗] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๕/ตอนที่ ๑๓๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๒/๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).