กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
การขอใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการกำหนดหลักประกัน
ในการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ
พ.ศ. ๒๕๕๙[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๙ วรรคสอง มาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง มาตรา ๑๒ วรรคสาม และมาตรา ๒๗ วรรคสอง แห่งพระราชกำหนดการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
ใบอนุญาต หมายความว่า ใบอนุญาตนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ
ผู้รับอนุญาต หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ
นายจ้าง หมายความว่า นายจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และให้หมายความรวมถึงบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประสงค์จะนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศกับตนด้วย
อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมการจัดหางาน
ข้อ ๒ การยื่นคำขอตามกฎกระทรวงนี้ ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน
(๒) ในจังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด
การยื่นคำขอตามกฎกระทรวงนี้ อธิบดีจะประกาศกำหนดสถานที่หรือวิธีการอื่นก็ได้
ข้อ ๓ ในกรณีที่ยื่นคำขอในท้องที่จังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้จัดหางานจังหวัดแห่งท้องที่ที่มีการยื่นคำขอนั้นเสนอความเห็นและส่งคำขอพร้อมทั้งเอกสารหรือหลักฐาน หรือหลักประกัน แล้วแต่กรณี ต่ออธิบดีเพื่อพิจารณา
การขอใบอนุญาต และการออกใบอนุญาต
ข้อ ๔ ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน และหลักประกันตามที่กำหนดไว้ในแบบดังกล่าว
ข้อ ๕ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน และหลักประกันตามที่กำหนดไว้หากเห็นว่าคำขอรับใบอนุญาต เอกสารและหลักฐาน และหลักประกันไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขคำขอรับใบอนุญาตหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานหรือหลักประกันเพิ่มเติมให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอตามวรรคหนึ่งให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตไว้เป็นหลักฐานโดยบันทึกความถูกต้องและครบถ้วนของรายการเอกสารและหลักฐาน และหลักประกัน หรือความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานหรือหลักประกันที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ในใบรับคำขอดังกล่าวด้วย
ข้อ ๖ ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขคำขอรับใบอนุญาตหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานหรือหลักประกันเพิ่มเติมให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป ให้พนักงานเจ้าหน้าที่คืนคำขอรับใบอนุญาตเอกสารและหลักฐาน และหลักประกันให้แก่ผู้ยื่นคำขอ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิอุทธรณ์ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ
ข้อ ๗ ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานและหลักประกันถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอความเห็นไปยังอธิบดีเพื่อพิจารณาออกใบอนุญาต
เมื่ออธิบดีพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตประกอบกับความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่งแล้วเห็นว่าคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน และหลักประกันมีความถูกต้องครบถ้วนให้อธิบดีออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต
ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาพร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ
ข้อ ๘ ใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การต่ออายุใบอนุญาต
ข้อ ๙ ผู้รับอนุญาตผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุไม่น้อยกว่าสามสิบวันพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในแบบดังกล่าว
ข้อ ๑๐ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอต่ออายุใบอนุญาต พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนดไว้ หากเห็นว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขคำขอต่ออายุใบอนุญาตหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้แก่ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไว้เป็นหลักฐาน โดยบันทึกความถูกต้องและครบถ้วนของรายการเอกสารหรือหลักฐานหรือความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ในใบรับดังกล่าวด้วย
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่แก้ไขคำขอต่ออายุใบอนุญาตหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานหรือหลักประกันเพิ่มเติมให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอความเห็นไปยังอธิบดีเพื่อพิจารณาสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่คำขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนดไว้ถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอความเห็นไปยังอธิบดีเพื่อพิจารณาอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต
เมื่ออธิบดีอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ให้ออกใบอนุญาตฉบับใหม่ให้โดยใช้เลขที่ใบอนุญาตฉบับเดิม
ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาพร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตทราบ
การวางหลักประกัน การเก็บรักษาหลักประกัน การหักหลักประกัน การเปลี่ยนแปลงหลักประกัน
การเรียกหลักประกันเพิ่ม และการขอรับหลักประกันคืนของผู้รับอนุญาต
ข้อ ๑๓ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตวางหลักประกันพร้อมคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดีเพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ โดยต้องเป็นเงินสด หรือพันธบัตรของรัฐบาลไทย หรือสัญญาค้ำประกันของธนาคาร เป็นจำนวนเงินห้าล้านบาท
ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตวางหลักประกันเป็นสัญญาค้ำประกันของธนาคาร ให้ใช้ตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักประกันที่ผู้ขอรับใบอนุญาตนำมาวางไว้กับอธิบดี ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีหลักประกันที่วางไว้ทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นเงินสด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจนับจำนวนเงินให้ถูกต้องครบถ้วน
(๒) ในกรณีหลักประกันที่วางไว้ทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นพันธบัตรของรัฐบาลไทยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการโอนกรรมสิทธิ์ในด้านหลังพันธบัตรว่า ได้ระบุการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่อธิบดีแล้ว
(๓) ในกรณีหลักประกันที่วางไว้ทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นสัญญาค้ำประกันของธนาคารให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อความในสัญญาค้ำประกันให้ถูกต้องตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และดำเนินการให้ธนาคารผู้ค้ำประกันยืนยันสัญญาค้ำประกันเป็นหนังสือต่ออธิบดีว่าเป็นผู้ค้ำประกันของผู้ยื่นคำขอจริงและมีคู่ฉบับเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ ๑๕ กรณีที่หลักประกันตามข้อ ๑๔ (๑) ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบเสร็จรับเงินแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตและให้เก็บรักษาโดยการนำฝากธนาคารและบันทึกในทะเบียนคุมหลักประกัน
กรณีที่หลักประกันตามข้อ ๑๔ (๒) และ (๓) ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับหลักประกันแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตและให้เก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัย ณ กรมการจัดหางานหรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๑๖ ผู้รับอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง ให้อธิบดีหักค่าบริการและค่าใช้จ่ายจากหลักประกันที่ผู้รับอนุญาตวางไว้ตามข้อ ๑๓ เพื่อคืนให้แก่นายจ้างตามมาตรา ๓๓ แล้วแต่กรณี
ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งการหักหลักประกันตามวรรคหนึ่งให้ผู้รับอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้หักหลักประกัน และในกรณีที่ผู้รับอนุญาตวางหลักประกันเป็นสัญญาค้ำประกันของธนาคารให้อธิบดีมีหนังสือถึงธนาคารผู้ค้ำประกัน ให้นำเงินมาชำระหนี้ตามคำสั่งหักหลักประกัน
ข้อ ๑๗ ผู้รับอนุญาตผู้ใดประสงค์จะเปลี่ยนแปลงหลักประกัน ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงหลักประกันตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานและหลักประกันใหม่ตามที่กำหนดไว้ในแบบดังกล่าว
ข้อ ๑๘ ให้นำความในข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ และข้อ ๑๕ มาใช้บังคับกับการยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงหลักประกัน โดยอนุโลม
ในกรณีที่คำขอเปลี่ยนแปลงหลักประกันพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน และหลักประกันใหม่มีความถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอความเห็นไปยังอธิบดีเพื่อพิจารณาอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงหลักประกัน
ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงหลักประกัน ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาพร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ให้ผู้รับอนุญาตทราบ
ข้อ ๑๙ ในกรณีหลักประกันที่ผู้รับอนุญาตวางไว้ตามข้อ ๑๓ ลดลงเนื่องจากมีการหักหลักประกันตามข้อ ๑๖ ให้อธิบดีมีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับอนุญาตวางหลักประกันเพิ่มจนครบจำนวนเงินที่กำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง ทั้งนี้ ให้นำข้อ ๑๔ และข้อ ๑๕ มาใช้บังคับกับการวางหลักประกันเพิ่มโดยอนุโลม
ข้อ ๒๐ เมื่อการประกอบธุรกิจนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศสิ้นสุดลงตามมาตรา ๒๐ และผู้รับอนุญาตไม่มีความรับผิดหรือได้ชำระหนี้ตามพระราชกำหนดนี้ครบถ้วนแล้วให้ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอรับหลักประกันคืนตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่กำหนดไว้ในแบบดังกล่าว
ข้อ ๒๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความรับผิดของผู้รับอนุญาตตามข้อ ๑๖ กรณีผลการตรวจสอบปรากฏว่าไม่มีความรับผิดหรือได้ชำระหนี้ตามพระราชกำหนดนี้ครบถ้วนแล้วให้เสนอความเห็นต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาคืนหลักประกันและมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับอนุญาตมารับหลักประกันคืน
กรณีผลการตรวจสอบตามวรรคหนึ่งปรากฏว่า ผู้รับอนุญาตยังมีความรับผิด หรือหนี้ที่จะต้องชำระตามพระราชกำหนดนี้ แต่ความรับผิดหรือหนี้ที่เหลือมีจำนวนน้อยกว่าหลักประกันที่วางไว้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำความเห็นเสนอต่ออธิบดีเพื่อสั่งลดหลักประกันลงให้เหลือเท่ากับความรับผิดหรือหนี้ที่จะต้องชำระตามพระราชกำหนดนี้ และมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับอนุญาตมารับหลักประกันส่วนที่เกินคืน
การวางหลักประกัน การเก็บรักษาหลักประกัน การหักหลักประกัน การเปลี่ยนแปลงหลักประกัน
การเรียกหลักประกันเพิ่ม และการขอรับหลักประกันคืนของนายจ้าง
ข้อ ๒๒ นายจ้างผู้ใดประสงค์จะนำคนต่างด้าวมาทำงานกับตน ต้องวางหลักประกันเป็นเงินสดหรือพันธบัตรของรัฐบาลไทย หรือสัญญาค้ำประกันของธนาคารต่ออธิบดี เพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับตน ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีนำคนต่างด้าวมาทำงานไม่เกินเก้าสิบเก้าคน ให้วางหลักประกันเป็นจำนวนหนึ่งพันบาทต่อคนต่างด้าวหนึ่งคน
(๒) กรณีนำคนต่างด้าวมาทำงานตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไป ให้วางหลักประกันเป็นจำนวนหนึ่งแสนบาท
กรณีการนำคนต่างด้าวมาทำงานตาม (๑) และในภายหลังจำนวนคนต่างด้าวที่นำเข้ามารวมกันมีจำนวนตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไป ให้วางหลักประกันเพิ่มเติมให้ครบหนึ่งแสนบาท
ในกรณีที่นายจ้างวางหลักประกันเป็นสัญญาค้ำประกันของธนาคาร ให้ใช้ตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๒๓ ให้นำความในหมวด ๓ เฉพาะข้อ ๑๖ มาใช้บังคับกับการหักหลักประกันของนายจ้างตามข้อ ๒๒ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดส่งคนต่างด้าวกลับไปยังประเทศต้นทางตามมาตรา ๒๘ วรรคสอง โดยอนุโลม
ข้อ ๒๔ ให้นำความในหมวด ๓ เฉพาะข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ และข้อ ๒๑ มาใช้บังคับกับการวางหลักประกัน การเก็บรักษาหลักประกัน การเปลี่ยนแปลงหลักประกัน การเรียกหลักประกันเพิ่ม และการขอรับหลักประกันคืนของนายจ้างโดยอนุโลม
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๕ คำขอใด ๆ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ถือเป็นคำขอตามกฎกระทรวงนี้โดยอนุโลม
การดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับคำขอที่ได้ดำเนินการก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับและยังไม่ได้ปฏิบัติตามที่กฎกระทรวงนี้กำหนด ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นคำขอปฏิบัติให้ถูกต้องเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๙ วรรคสอง มาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง มาตรา ๑๒ วรรคสาม และมาตรา ๒๗ วรรคสอง แห่งพระราชกำหนดการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้การขอใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต รวมทั้งการกำหนดจำนวนเงินหลักประกัน การวางหลักประกัน การเก็บรักษาหลักประกัน การหักหลักประกัน การเปลี่ยนแปลงหลักประกัน การเรียกหลักประกันเพิ่ม และการขอรับหลักประกันคืนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/จัดทำ
๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
วิศนี/ตรวจ
๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๒๒/๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).