มาตรา ๓๐
ให้สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีกองทุนฟื้นฟู หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจแห่งใดแห่งหนึ่งหรือรวมกันเป็นผู้ถือหุ้นเกินร้อยละห้าสิบของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วโอนสินทรัพย์ที่จัดเป็นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๓ ทั้งหมดให้แก่ บสท. ภายในเวลาที่ บสท. กำหนด
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ต้องโอนมาตามวรรคหนึ่ง
ได้แก่สินทรัพย์ดังต่อไปนี้
(๑) สินทรัพย์จัดชั้นสูญ
(๒) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ
(๓) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย
(๔)
สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพตาม (๑) และ
(๒) คณะกรรมการบริหารโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ จะกำหนดให้โอนมาแต่เฉพาะสินทรัพย์ที่มีเจ้าหนี้เกินหนึ่งรายก็ได้
แต่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้หรือผู้รับโอนหนี้จากสถาบันการเงิน
แล้วแต่กรณี ต้องรายงานการดำเนินการเกี่ยวกับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เหลือให้ บสท.
ทราบตามเวลาที่ บสท. กำหนด และ บสท. จะสั่งให้สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ดังกล่าวโอนสินทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือบางรายให้แก่
บสท. เมื่อใดก็ได้
ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรจะกำหนดให้สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ตามวรรคหนึ่งโอนสินทรัพย์ตาม
(๓) และ (๔) เฉพาะบางส่วน และโอนสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษเฉพาะรายให้แก่
บสท. ก็ได้
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพตาม (๑)
ที่โอนมา หากเป็นสินทรัพย์จัดชั้นสูญที่ตัดออกจากบัญชีแล้ว
หรือที่ไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน ให้ถือว่าไม่มีมูลค่า และให้ บสท. ตรวจสอบการดำเนินการของสถาบันการเงินที่โอนสินทรัพย์เช่นว่านั้นว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย
ระเบียบ หรือข้อบังคับของสถาบันการเงินนั้นหรือของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่
เพื่อรายงานให้ธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินคดีต่อผู้รับผิดชอบต่อไป
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ต้องโอนมาตามวรรคหนึ่ง
ให้รวมถึงสินทรัพย์ที่มีการฟ้องคดี อยู่ในศาลโดยศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาด้วย
โดยให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เว้นแต่ บสท. จะยื่นคำร้องขอเป็นอย่างอื่น
แต่ไม่รวมถึงสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวหรือเด็ดขาดหรือให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ลูกหนี้ถูกศาลล้มละลายสั่งฟื้นฟูกิจการแต่ยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการนั้น
ถ้าลูกหนี้และผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการร่วมกันร้องขอโดยมีเหตุอันสมควร
ศาลจะสั่งให้ดำเนินการฟื้นฟูกิจการต่อไปโดยไม่สั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความก็ได้
แต่ต้องยื่นคำร้องขอเสียภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ
คดีที่ศาลสั่งจำหน่ายออกจากสารบบความตามวรรคหก
ถ้าอายุความฟ้องร้องยังเหลืออยู่ไม่ถึงห้าปีนับแต่วันจำหน่ายคดี
ให้ขยายอายุความออกไปเป็นห้าปีนับแต่วันที่ศาลสั่งจำหน่ายคดี
มาตรา ๓๑ บสท.
จะรับโอนสินทรัพย์จากสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์อื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในมาตรา
๓๐ ก็ได้ แต่ต้องเป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑)
เป็นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ที่มีอยู่ ณ
วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๓ เฉพาะที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกันการชำระหนี้
(๒)
เป็นสินทรัพย์ที่มีลูกหนี้เป็นนิติบุคคลและมีเจ้าหนี้เป็นสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ตั้งแต่สองรายขึ้นไป
ไม่ว่าจะมีบุคคลธรรมดาเป็นลูกหนี้ในฐานะผู้ค้ำประกันด้วยหรือไม่ก็ตาม
(๓)
มูลค่าของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามบัญชีของทุกสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์รวมกันสำหรับลูกหนี้แต่ละรายเป็นจำนวนเงินตั้งแต่ห้าล้านบาทขึ้นไป
และ
(๔)
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพนั้นยังมิได้มีความตกลงเป็นหนังสือปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ
และมิได้เป็นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ลูกหนี้ถูกศาลมีคำสั่งให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลายแล้วก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ
ในการรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามวรรคหนึ่ง
คณะกรรมการจะกำหนดให้รับโอนเฉพาะสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง (๑) หรือ
(๒) หรือสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง (๓) และ (๔)
ซึ่งเปลี่ยนไปเป็นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง (๑) หรือ (๒)
ในวันหรือก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับก็ได้
มาตรา ๓๒
สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ใดประสงค์จะโอนสินทรัพย์ตามมาตรา ๓๑
ให้แก่ บสท. ต้องมีหนังสือแจ้งให้ บสท. ทราบและโอนสินทรัพย์ให้ บสท. ภายในเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
เมื่อแจ้งความประสงค์การโอนสินทรัพย์ตามวรรคหนึ่งแล้ว
จะเพิกถอนมิได้
การโอนสินทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง
สถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องโอนสินทรัพย์ที่มีลักษณะตามมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง
แล้วแต่กรณี ทั้งหมดให้แก่ บสท. และให้นำความในมาตรา ๓๐ วรรคหก วรรคเจ็ด
และวรรคแปด มาใช้บังคับกับสินทรัพย์ที่ต้องโอนมาด้วยโดยอนุโลม
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ต้องโอนมาตามวรรคสาม
ให้รวมถึงหนี้ของนิติบุคคลอื่นที่นิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ตามมาตรา ๓๑ (๒)
หรือผู้ถือหุ้นส่วนข้างมากของนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ดังกล่าวมีหุ้นอยู่เกินร้อยละห้าสิบ
และหนี้ที่ผู้บริหารของลูกหนี้หรือบุคคลอื่นยอมตนเข้าเป็นหนี้เพื่อประโยชน์ของลูกหนี้หรือของนิติบุคคลอื่นนั้น
หรือเพื่อชำระหนี้หรือดอกเบี้ยของลูกหนี้หรือของนิติบุคคลอื่นนั้นด้วย
มาตรา ๓๓
ลูกหนี้ของสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ผู้ใดเห็นว่า หนี้ที่ตนมีอยู่กับสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์มีลักษณะตามมาตรา
๓๑ และสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ซึ่งโอนสินทรัพย์มาให้ บสท.
มิได้โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายของตนมาด้วย ให้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ
เพื่อพิจารณาสั่งการให้ บสท. ดำเนินการแจ้งให้สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพดังกล่าวมาภายในเวลาที่
บสท. กำหนด
สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ใดไม่โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามคำสั่งของ
บสท. ตามวรรคหนึ่ง ให้จ่ายค่าชดเชยเป็นรายวัน วันละห้าแสนบาท เงินจำนวนดังกล่าวให้นำมาลดหย่อนหนี้ของลูกหนี้นั้น
มาตรา ๓๔
การโอนสินทรัพย์ให้แก่ บสท. ตามมาตรา ๓๐ ไม่ทำให้ความผิดที่ผู้บริหารของสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ได้กระทำไว้เป็นอันลบล้างไป
ในการดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้
หาก บสท. พบว่าสินทรัพย์รายใดเกิดขึ้นโดยการกระทำความผิดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารพาณิชย์
หรือกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์
และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ให้แจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ เพื่อดำเนินการสอบสวนและดำเนินการต่อไปตามอำนาจหน้าที่
มาตรา ๓๕
ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งข้อมูลที่มีอยู่เกี่ยวกับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา
๓๐ และมาตรา ๓๑ ให้แก่ บสท. และสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ทราบโดยไม่ชักช้า
มาตรา ๓๖
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่งแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งการให้สถาบันการเงินที่มิได้โอนสินทรัพย์ให้แก่
บสท. ตามมาตรา ๓๑ ดำเนินการประเมินราคาหลักประกันที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพโดยผู้ประเมินราคาอิสระที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าว
และดำเนินการให้สถาบันการเงินกันเงินสำรองไว้สำหรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทุกประเภทตามมาตรา
๓๐ ให้ครบร้อยละร้อยของมูลค่าสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามบัญชีเมื่อหักราคาหลักประกันดังกล่าวออกแล้ว
ทั้งนี้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาการประเมินดังกล่าว
ในกรณีที่หลักประกันรายใดได้รับการประเมินราคามาไม่ถึงหนึ่งปี
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะผ่อนผันให้ไม่ต้องประเมินราคาใหม่ก็ได้
ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับบริษัทบริหารสินทรัพย์
ในส่วนที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่บริษัทบริหารสินทรัพย์นั้นรับโอนมาภายหลังวันที่
๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๓ ด้วย โดยอนุโลม
เว้นแต่เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่กองทุนฟื้นฟูมีสัญญาร่วมรับผิดชอบในผลกำไรหรือขาดทุนของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้น
ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๔๓
มาตรา ๓๗
ในการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้แก่ บสท. ให้สิทธิเรียกร้อง สิทธิหรือภาระผูกพันอื่นใดทั้งหมดที่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์มีต่อลูกหนี้โอนไปเป็นของ
บสท. ด้วยโดยสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องแจ้งข้อมูลต่าง ๆ
เกี่ยวกับสิทธิเรียกร้อง สิทธิหรือภาระผูกพันอื่นใดให้ บสท. ทราบโดยละเอียด
ถ้าข้อมูลที่แจ้งตามวรรคหนึ่งไม่ครบถ้วนและเป็นเหตุให้
บสท. ได้รับความเสียหายในภายหลังสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายดังกล่าวตามสัดส่วนแห่งการกระทำ
โดย บสท. จะหักกลบลบหนี้จากเงินกำไรที่จัดสรรให้แก่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ในส่วนของสินทรัพย์นั้นก็ได้
มาตรา ๓๘
ก่อนที่จะมีการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพใดให้แก่ บสท. ให้ บสท. ลงโฆษณารายการหรือรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับ
เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามวันหรือจะบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้แต่ละรายก็ได้
และให้ถือว่าเป็นการบอกกล่าวการโอนตามมาตรา ๓๐๖
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว
มาตรา ๓๙
เมื่อมีการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพใดให้แก่ บสท. แล้ว ให้ บสท. ออกหลักฐานการรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้แก่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์
และให้ถือว่าการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมีผลผูกพันบุคคลภายนอก ผู้จำนอง
ผู้จำนำและผู้ค้ำประกัน นับแต่วันที่ บสท. ออกหลักฐานดังกล่าว
ในการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ บสท.
จะดำเนินการรับโอนโดยทำเป็นเอกสารการโอน พร้อมทั้งรายละเอียดแห่งสินทรัพย์ที่โอนและรายการเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งปวง
ตามแบบที่ บสท. กำหนด
โดยมอบหมายให้สถาบันการเงินผู้โอนยังคงเก็บรักษาเอกสารที่เกี่ยวข้องดังกล่าวไว้ที่สถาบันการเงินนั้นก็ได้
ในกรณีที่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ได้รับมอบหมายให้เก็บรักษาเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้
สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องดูแลรักษาเอกสารดังกล่าวให้เรียบร้อยในสภาพที่ดีตามวิสัยของวิญญูชนพึงกระทำกับทรัพย์สินของตน
และในกรณีที่ บสท.
จ่ายค่าดูแลรักษาเอกสารให้สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องรับผิดชอบในความสูญหายหรือเสียหายของเอกสารเหล่านั้น
และหนี้ที่ไม่อาจเรียกเก็บได้อันเนื่องมาจากการสูญหายหรือเสียหายของเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยเต็มจำนวน
มาตรา ๔๐
สิทธิเรียกร้องเหนือทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน
เมื่อ บสท. แสดงสำเนาหลักฐานการรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามมาตรา ๓๙
ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนให้แก่ บสท.
ทันที และให้ถือว่ามีผลผูกพันบุคคลภายนอกนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน
ทั้งนี้ โดยให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนดังกล่าว
มาตรา ๔๑
ภายใต้บังคับมาตรา ๓๐ ในคดีที่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ฟ้องเป็นคดีต่อศาลเกี่ยวกับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่
บสท. รับโอนมาตามพระราชกำหนดนี้ ให้ บสท. เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน ในการนี้
บสท. อาจคัดค้านเอกสารที่ได้ยื่นไว้แล้ว ถามค้านหรือคัดค้านพยานที่สืบไปแล้วได้
ในกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาบังคับคดีตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ บสท. เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้น
ให้ บสท.
ได้รับยกเว้นบรรดาค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการยึด การขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา ๔๒
ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่จำนองหรือจำนำไว้เป็นประกันหนี้ในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่
บสท. รับโอนมา ลูกหนี้และ บสท. อาจตกลงตีราคาโอนชำระหนี้ให้แก่ บสท. โดยไม่ต้องมีการฟ้องบังคับคดีก็ได้
ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ในกรณีเช่นนี้ให้ลูกหนี้และผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นความรับผิดจากหนี้รายนั้น
มาตรา ๔๓
ให้การโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ การโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันสำหรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
และการโอนทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการปรับโครงสร้างหนี้หรือการปรับโครงสร้างกิจการตามพระราชกำหนดนี้
ที่ บสท. เป็นผู้รับโอนหรือเป็นผู้โอน ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีอากรตามกฎหมายทั้งปวง
มาตรา ๔๔ บสท.
จะมอบหมายให้สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เดิมเป็นตัวแทนเรียกเก็บและรับชำระหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้หรือที่มีการปรับโครงสร้างกิจการแล้วได้ตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
ในกรณีที่ตัวแทนเรียกเก็บและรับชำระหนี้เป็นบุคคลอื่นซึ่งมิใช่เจ้าหนี้เดิม
ให้ บสท. แจ้งให้ลูกหนี้ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้มีการแต่งตั้งตัวแทนดังกล่าว
ถ้าลูกหนี้ได้ชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้เดิมไปแล้วก่อนได้รับแจ้ง ให้ถือว่า บสท.
ได้รับชำระหนี้แล้ว และให้ บสท. ดำเนินการเรียกเงินคืนจากเจ้าหนี้เดิมต่อไป
ราคาของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).