法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. 2544

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
55
มาตรา อารัมภบท

พระราชกำหนด

พระราชกำหนด

บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย

พ.ศ. ๒๕๔๔

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔

เป็นปีที่ ๕๖ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย

พระราชกำหนดนี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๘ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑๘

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกำหนดนี้เรียกว่า “พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย

พ.ศ. ๒๕๔๔”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ในพระราชกำหนดนี้

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า

(๑)

ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ แต่ไม่รวมถึงสาขาของธนาคารต่างประเทศ

(๒)

บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ และให้หมายความรวมถึงบริษัทเงินทุนที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ด้วย

(๓)

นิติบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

“บริษัทบริหารสินทรัพย์”

หมายความว่า บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์

“สินทรัพย์” หมายความว่า

สิทธิเรียกร้องของสถาบันการเงินที่มีต่อลูกหนี้ของตน ในมูลหนี้อันเกิดจากการให้สินเชื่อ

การให้กู้ยืมเงิน หรือการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน และสิทธิเรียกร้องในลักษณะดังกล่าวที่บริษัทบริหารสินทรัพย์รับโอนมาจากสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์

“สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ” หมายความว่า

สินทรัพย์ที่มีลักษณะเป็นสินทรัพย์ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

หรือเป็นสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์

และกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

“กองสินทรัพย์” หมายความว่า

กองสินทรัพย์ที่มีการจัดแบ่งตามมาตรา ๕๔

“กองทุนฟื้นฟู” หมายความว่า

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย

“แผน” หมายความว่า แผนปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้

“ผู้บริหารของลูกหนี้”

ในกรณีบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด หมายความว่า

คณะกรรมการของบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด และรวมตลอดถึงที่ปรึกษาและพนักงานที่คณะกรรมการดังกล่าวเป็นผู้แต่งตั้งการดำเนินงานของบริษัทนั้น

และในกรณีห้างหุ้นส่วนจำกัด หมายความว่า หุ้นส่วนผู้จัดการ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย

“กรรมการ” หมายความว่า

กรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย

“กรรมการผู้จัดการ” หมายความว่า

กรรมการผู้จัดการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกำหนดนี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้

การจัดตั้งและเงินทุน

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้จัดตั้งบรรษัทขึ้นเรียกว่า “บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย” เรียกโดยย่อว่า “บสท.”

ให้ บสท. เป็นนิติบุคคล

มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ บสท.

ตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใกล้เคียง และจะตั้งสาขา ณ

ที่ใดภายในราชอาณาจักรก็ได้ แต่การตั้งสาขาต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีก่อน

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้ บสท.

มีวัตถุประสงค์ในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์

ปรับโครงสร้างหนี้ และปรับโครงสร้างกิจการ ทั้งนี้ โดยการรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์

รวมตลอดทั้งสิทธิอื่นใดเหนือทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันการชำระหนี้สำหรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพนั้น

หรือโดยการใช้มาตรการอื่นใดเพื่อประโยชน์แก่การฟื้นฟูเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ บสท.

มีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง

(๑)

ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย

จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง

แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใด ๆ

เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งในและนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้

(๒)

จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจใด ๆ อันเกี่ยวกับลูกหนี้ซึ่งรับโอนมา

ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

(๓)

เข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่นหรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด

หรือนิติบุคคลอื่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

(๔)

ค้ำประกันสินเชื่อแก่ลูกหนี้ซึ่งรับโอนมา หรือรับรอง รับอาวัลหรือสอดเข้าแก้หน้าในตั๋วเงิน

(๕) กู้หรือยืมเงิน

(๖) ออกหุ้นกู้ ตั๋วเงิน

หรือตราสารหนี้

(๗) ให้กู้ยืมเงินแก่ลูกหนี้ซึ่งรับโอนมา

(๘)

ลงทุนในพันธบัตรหรือตราสารของรัฐบาล หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือในหน่วยลงทุนในกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(๙) ซื้อ ซื้อลด

หรือรับช่วงซื้อลดตราสารแห่งหนี้ หรือรับโอนสิทธิเรียกร้อง

(๑๐) กระทำการอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดการให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของ

บสท.

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้กำหนดทุนประเดิมของ บสท. เป็นจำนวนหนึ่งพันล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวนหนึ่งร้อยล้านหุ้น

มีมูลค่าหุ้นละสิบบาท โดยให้กองทุนฟื้นฟูเป็นผู้ซื้อหุ้นดังกล่าวทั้งหมด

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ การเพิ่มทุนของ

บสท. ให้กระทำได้โดยการออกหุ้นใหม่ ทั้งนี้ โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี

บสท.

อาจเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ก็ได้ การเข้าชื่อซื้อหุ้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขที่ บสท. กำหนด ทั้งนี้ มิให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาใช้บังคับ

เพื่อประโยชน์ในการเสนอขายหุ้นตามวรรคสอง

บสท. อาจกำหนดราคาหุ้นที่จำหน่ายสูงกว่ามูลค่าหุ้นก็ได้ และให้ บสท.

ลงโฆษณารายละเอียดเกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับ

เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามวัน

ในกรณีที่มีผู้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนไม่หมด

เหลือเท่าใดให้กองทุนฟื้นฟูซื้อไว้

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ไม่ให้นำกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองมาใช้บังคับแก่การดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ

บสท. ตามพระราชกำหนดนี้และการออกระเบียบหรือข้อบังคับ คำสั่ง คำวินิจฉัย การอนุญาต

และการกระทำอื่นใดของคณะกรรมการและคณะกรรมการบริหาร

อันเกี่ยวกับการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามพระราชกำหนดนี้

คณะกรรมการและการบริหาร

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการบรรษัทบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย” ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่ง กรรมการอื่นอีกไม่เกินสิบเอ็ดคนซึ่งรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

โดยในจำนวนนี้ต้องแต่งตั้งจากผู้แทนของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหนึ่งคน

สภาหอการค้าไทยแห่งประเทศไทยหนึ่งคน สมาคมธนาคารไทยหนึ่งคน

และประธานกรรมการบริหารเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

คณะกรรมการจะแต่งตั้งบุคคลใดทำหน้าที่เลขานุการของคณะกรรมการก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้เป็นกรรมการ

(๑) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย

(๒)

เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๓) เป็นข้าราชการการเมือง

หรือเป็นผู้มีตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง หรือเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง

(๔)

เป็นหรือเคยเป็นลูกหนี้ในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและยังไม่พ้นสิบปีนับแต่สถานะเช่นนั้นยุติลง

(๕)

เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

กรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละหกปี

ในวาระเริ่มแรกเมื่อกรรมการดำรงตำแหน่งครบสามปี

ให้ออกจากตำแหน่งกึ่งหนึ่ง โดยวิธีจับสลาก

ถ้าจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นกึ่งหนึ่งไม่ได้ ให้ออกโดยจำนวนใกล้เคียงที่สุดแต่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน

อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ ซึ่งได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว

เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง

หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่

ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่อง

หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ

(๔) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้กรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานชั่วคราว

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องซึ่งที่ประชุมพิจารณาให้แจ้งการมีส่วนได้เสียของตนให้คณะกรรมการทราบล่วงหน้าก่อนการประชุม

และห้ามมิให้ผู้นั้นเข้าร่วมประชุมพิจารณาในเรื่องดังกล่าว

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและกำกับดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของ

บสท. ภายในขอบวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง

(๑) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล

เงินตอบแทน และค่าใช้จ่ายอื่นของ บสท.

(๒)

กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การเงิน ทรัพย์สิน และการบัญชี รวมทั้ง

การตรวจสอบและสอบบัญชีภายในของ บสท.

(๓)

กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานและการดำเนินกิจการของ บสท.

(๔) กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น

หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น

(๕) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

เงื่อนไข และกระบวนการในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

(๖) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการรับรู้และคำนวณผลกำไรหรือผลขาดทุนของการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ

บสท.

(๗)

พิจารณาให้ความเห็นชอบงบประมาณของ บสท.

(๘) แต่งตั้งที่ปรึกษา

คณะที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการเพื่อดำเนินการใด ๆ แทนคณะกรรมการ

(๙) ออกข้อบังคับหรือหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับการบริหารงานหรือดำเนินกิจการของ

บสท.

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารคณะหนึ่งประกอบด้วย

ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการบริหารอื่นอีกไม่เกินสามคน และให้กรรมการผู้จัดการเป็นกรรมการบริหารโดยตำแหน่ง

ในการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร

ให้กระทรวงการคลังเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งสองคน ธนาคารแห่งประเทศไทย

กองทุนฟื้นฟู สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

เสนอชื่อหน่วยงานละหนึ่งคน และสถาบันการเงินเอกชนร่วมกันเสนอชื่อสองคนผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา

๑๓

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ให้คณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งกรรมการบริหารจากรายชื่อของผู้ได้รับการเสนอตามมาตรา

๑๙ โดยจะต้องแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) ประธานกรรมการบริหารหนึ่งคน

ให้แต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกองทุนฟื้นฟู

(๒) กรรมการบริหารอื่น

(ก)

ให้แต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย

และกองทุนฟื้นฟูหนึ่งคน

(ข)

ให้แต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยหนึ่งคน

และ

(ค) ให้แต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากสถาบันการเงินเอกชนหนึ่งคน

ให้กรรมการบริหารที่คณะกรรมการแต่งตั้งตามวรรคสามมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี

และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๔ วรรคสาม และวรรคสี่ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗

มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การปฏิบัติหน้าที่ และการประชุมของคณะกรรมการบริหารด้วยโดยอนุโลม

นอกจากประธานกรรมการบริหารซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการ

จะดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารหรือกรรมการผู้จัดการในเวลาเดียวกันมิได้

การแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการให้เป็นไปตามมาตรา

๒๑

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ให้คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกผู้ซึ่งมีความรู้ความชำนาญในกิจการของ บสท.

เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ

กรรมการผู้จัดการตามวรรคหนึ่ง

นอกจากจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓ แล้ว ต้องไม่เป็นพนักงาน ลูกจ้าง

หรือกรรมการของสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้แก่

บสท. ตามพระราชกำหนดนี้ และต้องไม่เป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ กรรมการ

พนักงานหรือลูกจ้างของบุคคลใด

การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง

การกำหนดเงื่อนไขอื่นในการทดลองปฏิบัติงานหรือการทำงาน และการประเมินผลการทำงานในหน้าที่กรรมการผู้จัดการให้เป็นไปตามสัญญาจ้างที่คณะกรรมการกำหนดโดยให้มีอายุการจ้างคราวละไม่เกินสี่ปี

และเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาจ้างคณะกรรมการจะต่ออายุสัญญาจ้างอีกก็ได้

แต่ต้องไม่เกินสองคราวติดต่อกัน

ในการว่าจ้างกรรมการผู้จัดการ

ให้ประธานกรรมการเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้างในนามของ บสท.

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

ตลอดจนกำหนดกรอบและวิธีการในการบริหารงานตามนโยบายของคณะกรรมการในเรื่องต่าง ๆ

ดังต่อไปนี้

(๑) อนุมัติหรือวินิจฉัยสั่งการในการดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้และการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้

การจำหน่ายทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน การชำระบัญชีของลูกหนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

(๒)

ติดตามและประเมินผลการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและการดำเนินงานทั่วไป

เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย กรอบและวิธีการที่วางไว้

(๓) แต่งตั้งที่ปรึกษา

คณะที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ เพื่อปฏิบัติการใด ๆ แทนคณะกรรมการบริหาร

(๔)

อนุมัติการแต่งตั้งพนักงานระดับบริหาร

(๕)

ว่าจ้างบุคคลอื่นเพื่อดำเนินการในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

(๖)

จัดให้มีระบบข้อมูลและจัดหาข้อมูลที่จำเป็นให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง

(๗)

จัดหาแหล่งเงินทุนและพันธมิตรร่วมทุน เพื่อประโยชน์ในการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้

(๘)

รายงานผลการดำเนินงานในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพต่อคณะกรรมการ ทุกรอบสามเดือน

(๙) รับผิดชอบและดำเนินการต่าง ๆ

ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ให้กรรมการผู้จัดการรับผิดชอบในการบริหารงานของ บสท. และมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่กำหนดในระเบียบหรือข้อบังคับของคณะกรรมการ

รวมทั้งปฏิบัติการอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการหรือคณะกรรมการบริหาร

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ให้กรรมการผู้จัดการเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานและลูกจ้างของ บสท.

และมีอำนาจบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน เลื่อนขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือน

หรือลดเงินเดือน ตลอดจนลงโทษทางวินัยแก่พนักงานและลูกจ้าง ทั้งนี้

ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการบริหารกำหนด

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ในกิจการของ

บสท. ที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้กรรมการผู้จัดการเป็นผู้แทนของ บสท.

และเพื่อการนี้ กรรมการผู้จัดการจะมอบอำนาจให้พนักงานหรือลูกจ้างของ บสท.

กระทำกิจการเป็นการทั่วไปหรือเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ เพื่อประโยชน์แก่การกำกับควบคุมและการตรวจสอบกิจการภายในของ

บสท. ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบไม่เกินห้าคน เพื่อตรวจสอบการดำเนินกิจการของ

บสท. และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗

ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการบริหาร

กรรมการผู้จัดการ กรรมการตรวจสอบ ที่ปรึกษาและอนุกรรมการ ได้รับเงินเดือนหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘

ให้บุคคลตามมาตรา ๒๗ ตลอดจนพนักงานและลูกจ้างของ บสท. ซึ่งดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้

ไม่ต้องรับผิดในการกระทำของตน เมื่อได้ใช้ความระมัดระวังตามวิสัยของผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวแล้ว

เว้นแต่เป็นกรณีฝ่าฝืนกฎหมาย ทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙

การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการและคณะกรรมการบริหารรวมตลอดทั้งกรรมการผู้จัดการ

ต้องคำนึงถึงความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

ต้นทุนในการดำเนินการของ บสท. ประกอบกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่สุจริต

และการเสริมสร้างให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเริ่มต้นประกอบกิจการใหม่ หรือประกอบกิจการเดิมต่อไปเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศเป็นส่วนรวม

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

และนอกจากที่ได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในพระราชกำหนดนี้แล้ว

การโอนทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของ บสท. ให้แก่บุคคลใดหรือรับโอนทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของบุคคลใดมาเป็นของ

บสท. การที่ บสท. มีรายได้จากการใด ๆ หรือการดำเนินการของ บสท.

ก่อให้เกิดรายได้แก่บุคคลใด อันมิได้มีลักษณะเป็นเงินเดือน ค่าจ้างหรือรายได้อื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

ถ้ามีกฎหมาย เทศบัญญัติ ข้อบัญญัติ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศใด ๆ

กำหนดให้ต้องเสียภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือค่าฤชาธรรมเนียมใด ๆ ให้ บสท.

และบุคคลดังกล่าว ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอากร

ค่าธรรมเนียมหรือค่าฤชาธรรมเนียมนั้น

การโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้แก่ บสท.

หลักเกณฑ์การโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐

ให้สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีกองทุนฟื้นฟู หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจแห่งใดแห่งหนึ่งหรือรวมกันเป็นผู้ถือหุ้นเกินร้อยละห้าสิบของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วโอนสินทรัพย์ที่จัดเป็นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๓ ทั้งหมดให้แก่ บสท. ภายในเวลาที่ บสท. กำหนด

สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ต้องโอนมาตามวรรคหนึ่ง

ได้แก่สินทรัพย์ดังต่อไปนี้

(๑) สินทรัพย์จัดชั้นสูญ

(๒) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ

(๓) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย

(๔)

สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน

สินทรัพย์ด้อยคุณภาพตาม (๑) และ

(๒) คณะกรรมการบริหารโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ จะกำหนดให้โอนมาแต่เฉพาะสินทรัพย์ที่มีเจ้าหนี้เกินหนึ่งรายก็ได้

แต่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้หรือผู้รับโอนหนี้จากสถาบันการเงิน

แล้วแต่กรณี ต้องรายงานการดำเนินการเกี่ยวกับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เหลือให้ บสท.

ทราบตามเวลาที่ บสท. กำหนด และ บสท. จะสั่งให้สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ดังกล่าวโอนสินทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือบางรายให้แก่

บสท. เมื่อใดก็ได้

ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรจะกำหนดให้สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ตามวรรคหนึ่งโอนสินทรัพย์ตาม

(๓) และ (๔) เฉพาะบางส่วน และโอนสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษเฉพาะรายให้แก่

บสท. ก็ได้

สินทรัพย์ด้อยคุณภาพตาม (๑)

ที่โอนมา หากเป็นสินทรัพย์จัดชั้นสูญที่ตัดออกจากบัญชีแล้ว

หรือที่ไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน ให้ถือว่าไม่มีมูลค่า และให้ บสท. ตรวจสอบการดำเนินการของสถาบันการเงินที่โอนสินทรัพย์เช่นว่านั้นว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย

ระเบียบ หรือข้อบังคับของสถาบันการเงินนั้นหรือของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่

เพื่อรายงานให้ธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินคดีต่อผู้รับผิดชอบต่อไป

สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ต้องโอนมาตามวรรคหนึ่ง

ให้รวมถึงสินทรัพย์ที่มีการฟ้องคดี อยู่ในศาลโดยศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาด้วย

โดยให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เว้นแต่ บสท. จะยื่นคำร้องขอเป็นอย่างอื่น

แต่ไม่รวมถึงสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวหรือเด็ดขาดหรือให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว

สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ลูกหนี้ถูกศาลล้มละลายสั่งฟื้นฟูกิจการแต่ยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการนั้น

ถ้าลูกหนี้และผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการร่วมกันร้องขอโดยมีเหตุอันสมควร

ศาลจะสั่งให้ดำเนินการฟื้นฟูกิจการต่อไปโดยไม่สั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความก็ได้

แต่ต้องยื่นคำร้องขอเสียภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ

คดีที่ศาลสั่งจำหน่ายออกจากสารบบความตามวรรคหก

ถ้าอายุความฟ้องร้องยังเหลืออยู่ไม่ถึงห้าปีนับแต่วันจำหน่ายคดี

ให้ขยายอายุความออกไปเป็นห้าปีนับแต่วันที่ศาลสั่งจำหน่ายคดี

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ บสท.

จะรับโอนสินทรัพย์จากสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์อื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในมาตรา

๓๐ ก็ได้ แต่ต้องเป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ที่มีอยู่ ณ

วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๓ เฉพาะที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกันการชำระหนี้

(๒)

เป็นสินทรัพย์ที่มีลูกหนี้เป็นนิติบุคคลและมีเจ้าหนี้เป็นสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ตั้งแต่สองรายขึ้นไป

ไม่ว่าจะมีบุคคลธรรมดาเป็นลูกหนี้ในฐานะผู้ค้ำประกันด้วยหรือไม่ก็ตาม

(๓)

มูลค่าของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามบัญชีของทุกสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์รวมกันสำหรับลูกหนี้แต่ละรายเป็นจำนวนเงินตั้งแต่ห้าล้านบาทขึ้นไป

และ

(๔)

สินทรัพย์ด้อยคุณภาพนั้นยังมิได้มีความตกลงเป็นหนังสือปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ

และมิได้เป็นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ลูกหนี้ถูกศาลมีคำสั่งให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลายแล้วก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ

ในการรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามวรรคหนึ่ง

คณะกรรมการจะกำหนดให้รับโอนเฉพาะสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง (๑) หรือ

(๒) หรือสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง (๓) และ (๔)

ซึ่งเปลี่ยนไปเป็นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง (๑) หรือ (๒)

ในวันหรือก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับก็ได้

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ใดประสงค์จะโอนสินทรัพย์ตามมาตรา ๓๑

ให้แก่ บสท. ต้องมีหนังสือแจ้งให้ บสท. ทราบและโอนสินทรัพย์ให้ บสท. ภายในเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

เมื่อแจ้งความประสงค์การโอนสินทรัพย์ตามวรรคหนึ่งแล้ว

จะเพิกถอนมิได้

การโอนสินทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง

สถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องโอนสินทรัพย์ที่มีลักษณะตามมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง

แล้วแต่กรณี ทั้งหมดให้แก่ บสท. และให้นำความในมาตรา ๓๐ วรรคหก วรรคเจ็ด

และวรรคแปด มาใช้บังคับกับสินทรัพย์ที่ต้องโอนมาด้วยโดยอนุโลม

สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ต้องโอนมาตามวรรคสาม

ให้รวมถึงหนี้ของนิติบุคคลอื่นที่นิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ตามมาตรา ๓๑ (๒)

หรือผู้ถือหุ้นส่วนข้างมากของนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ดังกล่าวมีหุ้นอยู่เกินร้อยละห้าสิบ

และหนี้ที่ผู้บริหารของลูกหนี้หรือบุคคลอื่นยอมตนเข้าเป็นหนี้เพื่อประโยชน์ของลูกหนี้หรือของนิติบุคคลอื่นนั้น

หรือเพื่อชำระหนี้หรือดอกเบี้ยของลูกหนี้หรือของนิติบุคคลอื่นนั้นด้วย

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓

ลูกหนี้ของสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ผู้ใดเห็นว่า หนี้ที่ตนมีอยู่กับสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์มีลักษณะตามมาตรา

๓๑ และสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ซึ่งโอนสินทรัพย์มาให้ บสท.

มิได้โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายของตนมาด้วย ให้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ

เพื่อพิจารณาสั่งการให้ บสท. ดำเนินการแจ้งให้สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพดังกล่าวมาภายในเวลาที่

บสท. กำหนด

สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ใดไม่โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามคำสั่งของ

บสท. ตามวรรคหนึ่ง ให้จ่ายค่าชดเชยเป็นรายวัน วันละห้าแสนบาท เงินจำนวนดังกล่าวให้นำมาลดหย่อนหนี้ของลูกหนี้นั้น

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔

การโอนสินทรัพย์ให้แก่ บสท. ตามมาตรา ๓๐ ไม่ทำให้ความผิดที่ผู้บริหารของสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ได้กระทำไว้เป็นอันลบล้างไป

ในการดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้

หาก บสท. พบว่าสินทรัพย์รายใดเกิดขึ้นโดยการกระทำความผิดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารพาณิชย์

หรือกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ให้แจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ เพื่อดำเนินการสอบสวนและดำเนินการต่อไปตามอำนาจหน้าที่

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕

ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งข้อมูลที่มีอยู่เกี่ยวกับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา

๓๐ และมาตรา ๓๑ ให้แก่ บสท. และสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ทราบโดยไม่ชักช้า

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖

เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่งแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งการให้สถาบันการเงินที่มิได้โอนสินทรัพย์ให้แก่

บสท. ตามมาตรา ๓๑ ดำเนินการประเมินราคาหลักประกันที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพโดยผู้ประเมินราคาอิสระที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าว

และดำเนินการให้สถาบันการเงินกันเงินสำรองไว้สำหรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทุกประเภทตามมาตรา

๓๐ ให้ครบร้อยละร้อยของมูลค่าสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามบัญชีเมื่อหักราคาหลักประกันดังกล่าวออกแล้ว

ทั้งนี้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาการประเมินดังกล่าว

ในกรณีที่หลักประกันรายใดได้รับการประเมินราคามาไม่ถึงหนึ่งปี

ธนาคารแห่งประเทศไทยจะผ่อนผันให้ไม่ต้องประเมินราคาใหม่ก็ได้

ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับบริษัทบริหารสินทรัพย์

ในส่วนที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่บริษัทบริหารสินทรัพย์นั้นรับโอนมาภายหลังวันที่

๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๓ ด้วย โดยอนุโลม

เว้นแต่เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่กองทุนฟื้นฟูมีสัญญาร่วมรับผิดชอบในผลกำไรหรือขาดทุนของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้น

ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗

ในการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้แก่ บสท. ให้สิทธิเรียกร้อง สิทธิหรือภาระผูกพันอื่นใดทั้งหมดที่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์มีต่อลูกหนี้โอนไปเป็นของ

บสท. ด้วยโดยสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องแจ้งข้อมูลต่าง ๆ

เกี่ยวกับสิทธิเรียกร้อง สิทธิหรือภาระผูกพันอื่นใดให้ บสท. ทราบโดยละเอียด

ถ้าข้อมูลที่แจ้งตามวรรคหนึ่งไม่ครบถ้วนและเป็นเหตุให้

บสท. ได้รับความเสียหายในภายหลังสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายดังกล่าวตามสัดส่วนแห่งการกระทำ

โดย บสท. จะหักกลบลบหนี้จากเงินกำไรที่จัดสรรให้แก่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ในส่วนของสินทรัพย์นั้นก็ได้

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘

ก่อนที่จะมีการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพใดให้แก่ บสท. ให้ บสท. ลงโฆษณารายการหรือรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับ

เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามวันหรือจะบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้แต่ละรายก็ได้

และให้ถือว่าเป็นการบอกกล่าวการโอนตามมาตรา ๓๐๖

แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙

เมื่อมีการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพใดให้แก่ บสท. แล้ว ให้ บสท. ออกหลักฐานการรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้แก่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์

และให้ถือว่าการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมีผลผูกพันบุคคลภายนอก ผู้จำนอง

ผู้จำนำและผู้ค้ำประกัน นับแต่วันที่ บสท. ออกหลักฐานดังกล่าว

ในการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ บสท.

จะดำเนินการรับโอนโดยทำเป็นเอกสารการโอน พร้อมทั้งรายละเอียดแห่งสินทรัพย์ที่โอนและรายการเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งปวง

ตามแบบที่ บสท. กำหนด

โดยมอบหมายให้สถาบันการเงินผู้โอนยังคงเก็บรักษาเอกสารที่เกี่ยวข้องดังกล่าวไว้ที่สถาบันการเงินนั้นก็ได้

ในกรณีที่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ได้รับมอบหมายให้เก็บรักษาเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้

สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องดูแลรักษาเอกสารดังกล่าวให้เรียบร้อยในสภาพที่ดีตามวิสัยของวิญญูชนพึงกระทำกับทรัพย์สินของตน

และในกรณีที่ บสท.

จ่ายค่าดูแลรักษาเอกสารให้สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องรับผิดชอบในความสูญหายหรือเสียหายของเอกสารเหล่านั้น

และหนี้ที่ไม่อาจเรียกเก็บได้อันเนื่องมาจากการสูญหายหรือเสียหายของเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยเต็มจำนวน

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐

สิทธิเรียกร้องเหนือทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน

เมื่อ บสท. แสดงสำเนาหลักฐานการรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามมาตรา ๓๙

ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนให้แก่ บสท.

ทันที และให้ถือว่ามีผลผูกพันบุคคลภายนอกนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน

ทั้งนี้ โดยให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนดังกล่าว

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑

ภายใต้บังคับมาตรา ๓๐ ในคดีที่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ฟ้องเป็นคดีต่อศาลเกี่ยวกับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่

บสท. รับโอนมาตามพระราชกำหนดนี้ ให้ บสท. เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน ในการนี้

บสท. อาจคัดค้านเอกสารที่ได้ยื่นไว้แล้ว ถามค้านหรือคัดค้านพยานที่สืบไปแล้วได้

ในกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาบังคับคดีตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้ บสท. เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้น

ให้ บสท.

ได้รับยกเว้นบรรดาค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการยึด การขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒

ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่จำนองหรือจำนำไว้เป็นประกันหนี้ในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่

บสท. รับโอนมา ลูกหนี้และ บสท. อาจตกลงตีราคาโอนชำระหนี้ให้แก่ บสท. โดยไม่ต้องมีการฟ้องบังคับคดีก็ได้

ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ในกรณีเช่นนี้ให้ลูกหนี้และผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นความรับผิดจากหนี้รายนั้น

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓

ให้การโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ การโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันสำหรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

และการโอนทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการปรับโครงสร้างหนี้หรือการปรับโครงสร้างกิจการตามพระราชกำหนดนี้

ที่ บสท. เป็นผู้รับโอนหรือเป็นผู้โอน ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีอากรตามกฎหมายทั้งปวง

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ บสท.

จะมอบหมายให้สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เดิมเป็นตัวแทนเรียกเก็บและรับชำระหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้หรือที่มีการปรับโครงสร้างกิจการแล้วได้ตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

ในกรณีที่ตัวแทนเรียกเก็บและรับชำระหนี้เป็นบุคคลอื่นซึ่งมิใช่เจ้าหนี้เดิม

ให้ บสท. แจ้งให้ลูกหนี้ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้มีการแต่งตั้งตัวแทนดังกล่าว

ถ้าลูกหนี้ได้ชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้เดิมไปแล้วก่อนได้รับแจ้ง ให้ถือว่า บสท.

ได้รับชำระหนี้แล้ว และให้ บสท. ดำเนินการเรียกเงินคืนจากเจ้าหนี้เดิมต่อไป

ราคาของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕

มูลค่าของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามบัญชี ให้ถือเอาจำนวนหนี้เงินต้นค้างชำระ ณ

วันโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ รวมกับดอกเบี้ยค้างชำระเป็นระยะเวลาไม่เกินสามเดือนก่อนวันโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

ราคาที่ บสท.

จะชำระให้แก่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์สำหรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพแต่ละรายที่รับโอนมา

ให้เป็นดังนี้

(๑) ในกรณีเป็นการโอนตามมาตรา ๓๐

ให้มีราคาเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพดังกล่าว

โดยไม่รวมการประกันด้วยบุคคล ในกรณีไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกันให้มีราคาตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

(๒) ในกรณีเป็นการโอนตามมาตรา ๓๑ ให้มีราคาเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพดังกล่าว

โดยไม่รวมการค้ำประกันด้วยบุคคล แต่ทั้งนี้ราคาดังกล่าวต้องไม่เกินมูลค่าสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามบัญชีตามวรรคหนึ่งหักด้วยเงินสำรองที่ต้องตั้งไว้ตามกฎหมายหรือตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ในกรณีที่ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันเป็นที่ดิน

ให้มีมูลค่าเท่ากับราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อใช้ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับอสังหาริมทรัพย์

และถ้าเป็นทรัพย์สินอื่นให้มีการประเมินราคาตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

สถาบันการเงิน บริษัทบริหารสินทรัพย์

หรือ บสท. อาจขอให้มีการประเมินราคาตามวรรคสามใหม่โดยยื่นเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งราคา

และคณะกรรมการจะกำหนดให้ทำการประเมินราคาใหม่โดยผู้ประเมินราคาอิสระที่ บสท.

เห็นชอบก็ได้ โดยให้ผู้ขอให้มีการประเมินราคาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการประเมิน

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ให้ บสท.

ชำระราคาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้แก่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์

โดยออกตราสารหนี้ซึ่งเปลี่ยนมือไม่ได้และมีกำหนดใช้เงินเมื่อสิ้นระยะเวลาสิบปีนับแต่วันที่ออกตราสารหนี้นั้น

แต่ทั้งนี้ บสท. อาจใช้สิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดได้

ให้กองทุนฟื้นฟูค้ำประกันตราสารหนี้ตามวรรคหนึ่ง

และให้ บสท. กำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับตราสารหนี้ดังกล่าวไม่เกินอัตราเฉลี่ยของเงินฝากทุกประเภทของธนาคารพาณิชย์ห้าแห่ง

ตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยให้ชำระดอกเบี้ยทุกสิ้นปี

การแบ่งปันผลกำไรและการรับผิดชอบในผลขาดทุน

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗

ให้มีการรับรู้ผลกำไรหรือขาดทุนจากการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ บสท.

ตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด โดยคิดคำนวณผลกำไรหรือขาดทุนจากราคาของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่

บสท. รับโอนมา หักด้วยต้นทุนในการรับโอนและค่าใช้จ่ายทั้งปวงในการดำเนินการของ

บสท. รวมทั้งดอกเบี้ยของตราสารหนี้ โดยให้คำนวณแยกตามสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่รับโอนมาจากแต่ละสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์

หรือแยกตามลูกหนี้แต่ละราย ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์

เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ให้สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ผู้โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมีความรับผิดชอบร่วมกับ

บสท. ในผลกำไรหรือขาดทุนจากการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ โดยคำนวณตามมาตรา ๔๗

เมื่อสิ้นปีที่ห้าและสิ้นปีที่สิบนับแต่วันที่ บสท. เปิดทำการ ทั้งนี้ ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในมาตรา

๕๐ และมาตรา ๕๑

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙

ในการคำนวณผลกำไรหรือขาดทุนตามมาตรา ๔๘ สำหรับสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์แต่ละรายให้รวมผลการบริหารจัดการสินทรัพย์สำหรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้นทุกรายการที่สามารถนำมาคำนวณได้

เมื่อได้กำไรหรือขาดทุนแล้วจึงให้ดำเนินการแบ่งปันผลกำไรหรือรับผิดชอบในผลขาดทุนตามมาตรา

๕๐ หรือมาตรา ๕๑ แล้วแต่กรณี

55 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. 2544 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_588d03bf69fb363f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com