我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565 หมวด ๗

มาตรา ๕๕–มาตรา ๖๓共 9 條

มาตรา ๕๕附則

มาตรา ๕๕ เพื่อให้การบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการสัมฤทธิผล ให้คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ผู้ตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรี และผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่และอํานาจร่วมกันเร่งรัด ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดําเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด เป้าหมาย และแนวทางการพัฒนาภาค แผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด รวมทั้งการบริหารงบประมาณจังหวัดและงบประมาณกลุ่มจังหวัด เพื่อรายงาน ผลการเร่งรัด ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลพร้อมทั้งข้อเสนอแนะต่อ ก.น.บ. อย่างน้อย ปีละหนึ่งครั้ง เว้นแต่กรณีมีความจําเป็นเร่งด่วนอาจเสนอให้ ก.น.บ. พิจารณารายงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง พร้อมข้อเสนอแนะก่อนการรายงานผลประจําปีก็ได้

มาตรา ๕๖附則

มาตรา ๕๖ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด ให้จัดทําบันทึกความร่วมมือระหว่างจังหวัด กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐ โดยอย่างน้อย ต้องระบุหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานตลอดจนงบประมาณที่ใช้ การแบ่งงาน และการเชื่อมประสานงาน เพื่อให้การดําเนินงานตามแผนบรรลุวัตถุประสงค์ ตลอดจนการดูแลบํารุงรักษาสิ่งสาธารณูปโภคหรือสิ่งก่อสร้างหรือระบบอื่นที่เกิดขึ้น เมื่อบันทึกความร่วมมือตามวรรคหนึ่งได้รับอนุมัติจาก ก.น.บ. แล้ว ให้ใช้บังคับได้ และให้หน่วยงานของรัฐนั้น เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

มาตรา ๕๗附則

มาตรา ๕๗ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการตามแผนพัฒนาจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัดให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ให้สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

มาตรา ๕๘附則

มาตรา ๕๘ ให้นําความในมาตรา ๕๖ และมาตรา ๕๗ มาใช้บังคับ แก่การดําเนินการตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัดด้วย บทเฉพาะกาล

มาตรา ๕๙附則

มาตรา ๕๙ บรรดาประกาศ หลักเกณฑ์ แนวทาง มติ หรือคําสั่ง ซึ่งได้ออก โดยอาศัยอํานาจตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งมีผลอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชกฤษฎีกานี้ จนกว่าจะมีการออกประกาศ หลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติ แนวทาง มติ หรือคําสั่ง ตามพระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ มีผลใช้บังคับ

มาตรา ๖๐附則

มาตรา ๖๐ ให้แผนพัฒนาภาค ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย การบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค ตามพระราชกฤษฎีกานี้ และยังคงใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะครบระยะเวลา ให้งบประมาณของส่วนราชการที่จะดําเนินการตามแผนพัฒนาภาคตามวรรคหนึ่ง เป็นงบประมาณตามเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาคตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๖๑附則

มาตรา ๖๑ ให้แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด และการดําเนินการอื่นทั้งปวง ที่เกี่ยวกับแผนดังกล่าว รวมทั้งงบประมาณจังหวัด งบประมาณกลุ่มจังหวัด และงบประมาณ ของหน่วยงานของรัฐที่จะดําเนินการตามแผนดังกล่าว ทั้งนี้ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย การบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนา กลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด และการดําเนินการอื่นที่เกี่ยวกับแผนดังกล่าว รวมทั้งงบประมาณจังหวัด งบประมาณกลุ่มจังหวัด และงบประมาณของหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๖๒附則

มาตรา ๖๒ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสํารวจและทํารายงานสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบอื่นในจังหวัด ซึ่งไม่มีการดูแล บํารุงรักษา ไม่มีการใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ ไม่ได้ รวมทั้งที่ชํารุดทรุดโทรมจนไม่อาจใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่จัดซื้อจัดจ้างมา โดยแยกเป็นประเภท และระบุหน่วยงานผู้จัดซื้อจัดจ้าง หน่วยงานผู้ปกครอง ดูแล บํารุงรักษา หรือใช้ประโยชน์ และสาเหตุที่ก่อให้เกิดสภาพดังกล่าว พร้อมข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา แล้วแจ้งให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้อํานวยการสํานักงบประมาณทราบ เพื่อดําเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป

มาตรา ๖๓附則

มาตรา ๖๓ ในกรณีที่ได้มีการดําเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการส่วนภูมิภาค ในจังหวัดซึ่งดํารงตําแหน่งประเภทอํานวยการหรือตําแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญผู้ใด อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ และการดําเนินการทางวินัยนั้นยังไม่แล้วเสร็จ ให้ผู้มีอํานาจเดิมดําเนินการทางวินัยแก่ผู้นั้นต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- โดยที่เป็นการสมควรรวมการบริหารงานจังหวัด กลุ่มจังหวัด และภาคเข้าด้วยกัน เพื่อให้มีการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการอย่างแท้จริงและให้มีความเป็นเอกภาพสอดรับกัน จึงสมควรตราพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ขึ้นใช้บังคับแทนพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยให้มีคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่ แบบบูรณาการเป็นองค์กรหลักแต่เพียงองค์กรเดียว และให้สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติรับผิดชอบงานเลขานุการแทนสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ รวมทั้งปรับปรุงระบบการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ตลอดจนการกํากับและติดตามการดําเนินการตามแผนดังกล่าว กับทั้งกําหนดให้จัดทําเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาคแทนแผนพัฒนาภาคเดิม และเพิ่มเติม การจัดทํางบประมาณและการบริหารงานบุคคลของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดขึ้นใหม่ เพื่อให้ การบริหารงานจังหวัด กลุ่มจังหวัด และภาค เกิดการบูรณาการการทํางานร่วมกันอย่างแท้จริง มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาพื้นที่ และอํานวยความสะดวกและตอบสนอง ความต้องการที่แท้จริงของประชาชน จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).