ข้อ ๖๔
ข้อ ๖๔ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๘
ข้อ ๖๔ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๘
ข้อ ๖๕ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดิน ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๔๒ และห้ามนำมาติดตั้งไว้บนโป๊ะเหล็ก
ข้อ ๖๖ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็ก ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ตัวถังต้องทำด้วยเหล็กที่มีความเค้นคราก (yield stress) ไม่น้อยกว่าสองเท่าของความเค้นที่เกิดขึ้น (allowable stress) เนื่องจากการรับแรงและน้ำหนักต่าง ๆ หรือทำจากวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๒) ผิวภายนอกของตัวถัง ต้องมีการป้องกันการกัดกร่อน โดยการทาสีรองพื้นกันสนิมไม่น้อยกว่าสองครั้ง แล้วทาทับด้วยสีเคลือบไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง หรือใช้วิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๓) ตัวถังต้องติดตั้งและยึดแน่นกับโป๊ะเหล็ก และห้ามใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของโป๊ะเหล็กเป็นผนังถังน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกถัง สำหรับถังที่แบ่งเป็นห้อง (compartments) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกห้องแยกจากกัน โดยท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๔๐.๐๐ มิลลิเมตร
ข้อ ๖๗ ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ที่ใช้กับถังน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรับแรงและน้ำหนักต่าง ๆ ที่มากระทำต่อระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงการขยายตัวและการหดตัวของน้ำมันเชื้อเพลิงและการเคลื่อนไหวของโป๊ะเหล็กได้โดยปลอดภัย (๒) ต้องใช้ท่อที่ทำด้วยเหล็กหรือวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าและไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๓) การวางท่อจะวางไว้เหนือพื้นดินหรือฝังไว้ใต้พื้นดินก็ได้ แต่ห้ามวางท่อไว้ในน้ำและต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (ก) ท่อที่วางไว้เหนือพื้นดินต้องมีการป้องกันมิให้ยานพาหนะหรือสิ่งอื่นใดมากระทำให้เกิดการชำรุดเสียหายต่อท่อ และต้องมีการป้องกันมิให้เกิดการกัดกร่อน (ข) ท่อที่ฝังไว้ใต้พื้นดินต้องจัดให้มีเครื่องหมายถาวรไว้เหนือพื้นดินแสดงแนวท่อให้เห็นได้ชัดเจน และต้องมีการป้องกันมิให้เกิดการกัดกร่อนและน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหลลงสู่พื้นดินในกรณีที่มีการติดตั้งลิ้นปิดเปิดหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ใต้พื้นดินหรือภายในสิ่งก่อสร้างต้องติดตั้งให้สามารถตรวจสอบและบำรุงรักษาได้สะดวก (ค) ต้องจัดให้มีท่ออ่อน (flexible hose) ระหว่างท่อน้ำมันเชื้อเพลิงบนฝั่งกับท่อน้ำมันเชื้อเพลิงของโป๊ะเหล็กเพื่อป้องกันระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงเสียหายเมื่อโป๊ะเหล็กเคลื่อนไหว และต้องจัดให้มีลิ้นปิดเปิดติดตั้งที่ท่อน้ำมันเชื้อเพลิงบนฝั่งใกล้กับท่ออ่อนด้วย (๔) วัสดุที่ใช้ในระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น ลิ้นปิดเปิด ปะเก็น หรือวัสดุป้องกันการรั่วซึมต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ และต้องไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิง (๕) ในกรณีที่มิได้ติดตั้งเครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้รวมกัน ต้องติดตั้งอุปกรณ์ตัดระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ (๖) ในกรณีที่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ในระดับที่สูงกว่าตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและทำให้เกิดแรงดันภายในระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงอันเกิดจากแรงโน้มถ่วง (anti - siphon valve) ที่ข้อต่อท่อจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ติดกับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงในกรณีที่ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงหรือสายหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเสียหาย
ข้อ ๖๘ เครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ และต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องติดตั้งอยู่บนฝั่ง สะพานเทียบเรือ หรือบนโป๊ะเหล็ก (๒) สายหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีความยาวเกิน ๕.๕๐ เมตร ต้องมีการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสายหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (๓) หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเป็นชนิดที่มีอุปกรณ์หยุดการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันเชื้อเพลิงล้นถังในขณะเติมน้ำมันเชื้อเพลิง และห้ามมีอุปกรณ์ล็อกการทำงานของหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อให้มีผู้ดูแลตลอดเวลาที่มีการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
ข้อ ๖๙ การทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดิน ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็ก และระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๒ และข้อ ๒๓ ตามลำดับ การป้องกันและระงับอัคคีภัย
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).