มาตรา ๗๖ เมื่อปรากฏว่าผู้รับอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง
ประกาศ หรือระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้
หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาต
ให้ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับอนุญาตทำการแก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด
ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตไม่แก้ไขหรือปฏิบัติตามคำสั่งให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือระงับการอนุญาตมีกำหนดครั้งละไม่เกินเก้าสิบวัน
แต่ในกรณีที่มีการเสนอคำฟ้องผู้รับอนุญาตต่อศาลว่าผู้รับอนุญาตกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
จะสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือระงับการอนุญาตไว้จนกว่าคำพิพากษาถึงที่สุดก็ได้
มาตรา ๗๗ ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตมีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาต
เมื่อปรากฏว่าผู้รับอนุญาตผู้ใด
(๑)
เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือระงับการอนุญาตมาแล้ว และมีเหตุที่จะต้องถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือระงับการอนุญาตอีก
(๒)
ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
(๓)
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้
หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาต
และการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัตินั้นก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง
ในกรณีที่เป็นการเพิกถอนใบอนุญาตครอบครองสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ
ให้ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจำหน่ายสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีไว้ในครอบครองให้แก่กรมประมงในราคาที่กรมประมงกำหนดตามสมควรภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังมิได้จำหน่ายหรือจำหน่ายเพียงบางส่วน
ให้สัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ยังมิได้จำหน่ายนั้นตกเป็นของกรมประมง
มาตรา ๗๘ ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตไม่เห็นด้วยกับคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือระงับการอนุญาตตามมาตรา
๗๖ หรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตตามมาตรา ๗๗
ให้อุทธรณ์ต่อบุคคลดังต่อไปนี้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
(๑)
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ออกคำสั่ง ให้อุทธรณ์ต่ออธิบดี
(๒) ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเป็นผู้ออกคำสั่ง
ให้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี
ให้อธิบดีหรือรัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
คำวินิจฉัยของอธิบดีหรือรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
มาตรา ๗๙ ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตให้ติดตั้งเครื่องมือทำการประมง
สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งใด ๆ ลงในที่จับสัตว์น้ำ
ไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาต
หรือปฏิบัติผิดไปจากเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาต
ให้ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตมีอำนาจสั่งให้ผู้รับอนุญาตนั้นแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตภายในเวลาที่กำหนดได้
หากผู้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนด
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการรื้อถอนหรือทำลายเครื่องมือทำการประมง
สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งเช่นว่านั้นเสียได้โดยให้ผู้รับอนุญาตเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
มาตรา ๘๐ ในกรณีที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ
หรือผู้รับอนุญาตถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตตามมาตรา ๗๗
ให้ผู้รับอนุญาตจัดการรื้อถอนหรือทำลายเครื่องมือทำการประมง
สิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งใด ๆ ที่เป็นของผู้รับอนุญาต ในที่จับสัตว์น้ำภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุหรือวันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาต
แล้วแต่กรณี และในกรณีที่ผู้รับอนุญาตมิได้มีการดำเนินการภายในเวลาดังกล่าว
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการรื้อถอนหรือทำลายเครื่องมือทำการประมง
สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งเช่นว่านั้นเสียได้โดยให้ผู้รับอนุญาตเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับ
ในกรณีที่มีการอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตตามมาตรา ๗๘
และเมื่อมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สุดให้เพิกถอนใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตระยะเวลาสามสิบวันตามวรรคหนึ่งให้นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
มาตรา ๘๑ ในกรณีที่ผู้ใดทำการประมงหรือติดตั้งเครื่องมือทำการประมง
สิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งใด ๆ
ลงในที่จับสัตว์น้ำโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการรื้อถอนหรือทำลายเครื่องมือทำการประมง
สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งเช่นว่านั้นเสียได้ทันที
พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้บุคคลตามวรรคหนึ่งดำเนินการรื้อถอนหรือทำลายเครื่องมือทำการประมง
สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งใด ๆ
นั้นให้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่กำหนดซึ่งไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งก็ได้
และหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนด
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการรื้อถอนหรือทำลายเครื่องมือทำการประมง
สิ่งปลูกสร้าง
หรือสิ่งเช่นว่านั้นโดยให้ผู้นั้นเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
บทกำหนดโทษ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).