มาตรา ๖๑ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการการประมงนอกน่านน้ำไทย ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมการจัดหางาน
อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อธิบดีกรมศุลกากร
ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกองทัพเรือ ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกินเจ็ดคน เป็นกรรมการ
ให้อธิบดีเป็นกรรมการและเลขานุการ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง
ให้แต่งตั้งจากผู้แทนสมาคมในด้านการประมงทะเลนอกชายฝั่ง ด้านการประมงนอกน่านน้ำไทย
ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ
หรือผู้ซึ่งมีความรู้หรือประสบการณ์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นิติศาสตร์
หรือเศรษฐศาสตร์ ด้านละหนึ่งคน
มาตรา ๖๒ คณะกรรมการการประมงนอกน่านน้ำไทยมีอำนาจหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอแนะนโยบายและแนวทางการส่งเสริม
พัฒนา และแก้ไขปัญหาการทำการประมงนอกน่านน้ำไทยต่อคณะกรรมการ
(๒)
กำหนดแผนงานหรือวิธีการในการส่งเสริม
พัฒนาและแก้ไขปัญหาการทำการประมงนอกน่านน้ำไทยให้สอดคล้องกับนโยบายตาม (๑)
(๓) ออกระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการช่วยเหลือและคุ้มครองเรือประมงไทยที่ออกไปทำการประมงนอกน่านน้ำไทย
(๔)
เสนอแนะรัฐมนตรีหรืออธิบดีในการออกประกาศหรือระเบียบตามมาตรา ๖๐ และมาตรา ๖๔
(๕) ออกประกาศตามมาตรา ๖๕ มาตรา ๖๖
และมาตรา ๖๗
(๖)
ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการประมงนอกน่านน้ำไทยหรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา ๖๓ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗
และมาตรา ๑๘ มาใช้บังคับแก่คณะกรรมการการประมงนอกน่านน้ำไทยโดยอนุโลม
มาตรา ๖๔ ให้ผู้ซึ่งดำเนินการทำข้อตกลงหรือสัญญาการทำการประมงนอกน่านน้ำไทยกับรัฐต่างประเทศหรือเอกชนต่างประเทศและได้สิทธิในการทำการประมงในน่านน้ำของรัฐต่างประเทศแจ้งการได้สิทธิตามข้อตกลงหรือสัญญานั้นต่ออธิบดีตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การดำเนินการโดยทางราชการ
ให้อธิบดีจัดให้มีการรวบรวมข้อมูลที่ได้รับแจ้งไว้ตามวรรคหนึ่ง
เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียตรวจสอบความถูกต้องของข้อตกลงหรือสัญญาการทำการประมงนอกน่านน้ำไทยดังกล่าวตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
มาตรา ๖๕ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เรือประมงไทยออกไปทำการประมงนอกน่านน้ำไทยในน่านน้ำของรัฐต่างประเทศ
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการออกใบอนุญาต
รวมทั้งการขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต
ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการการประมงนอกน่านน้ำไทยกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ประกาศตามวรรคสองอย่างน้อยต้องมีข้อกำหนดให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องเป็นผู้มีสิทธิในการทำการประมงนอกน่านน้ำไทยในน่านน้ำของรัฐต่างประเทศ
พร้อมทั้งแสดงหลักฐานแห่งสิทธินั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย
และข้อกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องทำการประมงโดยไม่ละเมิดกฎหมายของรัฐต่างประเทศ
มาตรา ๖๖ ในกรณีที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีตามข้อตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลหลวงบริเวณใดและรัฐมนตรีได้ประกาศให้ทราบถึงการเข้าร่วมเป็นภาคีดังกล่าวแล้ว
ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เรือประมงไทยออกไปทำการประมงในบริเวณนั้น
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการออกใบอนุญาต
รวมทั้งการขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต
ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการการประมงนอกน่านน้ำไทยกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๖๗ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เรือประมงไทยออกไปทำการประมงในบริเวณที่ประเทศไทยร่วมเป็นภาคีตามข้อตกลงระหว่างประเทศตามมาตรา
๖๖ วรรคหนึ่ง
โดยฝ่าฝืนพันธกรณีตามข้อตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี
ตามที่คณะกรรมการการประมงนอกน่านน้ำไทยกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๖๘ ผู้ใดเป็นเจ้าของเรือประมงไทยใช้หรือยอมให้ใช้เรือประมงของตนทำการประมงจนเป็นเหตุให้มีการละเมิดกฎหมายของรัฐต่างประเทศ
และทำให้คนประจำเรือหรือผู้โดยสารซึ่งไปกับเรือต้องตกค้างอยู่ในต่างประเทศ
มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นที่รัฐได้จ่ายไปในการนำคนประจำเรือหรือผู้โดยสารดังกล่าวกลับประเทศภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากกรมประมง
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาต
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).