我的書籤免費註冊

พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. 2544 หมวด ๒

มาตรา ๑๒–มาตรา ๒๙共 18 條

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการบรรษัทบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย” ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่ง กรรมการอื่นอีกไม่เกินสิบเอ็ดคนซึ่งรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี โดยในจำนวนนี้ต้องแต่งตั้งจากผู้แทนของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหนึ่งคน สภาหอการค้าไทยแห่งประเทศไทยหนึ่งคน สมาคมธนาคารไทยหนึ่งคน และประธานกรรมการบริหารเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง คณะกรรมการจะแต่งตั้งบุคคลใดทำหน้าที่เลขานุการของคณะกรรมการก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้เป็นกรรมการ (๑) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๒) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๓) เป็นข้าราชการการเมือง หรือเป็นผู้มีตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง หรือเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง (๔) เป็นหรือเคยเป็นลูกหนี้ในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและยังไม่พ้นสิบปีนับแต่สถานะเช่นนั้นยุติลง (๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ กรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละหกปี ในวาระเริ่มแรกเมื่อกรรมการดำรงตำแหน่งครบสามปี ให้ออกจากตำแหน่งกึ่งหนึ่ง โดยวิธีจับสลาก ถ้าจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นกึ่งหนึ่งไม่ได้ ให้ออกโดยจำนวนใกล้เคียงที่สุดแต่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ ซึ่งได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่อง หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ (๔) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานชั่วคราว การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องซึ่งที่ประชุมพิจารณาให้แจ้งการมีส่วนได้เสียของตนให้คณะกรรมการทราบล่วงหน้าก่อนการประชุม และห้ามมิให้ผู้นั้นเข้าร่วมประชุมพิจารณาในเรื่องดังกล่าว

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและกำกับดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของ บสท. ภายในขอบวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล เงินตอบแทน และค่าใช้จ่ายอื่นของ บสท. (๒) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การเงิน ทรัพย์สิน และการบัญชี รวมทั้ง การตรวจสอบและสอบบัญชีภายในของ บสท. (๓) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานและการดำเนินกิจการของ บสท. (๔) กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น (๕) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (๖) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรับรู้และคำนวณผลกำไรหรือผลขาดทุนของการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ บสท. (๗) พิจารณาให้ความเห็นชอบงบประมาณของ บสท. (๘) แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการเพื่อดำเนินการใด ๆ แทนคณะกรรมการ (๙) ออกข้อบังคับหรือหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับการบริหารงานหรือดำเนินกิจการของ บสท.

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารคณะหนึ่งประกอบด้วย ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการบริหารอื่นอีกไม่เกินสามคน และให้กรรมการผู้จัดการเป็นกรรมการบริหารโดยตำแหน่ง ในการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร ให้กระทรวงการคลังเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งสองคน ธนาคารแห่งประเทศไทย กองทุนฟื้นฟู สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เสนอชื่อหน่วยงานละหนึ่งคน และสถาบันการเงินเอกชนร่วมกันเสนอชื่อสองคนผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ให้คณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งกรรมการบริหารจากรายชื่อของผู้ได้รับการเสนอตามมาตรา ๑๙ โดยจะต้องแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) ประธานกรรมการบริหารหนึ่งคน ให้แต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกองทุนฟื้นฟู (๒) กรรมการบริหารอื่น (ก) ให้แต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกองทุนฟื้นฟูหนึ่งคน (ข) ให้แต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยหนึ่งคน และ (ค) ให้แต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากสถาบันการเงินเอกชนหนึ่งคน ให้กรรมการบริหารที่คณะกรรมการแต่งตั้งตามวรรคสามมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๔ วรรคสาม และวรรคสี่ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การปฏิบัติหน้าที่ และการประชุมของคณะกรรมการบริหารด้วยโดยอนุโลม นอกจากประธานกรรมการบริหารซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการ จะดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารหรือกรรมการผู้จัดการในเวลาเดียวกันมิได้ การแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการให้เป็นไปตามมาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ให้คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกผู้ซึ่งมีความรู้ความชำนาญในกิจการของ บสท. เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการตามวรรคหนึ่ง นอกจากจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓ แล้ว ต้องไม่เป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือกรรมการของสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้แก่ บสท. ตามพระราชกำหนดนี้ และต้องไม่เป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้างของบุคคลใด การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การกำหนดเงื่อนไขอื่นในการทดลองปฏิบัติงานหรือการทำงาน และการประเมินผลการทำงานในหน้าที่กรรมการผู้จัดการให้เป็นไปตามสัญญาจ้างที่คณะกรรมการกำหนดโดยให้มีอายุการจ้างคราวละไม่เกินสี่ปี และเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาจ้างคณะกรรมการจะต่ออายุสัญญาจ้างอีกก็ได้ แต่ต้องไม่เกินสองคราวติดต่อกัน ในการว่าจ้างกรรมการผู้จัดการ ให้ประธานกรรมการเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้างในนามของ บสท.

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ตลอดจนกำหนดกรอบและวิธีการในการบริหารงานตามนโยบายของคณะกรรมการในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (๑) อนุมัติหรือวินิจฉัยสั่งการในการดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้และการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้ การจำหน่ายทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน การชำระบัญชีของลูกหนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด (๒) ติดตามและประเมินผลการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและการดำเนินงานทั่วไป เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย กรอบและวิธีการที่วางไว้ (๓) แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ เพื่อปฏิบัติการใด ๆ แทนคณะกรรมการบริหาร (๔) อนุมัติการแต่งตั้งพนักงานระดับบริหาร (๕) ว่าจ้างบุคคลอื่นเพื่อดำเนินการในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (๖) จัดให้มีระบบข้อมูลและจัดหาข้อมูลที่จำเป็นให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง (๗) จัดหาแหล่งเงินทุนและพันธมิตรร่วมทุน เพื่อประโยชน์ในการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้ (๘) รายงานผลการดำเนินงานในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพต่อคณะกรรมการ ทุกรอบสามเดือน (๙) รับผิดชอบและดำเนินการต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้กรรมการผู้จัดการรับผิดชอบในการบริหารงานของ บสท. และมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่กำหนดในระเบียบหรือข้อบังคับของคณะกรรมการ รวมทั้งปฏิบัติการอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการหรือคณะกรรมการบริหาร

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้กรรมการผู้จัดการเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานและลูกจ้างของ บสท. และมีอำนาจบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน เลื่อนขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือน หรือลดเงินเดือน ตลอดจนลงโทษทางวินัยแก่พนักงานและลูกจ้าง ทั้งนี้ ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการบริหารกำหนด

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ในกิจการของ บสท. ที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้กรรมการผู้จัดการเป็นผู้แทนของ บสท. และเพื่อการนี้ กรรมการผู้จัดการจะมอบอำนาจให้พนักงานหรือลูกจ้างของ บสท. กระทำกิจการเป็นการทั่วไปหรือเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ เพื่อประโยชน์แก่การกำกับควบคุมและการตรวจสอบกิจการภายในของ บสท. ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบไม่เกินห้าคน เพื่อตรวจสอบการดำเนินกิจการของ บสท. และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ กรรมการตรวจสอบ ที่ปรึกษาและอนุกรรมการ ได้รับเงินเดือนหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ให้บุคคลตามมาตรา ๒๗ ตลอดจนพนักงานและลูกจ้างของ บสท. ซึ่งดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้ ไม่ต้องรับผิดในการกระทำของตน เมื่อได้ใช้ความระมัดระวังตามวิสัยของผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวแล้ว เว้นแต่เป็นกรณีฝ่าฝืนกฎหมาย ทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการและคณะกรรมการบริหารรวมตลอดทั้งกรรมการผู้จัดการ ต้องคำนึงถึงความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ต้นทุนในการดำเนินการของ บสท. ประกอบกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่สุจริต และการเสริมสร้างให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเริ่มต้นประกอบกิจการใหม่ หรือประกอบกิจการเดิมต่อไปเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศเป็นส่วนรวม เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง และนอกจากที่ได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในพระราชกำหนดนี้แล้ว การโอนทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของ บสท. ให้แก่บุคคลใดหรือรับโอนทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของบุคคลใดมาเป็นของ บสท. การที่ บสท. มีรายได้จากการใด ๆ หรือการดำเนินการของ บสท. ก่อให้เกิดรายได้แก่บุคคลใด อันมิได้มีลักษณะเป็นเงินเดือน ค่าจ้างหรือรายได้อื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด ถ้ามีกฎหมาย เทศบัญญัติ ข้อบัญญัติ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศใด ๆ กำหนดให้ต้องเสียภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือค่าฤชาธรรมเนียมใด ๆ ให้ บสท. และบุคคลดังกล่าว ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือค่าฤชาธรรมเนียมนั้น การโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้แก่ บสท. หลักเกณฑ์การโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).