我的書籤免費註冊

พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. 2544 ส่วนที่ ๒

มาตรา ๕๙–มาตรา ๗๓共 15 條

มาตรา ๕๙附則

มาตรา ๕๙ เมื่อมีกรณีดังต่อไปนี้ บสท. จะดำเนินการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้ก็ได้ (๑) ลูกหนี้เป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่ว่าจะมีบุคคลเป็นผู้ค้ำประกันด้วยหรือไม่ก็ตาม (๒) บสท. เป็นเจ้าหนี้ซึ่งมีจำนวนหนี้เกินร้อยละห้าสิบของมูลหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้ที่ปรากฏในงบดุลปีหลังสุดที่ลูกหนี้ยื่นต่อนายทะเบียน (๓) มีหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่ากิจการของลูกหนี้อยู่ในฐานะที่จะดำเนินการต่อไปได้ หรือการดำเนินกิจการต่อไปจะเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูหรือพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และ (๔) ลูกหนี้ให้ความยินยอมหรือแสดงความจำนงเป็นหนังสือให้มีการปรับโครงสร้างกิจการโดยยินยอมรับพันธะตามบทบัญญัติในส่วนนี้ การปรับโครงสร้างกิจการมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กิจการของลูกหนี้สามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีรายได้ที่จะนำมาชำระหนี้ตามที่กำหนดไว้ในแผน การจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบกิจการของลูกหนี้ ต้องเป็นไปเพื่อประสิทธิภาพในการประกอบกิจการของลูกหนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด การดำเนินการใด ๆ ที่มิใช่เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวจะกระทำมิได้ การปรับโครงสร้างกิจการอาจกระทำก่อนหรือหลังการปรับโครงสร้างหนี้ หรือจัดทำเป็นแผนเดียวกันก็ได้

มาตรา ๖๐附則

มาตรา ๖๐ เมื่อคณะกรรมการบริหารอนุมัติให้มีการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้แล้ว ให้ บสท. ดำเนินการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้โดยทันที

มาตรา ๖๑附則

มาตรา ๖๑ ในการปรับโครงสร้างกิจการ ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดทำแผน และให้ผู้จัดทำแผนเสนอแผนต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยต้องจัดทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่คณะกรรมการบริหารกำหนด ก่อนลงมือทำแผน ให้ผู้จัดทำแผนจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้จัดทำแผน ลูกหนี้ และเจ้าหนี้อื่น โดยแจ้งเป็นหนังสือให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้แต่ละรายตามหลักฐานเท่าที่มีอยู่ทราบ และลงโฆษณาในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามวัน โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ที่จะจัดให้มีการประชุม พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เจ้าหนี้จะต้องนำมาแสดง

มาตรา ๖๒附則

มาตรา ๖๒ แผนต้องมีรายละเอียดของรายการ วิธีการ และเป้าหมาย ระยะเวลาในการบริหารแผนและรายละเอียดอื่น ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนด และต้องกำหนดความรับผิดของผู้บริหารแผนตามมาตรา ๖๖ วรรคสามด้วย ระยะเวลาในการบริหารแผนต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ผู้บริหารแผนรับมอบกิจการจากผู้บริหารของลูกหนี้ ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งการปรับโครงสร้างกิจการให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ คณะกรรมการบริหารจะอนุมัติให้ขยายระยะเวลาการบริหารแผนต่อไปอีกได้ไม่เกินสามปี ถ้าลูกหนี้เห็นว่าแผนที่เสนอต่อคณะกรรมการบริหารมิได้เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕๙ วรรคสอง ลูกหนี้มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อสั่งให้ผู้ทำแผนแก้ไขปรับปรุงแผนใหม่เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้ และในกรณีที่คณะกรรมการบริหารอนุมัติแผนโดยมิได้ดำเนินการแก้ไขหรือในกรณีที่ลูกหนี้พบกรณีดังกล่าวเมื่อคณะกรรมการบริหารอนุมัติแผนแล้ว ให้ลูกหนี้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการบริหารหรือคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี วินิจฉัยสั่งการโดยเร็ว

มาตรา ๖๓附則

มาตรา ๖๓ เมื่อคณะกรรมการบริหารอนุมัติแผน หรือคณะกรรมการวินิจฉัยให้ความเห็นชอบแผนที่คณะกรรมการบริหารอนุมัติตามมาตรา ๖๒ แล้ว ให้ บสท. ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายเพื่อพิจารณาแผนดังกล่าว เมื่อศาลได้รับคำร้องแล้ว ให้ดำเนินการไต่สวนฝ่ายเดียวเป็นการด่วนเพื่อพิจารณาแผน และถ้าเห็นสมควรให้มีการดำเนินการตามแผน ให้ศาลมีคำสั่งอนุมัติแผน และให้ บสท. ลงโฆษณาคำสั่งนั้นในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับ เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามวัน หากไม่เห็นชอบด้วย ให้มีคำสั่งยกคำร้องและแจ้งให้ บสท. ทราบ คำสั่งศาลให้เป็นที่สุด การร้องขอต่อศาลตามมาตรานี้ ให้ บสท. ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมทั้งปวง

มาตรา ๖๔附則

มาตรา ๖๔ ในการบริหารแผน ให้ บสท. มีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ควบหรือรวมกิจการของลูกหนี้ เพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการของลูกหนี้ (๒) ยุบเลิกกิจการบางส่วนของลูกหนี้ (๓) ดำเนินการเพื่อให้เจ้าหนี้อื่นของลูกหนี้ซึ่งเข้าร่วมในการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้ได้รับชำระหนี้ (๔) ดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ

มาตรา ๖๕附則

มาตรา ๖๕ ถ้าผู้จัดทำแผนเสนอให้มีการควบหรือรวมกิจการของลูกหนี้ เพื่อประโยชน์ร่วมกันในการดำเนินกิจการหรือธุรกิจ ให้คณะกรรมการบริหารเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเพื่ออนุมัติให้มีการดำเนินการควบหรือรวมกิจการได้ ทั้งนี้ มิให้นำบทบัญญัติในลักษณะ ๒๒ หุ้นส่วนและบริษัทหมวด ๔ ส่วนที่ ๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และบทบัญญัติในหมวด ๑๒ การควบบริษัท แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ มาใช้บังคับแก่กรณีดังกล่าว ถ้าการดำเนินการตามวรรคหนึ่งมีผลกระทบอย่างสำคัญต่อการแข่งขันโดยเสรี ประโยชน์ของผู้บริโภค หรือการพัฒนาภาคการผลิตที่เกี่ยวข้อง ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน และให้ บสท. ดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๖๖附則

มาตรา ๖๖ เมื่อศาลมีคำสั่งอนุมัติแผนแล้ว ให้ บสท. แต่งตั้งผู้บริหารแผนและผู้กำกับดูแลการบริหารแผน และลงโฆษณาในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับ เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามวัน ในกรณีที่ลูกหนี้ให้ความร่วมมือในการดำเนินการของ บสท. และไม่ปรากฏพฤติการณ์อันแสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารของลูกหนี้กระทำการใดอันไม่สุจริต ให้ บสท. ดำเนินการให้ผู้จัดทำแผนปรึกษาหารือกับผู้บริหารของลูกหนี้อย่างใกล้ชิด และพิจารณาแต่งตั้งให้ผู้บริหารของลูกหนี้เป็นผู้บริหารแผนที่จัดทำขึ้น ทั้งนี้ ภายในความกำกับดูแลของบุคคลซึ่ง บสท. แต่งตั้งตามเงื่อนไขที่ บสท. กำหนด ในกรณีที่ผู้จัดทำแผนได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารแผน ถ้าการบริหารกิจการตามแผนที่ได้กำหนดขึ้นไม่เป็นผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผน ผู้บริหารแผนต้องรับผิดชอบตามที่กำหนดไว้ในแผน ในกรณีที่ผู้จัดทำแผนเป็นนิติบุคคล ถ้าประธานกรรมการ กรรมการ ผู้จัดการ ที่ปรึกษาหรือพนักงานของนิติบุคคลนั้น หรือนิติบุคคลอื่นที่นิติบุคคลผู้จัดทำแผนหรือบุคคลดังกล่าว ถือหุ้นอยู่แต่ละรายหรือหลายรายรวมกันตั้งแต่ร้อยละยี่สิบห้าขึ้นไป ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารแผน ให้ถือว่าเป็นกรณีที่ผู้จัดทำแผนได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารแผนตามวรรคสาม

มาตรา ๖๗附則

มาตรา ๖๗ เมื่อคณะกรรมการบริหารแต่งตั้งผู้บริหารแผนแล้ว ให้ผู้บริหารของลูกหนี้ส่งมอบทรัพย์สิน ดวงตรา สมุดบัญชี และเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สิน หนี้สิน และกิจการของลูกหนี้แก่ผู้บริหารแผนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้บริหารแผน เพื่อการนี้ ให้ผู้บริหารแผนมีอำนาจเรียกให้ผู้ครอบครองส่งมอบทรัพย์สิน ดวงตรา สมุดบัญชี และเอกสารข้างต้นแก่ตนได้ด้วย

มาตรา ๖๘附則

มาตรา ๖๘ เมื่อครบกำหนดเวลาตามมาตรา ๖๗ แล้ว ให้ผู้บริหารของลูกหนี้เป็นอันหมดอำนาจในการกระทำกิจการใด ๆ ในนามของลูกหนี้ โดยให้ผู้บริหารแผนมีอำนาจในการบริหารจัดการทั้งปวงที่เป็นของผู้บริหารของลูกหนี้เสมือนหนึ่งเป็นผู้บริหารของลูกหนี้ ให้ผู้บริหารของลูกหนี้ยังคงอยู่ในตำแหน่งตลอดระยะเวลาของการบริหารแผน แต่ไม่มีอำนาจกระทำการใด ๆ ในนามหรือเป็นการผูกพันลูกหนี้ และไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนใด ๆ ผู้บริหารของลูกหนี้มีสิทธิตั้งผู้แทนเพื่อทำหน้าที่ติดตามการทำงานของผู้บริหารแผน แต่จะกระทำการใดเป็นการขัดขวางการทำหน้าที่ของผู้บริหารแผนไม่ได้ และต้องให้ความช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกตามที่ผู้บริหารแผนร้องขอ ในกรณีที่ผู้แทนดังกล่าวขัดขวาง ไม่ช่วยเหลือหรือไม่อำนวยความสะดวก โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ผู้บริหารแผนโดยความเห็นชอบของ บสท. จะสั่งห้ามไม่ให้ผู้แทนดังกล่าวเข้ามาในที่ทำการหรือสถานที่อันอยู่ในความครอบครองของลูกหนี้ และขอให้มีการตั้งบุคคลอื่นเป็นตัวแทนก็ได้ ในระหว่างที่ยังไม่มีตัวแทนดังกล่าว ไม่เป็นการตัดอำนาจของผู้บริหารแผนที่จะบริหารแผนต่อไป

มาตรา ๖๙附則

มาตรา ๖๙ ในระหว่างระยะเวลาของการบริหารแผน นอกจากอำนาจในการบริหารจัดการตามมาตรา ๖๘ วรรคหนึ่งแล้ว ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้ตามที่กำหนดไว้ในแผน ให้ผู้บริหารแผนโดยอนุมัติของ บสท. มีอำนาจ (๑) ลดทุน เพิ่มทุน หรือจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน (๒) ปรับปรุงแก้ไขการบริหารงาน (๓) แต่งตั้งหรือถอดถอนพนักงานของลูกหนี้ทุกระดับ (๔) ดำเนินการควบกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนของลูกหนี้ (๕) โอนสิทธิตามสัญญา โอนหลักประกัน หรือโอนทรัพย์สินให้บุคคลอื่น (๖) ดำเนินการอื่นใดที่จำเป็น เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก บสท. แล้ว การกระทำใดตามวรรคหนึ่ง หากมีกฎหมายกำหนดให้ต้องมีมติหรือมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ถือว่าการอนุมัติของคณะกรรมการบริหารเป็นมติหรือมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น และในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้การดำเนินการนั้นต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ หรือแจ้งให้เจ้าหนี้หรือบุคคลอื่นใดทราบก่อน มิให้นำกฎหมายเช่นว่านั้นมาใช้บังคับ แต่ผู้บริหารแผนต้องลงโฆษณาการดำเนินการนั้นในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับ เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามวัน

มาตรา ๗๐附則

มาตรา ๗๐ ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลการบริหารแผนหรือผู้แทนของผู้บริหารของลูกหนี้ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๖๘ เห็นว่า ผู้บริหารแผนมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามแผน หรือกระทำการใดอันจะเป็นการเสียหายต่อลูกหนี้หรือเป็นการผิดวัตถุประสงค์ในการปรับโครงสร้างกิจการ ให้มีสิทธิทักท้วงเป็นหนังสือต่อผู้บริหารแผน โดยระบุพฤติกรรมแห่งการกระทำอันเป็นมูลเหตุแห่งการทักท้วงนั้น ให้ผู้บริหารแผนพิจารณาคำทักท้วงโดยปรึกษาหารือร่วมกันกับผู้กำกับดูแลการบริหารแผนและผู้แทนของผู้บริหารของลูกหนี้ ในกรณีที่ไม่อาจตกลงกันได้ ให้เสนอเรื่องให้ บสท. วินิจฉัย คำวินิจฉัยของ บสท. ให้เป็นที่สุด ในกรณีที่ บสท. เห็นว่าคำทักท้วงของผู้กำกับดูแลการบริหารแผนหรือผู้แทนผู้บริหารของลูกหนี้มีเหตุผลอันสมควร และการให้ผู้บริหารแผนปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจะเป็นการเสียหายต่อการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้ ให้ บสท. ดำเนินการให้มีการถอดถอนผู้บริหารแผนและแต่งตั้งผู้บริหารแผนใหม่ ผู้บริหารแผนที่ถูกถอดถอนตามวรรคสอง ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใด ๆ ไม่ว่าจะมีระบุไว้ในสัญญาตั้งผู้บริหารแผนหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่เป็นการตัดสิทธิ บสท. ที่จะเรียกค่าเสียหายจากผู้บริหารแผน ค่าเสียหายที่เรียกได้ เมื่อหักค่าใช้จ่ายของ บสท. ตามที่ บสท. กำหนดแล้ว ให้จ่ายชดเชยให้แก่ลูกหนี้

มาตรา ๗๑附則

มาตรา ๗๑ นับแต่มีคำสั่งศาลตามมาตรา ๖๓ อนุมัติแผนจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผน หรือวันที่ยุติการปรับโครงสร้างกิจการ (๑) ให้ศาลระงับการพิจารณาคดีที่มีผู้ฟ้องลูกหนี้สำหรับสิทธิเรียกร้องใดต่อศาลไว้ก่อนจนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาการบริหารแผน ทั้งนี้ โดยไม่เป็นการตัดสิทธิเจ้าหนี้ที่จะยื่นขอรับชำระหนี้จากผู้บริหารแผน (๒) ห้ามมิให้มีการเลิกหรือสั่งให้เลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ (๓) ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของลูกหนี้ หรือสั่งให้ลูกหนี้หยุดประกอบกิจการ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจาก บสท. (๔) มิให้ถือว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวอันจะเป็นมูลเหตุในการขอฟื้นฟูกิจการหรือฟ้องคดีล้มละลายตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย (๕) ให้ระงับการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะเป็นหลักประกันแห่งหนี้หรือไม่ ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้มีการบังคับคดีไว้ก่อนแล้ว ให้ศาลงดการบังคับคดีนั้นไว้ เว้นแต่การบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์แล้ว (๖) ห้ามมิให้เจ้าของทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินกิจการของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาอื่นที่มีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาในการโอนกรรมสิทธิ์ หรือสัญญาเช่าที่ยังไม่สิ้นกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ ติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์ดังกล่าวที่อยู่ในความครอบครองของลูกหนี้หรือของบุคคลอื่นที่อาศัยสิทธิของลูกหนี้ รวมตลอดจนฟ้องร้องบังคับคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้ซึ่งเกิดขึ้นจากสัญญาดังกล่าว ถ้ามีการฟ้องคดีดังกล่าวไว้ก่อนแล้วให้ศาลงดการพิจารณาคดีนั้นไว้ก่อน เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าทรัพย์สินดังกล่าวไม่เป็นสาระสำคัญในการดำเนินกิจการของลูกหนี้และผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ คณะกรรมการจะอนุญาตให้ดำเนินการกับทรัพย์สินดังกล่าวตามที่เห็นสมควรก็ได้ (๗) ห้ามมิให้ลูกหนี้จำหน่าย จ่าย โอน ให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้หรือกระทำการ ใด ๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สิน นอกจากเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินกิจการตามปกติของลูกหนี้ดังกล่าวสามารถดำเนินต่อไปได้ (๘) บรรดาคำสั่งที่ใช้บังคับวิธีการชั่วคราวของศาล ไม่ว่าจะเป็นการยึด อายัด ห้ามจำหน่าย จ่าย โอนทรัพย์สินของลูกหนี้ ที่มีอยู่ก่อนวันที่มีการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมาให้แก่ บสท. ให้ศาลระงับผลบังคับไว้หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ บสท. ร้องขอ (๙) ห้ามมิให้ผู้ประกอบการสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ งดให้บริการแก่ลูกหนี้ การดำเนินการใดอันเป็นการฝ่าฝืนวรรคหนึ่ง ให้เป็นโมฆะ ข้อห้ามตามวรรคหนึ่ง ไม่ใช้บังคับกับการดำเนินการของ บสท. และผู้บริหารแผน

มาตรา ๗๒附則

มาตรา ๗๒ เมื่อผู้บริหารแผนหรือผู้กำกับดูแลการบริหารแผนเห็นว่า เงื่อนไข ใด ๆ ที่กำหนดไว้ในการบริหารแผนมิได้เกิดขึ้นตามที่กำหนดไว้ หรือการบริหารแผนต่อไปจะทำให้เกิดหนี้สินแก่ลูกหนี้มากขึ้น หรือมีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไปจนทำให้การปรับโครงสร้างกิจการไม่เกิดประโยชน์ต่อเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ ให้รายงานพร้อมทั้งข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริหารโดยเร็ว เมื่อคณะกรรมการบริหารพิจารณาแล้วเห็นด้วยกับความเห็นของผู้บริหารแผนหรือผู้กำกับดูแลการบริหารแผน ให้ขออนุมัติต่อคณะกรรมการเพื่อยุติการปรับโครงสร้างกิจการ และดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่ลูกหนี้เห็นชอบด้วย ให้ดำเนินการเลิกกิจการของลูกหนี้และขายทรัพย์สินทั้งปวงเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่ บสท. ในกรณีนี้ เมื่อ บสท. ได้รับชำระหนี้เท่าใด ให้หนี้ที่เหลือเป็นอันพับกันไป และให้บุคคลซึ่งค้ำประกันหนี้ดังกล่าวไว้เป็นอันหลุดพ้นจากการค้ำประกัน (๒) ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่เห็นชอบด้วยตาม (๑) ให้ บสท. ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งให้ลูกหนี้และผู้ค้ำประกันล้มละลาย และให้ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้และผู้ค้ำประกันเด็ดขาดทันที โดยไม่ต้องดำเนินการไต่สวน

มาตรา ๗๓附則

มาตรา ๗๓ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาตามแผน หรือการปรับโครงสร้างกิจการแล้วเสร็จ สุดแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน ให้ลูกหนี้และผู้ค้ำประกันในหนี้รายนั้นเป็นอันหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวง เว้นแต่บรรดาหนี้ที่ บสท. เห็นว่าควรผ่อนระยะเวลาให้ลูกหนี้ชำระต่อไปภายหลังจากระยะเวลาดังกล่าวในกรณีเช่นนั้น คงให้ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากการค้ำประกันที่ทำไว้เดิม การจำหน่ายทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).