กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓๒ (พ.ศ. ๒๕๔๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗
ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออก
นอกราชอาณาจักร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบ
อุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๑๐๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๐๒
วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี
สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่
ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี
การยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร
ข้อ ๒ สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรที่จะได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลด
อัตราภาษีตามมาตรา ๑๐๐ ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) เป็นสินค้าที่บุคคลตามข้อ ๓ เป็นผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักร และ
(๒) ไม่เป็นสินค้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้
ประกาศ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๐๓ กำหนดให้ได้รับการลดอัตราหรือยกเว้นภาษีในกรณี
ส่งออกนอกราชอาณาจักร
ข้อ ๓ ให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรดังต่อไปนี้ มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืน
ภาษีหรือลดอัตราภาษีตามความในหมวดนี้
(๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต
(๒) นิติบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตาม (๑) ซึ่งได้ซื้อหรือได้รับสินค้า
ที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นทอดแรก เพื่อนำหรือส่งออกนอก
ราชอาณาจักรต่อไป
ข้อ ๔ ให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรที่ประสงค์จะได้รับยกเว้นหรือคืน
ภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร ยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี
มอบหมาย ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในเขต หรือ
ที่สำนักงานโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าของผู้นั้นตั้งอยู่ในเขต
แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานที่ระบุไว้ในคำขอดังกล่าว
ข้อ ๕ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๔ แล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย มีคำสั่ง
ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่ขอรับ
ยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี ณ โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บ
สินค้า แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งให้มีการตรวจสอบ
ทางเอกสารแทนการตรวจสอบสินค้าก็ได้
เมื่อได้ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าแล้ว ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือ
พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับตราหรือเครื่องหมาย เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษี
หรือลดอัตราภาษี แต่ถ้าโดยสภาพของสินค้านั้นไม่อาจกระทำการดังกล่าวได้ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่ง
อธิบดีมอบหมายสั่งดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร เพื่อแสดงให้ทราบว่าเป็นสินค้าเช่นว่านั้น
ข้อ ๖ เมื่อได้มีการดำเนินการตามข้อ ๕ แล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรนำสินค้าที่ขอรับยกเว้น หรือคืนภาษีหรือลด
อัตราภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ไปยัง
สถานที่ส่งออกโดยจะกำหนดระยะเวลาที่จะต้องส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรด้วยก็ได้
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ถ้าสินค้ายังมิได้เสียภาษีให้นำ
สินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยไม่ต้องชำระภาษีสำหรับสินค้านั้นได้ และให้ถือว่าสินค้าดังกล่าวได้รับการขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาชำระภาษีออกไปเป็นการชั่วคราว จนกว่าอธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะได้มีคำสั่งให้ยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี
ข้อ ๗ ก่อนส่งสินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีออกนอก
ราชอาณาจักร ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรต้องให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงาน
เจ้าหน้าที่ และพนักงานศุลกากร ณ สถานที่ส่งออก ตรวจสอบสินค้าและรับรองการตรวจสอบนั้น
ในกรณีที่อธิบดีพิจารณาเห็นสมควรจะสั่งให้มีการตรวจสอบสินค้าและรับรอง
การตรวจสอบเฉพาะโดยพนักงานศุลกากรก็ได้
ข้อ ๘ เมื่อได้ส่งสินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีออกนอก
ราชอาณาจักรแล้ว ให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรแจ้งการส่งสินค้านั้นต่อเจ้าพนักงาน
สรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่ผู้นั้น
ได้ยื่นคำขอไว้ ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ส่งสินค้านั้นออกนอกราชอาณาจักร พร้อมด้วย
หลักฐานการรับรองการตรวจสอบสินค้าและหลักฐานแสดงการตรวจปล่อยสินค้าออกนอก
ราชอาณาจักรของพนักงานศุลกากร
ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรที่ไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งจะไม่ได้รับการ
ยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี และให้ผู้นั้นมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขอรับยกเว้น
ภาษีหรือลดอัตราภาษีในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น
ข้อ ๙ เมื่อพิจารณาคำขอและหลักฐานที่เกี่ยวข้องและปรากฏว่า ได้มีการส่ง
สินค้าออกนอกราชอาณาจักรถูกต้องตามที่ระบุในคำขอแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
สั่งยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าดังกล่าว
ถ้าปรากฏว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้ระบุในคำขอ อธิบดี
หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีเฉพาะสินค้าที่ได้มีการส่งออก
นอกราชอาณาจักรจริงก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรมีหน้าที่เสียภาษี
สำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่
ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาด
จำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย หรือกรณีที่ขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงงาน
อุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าเพื่อส่งออก
การขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม
มีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี
ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับ
สินค้าที่ผู้นั้นมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา ๑๐๒ ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี
มอบหมาย ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้า
ทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ ตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานที่ระบุไว้ใน
แบบคำขอดังกล่าว
ข้อ ๑๑ เมื่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้รับคำขอตามข้อ ๑๐ แล้ว ให้มี
คำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบสินค้านั้น และสั่งให้
ประทับตราหรือเครื่องหมาย เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่มีการขอคืนหรือยกเว้นภาษีก่อนนำออกจาก
โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า
ในกรณีเช่นนี้ ให้นำความในข้อ ๕ และข้อ ๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๒ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมแจ้งการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม
คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า หรือแจ้งการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิตาม
มาตรา ๑๐๒ (๓) ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่
นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว หรือนับแต่วันจำหน่ายสินค้า แล้วแต่กรณี ณ กรมสรรพสามิต
หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่ผู้นั้นได้ยื่นคำขอไว้ พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีสินค้าตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) หรือ (๓) หลักฐานที่ส่วนราชการ
ในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น องค์การสาธารณกุศล
คณะทูตหรือองค์การระหว่างประเทศและกระทรวงการต่างประเทศได้ลงลายมือชื่อรับรอง
การรับหรือการใช้สินค้านั้น
(๒) ในกรณีสินค้าเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามมาตรา ๑๐๒ (๔)
หลักฐานการนำน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเติมในอากาศยานหรือเรือ และการปล่อยอากาศยาน
หรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศของพนักงานศุลกากร
ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง จะไม่ได้รับการคืนหรือยกเว้น
ภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขอรับการยกเว้นภาษีนั้น ในอัตรา
ภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น
ข้อ ๑๓ เมื่อพิจารณาคำขอและหลักฐานที่เกี่ยวข้องและปรากฏว่าได้มีการรับ
หรือการใช้สินค้าตามที่ระบุในคำขอแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายสั่งให้คืนหรือยกเว้น
ภาษีสำหรับสินค้านั้น แล้วแต่กรณี ตามที่เห็นสมควร
ถ้าปรากฏว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ระบุไว้ในคำขอ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งให้คืนหรือยกเว้นภาษีเฉพาะจำนวนที่ได้มีการรับหรือ
มีการใช้ตามความเป็นจริงก็ได้
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๔ คำขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอก
ราชอาณาจักร หรือคำขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิ
ได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีที่ได้ยื่นไว้แล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และอธิบดีหรือผู้ซึ่ง
อธิบดีมอบหมายยังมิได้สั่งให้มีการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี ให้ถือว่าเป็นคำขอ
ที่ได้ยื่นตามกฎกระทรวงนี้ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒
ธารินทร์ นิมมานเหมินท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
+---------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี สำหรับสินค้าที่
ส่งออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๐๐ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗
เพื่อให้ขยายครอบคลุมถึงสินค้าที่บุคคลอื่นนอกจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นผู้ส่งออกนอก
ราชอาณาจักรด้วย อันจะทำให้ราคาของสินค้าที่ส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศต่ำลง สามารถ
แข่งขันกับสินค้าของประเทศอื่นในตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการส่งออกและ
เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ และแก้ไขเพิ่มเติมการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีของผู้ประกอบ
อุตสาหกรรมตามมาตรา ๑๐๒ ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันยิ่งขึ้นด้วย จึงจำเป็นต้อง
ออกกฎกระทรวงนี้
[รก.๒๕๔๒/๕ก/๑๓/๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒]
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).