我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง ฉบับที่ 32 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรและการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

子法規・公布 1999-02-09・全 15 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๒ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออก นอกราชอาณาจักร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบ อุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๑๐๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๐๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความใน พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี การยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร

หมวด ๑

ข้อ ๒

ข้อ ๒ สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรที่จะได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลด อัตราภาษีตามมาตรา ๑๐๐ ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) เป็นสินค้าที่บุคคลตามข้อ ๓ เป็นผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักร และ (๒) ไม่เป็นสินค้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้ ประกาศ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๐๓ กำหนดให้ได้รับการลดอัตราหรือยกเว้นภาษีในกรณี ส่งออกนอกราชอาณาจักร

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรดังต่อไปนี้ มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืน ภาษีหรือลดอัตราภาษีตามความในหมวดนี้ (๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต (๒) นิติบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตาม (๑) ซึ่งได้ซื้อหรือได้รับสินค้า ที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นทอดแรก เพื่อนำหรือส่งออกนอก ราชอาณาจักรต่อไป

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรที่ประสงค์จะได้รับยกเว้นหรือคืน ภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร ยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี มอบหมาย ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในเขต หรือ ที่สำนักงานโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าของผู้นั้นตั้งอยู่ในเขต แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานที่ระบุไว้ในคำขอดังกล่าว

ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๔ แล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย มีคำสั่ง ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่ขอรับ ยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี ณ โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บ สินค้า แล้วแต่กรณี ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งให้มีการตรวจสอบ ทางเอกสารแทนการตรวจสอบสินค้าก็ได้ เมื่อได้ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าแล้ว ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับตราหรือเครื่องหมาย เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษี หรือลดอัตราภาษี แต่ถ้าโดยสภาพของสินค้านั้นไม่อาจกระทำการดังกล่าวได้ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่ง อธิบดีมอบหมายสั่งดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร เพื่อแสดงให้ทราบว่าเป็นสินค้าเช่นว่านั้น

ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อได้มีการดำเนินการตามข้อ ๕ แล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรนำสินค้าที่ขอรับยกเว้น หรือคืนภาษีหรือลด อัตราภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ไปยัง สถานที่ส่งออกโดยจะกำหนดระยะเวลาที่จะต้องส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรด้วยก็ได้ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ถ้าสินค้ายังมิได้เสียภาษีให้นำ สินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยไม่ต้องชำระภาษีสำหรับสินค้านั้นได้ และให้ถือว่าสินค้าดังกล่าวได้รับการขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาชำระภาษีออกไปเป็นการชั่วคราว จนกว่าอธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะได้มีคำสั่งให้ยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ก่อนส่งสินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีออกนอก ราชอาณาจักร ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรต้องให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ และพนักงานศุลกากร ณ สถานที่ส่งออก ตรวจสอบสินค้าและรับรองการตรวจสอบนั้น ในกรณีที่อธิบดีพิจารณาเห็นสมควรจะสั่งให้มีการตรวจสอบสินค้าและรับรอง การตรวจสอบเฉพาะโดยพนักงานศุลกากรก็ได้

ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อได้ส่งสินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีออกนอก ราชอาณาจักรแล้ว ให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรแจ้งการส่งสินค้านั้นต่อเจ้าพนักงาน สรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่ผู้นั้น ได้ยื่นคำขอไว้ ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ส่งสินค้านั้นออกนอกราชอาณาจักร พร้อมด้วย หลักฐานการรับรองการตรวจสอบสินค้าและหลักฐานแสดงการตรวจปล่อยสินค้าออกนอก ราชอาณาจักรของพนักงานศุลกากร ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรที่ไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งจะไม่ได้รับการ ยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี และให้ผู้นั้นมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขอรับยกเว้น ภาษีหรือลดอัตราภาษีในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อพิจารณาคำขอและหลักฐานที่เกี่ยวข้องและปรากฏว่า ได้มีการส่ง สินค้าออกนอกราชอาณาจักรถูกต้องตามที่ระบุในคำขอแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย สั่งยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าดังกล่าว ถ้าปรากฏว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้ระบุในคำขอ อธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีเฉพาะสินค้าที่ได้มีการส่งออก นอกราชอาณาจักรจริงก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรมีหน้าที่เสียภาษี สำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาด จำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย หรือกรณีที่ขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงงาน อุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าเพื่อส่งออก การขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม มีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

หมวด ๒

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับ สินค้าที่ผู้นั้นมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา ๑๐๒ ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี มอบหมาย ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้า ทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ ตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานที่ระบุไว้ใน แบบคำขอดังกล่าว

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้รับคำขอตามข้อ ๑๐ แล้ว ให้มี คำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบสินค้านั้น และสั่งให้ ประทับตราหรือเครื่องหมาย เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่มีการขอคืนหรือยกเว้นภาษีก่อนนำออกจาก โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า ในกรณีเช่นนี้ ให้นำความในข้อ ๕ และข้อ ๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมแจ้งการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า หรือแจ้งการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิตาม มาตรา ๑๐๒ (๓) ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว หรือนับแต่วันจำหน่ายสินค้า แล้วแต่กรณี ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่ผู้นั้นได้ยื่นคำขอไว้ พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีสินค้าตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) หรือ (๓) หลักฐานที่ส่วนราชการ ในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น องค์การสาธารณกุศล คณะทูตหรือองค์การระหว่างประเทศและกระทรวงการต่างประเทศได้ลงลายมือชื่อรับรอง การรับหรือการใช้สินค้านั้น (๒) ในกรณีสินค้าเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามมาตรา ๑๐๒ (๔) หลักฐานการนำน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเติมในอากาศยานหรือเรือ และการปล่อยอากาศยาน หรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศของพนักงานศุลกากร ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง จะไม่ได้รับการคืนหรือยกเว้น ภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขอรับการยกเว้นภาษีนั้น ในอัตรา ภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อพิจารณาคำขอและหลักฐานที่เกี่ยวข้องและปรากฏว่าได้มีการรับ หรือการใช้สินค้าตามที่ระบุในคำขอแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายสั่งให้คืนหรือยกเว้น ภาษีสำหรับสินค้านั้น แล้วแต่กรณี ตามที่เห็นสมควร ถ้าปรากฏว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ระบุไว้ในคำขอ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งให้คืนหรือยกเว้นภาษีเฉพาะจำนวนที่ได้มีการรับหรือ มีการใช้ตามความเป็นจริงก็ได้ บทเฉพาะกาล

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คำขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอก ราชอาณาจักร หรือคำขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิ ได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีที่ได้ยื่นไว้แล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และอธิบดีหรือผู้ซึ่ง อธิบดีมอบหมายยังมิได้สั่งให้มีการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี ให้ถือว่าเป็นคำขอ ที่ได้ยื่นตามกฎกระทรวงนี้ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง +---------------------------------------------------------------------------------------------------+ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี สำหรับสินค้าที่ ส่งออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๐๐ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ เพื่อให้ขยายครอบคลุมถึงสินค้าที่บุคคลอื่นนอกจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นผู้ส่งออกนอก ราชอาณาจักรด้วย อันจะทำให้ราคาของสินค้าที่ส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศต่ำลง สามารถ แข่งขันกับสินค้าของประเทศอื่นในตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการส่งออกและ เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ และแก้ไขเพิ่มเติมการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีของผู้ประกอบ อุตสาหกรรมตามมาตรา ๑๐๒ ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันยิ่งขึ้นด้วย จึงจำเป็นต้อง ออกกฎกระทรวงนี้ [รก.๒๕๔๒/๕ก/๑๓/๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒]

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查