法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 32 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรและการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๓๒ (พ.ศ. ๒๕๔๒)

ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗

ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออก

นอกราชอาณาจักร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบ

อุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๑๐๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๐๒

วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความใน

พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี

สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

การยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรที่จะได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลด

อัตราภาษีตามมาตรา ๑๐๐ ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(๑) เป็นสินค้าที่บุคคลตามข้อ ๓ เป็นผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักร และ

(๒) ไม่เป็นสินค้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้

ประกาศ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๐๓ กำหนดให้ได้รับการลดอัตราหรือยกเว้นภาษีในกรณี

ส่งออกนอกราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรดังต่อไปนี้ มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืน

ภาษีหรือลดอัตราภาษีตามความในหมวดนี้

(๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต

(๒) นิติบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตาม (๑) ซึ่งได้ซื้อหรือได้รับสินค้า

ที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นทอดแรก เพื่อนำหรือส่งออกนอก

ราชอาณาจักรต่อไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรที่ประสงค์จะได้รับยกเว้นหรือคืน

ภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร ยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี

มอบหมาย ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในเขต หรือ

ที่สำนักงานโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าของผู้นั้นตั้งอยู่ในเขต

แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานที่ระบุไว้ในคำขอดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๔ แล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย มีคำสั่ง

ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่ขอรับ

ยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี ณ โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บ

สินค้า แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งให้มีการตรวจสอบ

ทางเอกสารแทนการตรวจสอบสินค้าก็ได้

เมื่อได้ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าแล้ว ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือ

พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับตราหรือเครื่องหมาย เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษี

หรือลดอัตราภาษี แต่ถ้าโดยสภาพของสินค้านั้นไม่อาจกระทำการดังกล่าวได้ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่ง

อธิบดีมอบหมายสั่งดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร เพื่อแสดงให้ทราบว่าเป็นสินค้าเช่นว่านั้น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อได้มีการดำเนินการตามข้อ ๕ แล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรนำสินค้าที่ขอรับยกเว้น หรือคืนภาษีหรือลด

อัตราภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ไปยัง

สถานที่ส่งออกโดยจะกำหนดระยะเวลาที่จะต้องส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรด้วยก็ได้

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ถ้าสินค้ายังมิได้เสียภาษีให้นำ

สินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยไม่ต้องชำระภาษีสำหรับสินค้านั้นได้ และให้ถือว่าสินค้าดังกล่าวได้รับการขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาชำระภาษีออกไปเป็นการชั่วคราว จนกว่าอธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะได้มีคำสั่งให้ยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ก่อนส่งสินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีออกนอก

ราชอาณาจักร ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรต้องให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงาน

เจ้าหน้าที่ และพนักงานศุลกากร ณ สถานที่ส่งออก ตรวจสอบสินค้าและรับรองการตรวจสอบนั้น

ในกรณีที่อธิบดีพิจารณาเห็นสมควรจะสั่งให้มีการตรวจสอบสินค้าและรับรอง

การตรวจสอบเฉพาะโดยพนักงานศุลกากรก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อได้ส่งสินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีออกนอก

ราชอาณาจักรแล้ว ให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรแจ้งการส่งสินค้านั้นต่อเจ้าพนักงาน

สรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่ผู้นั้น

ได้ยื่นคำขอไว้ ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ส่งสินค้านั้นออกนอกราชอาณาจักร พร้อมด้วย

หลักฐานการรับรองการตรวจสอบสินค้าและหลักฐานแสดงการตรวจปล่อยสินค้าออกนอก

ราชอาณาจักรของพนักงานศุลกากร

ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรที่ไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งจะไม่ได้รับการ

ยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี และให้ผู้นั้นมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขอรับยกเว้น

ภาษีหรือลดอัตราภาษีในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อพิจารณาคำขอและหลักฐานที่เกี่ยวข้องและปรากฏว่า ได้มีการส่ง

สินค้าออกนอกราชอาณาจักรถูกต้องตามที่ระบุในคำขอแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

สั่งยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าดังกล่าว

ถ้าปรากฏว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้ระบุในคำขอ อธิบดี

หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีเฉพาะสินค้าที่ได้มีการส่งออก

นอกราชอาณาจักรจริงก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรมีหน้าที่เสียภาษี

สำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่

ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาด

จำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย หรือกรณีที่ขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงงาน

อุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าเพื่อส่งออก

การขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

มีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับ

สินค้าที่ผู้นั้นมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา ๑๐๒ ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี

มอบหมาย ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้า

ทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ ตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานที่ระบุไว้ใน

แบบคำขอดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้รับคำขอตามข้อ ๑๐ แล้ว ให้มี

คำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบสินค้านั้น และสั่งให้

ประทับตราหรือเครื่องหมาย เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่มีการขอคืนหรือยกเว้นภาษีก่อนนำออกจาก

โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า

ในกรณีเช่นนี้ ให้นำความในข้อ ๕ และข้อ ๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมแจ้งการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า หรือแจ้งการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิตาม

มาตรา ๑๐๒ (๓) ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่

นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว หรือนับแต่วันจำหน่ายสินค้า แล้วแต่กรณี ณ กรมสรรพสามิต

หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่ผู้นั้นได้ยื่นคำขอไว้ พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีสินค้าตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) หรือ (๓) หลักฐานที่ส่วนราชการ

ในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น องค์การสาธารณกุศล

คณะทูตหรือองค์การระหว่างประเทศและกระทรวงการต่างประเทศได้ลงลายมือชื่อรับรอง

การรับหรือการใช้สินค้านั้น

(๒) ในกรณีสินค้าเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามมาตรา ๑๐๒ (๔)

หลักฐานการนำน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเติมในอากาศยานหรือเรือ และการปล่อยอากาศยาน

หรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศของพนักงานศุลกากร

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง จะไม่ได้รับการคืนหรือยกเว้น

ภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขอรับการยกเว้นภาษีนั้น ในอัตรา

ภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อพิจารณาคำขอและหลักฐานที่เกี่ยวข้องและปรากฏว่าได้มีการรับ

หรือการใช้สินค้าตามที่ระบุในคำขอแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายสั่งให้คืนหรือยกเว้น

ภาษีสำหรับสินค้านั้น แล้วแต่กรณี ตามที่เห็นสมควร

ถ้าปรากฏว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ระบุไว้ในคำขอ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งให้คืนหรือยกเว้นภาษีเฉพาะจำนวนที่ได้มีการรับหรือ

มีการใช้ตามความเป็นจริงก็ได้

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คำขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอก

ราชอาณาจักร หรือคำขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิ

ได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีที่ได้ยื่นไว้แล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และอธิบดีหรือผู้ซึ่ง

อธิบดีมอบหมายยังมิได้สั่งให้มีการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี ให้ถือว่าเป็นคำขอ

ที่ได้ยื่นตามกฎกระทรวงนี้ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒

ธารินทร์ นิมมานเหมินท์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

+---------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี สำหรับสินค้าที่

ส่งออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๐๐ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗

เพื่อให้ขยายครอบคลุมถึงสินค้าที่บุคคลอื่นนอกจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นผู้ส่งออกนอก

ราชอาณาจักรด้วย อันจะทำให้ราคาของสินค้าที่ส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศต่ำลง สามารถ

แข่งขันกับสินค้าของประเทศอื่นในตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการส่งออกและ

เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ และแก้ไขเพิ่มเติมการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีของผู้ประกอบ

อุตสาหกรรมตามมาตรา ๑๐๒ ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันยิ่งขึ้นด้วย จึงจำเป็นต้อง

ออกกฎกระทรวงนี้

[รก.๒๕๔๒/๕ก/๑๓/๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒]

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 32 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรและการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5a95136da19afd28

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com