我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. 2558

子法規・公布 2015-12-02・全 16 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. ๒๕๕๘[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลหนองแขม ตำบลพรหมพิราม ตำบลหอกลองและตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๒

ข้อ ๒ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินการคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๑ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินโครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ (๑) ส่งเสริมและพัฒนาชุมชนพรหมพิรามให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร การปกครอง การเกษตร การผลิต และการบริการ (๒) ส่งเสริมและอนุรักษ์พื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญอย่างยั่งยืน (๓) ส่งเสริมและพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมให้สอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนและระบบเศรษฐกิจ (๔) ส่งเสริมและพัฒนาการบริการทางด้านสังคม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน (๕) อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ข้อ ๔

ข้อ ๔ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๑๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ และหมายเลข ๓.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๒๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๑๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา (๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๙ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา (๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑ ถึงหมายเลข ๘.๑๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ (๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย (๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร สุนัข แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า (๕) เกษตรกรรมที่ใช้สารเคมีซึ่งก่อให้เกิดเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขหรือมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (๖) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน (๗) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม (๘) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม (๙) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงสัตว์ (๑๐) โรงฆ่าสัตว์ (๑๑) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร (๑๒) สถานที่เก็บและลานตากผลิตผลทางการเกษตร (๑๓) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล (๑๔) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน ๕๐๐ ตารางเมตรเว้นแต่เป็นการดำเนินการหรือประกอบกิจการโดยหน่วยงานของรัฐ (๒) ที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร (๓) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต (๔) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร และให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำรางสาธารณะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค (๕) ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม ให้มีระยะห่างจากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำสาธารณะ หรือลำรางสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๕ เมตร

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ (๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย (๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร สุนัข แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า (๕) เกษตรกรรมที่ใช้สารเคมีซึ่งก่อให้เกิดเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขหรือมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (๖) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน (๗) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม (๘) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม (๙) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงสัตว์ (๑๐) โรงฆ่าสัตว์ (๑๑) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร (๑๒) สถานที่เก็บและลานตากผลิตผลทางการเกษตร (๑๓) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล (๑๔) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร (๒) ที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร (๓) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต (๔) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร และให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำรางสาธารณะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค (๕) ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม ให้มีระยะห่างจากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำสาธารณะ หรือลำรางสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๕ เมตร

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม การอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิดและจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ (๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย (๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร สุนัข แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า (๕) เกษตรกรรมที่ใช้สารเคมีซึ่งก่อให้เกิดเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขหรือมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (๖) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน (๗) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม (๘) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม (๙) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงสัตว์ (๑๐) โรงฆ่าสัตว์ (๑๑) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร (๑๒) สถานที่เก็บและลานตากผลิตผลทางการเกษตร (๑๓) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล (๑๔) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร (๒) ที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร (๓) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต (๔) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร และให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำรางสาธารณะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค (๕) ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม ให้มีระยะห่างจากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำสาธารณะ หรือลำรางสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๕ เมตร

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิดและจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ (๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย (๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม (๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม (๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม (๗) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย (๘) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถว (๙) การอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม (๑๐) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ เว้นแต่ที่มีระยะห่างจากริมเขตทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบทริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะเกินกว่า ๓๐๐ เมตร การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร และไม่ใช่อาคารสูง (๒) ที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร (๓) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต (๔) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางหลวงแผ่นดินไม่น้อยกว่า ๖ เมตร (๕) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร และให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำรางสาธารณะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเฉพาะที่ดิน ซึ่งเป็นของรัฐ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำที่เป็นของรัฐ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เกษตรกรรม การอยู่อาศัยการท่องเที่ยว หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน (๒) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม (๓) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม (๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม (๕) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย (๖) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถว (๗) การอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม (๘) คลังสินค้าเพื่อการขายส่งหรือการผลิต (๙) สถานที่เก็บสินค้าซึ่งเป็นที่เก็บพักหรือขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรม (๑๐) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล (๑๑) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ (๑๒) โรงซ่อม สร้าง หรือบริการยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ทุกชนิด การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน ๕๐๐ ตารางเมตร และไม่ใช่อาคารสูง (๒) ที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าไม่เกิน ๑๕๐ ตารางเมตร (๓) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร และให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำรางสาธารณะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (๑) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต (๒) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางหลวงแผ่นดินไม่น้อยกว่า ๖ เมตร (๓) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร และให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำรางสาธารณะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (๑) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต (๒) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางหลวงแผ่นดินไม่น้อยกว่า ๖ เมตร (๓) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร และให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำรางสาธารณะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการของรัฐ กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (๑) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต (๒) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางหลวงแผ่นดินไม่น้อยกว่า ๖ เมตร (๓) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร และให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำรางสาธารณะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณแนวถนนสาย ก ถนนสาย ข ๑ ถนนสาย ข ๒ ถนนสาย ค ๑ ถนนสาย ค ๒ ถนนสาย ค ๓ ถนนสาย ค ๔ ถนนสาย ค ๕ ถนนสาย ค ๖ และถนนสาย ง ตามแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น นอกจากกิจการตามที่กำหนดดังต่อไปนี้ (๑) การสร้างถนนหรือเกี่ยวข้องกับถนน และการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ (๒) การสร้างรั้วหรือกำแพง (๓) เกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมที่มีความสูงของอาคารไม่เกิน ๙ เมตร หรือไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย [เอกสารแนบท้าย] ๑. บัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. ๒๕๕๘ ๓. แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. ๒๕๕๘ ๔. รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. ๒๕๕๘ ๕. แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. ๒๕๕๘ ๖. รายการประกอบแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. ๒๕๕๘ (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลหนองแขม ตำบลพรหมพิราม ตำบลหอกลอง และตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ปริยานุช/จัดทำ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๘ ปริญสินีย์/ตรวจ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๘ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๑๑๕ ก/หน้า ๑/๒ ธันวาคม ๒๕๕๘

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查