法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
33
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

ว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ

พ.ศ. ๒๕๖๕

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ

พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๕

เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ

พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกําหนดหลักการการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

และมาตรา ๓/๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม

โดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๒ วรรคสาม มาตรา ๕๓/๑ วรรคสาม และมาตรา ๕๓/๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗)

พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงาน

เชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ....”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ

ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชกฤษฎีกานี้

“จังหวัด” หมายความว่า จังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่ไม่รวมถึงกรุงเทพมหานคร

“กลุ่มจังหวัด” หมายความว่า จังหวัดหลายจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นเป็นกลุ่มจังหวัด

ตามมาตรา ๓๓

“ภาค” หมายความว่า พื้นที่ที่จัดตั้งขึ้นเป็นภาคตามมาตรา ๓๖

“แผนพัฒนาจังหวัด” หมายความว่า รายการเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูล

เพื่อกําหนดเป้าหมายการพัฒนา ประเด็นการพัฒนา แนวทางการพัฒนา แผนงาน และโครงการสําคัญของจังหวัด ที่จําเป็นต้องจัดทําเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปี

“แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด” หมายความว่า รายการเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูล

เพื่อกําหนดเป้าหมายการพัฒนา ประเด็นการพัฒนา แนวทางการพัฒนา แผนงาน และโครงการสําคัญของกลุ่มจังหวัด ที่จําเป็นต้องจัดทําเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนา

ของกลุ่มจังหวัดในอนาคต

“เป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค” หมายความว่า รายการเกี่ยวกับ

การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกําหนดเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาคที่สอดคล้องเชื่อมโยง

กับแผนระดับชาติและนโยบายรัฐบาล มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ครอบคลุมทุกมิติ เป็นเครื่องมือบูรณาการ

แผนของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ แผนระดับชาติ นโยบายของรัฐบาล และประเด็นการพัฒนาภาค

สู่การปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ และตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่

“แผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด” หมายความว่า แผนที่แปลงแผนพัฒนาจังหวัดสู่การปฏิบัติโดยระบุโครงการต่าง ๆ ที่จําเป็นต้องดําเนินการในจังหวัดในแต่ละปีงบประมาณเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีและแนวทางการพัฒนาจังหวัด

“แผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด” หมายความว่า แผนที่แปลงแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดสู่การปฏิบัติโดยระบุโครงการต่าง ๆ ที่จําเป็นต้องดําเนินการในกลุ่มจังหวัดในแต่ละปีงบประมาณเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนาของกลุ่มจังหวัดและแนวทาง

การพัฒนากลุ่มจังหวัด ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงการดําเนินงานและความร่วมมือกับกระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือเอกชน

“โครงการสําคัญ” หมายความว่า โครงการที่จําเป็นต้องจัดทําเพื่อให้บรรลุ

เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปี หรือเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนา

ของกลุ่มจังหวัดในอนาคต แล้วแต่กรณี ทั้งที่เป็นโครงการของจังหวัด กลุ่มจังหวัด ส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

“งบประมาณจังหวัด” หมายความว่า รายการงบประมาณรายจ่ายประจําปี

ที่จังหวัดได้รับจัดสรรเพื่อดําเนินการตามแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด

“งบประมาณกลุ่มจังหวัด” หมายความว่า รายการงบประมาณรายจ่ายประจําปี

ที่กลุ่มจังหวัดได้รับจัดสรรเพื่อดําเนินการตามแผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และหน่วยงานอื่นในบังคับบัญชาหรือกํากับดูแลของฝ่ายบริหาร

แต่ไม่รวมถึงองค์กรอิสระ ศาล และองค์กรอัยการ

“ผู้แทนภาคประชาสังคม” หมายความว่า ผู้แทนซึ่งได้รับเลือกจากที่ประชุม

ระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตําบลตามกฎหมายว่าด้วยสภาองค์กรชุมชน และองค์กร

ภาคประชาสังคมอื่นที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการกําหนด

“พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี” หมายความรวมถึงพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมและพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายด้วย

“กฎ” หมายความว่า พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป

มาตรา ๕

มาตรา ๕ การปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ในเรื่องใดยังไม่สมควรที่ส่วนราชการ จังหวัด กลุ่มจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานใดของรัฐจะปฏิบัติ หรือปฏิบัติ

โดยมีหลักเกณฑ์ เงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาอย่างใด ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนดโดยข้อเสนอ

ของคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ

เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารงานจังหวัด

และกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ คณะรัฐมนตรีอาจกําหนดตามข้อเสนอ

ของคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ ยกเว้นให้ส่วนราชการ จังหวัด กลุ่มจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือคําสั่งของทางราชการที่ใช้บังคับเป็นการทั่วไปในเรื่องใดก็ได้

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

การบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ

มาตรา ๗

มาตรา ๗ การบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ ต้องเป็นไปตามหลักการ

พัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อความผาสุกของประชาชนในพื้นที่ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การอํานวย

ความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยสอดคล้องกับหลักการ ดังต่อไปนี้

(๑) การพัฒนาแบบองค์รวมซึ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การรักษาความสงบเรียบร้อยและการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ําในทุกมิติ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่

(๒) การบริหารงานให้เป็นไปตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด

และเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค

(๓) การบริหารแผนงาน โครงการ กิจกรรมในโครงการ งบประมาณ และบุคลากร

ในจังหวัด เพื่อให้เกิดการปฏิบัติราชการร่วมกันโดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีเป็นหลัก

(๔) การส่งเสริมและดําเนินการให้เกิดความร่วมมืออย่างจริงใจระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชนในจังหวัด

(๕) การกระจายอํานาจการตัดสินใจไปสู่ระดับผู้ปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ

และความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการ

(๖) การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี มีความโปร่งใส และมีการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติราชการ

ให้ใช้หลักการตามวรรคหนึ่ง ในการตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ เพื่อประโยชน์แห่งการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการตามหลักการ

ในมาตรา ๗ นายกรัฐมนตรีมีอํานาจออกแนวปฏิบัติในการปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้

โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ หรือมติของคณะกรรมการนโยบายการบริหารงาน

เชิงพื้นที่แบบบูรณาการ

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้มีคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ

เรียกโดยย่อว่า “ก.น.บ.” ประกอบด้วย

(๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ

(๒) รองนายกรัฐมนตรีทุกคน รัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กํากับ

และติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อํานวยการ

สํานักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นกรรมการ

(๓) นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตําบลแห่งประเทศไทย

เป็นกรรมการ

(๔) ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นกรรมการ

(๕) ผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งเคยดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดและออกจากราชการไปแล้ว จํานวนไม่เกินสามคน เป็นกรรมการ

(๖) ผู้แทนภาคประชาสังคมซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง

ไม่เกินสองคน เป็นกรรมการ

ให้เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นกรรมการ

และเลขานุการ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่งเลขาธิการ

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมอบหมาย ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย และผู้แทน

สํานักงบประมาณ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจของ ก.น.บ. ประธานกรรมการอาจให้เชิญผู้ดํารงตําแหน่งซึ่งมีหน้าที่และอํานาจโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณา

ให้เข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราวในฐานะกรรมการด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ซึ่งได้รับเชิญ

และมาประชุมมีฐานะเป็นกรรมการสําหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

กรรมการตาม (๕) และ (๖) มีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสามปี

การประชุมของ ก.น.บ. ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่มาประชุม ให้รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายทําหน้าที่ประธานในที่ประชุม

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ก.น.บ. มีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้

(๑) วางระบบในการบริหารงานแบบบูรณาการ และบูรณาการแผนของหน่วยงานของรัฐ และแผนพัฒนาระดับพื้นที่ในจังหวัด กลุ่มจังหวัด และภาคเพื่อให้สามารถบริหารงาน

แก้ไขปัญหา และพัฒนาพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อํานวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการ

ของประชาชนให้ได้รับประโยชน์สูงสุด

(๒) กําหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการในการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด เป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค แผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด และการจัดทําและบริหารงบประมาณจังหวัด

หรืองบประมาณกลุ่มจังหวัด

(๓) พิจารณา กลั่นกรอง และให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนา

กลุ่มจังหวัด เป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค แผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด การขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีของจังหวัด

และการขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีของกลุ่มจังหวัด แล้วเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ

(๔) กํากับดูแลการจัดทําแผนปฏิบัติราชการห้าปีของส่วนราชการ แผนปฏิบัติราชการประจําปีของส่วนราชการ และแผนการดําเนินงานของหน่วยงานของรัฐ ในพื้นที่จังหวัด

กลุ่มจังหวัด และภาค ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และเป้าหมาย

และแนวทางการพัฒนาภาค

(๕) ขับเคลื่อนการปฏิบัติตามแผนในพื้นที่ของหน่วยงานของรัฐ ให้สอดคล้องกับ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค โดยคํานึงถึงศักยภาพหรือประเด็นปัญหาในพื้นที่

(๖) ควบคุมดูแลและวินิจฉัยสั่งการ ให้การบริหารแผนงาน โครงการ กิจกรรม

ในโครงการ งบประมาณและบุคลากรในจังหวัดมีการปฏิบัติราชการร่วมกันอย่างแท้จริง รวมทั้งสนับสนุนความร่วมมืออย่างแท้จริงระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม

และภาคธุรกิจเอกชนในจังหวัด เพื่อร่วมกันดําเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค

(๗) พิจารณาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาอันเกิดจากนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ หรือคําสั่งของราชการส่วนกลางหรือหน่วยงานของรัฐที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาจังหวัด

ตามที่ ก.บ.จ. หรือ ก.บ.ก. เสนอ เพื่อมีมติให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายในระยะเวลาที่ ก.น.บ. กําหนด

(๘) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือบุคคลเพื่อทําการแทนหรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่

ก.น.บ. มอบหมาย

(๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ก.น.บ. ต้องคํานึงถึงข้อเสนอแนะของ

ผู้ว่าราชการจังหวัด ก.บ.จ. และ ก.บ.ก. ด้วย

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้ ก.น.บ. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการประจําภาคประกอบด้วย

(๑) รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีซึ่ง ก.น.บ. มอบหมาย เป็นประธานอนุกรรมการ

(๒) ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสํานักงบประมาณ และผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เป็นอนุกรรมการ

(๓) ผู้ตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรีที่มีเขตตรวจราชการอยู่ในพื้นที่ภาค

เป็นอนุกรรมการ

(๔) ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ภาค เป็นอนุกรรมการ

(๕) ผู้แทนสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

คณะอนุกรรมการประจําภาคอาจมีมติให้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุม

เพื่อให้ความเห็นได้

คณะอนุกรรมการประจําภาคมีหน้าที่และอํานาจทําการแทน ก.น.บ. ในพื้นที่ภาคและรายงานให้ ก.น.บ. ทราบ

ให้มีการประชุมคณะอนุกรรมการประจําภาคสองเดือนต่อหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย เว้นแต่ไม่มีเรื่องพิจารณา

ในกรณีที่มีความจําเป็นเร่งด่วนไม่อาจเรียกประชุมคณะอนุกรรมการประจําภาคได้ทัน ให้รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการประจําภาคโดยข้อเสนอของเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาดําเนินการแทนคณะอนุกรรมการประจําภาค

ไปพลางก่อนได้ แล้วแจ้งให้คณะอนุกรรมการประจําภาคทราบ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรับผิดชอบ

งานเลขานุการของ ก.น.บ. และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ ก.น.บ. มอบหมาย

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ในจังหวัดหนึ่ง ให้มีคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.บ.จ.” ประกอบด้วย

(๑) ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ

(๒) รองผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคน เป็นกรรมการ

(๓) ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการที่มีสํานักงานอยู่ในจังหวัดไม่ว่าจะมีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาคหรือราชการบริหารส่วนกลาง เป็นกรรมการ

(๔) ผู้แทนรัฐวิสาหกิจที่ดําเนินกิจการอยู่ในจังหวัด เป็นกรรมการ

(๕) ผู้แทนหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งมิใช่รัฐวิสาหกิจที่มีสํานักงานอยู่ในจังหวัด เป็นกรรมการ

(๖) ผู้แทนผู้บริหารท้องถิ่น เป็นกรรมการ

(๗) ผู้แทนภาคประชาสังคม เป็นกรรมการ

(๘) ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัด และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด

เป็นกรรมการ

จังหวัดใดมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น

เป็นการเฉพาะ ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งประกอบด้วยผู้แทนผู้บริหารท้องถิ่นนั้นด้วย

จังหวัดใดที่มีความจําเป็นต้องกําหนดให้มีกรรมการซึ่งมาจากผู้แทนหน่วยงานปฏิบัติการด้านความมั่นคง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นเป็นผู้พิจารณากําหนดองค์ประกอบเพิ่มเติมได้

ให้หัวหน้าสํานักงานจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการและผู้ว่าราชการจังหวัด

จะแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการจํานวนไม่เกินสองคนก็ได้

เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจของ ก.บ.จ. ประธานกรรมการอาจให้เชิญผู้ดํารงตําแหน่งซึ่งมีหน้าที่และอํานาจโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณา ให้เข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราวในฐานะกรรมการด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ซึ่งได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะ

เป็นกรรมการสําหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

กรรมการตาม (๓) (๔) และ (๕) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้งตามจํานวนหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ ก.น.บ. กําหนด

จํานวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนผู้บริหารท้องถิ่นตาม (๖) และผู้แทนภาคประชาสังคมตาม (๗) ให้เป็นไปตามที่ ก.น.บ. กําหนด โดยให้คํานึงถึงสัดส่วนของหญิงและชาย

ที่ใกล้เคียงกัน

กรรมการตาม (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) มีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสามปี

การประชุมของ ก.บ.จ. ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ก.บ.จ. มีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้

(๑) วางแนวทางปฏิบัติและอํานวยการให้การบริหารงานแบบบูรณาการ

ในจังหวัดเป็นไปตามหลักการตามมาตรา ๗ นโยบาย และระบบที่ ก.น.บ. กําหนด

(๒) จัดทําแผนพัฒนาจังหวัดเสนอต่อที่ประชุมตามมาตรา ๒๔ เพื่อรับฟังความคิดเห็น

(๓) กํากับดูแลให้แผนพัฒนาท้องถิ่นในเขตจังหวัด และการดําเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามแผนดังกล่าวสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค

(๔) ส่งเสริมและประสานความร่วมมือการพัฒนาให้เป็นไปตามแผนพัฒนาจังหวัด

อย่างยั่งยืนระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชน

เพื่อสร้างบรรยากาศให้เอื้ออํานวยต่อการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัด

(๕) จัดทําบันทึกความร่วมมือกับฝ่ายต่าง ๆ ที่สนับสนุนการดําเนินการ

ตามแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด

(๖) วิเคราะห์ บูรณาการ และจัดทําแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด

และคําของบประมาณรายจ่ายประจําปีของจังหวัด เพื่อนําเสนอต่อ ก.น.บ.

(๗) กํากับ ให้คําแนะนํา ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด เพื่อรายงานให้ ก.น.บ. ทราบ

(๘) เสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาอันเกิดจากนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ หรือคําสั่งของราชการส่วนกลางหรือของหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งปัญหาอื่นที่เป็นอุปสรรค

ต่อการพัฒนาจังหวัด ต่อ ก.น.บ. เพื่อพิจารณา

(๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทําการแทนหรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ก.บ.จ.มอบหมาย

(๑๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามที่ ก.น.บ. หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

ในกรณีที่ ก.บ.จ. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดตาม (๒) คณะอนุกรรมการดังกล่าวอย่างน้อยต้องประกอบด้วยผู้แทนตามมาตรา ๑๓ (๖) ไม่น้อยกว่าสามคน และผู้แทนตามมาตรา ๑๓ (๗) ไม่น้อยกว่าสองคน

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ในกลุ่มจังหวัดหนึ่งให้มีคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัด

แบบบูรณาการคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.บ.ก.” ประกอบด้วย

(๑) หัวหน้ากลุ่มจังหวัดตามมาตรา ๓๓ เป็นประธานกรรมการ

(๒) ผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มจังหวัดทุกจังหวัด เป็นรองประธานกรรมการ

(๓) ผู้แทนสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการ

(๔) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในกลุ่มจังหวัดทุกจังหวัด เป็นกรรมการ

(๕) ผู้แทนภาคประชาสังคม เป็นกรรมการ

(๖) ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน เป็นกรรมการ

ให้ผู้แทนสํานักงบประมาณซึ่งผู้อํานวยการสํานักงบประมาณมอบหมายเข้าร่วมประชุม ก.บ.ก. ในฐานะที่ปรึกษา ก.บ.ก.

เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจของ ก.บ.ก. ประธานกรรมการอาจให้เชิญผู้ดํารงตําแหน่งซึ่งมีหน้าที่และอํานาจโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณา ให้เข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราวในฐานะกรรมการด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ซึ่งได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะ

เป็นกรรมการสําหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

กลุ่มจังหวัดใดที่มีความจําเป็นต้องกําหนดให้มีกรรมการซึ่งมาจากผู้แทนหน่วยงานปฏิบัติการด้านความมั่นคง ก.บ.ก. กลุ่มจังหวัดนั้นอาจแต่งตั้งผู้แทนดังกล่าวได้ตามหลักเกณฑ์

ที่ ก.น.บ. กําหนด

ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยคนหนึ่ง เป็นกรรมการและเลขานุการ และหัวหน้าสํานักงานจังหวัดในกลุ่มจังหวัดทุกจังหวัด เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

จํานวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาสังคมตาม (๕) และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนตาม (๖) ให้เป็นไปตามที่ ก.น.บ. ประกาศกําหนด โดยต้องคํานึงถึงสัดส่วนของหญิงและชายที่ใกล้เคียงกัน

กรรมการตาม (๕) และ (๖) มีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสามปี

การประชุมของ ก.บ.ก. ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ก.บ.ก. มีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้

(๑) วางแนวทางปฏิบัติและอํานวยการให้การบริหารงานแบบบูรณาการ

ในกลุ่มจังหวัดเป็นไปตามหลักการตามมาตรา ๗ นโยบาย และระบบที่ ก.น.บ. กําหนด

(๒) จัดทําแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดเสนอต่อที่ประชุมตามมาตรา ๒๔ เพื่อรับฟัง

ความคิดเห็น

(๓) ส่งเสริมและประสานความร่วมมือการพัฒนาให้เป็นไปตามแผนพัฒนา

กลุ่มจังหวัดอย่างยั่งยืนระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชน เพื่อสร้างบรรยากาศให้เอื้ออํานวยต่อการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของกลุ่มจังหวัด

(๔) วิเคราะห์ บูรณาการ และจัดทําแผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด

และคําของบประมาณรายจ่ายประจําปีของกลุ่มจังหวัด เพื่อนําเสนอต่อ ก.น.บ.

(๕) กํากับ ให้คําแนะนํา ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนา

กลุ่มจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด เพื่อรายงาน ให้ ก.น.บ. ทราบ

(๖) เสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาอันเกิดจากนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ หรือคําสั่งของราชการส่วนกลางหรือของหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งปัญหาอื่นที่เป็นอุปสรรค

ต่อการพัฒนากลุ่มจังหวัดต่อ ก.น.บ. เพื่อพิจารณา

(๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทําการแทนหรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ก.บ.ก. มอบหมาย

(๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามที่ ก.น.บ. หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

ในกรณีที่ ก.บ.ก. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อจัดทําแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดตาม (๒) คณะอนุกรรมการดังกล่าวอย่างน้อยต้องประกอบด้วยผู้แทนตามมาตรา ๑๕ (๔) ไม่น้อยกว่าสองคน และผู้แทนตามมาตรา ๑๕ (๕) และ (๖) ด้านละสองคน

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ เพื่อให้การบริหารงานในจังหวัดและกลุ่มจังหวัดเกิดการบูรณาการ

อย่างแท้จริง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) บริหารงานจังหวัดให้เป็นไปตามหลักการตามมาตรา ๗

(๒) ประสาน เชื่อมโยง และกํากับให้ส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชน ดําเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจําปี

ของกลุ่มจังหวัดให้บรรลุผลสัมฤทธิ์

(๓) บริหารงบประมาณจังหวัดและงบประมาณกลุ่มจังหวัด และควบคุมดูแล

การบริหารงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ในเขตจังหวัด ให้เกิดการบูรณาการในการดําเนินการ

ตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด

(๔) กํากับดูแลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทําคําของบประมาณและบริหารงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด

(๕) ส่งเสริมและสนับสนุนภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็ง สามารถบริหาร

จัดการและแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน

(๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามที่ ก.น.บ. หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อาจบริหารงานจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพราะเหตุที่หน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติ

หรือไม่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด หรือแผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด หรือเพราะเหตุอื่นใด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานต่อคณะอนุกรรมการประจําภาคหรือคณะอนุกรรมการที่ ก.น.บ. มอบหมายโดยเร็ว และให้คณะอนุกรรมการดังกล่าวพิจารณาและมีมติสั่งการต่อไป

ให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ปฏิบัติตามมติของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้หัวหน้ากลุ่มจังหวัดมีหน้าที่และอํานาจประสาน เร่งรัด และติดตามการดําเนินงานของผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานของรัฐ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนพัฒนา

กลุ่มจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด รวมทั้งมีหน้าที่และอํานาจดําเนินการอื่นตามที่ ก.น.บ. มอบหมาย

การจัดทําแผนพัฒนาจังหวัด

**มาตรา ๒๐ ให้ ก.บ.จ. กําหนดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดครั้งละยี่สิบปี

ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และต้องคํานึงถึงเป้าหมาย

และแนวทางการพัฒนาภาค ความต้องการและศักยภาพของประชาชนในจังหวัด ทั้งนี้ เพื่อนําเสนอ ก.น.บ. พิจารณาให้ความเห็นชอบ**

**เพื่อให้ทราบถึงความต้องการและศักยภาพของประชาชนในพื้นที่ตามวรรคหนึ่ง

ให้ ก.บ.จ. สํารวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.น.บ. กําหนด**

**ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันตามมาตรา ๒๔

เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีตามวรรคหนึ่ง**

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ให้ ก.บ.จ. จัดทําแผนพัฒนาจังหวัด โดยคํานึงถึงความต้องการ

และศักยภาพของประชาชนในจังหวัด ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป้าหมายและแนวทาง

การพัฒนาภาค และนโยบายของรัฐบาล รวมตลอดถึงความพร้อมของภาครัฐ ภาคประชาสังคม

และภาคธุรกิจเอกชน

แผนพัฒนาจังหวัดอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดของเป้าหมายการพัฒนา

ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีตามมาตรา ๒๐ ประเด็นการพัฒนา เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย แนวทางการพัฒนา แผนงาน โครงการสําคัญและกิจกรรมในโครงการ งบประมาณที่ต้องใช้ หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ระยะเวลาในการดําเนินโครงการซึ่งสอดรับกันระหว่างการดําเนินการของทุกหน่วยงาน และเรื่องอื่นที่ ก.น.บ. กําหนด

แผนพัฒนาจังหวัดให้มีระยะเวลาห้าปี

ให้นําความในมาตรา ๒๐ วรรคสองมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ เมื่อส่วนราชการจัดทําแผนปฏิบัติราชการห้าปี หรือรัฐวิสาหกิจ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ จัดทําแผนยุทธศาสตร์

หรือแผนที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งมีระยะเวลายาวกว่าหนึ่งปีและในแผนดังกล่าวมีโครงการที่จะดําเนินงานในพื้นที่จังหวัด ให้หน่วยงานของรัฐดังกล่าวแจ้งโครงการและประมาณการงบประมาณนั้นให้จังหวัดทราบ เพื่อประกอบการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัด

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์ปัจจัยที่นําไปสู่ความสําเร็จในการดําเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด รวมทั้งนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ หรือคําสั่งของราชการส่วนกลางหรือหน่วยงานของรัฐ และปัญหาอื่นที่เป็นอุปสรรค และจัดทําข้อเสนอแนะแนวทาง

ในการดําเนินการเพื่อให้แผนพัฒนาจังหวัดเกิดผลสําเร็จและแนวทางในการจัดให้มีกฎขึ้นใหม่ ปรับปรุง ยกเลิก หรือยกเว้นกฎที่เป็นปัญหาอุปสรรคในการดําเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด

และให้ ก.บ.จ. เสนอ ก.น.บ. ไปพร้อมกับแผนดังกล่าว

ให้หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบการดําเนินการและกฎตามวรรคหนึ่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายในระยะเวลาที่ ก.น.บ. กําหนด

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันกับบุคคลดังต่อไปนี้ เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีตามมาตรา ๒๐ และแผนพัฒนาจังหวัดที่ ก.บ.จ. จัดทําตามมาตรา ๒๑

(๑) หัวหน้าส่วนราชการที่มีสถานที่ตั้งทําการอยู่ในจังหวัดหรือมีเขตอํานาจหน้าที่

ในจังหวัดไม่ว่าจะเป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาคหรือราชการบริหารส่วนกลาง

(๒) หัวหน้าหน่วยงานที่เป็นรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐบรรดาที่มีสถานที่ตั้งทําการอยู่ในจังหวัดหรือมีเขตอํานาจหน้าที่ในจังหวัด

(๓) ผู้บริหารท้องถิ่นทั้งหมดในจังหวัด

(๔) ผู้แทนภาคประชาสังคม

(๕) ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน

จํานวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาสังคมตาม (๔) และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนตาม (๕) ให้เป็นไปตามที่ ก.น.บ. ประกาศกําหนด

เมื่อดําเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ ก.บ.จ. นําผลการประชุมปรึกษาหารือ

และความคิดเห็นของที่ประชุมมาปรับปรุงแผนพัฒนาจังหวัดให้สมบูรณ์ แล้วเสนอ ก.น.บ.

เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป ทั้งนี้ ให้ส่งสําเนาให้ ก.บ.ก.

ทราบด้วย

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ เมื่อแผนพัฒนาจังหวัดประกาศใช้แล้ว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งแผนพัฒนาจังหวัดต่อส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน

และหน่วยงานอื่นของรัฐ บรรดาที่มีสถานที่ตั้งอยู่ในจังหวัด หรือที่มีโครงการที่จะดําเนินงานในพื้นที่จังหวัด เพื่อให้ดําเนินการจัดทําแผนปฏิบัติราชการประจําปีของส่วนราชการหรือแผนปฏิบัติงานประจําปีของหน่วยงานดังกล่าว แล้วแต่กรณี ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด

การจัดทําแผนปฏิบัติราชการประจําปีของส่วนราชการ หรือแผนปฏิบัติงานประจําปีของหน่วยงานของรัฐในส่วนที่ดําเนินการในพื้นที่จังหวัด แผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครอง

ส่วนท้องถิ่น และการดําเนินกิจการของจังหวัดและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดดังกล่าว

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งแผนพัฒนาจังหวัดให้องค์กรอิสระ ศาล และองค์กรอัยการ ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดทราบ

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ในกรณีมีความจําเป็นอย่างยิ่งตามที่ ก.น.บ. กําหนด ก.บ.จ. อาจปรับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีตามมาตรา ๒๐ ได้ โดยให้ดําเนินการตามมาตรา ๒๐ วรรคสอง

และมาตรา ๒๔ ด้วยโดยอนุโลม และต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.น.บ.

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ในกรณีมีความจําเป็นอย่างยิ่งตามที่ ก.น.บ. กําหนด ก.บ.จ. อาจปรับปรุงแผนพัฒนาจังหวัดใหม่ก่อนสิ้นอายุของแผน โดยให้ดําเนินการตามมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๔

ด้วยโดยอนุโลม ทั้งนี้ การปรับปรุงดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีตามมาตรา ๒๐ หรือมาตรา ๒๖ และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการประจําภาค

ตามมาตรา ๑๑

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ให้ ก.บ.จ. จัดทําแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด

ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีตามมาตรา ๒๐ หรือมาตรา ๒๖ และแผนพัฒนาจังหวัด โดยคํานึงถึงการดําเนินงานและความร่วมมือกับกระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครอง

ส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือเอกชน ซึ่งอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดของโครงการสําคัญและโครงการอื่นที่จําเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาของจังหวัด เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงาน

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ และงบประมาณที่จะต้องใช้ดําเนินการและต้องระบุให้ชัดเจนว่าโครงการ

หรืองานใดที่จังหวัดประสงค์จะขอตั้งงบประมาณจากสํานักงบประมาณโดยตรง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.น.บ. กําหนด

เมื่อจัดทําแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัดตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดส่งแผนดังกล่าวให้ ก.บ.ก. เพื่อประกอบการจัดทําแผนปฏิบัติราชการประจําปี

ของกลุ่มจังหวัด

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ เมื่อจัดทําแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัดเสร็จ หากหน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจกรรมในแผนจําเป็นต้องได้รับอนุญาต อนุมัติ หรือความเห็นชอบจากหน่วยงานของรัฐ หรือผู้มีอํานาจหรือคณะกรรมการตามที่มีกฎหมายหรือกฎกําหนดไว้

ให้หน่วยงานนั้นยื่นคําขอเพื่อให้ผู้มีอํานาจอนุญาต อนุมัติ หรือให้ความเห็นชอบพิจารณาแล้วแจ้ง

ผลการพิจารณาให้หน่วยงานของรัฐที่ยื่นคําขอทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําขอ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ ผู้มีอํานาจหรือคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งไม่เห็นชอบหรือไม่แจ้งผลการพิจารณาให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจกรรมในแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัดทราบภายในสามสิบวัน ให้ ก.น.บ. เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ

โดยอาจเสนอไปพร้อมกับแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐ ผู้มีอํานาจหรือคณะกรรมการตามกฎหมายหรือกฎที่มีอํานาจอนุญาต อนุมัติ

หรือให้ความเห็นชอบนั้น ดําเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว

ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ ผู้มีอํานาจหรือคณะกรรมการที่มีอํานาจอนุญาต อนุมัติ

หรือให้ความเห็นชอบมิได้ดําเนินการให้แล้วเสร็จตามวรรคหนึ่ง หรือไม่ให้ความร่วมมือ

ตามมติคณะรัฐมนตรีตามวรรคสอง หากเกิดความเสียหายใดขึ้น ให้ถือว่าบุคคลซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องและหัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการปฏิบัติหน้าที่

แล้วแต่กรณี เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการไม่ให้ความร่วมมือหรือความล่าช้านั้นมิได้เกิดจากความผิดของตน

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งโครงการในแผนปฏิบัติราชการประจําปี

ของจังหวัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของหน่วยงานของรัฐหน่วยใดหน่วยหนึ่ง

หรือหลายหน่วยให้หน่วยงานของรัฐหน่วยนั้นทราบเพื่อประสานการดําเนินการให้สอดคล้อง

กับแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐแจ้งแผนปฏิบัติราชการประจําปี หรือแผนปฏิบัติงานประจําปีของหน่วยงานของรัฐในส่วนที่ดําเนินการในพื้นที่จังหวัด พร้อมทั้งระบุเวลาที่จะเริ่มดําเนินโครงการตามแผนนั้นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ

ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เห็นด้วยกับแผนปฏิบัติราชการประจําปี

หรือแผนปฏิบัติงานประจําปีของหน่วยงานของรัฐ หรือระยะเวลาที่จะเริ่มดําเนินโครงการตามแผน

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐทราบเพื่อปรับแผนหรือระยะเวลาให้เหมาะสมต่อไป

การดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง เกี่ยวกับแผนปฏิบัติราชการประจําปีหรือแผนปฏิบัติงานประจําปีของหน่วยงานของรัฐ ที่กําหนดโครงการซึ่งต้องดําเนินการโดยผ่านพื้นที่ของหลายจังหวัด เช่น ทางหลวง อ่างเก็บน้ํา คลองส่งน้ํา หรือครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด

เช่น การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ให้เป็นไปตามที่ ก.น.บ. กําหนด

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องปรับปรุงแผนปฏิบัติราชการประจําปี

ของจังหวัดและงบประมาณจังหวัดก่อนสิ้นอายุของแผน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนําเสนอ ก.บ.จ. พิจารณาแล้วให้ขอความเห็นชอบ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงโครงการที่มิใช่โครงการสําคัญ เมื่อ ก.บ.จ. ให้ความเห็นชอบแล้ว ให้รายงานให้คณะอนุกรรมการประจําภาคทราบ

(๒) กรณีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงโครงการที่มิใช่โครงการสําคัญ โดยการเพิ่ม

โครงการใหม่ที่มิได้อยู่ในแผนปฏิบัติราชการประจําปี ให้ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทน

สํานักงบประมาณ และผู้แทนสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นชอบ และรายงานให้คณะอนุกรรมการประจําภาคทราบ

(๓) กรณีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงโครงการสําคัญ ให้ขอความเห็นชอบ

จากคณะอนุกรรมการประจําภาค

การขอและให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ที่ ก.น.บ. กําหนด สําหรับวิธีการงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

การจัดตั้งกลุ่มจังหวัดและการจัดทําแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ให้ ก.น.บ. พิจารณาจัดตั้งกลุ่มจังหวัดเพื่อร่วมกันบูรณาการเชิงพื้นที่

ในการพัฒนา การปฏิบัติภารกิจ และการบริหารงบประมาณในโครงการที่กลุ่มจังหวัดจะได้ประโยชน์ร่วมกัน หรือเพื่อใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด และกําหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการ

ของกลุ่มจังหวัด แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและให้ประกาศ

ในราชกิจจานุเบกษา

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด

ทําหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัด เว้นแต่ ก.น.บ. จะกําหนดเป็นอย่างอื่น

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ให้ ก.บ.ก. ดําเนินการจัดทําแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดให้สอดคล้อง

กับวัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนาในอนาคตที่ ก.น.บ. กําหนด โดยคํานึงถึงความต้องการ

ของประชาชนในกลุ่มจังหวัดที่ไม่ซ้ําซ้อนกับความต้องการของประชาชนในแต่ละจังหวัด

ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ

และสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นโยบายของรัฐบาล และแผนพัฒนาจังหวัดในพื้นที่กลุ่มจังหวัด รวมตลอดถึงความพร้อมของภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชน

แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ต้องให้ความสําคัญกับโครงการขนาดใหญ่

ที่จังหวัดในกลุ่มจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน เช่น โรงไฟฟ้าขยะ ระบบชลประทาน ระบบขนส่ง

ระบบเตือนภัยพิบัติ โดยต้องระบุแผนงานของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

และหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่จะดําเนินการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดไว้ด้วย

เพื่อให้ทราบถึงความต้องการของประชาชนในกลุ่มจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ให้ ก.บ.ก. สํารวจความคิดเห็นของประชาชนในกลุ่มจังหวัดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.น.บ. กําหนด

ให้นําความในมาตรา ๒๑ วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑

และมาตรา ๓๒ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ การเสนอโครงการในการจัดทําแผนปฏิบัติราชการประจําปี

ของกลุ่มจังหวัดและการเสนอคําขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีของกลุ่มจังหวัดสําหรับโครงการดังกล่าว ต้องเป็นโครงการที่กลุ่มจังหวัดจะได้ประโยชน์ร่วมกันหรือเชื่อมโยงกัน เพื่อใช้งบประมาณ

ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีการบูรณาการการดําเนินโครงการร่วมกันของจังหวัดในกลุ่มจังหวัด

ทั้งนี้ ตามที่ ก.น.บ. กําหนด

ภาคและเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ ให้ ก.น.บ. พิจารณาจัดตั้งภาคเพื่อให้ราชการส่วนกลาง จังหวัด

กลุ่มจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐ ร่วมกันบูรณาการเชิงพื้นที่

ในการพัฒนา การปฏิบัติภารกิจ และการบริหารงบประมาณ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ และตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

ให้ความเห็นชอบและให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ให้สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจัดทําเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาคซึ่งมีระยะเวลาห้าปี ทั้งนี้ ตามนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการที่ ก.น.บ. กําหนด แล้วเสนอ ก.น.บ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป

ทั้งนี้ ให้ส่งสําเนาให้สํานักงบประมาณ ก.บ.จ. และ ก.บ.ก. เพื่อประกอบการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดด้วย

ในการพิจารณาคําของบประมาณรายจ่ายประจําปีของกระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่จะดําเนินโครงการหรือกิจกรรมในภาค

ให้สํานักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้โครงการหรือกิจกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมาย

และแนวทางการพัฒนาภาคเป็นลําดับแรก

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ การประสานแผนและการประสานการดําเนินโครงการหรือกิจกรรม

ที่กลุ่มจังหวัดหรือจังหวัดที่อยู่ในกลุ่มจังหวัดต้องร่วมดําเนินการกับกลุ่มจังหวัดอื่นหรือจังหวัดอื่น

ที่อยู่นอกกลุ่มจังหวัด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.น.บ. กําหนด

งบประมาณและการบริหารงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ เมื่อ ก.น.บ. ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด และคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว ให้ ก.น.บ. ดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) แจ้งแผนพัฒนาจังหวัดและงบประมาณที่ต้องใช้ในแผนให้ผู้อํานวยการ

สํานักงบประมาณทราบ

(๒) เสนอแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัดพร้อมงบประมาณรายจ่ายประจําปีของจังหวัดต่อผู้อํานวยการสํานักงบประมาณเพื่อขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีของจังหวัด

ก.น.บ. อาจมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะรัฐมนตรี

เจ้าสังกัดของจังหวัดเป็นผู้ดําเนินการตามวรรคหนึ่งได้

ให้ถือว่าจังหวัดที่ทําคําของบประมาณรายจ่ายประจําปีตามแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัดซึ่งได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งได้ยื่นคําขอตั้งงบประมาณดังกล่าว

ต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัด และให้ถือว่าการเสนอแผนปฏิบัติราชการประจําปีพร้อมงบประมาณรายจ่ายประจําปีตาม (๒) เป็นการเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีที่รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเห็นชอบ

และนําเสนอต่อผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

สํานักงบประมาณต้องดําเนินการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีให้เพียงพอ

ต่อการดําเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ในกรณีที่จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดมีโครงการที่ต้องจัดซื้อหรือจัดจ้างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบป้องกันภัย ระบบทะเบียน หรือระบบอื่นในทํานองเดียวกัน โดยจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดจะไม่ปกครอง ดูแล บํารุงรักษา

หรือใช้ประโยชน์ในสิ่งดังกล่าว แต่จะโอนสิ่งนั้นให้หน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งมีความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นผู้ปกครอง ดูแล บํารุงรักษา หรือใช้ประโยชน์ จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดต้องระบุไว้ในคําของบประมาณรายจ่ายประจําปีที่เสนอต่อสํานักงบประมาณ

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ ในกรณีที่หน่วยงานใดของรัฐมีหน้าที่ดําเนินการในเรื่องใด

และได้รับงบประมาณรายจ่ายประจําปีสําหรับดําเนินการในเรื่องนั้นตามแผนพัฒนาจังหวัด

และแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด ให้หน่วยงานของรัฐนั้นแจ้งการได้รับการจัดสรรงบประมาณในเรื่องดังกล่าวให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีมีผลใช้บังคับ

ให้สํานักงบประมาณแจ้งการจัดสรรงบประมาณจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัด

และ ก.น.บ. ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี

มีผลใช้บังคับ

ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับงบประมาณรายจ่ายประจําปี

ผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแจ้งการจัดสรร

งบประมาณนั้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีมีผลใช้บังคับ แต่ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีโดยตรงในฐานะหน่วยรับงบประมาณ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นผู้แจ้งการจัดสรรงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด

และแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบตามกําหนดเวลาดังกล่าว

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ เพื่อความคล่องตัวและลดขั้นตอนในการบริหารงบประมาณจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมอบอํานาจหรือมอบหมายให้หัวหน้าส่วนราชการส่วนกลาง หัวหน้า

ส่วนราชการส่วนภูมิภาค หัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่น หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐ บรรดาซึ่งมีที่ตั้งหรือรับผิดชอบงานในจังหวัด เป็นผู้ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารงบประมาณจังหวัดได้

โดยมิให้ถือว่าเป็นการมอบอํานาจให้หน่วยงานของรัฐแห่งอื่นเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ทั้งนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งสําเนาหลักฐาน

การมอบอํานาจให้สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบด้วย

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ ในกรณีที่การปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด

หรือกลุ่มจังหวัด มีความจําเป็นต้องตั้งงบประมาณเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์

ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบป้องกันภัย ระบบทะเบียน หรือระบบอื่นในทํานองเดียวกัน

ให้สํานักงบประมาณจัดสรรงบประมาณเพื่อดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด

โดยมีหน่วยงานของรัฐซึ่งมีบุคลากรในจังหวัดที่จะปกครอง ดูแล บํารุงรักษา หรือใช้ประโยชน์

และได้ทําความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะดําเนินการดังกล่าวกับจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด

ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐส่วนกลางประสงค์จะให้มีสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์

หรือระบบตามวรรคหนึ่งในพื้นที่จังหวัด ให้สํานักงบประมาณจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงาน

ที่มีบุคลากรในจังหวัดซึ่งสามารถปกครอง ดูแล บํารุงรักษา หรือใช้ประโยชน์สิ่งดังกล่าวนั้นได้

การจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานของรัฐซึ่งไม่อาจหรือไม่สามารถปกครอง

ดูแล บํารุงรักษา หรือใช้ประโยชน์จากสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ หรือระบบตามวรรคหนึ่ง จะกระทํามิได้

ให้สํานักงบประมาณจัดสรรงบประมาณสําหรับการบํารุงรักษาสิ่งซึ่งได้จัดซื้อจัดจ้างตามมาตรานี้

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ หน่วยงานของรัฐซึ่งทําความตกลงกับจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด

ตามมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง และหน่วยงานของรัฐส่วนกลางตามมาตรา ๔๓ วรรคสอง มีหน้าที่ปกครอง ดูแล บํารุงรักษา หรือใช้ประโยชน์จากสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ หรือระบบที่จัดซื้อจัดจ้างมา

ตามมาตรา ๔๓

การโอนสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ หรือระบบที่จัดซื้อจัดจ้างมาตามมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง

ให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นผู้ปกครอง ดูแล บํารุงรักษา หรือใช้ประโยชน์จากสิ่งดังกล่าว จะกระทําได้เมื่อหน่วยงานอื่นซึ่งรับโอนนั้น มีบุคลากรในการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา หรือใช้ประโยชน์ และได้มีความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้กับหน่วยงานผู้โอน รวมทั้งได้รับความเห็นชอบจาก ก.บ.จ.

หรือ ก.บ.ก. โดยมิให้นําระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมาใช้บังคับ และแจ้งการโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กรมธนารักษ์ทราบด้วย

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ การให้หน่วยงานวิสาหกิจเพื่อสังคม ภาคประชาสังคม หรือภาคธุรกิจเอกชนเป็นผู้ปกครอง ดูแล บํารุงรักษา และใช้ประโยชน์จากสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ หรือระบบ

ตามมาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๔ ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนดโดยข้อเสนอของ ก.น.บ.

การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คํานึงถึงประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ

จากการบํารุงรักษาและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นมากกว่าผลตอบแทนที่หน่วยงานของรัฐจะได้รับจากหน่วยงานวิสาหกิจเพื่อสังคม ภาคประชาสังคม

หรือภาคธุรกิจเอกชน

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ หน่วยงานใดของรัฐได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปี

ซึ่งมิใช่การดําเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดหรือแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด

เพื่อนําไปใช้ในจังหวัด ให้หน่วยงานของรัฐนั้นแจ้งการได้รับการจัดสรรงบประมาณให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีมีผลใช้บังคับ

หากหน่วยงานของรัฐมีความจําเป็นต้องโอนงบประมาณตามวรรคหนึ่ง

กลับหน่วยงานของรัฐหรือโอนไปจังหวัดอื่น ให้กระทําได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นแล้ว

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ ให้จังหวัดรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณที่แสดงถึงผลสําเร็จ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไขในการดําเนินงานตามแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด เสนอ ก.น.บ. และให้จัดส่งสําเนาให้สํานักงบประมาณทราบภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ

ในกรณีที่สํานักงบประมาณกําหนดให้จังหวัดจัดทํารายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณตามแบบที่ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณกําหนด ให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรายงานตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ให้นําความในหมวดนี้มาใช้บังคับแก่การจัดทําและบริหารงบประมาณกลุ่มจังหวัดด้วยโดยอนุโลม กรณีใดที่มิได้กําหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ การดําเนินการในกรณีนั้นให้เป็นไปตามที่ ก.น.บ. กําหนด

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ การแบ่งงบประมาณกลุ่มจังหวัดเป็นสัดส่วนตามจํานวนจังหวัด

จะกระทํามิได้

33 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_59c498679942aeca

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com