法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
71
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

การประมง

พ.ศ. ๒๕๕๘

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘

เป็นปีที่

๗๐ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการประมง

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

(๑) พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐

(๒) พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๔๙๖

(๓)

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ พ.ศ. ๒๕๑๓

(๔) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๕

ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕

(๕) พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๒๘

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“สัตว์น้ำ” หมายความว่า

สัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำเป็นปกติ

สัตว์จำพวกสะเทินน้ำสะเทินบกสัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณน้ำท่วมถึง

สัตว์ที่มีการดำรงชีวิตส่วนหนึ่งอยู่ในน้ำ สัตว์ที่มีวงจรชีวิตช่วงหนึ่งที่อาศัยอยู่ในน้ำเฉพาะช่วงชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำ

รวมทั้งไข่และน้ำเชื้อของสัตว์น้ำ

และสาหร่ายทะเลซากหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของสัตว์น้ำเหล่านั้น

และให้หมายความรวมถึงพันธุ์ไม้น้ำตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดและซากหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์ไม้น้ำนั้นด้วย

“ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ” หมายความว่า ผลิตผลที่ได้จากการผลิตที่ใช้สัตว์น้ำเป็นวัตถุดิบ

“การประมง” หมายความว่า

การทำการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การดูแลรักษาสัตว์น้ำหลังการจับ

หรือการแปรรูปสัตว์น้ำ

“ทำการประมง” หมายความว่า จับ ดัก ล่อ ยิง แทง ทำอันตราย ฆ่า หรือเก็บสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือทำการประมงหรือด้วยวิธีใด

“การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ” หมายความว่า การจัดทำที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การเลี้ยงสัตว์น้ำหรือการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำทั้งโดยวิธีธรรมชาติ

วิธีผสมเทียม หรือวิธีอื่นใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำในช่วงใดของวงจรชีวิตสัตว์น้ำนั้น

“การดูแลรักษาสัตว์น้ำหลังการจับ” หมายความว่า

การดูแลรักษาคุณภาพสัตว์น้ำหลังการจับก่อนถึงกระบวนการการแปรรูปสัตว์น้ำ

“การแปรรูปสัตว์น้ำ” หมายความว่า การกระทำใด ๆ ที่เป็นการเปลี่ยนสภาพสัตว์น้ำสำหรับใช้เพื่อการอุปโภคหรือบริโภค

“ผู้ประกอบอาชีพการประมง” หมายความว่า บุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ซึ่งมีอาชีพเป็นผู้ประกอบการประมงเป็นอาชีพปกติ

“ที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ” หมายความว่า บ่อ คอก กระชัง

หรือที่ที่ใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำลักษณะอื่นใดไม่ว่าจะอยู่ในที่ดินของเอกชน

หรือในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือในที่จับสัตว์น้ำใด ๆ ที่ผู้ขุด ผู้สร้าง

ผู้จัดทำ เจ้าของ

หรือผู้ครอบครองมีความมุ่งหมายโดยตรงที่จะใช้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

“ที่จับสัตว์น้ำ” หมายความว่า ที่ที่มีน้ำขังหรือไหล

และหาดทั้งปวงที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งป่าไม้และพื้นดินที่มีน้ำท่วมตามธรรมชาติ

ไม่ว่าจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือที่ดินของเอกชนและภายในเขตน่านน้ำไทยหรือน่านน้ำอื่นใด

ซึ่งประเทศไทยใช้อยู่หรือมีสิทธิจะใช้ในการทำการประมงโดยที่น่านน้ำเหล่านั้นปรากฏโดยทั่วไปว่ามีขอบเขตตามกฎหมายท้องถิ่น หรือธรรมเนียมประเพณีหรือกฎหมายระหว่างประเทศ

หรือสนธิสัญญา หรือด้วยประการอื่นใด

“เครื่องมือทำการประมง” หมายความว่า เครื่องกลไก เครื่องใช้ เครื่องอุปกรณ์ ส่วนประกอบอาวุธ เสา

หลัก หรือเรือที่ใช้ทำการประมง

“เรือประมง” หมายความว่า

ยานพาหนะทางน้ำทุกชนิดที่ใช้ทำการประมง ขนถ่าย หรือเก็บรักษาสัตว์น้ำที่ได้จากยานพาหนะทางนํ้าทุกชนิดที่ใช้ทำการประมง

“ทำการประมงนอกน่านน้ำไทย” หมายความว่า

ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำนอกน่านน้ำไทยและให้หมายความรวมถึงการขนถ่าย

หรือเก็บรักษาสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมงนอกน่านน้ำไทยด้วย

“น่านน้ำไทย” หมายความว่า

บรรดาน่านน้ำที่อยู่ในราชอาณาจักร

และให้หมายความรวมถึงน่านน้ำที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะตามประกาศเขตเศรษฐกิจจำเพาะของราชอาณาจักรไทยด้วย

“แนวชายฝั่งทะเล” หมายความว่า

แนวความลึกน้ำศูนย์เมตรหรือแนวที่น้ำทะเลจรดแผ่นดินบริเวณชายฝั่ง ชายเกาะ

หรือขอบนอกของพื้นที่ที่มีการถมทะเล ตามแผนที่เดินเรือของกรมอุทกศาสตร์

“ผู้ควบคุมเรือ”

หมายความว่า ผู้มีหน้าที่บังคับเรือและรับผิดชอบในเรือ

“สถิติการประมง”

หมายความว่า ข้อมูลที่เกี่ยวกับการประมง การค้าสินค้าสัตว์น้ำ

หรือที่เกี่ยวกับสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ

“ผู้รับอนุญาต” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตให้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งตามพระราชบัญญัตินี้

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ

“อธิบดี” หมายความว่า

อธิบดีกรมประมง

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าอากรและค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้

ลดหรือยกเว้นค่าอากรและค่าธรรมเนียม กำหนดอายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และกำหนดกิจการอื่น

และออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

การออกกฎกระทรวงกำหนดค่าอากรหรือค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่งจะกำหนดอัตราค่าอากรหรือค่าธรรมเนียมให้แตกต่างกันโดยคำนึงถึงประเภท

ชนิด ขนาด หรือจำนวนของเครื่องมือทำการประมงหรือประเภท

ชนิด ขนาด ลักษณะ หรือรูปแบบของกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือการทำการประมงก็ได้

กฎกระทรวงและประกาศนั้น

เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

การบริหารจัดการด้านการประมง

ส่วนที่

บททั่วไป

มาตรา ๖

มาตรา ๖ รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดโดยอนุมัติรัฐมนตรีภายในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบเฉพาะในเขตประมงน้ำจืดและเขตประมงทะเลชายฝั่ง

มีอำนาจออกประกาศ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดประเภท ชนิด ขนาด จำนวน

และส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำ

(๒)

กำหนดวิธีการทำการประมงที่ห้ามนำมาใช้ในที่จับสัตว์น้ำ

(๓) กำหนดชนิด ขนาด

หรือปริมาณอย่างสูงของสัตว์น้ำที่ห้ามทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำ รวมทั้งข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติเกี่ยวกับสัตว์น้ำนั้นที่ถูกจับได้โดยบังเอิญ

(๔)

กำหนดที่จับสัตว์น้ำที่ห้ามทำการประมง

(๕) กำหนดพื้นที่ที่จะอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

(๖)

กำหนดระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำมีไข่และวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน

หรือระยะเวลาอื่นใดที่จำเป็นต่อการคุ้มครองสัตว์น้ำเป็นระยะเวลาที่ห้ามทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำ

(๗)

กำหนดให้ผู้ทำการประมงด้วยเครื่องมือทำการประมงประเภทหรือชนิดหนึ่งชนิดใดต้องทำเครื่องหมาย

ทั้งนี้ ตามรูปแบบ ขนาด

และตำแหน่งที่กำหนดไว้ที่เครื่องมือทำการประมงนั้นในขณะทำการประมง

(๘) กำหนดพื้นที่ที่จะให้ใช้เครื่องมือทำการประมงที่ต้องใช้วิธีลงหลัก

ปัก ผูก ขึง รั้ง ถ่วง หรือวิธีอื่นใดอันทำให้เครื่องมือนั้นอยู่กับที่ในเวลาทำการประมง

ประกาศตามวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การกระทำเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัยหรือการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำซึ่งกระทำโดยทางราชการและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี

หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแล้ว

และในกรณีที่เป็นการออกประกาศเพื่อใช้บังคับในเขตพื้นที่ใดเป็นการเฉพาะ

ให้มีแผนที่แสดงแนวเขตบริเวณที่กำหนดนั้นแนบท้ายประกาศด้วย

เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศเพื่อกำหนดเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดในเขตประมงทะเลชายฝั่ง

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ในกรณีที่การออกประกาศตามมาตรา ๖

จะต้องดำเนินการในเขตพื้นที่ที่คาบเกี่ยวกันระหว่างพื้นที่ของสองจังหวัดขึ้นไป

เนื่องจากลักษณะทางภูมิศาสตร์หรือระบบนิเวศตามธรรมชาติของพื้นที่นั้น หรือเพื่อประโยชน์ในการจัดการอย่างเป็นระบบในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ

ให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณา

เพื่อเสนอรัฐมนตรีในการออกประกาศ

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดพื้นที่

รวมทั้งกำหนดให้ผู้ประกอบอาชีพการประมงหรืออาชีพในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประมงในพื้นที่ดังกล่าวต้องมาจดทะเบียนหรือจดทะเบียนและขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนประกอบอาชีพได้

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขอจดทะเบียน หรือการจดทะเบียน และการออกใบอนุญาต รวมทั้งการขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๙

มาตรา ๙ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชนประมงท้องถิ่นในการจัดการการบำรุงรักษา

การอนุรักษ์ การฟื้นฟู

และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนจากทรัพยากรสัตว์น้ำภายในที่จับสัตว์น้ำในเขตประมงน้ำจืดหรือเขตประมงทะเลชายฝั่ง

ให้กรมประมงดำเนินการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนในเรื่องดังต่อไปนี้

(๑)

สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนประมงท้องถิ่นในการจัดทำนโยบายการพัฒนาการประมงในน่านน้ำไทยให้สอดคล้องกับปริมาณของทรัพยากรสัตว์น้ำและขีดความสามารถในการทำการประมงตามมาตรา

๑๖ (๑)

(๒) สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มและจัดให้มีการขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น

(๓)

ให้คำปรึกษาแก่ชุมชนประมงท้องถิ่นในการจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู

และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำ รวมทั้งช่วยเหลือและสนับสนุนการดำเนินงาน

โครงการ หรือกิจกรรมของชุมชนในเรื่องดังกล่าว

(๔)

เผยแพร่ความรู้หรือข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์

การฟื้นฟูและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำ

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ นิติบุคคล คณะบุคคล

หรือองค์กรอื่นใดที่มีวัตถุประสงค์หรือกิจกรรมเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประมงในท้องถิ่นใด

มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในเขตพื้นที่ที่องค์กรนั้นตั้งอยู่ต่อกรมประมง

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นที่ได้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา

๑๐ มีสิทธิเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาการประมง

รวมทั้งเสนอแนะแนวทางในการออกประกาศตามมาตรา ๖ มาตรา ๔๕ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑

ต่อคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้อธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งสมาชิกขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นที่ได้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา

๑๐ เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และบัตรประจำตัวของบุคคล ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ในการปฏิบัติหน้าที่

บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้องทุกครั้ง

ส่วนที่

คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ” ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี

เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ

ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงพาณิชย์

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ

ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบคนเป็นกรรมการ

ให้อธิบดีเป็นกรรมการและเลขานุการ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง

ให้แต่งตั้งจากบุคคลดังต่อไปนี้

(๑)

ผู้แทนสมาคมในด้านการประมงทะเลชายฝั่ง ด้านการประมงทะเลนอกชายฝั่ง

ด้านการประมงน้ำจืด ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ

และด้านการประมงนอกน่านน้ำไทย ด้านละหนึ่งคน

(๒)

ผู้มีความรู้หรือประสบการณ์ดำเนินงานในองค์กรสาธารณประโยชน์ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

จำนวนสองคน

(๓) นักวิชาการด้านการประมง

จำนวนไม่เกินสองคน

หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี

ในกรณีรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

หรือแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง

ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้น

อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างลงตามวรรคสอง

หากวาระที่เหลืออยู่นั้นไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

รัฐมนตรีจะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นแทนก็ได้

เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง

หากยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) รัฐมนตรีให้ออก

เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ

(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๕)

เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๖)

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

กำหนดนโยบายการพัฒนาการประมงในน่านน้ำไทยให้สอดคล้องกับปริมาณของทรัพยากรสัตว์น้ำและขีดความสามารถในการทำการประมง

(๒) กำหนดนโยบายการพัฒนาการประมงนอกน่านน้ำไทย

(๓)

กำหนดนโยบายการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศ

(๔)

กำหนดนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้านการประมงของประเทศ

(๕)

เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบนโยบายที่ได้จัดทำตาม (๑) (๒) (๓) และ

(๔)

(๖)

กำหนดปริมาณสูงสุดของสัตว์น้ำที่จะทำการประมงภายในน่านน้ำไทย

(๗)

กำหนดแนวทางและเป้าหมายในการพัฒนาการประมงของประเทศให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม

(๘)

กำหนดแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสมและสามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน

(๙) กำกับ ให้คำปรึกษา และแนะนำในการดำเนินการแก่คณะกรรมการการประมงนอกน่านน้ำไทย

(๑๐)

จัดทำรายงานผลการดำเนินงานประจำปีเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

(๑๑)

ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคณะกรรมการ

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม

ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านการประมงทะเลชายฝั่ง

ด้านการประมงทะเลนอกชายฝั่ง ด้านการประมงน้ำจืด ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ และมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านอื่นเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดแทนหรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

การประชุมคณะอนุกรรมการ

ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ส่วนที่

คณะกรรมการประมงประจำจังหวัด

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้มีคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดทุกจังหวัด

ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ

ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกรมเจ้าท่า อัยการจังหวัด พาณิชย์จังหวัด

นายอำเภอในเขตท้องที่ที่มีการประมง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

ประธานสภาเกษตรกรจังหวัด เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบสามคน เป็นกรรมการ

ให้ประมงจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ

ในจังหวัดใดมีอาณาเขตติดต่อกับชายฝั่งทะเลหรือแม่น้ำโขง

ให้มีผู้แทนกองทัพเรือเป็นกรรมการโดยตำแหน่งเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง

ให้แต่งตั้งจากบุคคลดังต่อไปนี้

(๑)

ผู้แทนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในด้านการประมงทะเลชายฝั่ง ด้านการประมงทะเลนอกชายฝั่ง

ด้านการประมงน้ำจืด ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

หรือด้านการแปรรูปสัตว์น้ำที่ได้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา ๑๐ ด้านละไม่เกินสองคน

(๒)

ผู้มีความรู้หรือประสบการณ์ดำเนินงานในด้านการประมงหรือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จำนวนไม่เกินสามคน

ในจังหวัดใดไม่มีผู้แทนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านหนึ่งด้านใด

ให้แต่งตั้งผู้แทนตาม (๑) ด้านอื่นเพิ่มขึ้นได้ตามสัดส่วนของผู้แทนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านนั้น

หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดมีอำนาจหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑)

รวบรวมข้อเสนอแนะและแนวทางในการส่งเสริมอาชีพการประมง การจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์

การฟื้นฟู

และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบเสนอต่อคณะกรรมการ

เพื่อพิจารณาจัดทำนโยบายพัฒนาการประมงในน่านน้ำไทยให้สอดคล้องกับปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำและขีดความสามารถในการทำการประมงตามมาตรา

๑๖ (๑)

(๒)

พิจารณาและเสนอแนวทางในการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาการประมงหรือการจัดการการบำรุงรักษา

การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์ในที่จับสัตว์น้ำในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบต่อรัฐมนตรีคณะกรรมการ

หรืออธิบดี

(๓) ออกประกาศตามมาตรา ๖ มาตรา ๔๕ มาตรา

๕๐ และมาตรา ๕๑ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(๔)

ดำเนินการอื่นตามที่รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการมอบหมาย

ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนในการออกประกาศตามมาตรา

๖ หรือมาตรา ๔๕ ให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดมีอำนาจออกประกาศบังคับใช้เป็นการชั่วคราวมีกำหนดระยะเวลาไม่เกินหกสิบวัน

และให้รัฐมนตรีพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาหกสิบวันนับจากวันที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ

ในกรณีที่รัฐมนตรีพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคสองให้ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งไม่อนุมัติจากรัฐมนตรี

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗

และมาตรา ๑๘ มาใช้บังคับแก่คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดโดยอนุโลม

ส่วนที่

สถิติการประมง

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ เพื่อประโยชน์ในการรวบรวมสถิติการประมงและการบริหารจัดการด้านการประมง

ให้ผู้ที่เริ่มประกอบอาชีพการประมงแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบอาชีพของตนต่อกรมประมงภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เริ่มประกอบอาชีพการประมง

หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบอาชีพการประมงตามมาตรา

๒๒ อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้

(๑)

ชื่อและที่อยู่ของผู้ประกอบอาชีพการประมง

(๒) ประเภทของอาชีพการประมง

(๓) จำนวนเครื่องมือทำการประมงที่มีอยู่ในครอบครอง

(๔)

สถานที่ที่ใช้ในการประกอบอาชีพการประมง

(๕) วันเริ่มต้นประกอบอาชีพการประมง

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ การเปลี่ยนแปลงรายการใด ๆ

ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๒ หรือการเลิกประกอบอาชีพการประมง

ให้ผู้ประกอบอาชีพการประมงแจ้งต่อกรมประมงภายในสามสิบวัน นับแต่วันเปลี่ยนแปลงหรือเลิกประกอบอาชีพการประมง

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและจัดเก็บสถิติการประมงให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ที่ใช้ในการประกอบอาชีพการประมงหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการประมงในเวลาทำการของสถานที่นั้น

ในการดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง

ให้ผู้ประกอบอาชีพการประมงหรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้องมีหน้าที่ตอบคำถาม อำนวยความสะดวก

และช่วยเหลือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร

ส่วนที่

การควบคุม

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้

เว้นแต่เป็นการทดลองเพื่อประโยชน์ทางวิชาการและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

(๑) ปล่อย เท ทิ้ง ระบาย

หรือทำให้วัตถุอันตรายตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดลงสู่ที่จับสัตว์น้ำ

(๒) กระทำการใด ๆ

อันทำให้สัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำมึนเมา

(๓) ปล่อย เท ทิ้ง ระบาย

หรือทำให้สิ่งใดลงสู่ที่จับสัตว์น้ำในลักษณะที่เป็นอันตรายแก่สัตว์น้ำ

(๔)

ทำให้ที่จับสัตว์น้ำเกิดมลพิษในลักษณะที่เป็นอันตรายแก่สัตว์น้ำ

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การกระทำอันจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์ของทางราชการทหาร

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงหรือใช้วัตถุระเบิดในที่จับสัตว์น้ำเว้นแต่เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของทางราชการและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การใช้วัตถุระเบิดเพื่อประโยชน์ของทางราชการทหาร

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสัตว์น้ำ

โดยรู้ว่าเป็นสัตว์น้ำที่ได้มาโดยการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๒๗

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ห้ามมิให้ผู้ใดปลูกบัว ข้าว ปอ

พืชหรือพันธุ์ไม้น้ำอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในที่จับสัตว์น้ำซึ่งมิใช่ที่ของเอกชน

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต

ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ห้ามมิให้ผู้ใดวิดน้ำหรือทำให้น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งมิใช่ที่ของเอกชนแห้งหรือลดน้อยลงเพื่อทำการประมง

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต

ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ห้ามมิให้ผู้ใดทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่จับสัตว์น้ำซึ่งมิใช่ที่ของเอกชน

ให้ผิดไปจากสภาพที่เป็นอยู่

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต

ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ห้ามมิให้ผู้ใดติดตั้ง วาง หรือสร้างเขื่อน

ฝาย ทำนบ รั้ว สิ่งปลูกสร้าง เครื่องมือที่เป็นตาข่าย

หรือเครื่องมือทำการประมงอื่นใดในที่จับสัตว์น้ำกั้นทางเดินของสัตว์น้ำ

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การกระทำเพื่อประโยชน์ในการป้องกันสาธารณภัยหรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการในการชลประทาน

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำตามประเภท

ชนิด ลักษณะ จำนวน หรือขนาดที่กำหนดในกฎกระทรวง

เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ในกรณีที่สัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ห้ามมีไว้ในครอบครองตามวรรคหนึ่ง

เป็นสัตว์น้ำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์หรือต่อสัตว์น้ำอื่น

สิ่งแวดล้อมของสัตว์น้ำ ทรัพย์สินของบุคคลหรือสาธารณสมบัติ

หรือเป็นผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์

ในการออกกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดไว้ด้วยว่า

ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองโดยเด็ดขาด

รวมทั้งให้กำหนดระยะเวลาสำหรับผู้ซึ่งมีสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำนั้นไว้ในครอบครองส่งมอบสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำนั้นให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่

ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งทำลายสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีการส่งมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคสองหรือจัดการอย่างอื่นตามที่เห็นสมควร

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการออกใบอนุญาต

รวมทั้งการขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมิให้ใช้บังคับแก่การครอบครองสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของทางราชการเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำตามที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา

๓๓ วรรคหนึ่ง ก่อนวันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะมีไว้ในครอบครอง ซึ่งสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำนั้นต่อไป

ต้องยื่นคำขออนุญาตตามมาตรา ๓๓

ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ

ในกรณีที่ได้ยื่นคำขออนุญาตตามวรรคหนึ่งแล้วแต่ไม่ได้รับใบอนุญาต

ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตดังกล่าวส่งมอบสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๓ วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดต่อสิ่งแวดล้อมหรือสัตว์น้ำอื่นหรือการก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์หรือต่อทรัพย์สินของบุคคลหรือสาธารณสมบัติ

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดประเภท ชนิด

หรือลักษณะของสัตว์น้ำที่ห้ามปล่อยลงสู่ที่จับสัตว์น้ำแห่งหนึ่งแห่งใดได้

ห้ามมิให้ผู้ใดปล่อยสัตว์น้ำลงสู่ที่จับสัตว์น้ำตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งเครื่องมือทำการประมงที่ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำอย่างร้ายแรงตามประเภท

ชนิด ส่วนประกอบ หรือลักษณะที่กำหนดในกฎกระทรวง

เว้นแต่เป็นการครอบครองเพื่อประโยชน์ทางวิชาการหรือมิได้นำไปใช้เพื่อทำการประมงและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ

ควบคุม และเฝ้าระวังการทำการประมงในเรื่องใด

ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจในการออกประกาศเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขให้ผู้ประกอบอาชีพการประมงปฏิบัติได้

เขตการประมง

ส่วนที่

การกำหนดเขตการประมง

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ เขตการประมงแบ่งออกเป็นสามเขต ได้แก่

เขตประมงทะเลชายฝั่ง เขตประมงทะเลนอกชายฝั่ง และเขตประมงน้ำจืด

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ เขตประมงทะเลชายฝั่ง ได้แก่

เขตที่จับสัตว์น้ำในทะเลที่อยู่ภายในน่านน้ำไทยนับจากแนวชายฝั่งทะเลออกไปสามไมล์ทะเล

ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดให้เขตประมงทะเลชายฝั่งในบริเวณใดมีระยะนับจากแนวชายฝั่งทะเลออกไปได้ไม่เกินสิบสองไมล์ทะเล

โดยให้มีแผนที่แสดงแนวเขตบริเวณที่กำหนดแนบท้ายกฎกระทรวงด้วย

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ เขตประมงทะเลนอกชายฝั่ง ได้แก่

เขตที่จับสัตว์น้ำที่อยู่ภายในน่านน้ำไทยนับจากด้านที่ติดกับเขตประมงทะเลชายฝั่งตามมาตรา

๓๙ ออกไปจนสุดเขตน่านน้ำไทย

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ เขตประมงน้ำจืด ได้แก่

เขตที่จับสัตว์น้ำที่อยู่ในน่านน้ำไทยที่ไม่ได้อยู่ในเขตประมงทะเลชายฝั่งและเขตประมงทะเลนอกชายฝั่ง

ส่วนที่

การทำการประมงในเขตการประมง

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ผู้ใดจะใช้เครื่องมือทำการประมงตามที่กำหนดในกฎกระทรวงทำการประมงในเขตประมงน้ำจืดและเขตประมงทะเลชายฝั่งต้องได้รับใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือทำการประมงนั้นจากพนักงานเจ้าหน้าที่

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการออกใบอนุญาต

รวมทั้งการขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ ผู้ใดจะใช้เครื่องมือทำการประมงใดทำการประมงในเขตประมงทะเลนอกชายฝั่งต้องได้รับใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือทำการประมงนั้นจากพนักงานเจ้าหน้าที่

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการออกใบอนุญาต

รวมทั้งการขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ให้ผู้ทำการประมงด้วยเครื่องมือทำการประมงที่มีใบอนุญาตตามมาตรา

๔๒ หรือเครื่องมือทำการประมงพื้นบ้านตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

ทำการประมงในเขตประมงทะเลนอกชายฝั่งได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือทำการประมงตามมาตรา

๔๒ และมาตรา ๔๓ ต้องชำระค่าอากรตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ให้รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดโดยอนุมัติรัฐมนตรีภายในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ

มีอำนาจประกาศกำหนดให้ที่จับสัตว์น้ำซึ่งอยู่ในบริเวณดังต่อไปนี้

เป็นเขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำ

โดยให้มีแผนที่แสดงแนวเขตบริเวณที่กำหนดนั้นแนบท้ายประกาศด้วย

(๑) สถานที่ราชการ

(๒) ศาสนสถาน หรือปูชนียสถาน

(๓) ประตูน้ำ ประตูระบายน้ำ เขื่อน ฝาย

หรือทำนบ

(๔)

ที่ซึ่งมีสภาพเหมาะแก่การรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงหรือทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำภายในเขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำ

เว้นแต่เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ในทางวิชาการหรือเพื่อการบำรุงรักษาพันธุ์สัตว์น้ำและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

การส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรประกาศกำหนดมาตรฐานในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

เพื่อให้ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนำไปใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและกำหนดมาตรฐานในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามวรรคหนึ่ง ให้กรมประมงศึกษา

วิจัย และพัฒนาการเพาะเลี้ยง การปรับปรุงพันธุ์ และการขยายพันธุ์สัตว์น้ำ

เพื่อประโยชน์ในกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกหนังสือรับรองให้แก่ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้มาตรฐานตามวรรคหนึ่งได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ นอกจากการขอหนังสือรับรองการได้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่กำหนดไว้ตามมาตรา

๔๗ ผู้ใดมีความประสงค์จะขอให้กรมประมงตรวจรับรองชนิด

ลักษณะ คุณภาพหรือแหล่งกำเนิดของสัตว์น้ำใด หรือขอให้ตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างดิน น้ำ

สัตว์น้ำ หรือปัจจัยการผลิตเป็นการเฉพาะรายเพื่อประโยชน์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ให้ยื่นคำขอและชำระค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ได้สัตว์น้ำที่มีคุณภาพเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

หรือเพื่อความปลอดภัยต่อร่างกายมนุษย์ หรือต่อทรัพย์สินของบุคคลหรือสาธารณสมบัติ

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดชนิดหรือลักษณะของสัตว์น้ำ หรือประเภท รูปแบบ

หรือขนาดของกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ให้เป็นกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องมีการควบคุมได้

71 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_576a401d54a81642

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com