ข้อ ๕๘ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท จ
ต้องมีแผนผังโดยสังเขป แผนผังบริเวณและแบบก่อสร้าง ดังต่อไปนี้
(๑)
สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท จ ลักษณะที่หนึ่ง
(ก)
แผนผังโดยสังเขป ต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐ (๑)
(ข) แผนผังบริเวณ ต้องแสดงเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
อาคารบริการ ท่าเทียบเรือหรือโป๊ะเหล็ก
กำแพงกันไฟ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง แนวท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
เครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อหรือรางระบายน้ำ
บ่อกักไขมันหรือระบบบำบัดน้ำเสีย เขื่อนหรือกำแพงและสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ
(ค)
แบบก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่
ต้องแสดงรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๖ (๑) (ค)
(ง)
แบบก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็กต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย
ดังต่อไปนี้
๑)
แปลนส่วนบน รูปด้าน และรูปตัด
๒)
รายละเอียดการก่อสร้างและการติดตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง
ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และอุปกรณ์ต่าง ๆ
แบบก่อสร้างตาม
๑) ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๕๐
(จ)
ต้องแสดงรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่และถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็ก
(๒)
สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท จ ลักษณะที่สอง
(ก)
แผนผังโดยสังเขปและแผนผังบริเวณ ต้องแสดงรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ใน (๑) (ก) และ
(ข)
(ข)
แบบก่อสร้างอาคารบริการและแบบก่อสร้างกำแพงกันไฟ
ต้องแสดงรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐ (๔) และ (๖)
และแบบก่อสร้างเขื่อนหรือกำแพงต้องแสดงรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๖ (๒) (ฉ)
(ค)
แบบก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแสดงรายละเอียด ดังต่อไปนี้
๑)
ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินต้องแสดงรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐ (๓)
๒)
ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินต้องแสดงรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๖ (๑)
(ค)
๓)
ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็กต้องแสดงรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ใน
(๑) (ง)
(ง)
แบบก่อสร้างท่าเทียบเรือ ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
๑)
แปลนพื้น แปลนฐานราก และแปลนโครงสร้าง
๒)
รูปด้านอย่างน้อยสองด้าน
๓)
รูปตัดตามขวางและรูปตัดตามยาว
๔)
รายละเอียดการก่อสร้าง
แบบก่อสร้างตาม
๑), ๒) และ ๓) ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๑๐๐
(จ)
แบบก่อสร้างโป๊ะเหล็ก ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
๑)
แปลนพื้น รูปด้าน และรูปตัด
๒)
รายละเอียดการก่อสร้าง
แบบก่อสร้างตาม
๑) ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๑๐๐
(ฉ)
ต้องแสดงรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน
ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่
ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็ก ท่อน้ำมันเชื้อเพลิง โป๊ะเหล็ก
อาคารบริการ บ่อกักไขมันหรือระบบบำบัดน้ำเสีย กำแพงกันไฟ เขื่อน หรือกำแพง
หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ แล้วแต่กรณี
ที่ตั้ง ลักษณะ
และระยะปลอดภัย
ข้อ ๕๙ การก่อสร้างหรือติดตั้งท่าเทียบเรือ
โป๊ะเหล็ก
หรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย
ข้อ ๖๐ ภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท
จ ส่วนที่อยู่บนพื้นดินต้องไม่มีอาคารอื่นใดนอกจากอาคารบริการ
สำหรับโป๊ะเหล็กให้มีได้เฉพาะอาคารบริการสูงไม่เกินหนึ่งชั้น
การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง
ข้อ ๖๑ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท จ
สามารถเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่นหรือน้ำมันก๊าดได้ตามปริมาณ
ดังต่อไปนี้
(๑)
สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท จ ลักษณะที่หนึ่ง
ให้เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อยรวมกันแล้วต้องไม่เกิน ๑๐,๐๐๐
ลิตร
(๒)
สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท จ ลักษณะที่สอง
(ก)
เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินหรือถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็กได้ไม่เกิน
๖๐,๐๐๐ ลิตร
(ข)
เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินได้ไม่เกิน ๖๐,๐๐๐
ลิตร
ข้อ ๖๒ การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๖๑
ต้องเก็บไว้ในภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง ดังต่อไปนี้
(๑)
น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก ให้เก็บไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน
(๒)
น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อย ให้เก็บไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดิน ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็ก
หรือถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน
ข้อ ๖๓ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท จ
สามารถเก็บน้ำมันหล่อลื่นหรือน้ำมันก๊าดรวมกันได้ไม่เกิน ๑,๐๐๐
ลิตร โดยต้องเก็บไว้ในภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๗ และต้องเก็บไว้ภายในอาคารบริการ
ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง
ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
และอุปกรณ์
ข้อ ๖๔ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน
ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๘
ข้อ ๖๕ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดิน
ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๔๒
และห้ามนำมาติดตั้งไว้บนโป๊ะเหล็ก
ข้อ ๖๖ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็ก
ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้
(๑)
ตัวถังต้องทำด้วยเหล็กที่มีความเค้นคราก (yield stress) ไม่น้อยกว่าสองเท่าของความเค้นที่เกิดขึ้น
(allowable stress) เนื่องจากการรับแรงและน้ำหนักต่าง ๆ หรือทำจากวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๒) ผิวภายนอกของตัวถัง ต้องมีการป้องกันการกัดกร่อน
โดยการทาสีรองพื้นกันสนิมไม่น้อยกว่าสองครั้ง
แล้วทาทับด้วยสีเคลือบไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง
หรือใช้วิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๓) ตัวถังต้องติดตั้งและยึดแน่นกับโป๊ะเหล็ก
และห้ามใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของโป๊ะเหล็กเป็นผนังถังน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔)
ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกถัง สำหรับถังที่แบ่งเป็นห้อง (compartments) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกห้องแยกจากกัน โดยท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า
๔๐.๐๐ มิลลิเมตร
ข้อ ๖๗ ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ที่ใช้กับถังน้ำมันเชื้อเพลิง
ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้
(๑)
ต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรับแรงและน้ำหนักต่าง ๆ
ที่มากระทำต่อระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
รวมถึงการขยายตัวและการหดตัวของน้ำมันเชื้อเพลิงและการเคลื่อนไหวของโป๊ะเหล็กได้โดยปลอดภัย
(๒)
ต้องใช้ท่อที่ทำด้วยเหล็กหรือวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าและไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๓)
การวางท่อจะวางไว้เหนือพื้นดินหรือฝังไว้ใต้พื้นดินก็ได้
แต่ห้ามวางท่อไว้ในน้ำและต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก)
ท่อที่วางไว้เหนือพื้นดินต้องมีการป้องกันมิให้ยานพาหนะหรือสิ่งอื่นใดมากระทำให้เกิดการชำรุดเสียหายต่อท่อ
และต้องมีการป้องกันมิให้เกิดการกัดกร่อน
(ข)
ท่อที่ฝังไว้ใต้พื้นดินต้องจัดให้มีเครื่องหมายถาวรไว้เหนือพื้นดินแสดงแนวท่อให้เห็นได้ชัดเจน
และต้องมีการป้องกันมิให้เกิดการกัดกร่อนและน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหลลงสู่พื้นดินในกรณีที่มีการติดตั้งลิ้นปิดเปิดหรืออุปกรณ์ต่าง
ๆ
ไว้ใต้พื้นดินหรือภายในสิ่งก่อสร้างต้องติดตั้งให้สามารถตรวจสอบและบำรุงรักษาได้สะดวก
(ค)
ต้องจัดให้มีท่ออ่อน (flexible hose) ระหว่างท่อน้ำมันเชื้อเพลิงบนฝั่งกับท่อน้ำมันเชื้อเพลิงของโป๊ะเหล็กเพื่อป้องกันระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงเสียหายเมื่อโป๊ะเหล็กเคลื่อนไหว
และต้องจัดให้มีลิ้นปิดเปิดติดตั้งที่ท่อน้ำมันเชื้อเพลิงบนฝั่งใกล้กับท่ออ่อนด้วย
(๔)
วัสดุที่ใช้ในระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น ลิ้นปิดเปิด ปะเก็น
หรือวัสดุป้องกันการรั่วซึมต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ
และต้องไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิง
(๕)
ในกรณีที่มิได้ติดตั้งเครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้รวมกัน
ต้องติดตั้งอุปกรณ์ตัดระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
(๖)
ในกรณีที่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ในระดับที่สูงกว่าตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและทำให้เกิดแรงดันภายในระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงอันเกิดจากแรงโน้มถ่วง (anti - siphon valve) ที่ข้อต่อท่อจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ติดกับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง
เพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงในกรณีที่ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงหรือสายหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเสียหาย
ข้อ ๖๘ เครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
ต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ และต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง
ดังต่อไปนี้
(๑)
ต้องติดตั้งอยู่บนฝั่ง สะพานเทียบเรือ หรือบนโป๊ะเหล็ก
(๒)
สายหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีความยาวเกิน ๕.๕๐ เมตร
ต้องมีการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสายหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓)
หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเป็นชนิดที่มีอุปกรณ์หยุดการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันเชื้อเพลิงล้นถังในขณะเติมน้ำมันเชื้อเพลิง
และห้ามมีอุปกรณ์ล็อกการทำงานของหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อให้มีผู้ดูแลตลอดเวลาที่มีการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
ข้อ ๖๙ การทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน
ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดิน
ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็ก และระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ
๑๙ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๒ และข้อ ๒๓ ตามลำดับ
การป้องกันและระงับอัคคีภัย
ข้อ ๗๐ การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท
จ ให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ
๒๕ ข้อ ๒๖ และข้อ ๒๗
สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท
ฉ
ลักษณะของแผนผังและแบบก่อสร้าง
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).