法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
146
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๒๗

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ กันยายน

พ.ศ. ๒๕๒๗

เป็นปีที่ ๓๙

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.

๒๕๒๗”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิก

(๑)

พระราชบัญญัติภาษีซีเมนต์ซึ่งทำในพระราชอาณาเขต พุทธศักราช ๒๔๗๕

พระราชบัญญัติภาษีซีเมนต์ซึ่งทำในพระราชอาณาเขต

(ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖

พระราชกำหนดภาษีซีเมนต์ซึ่งทำในพระราชอาณาเขต

พ.ศ. ๒๕๐๑

พระราชบัญญัติภาษีซีเมนต์ซึ่งทำในพระราชอาณาเขต

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑

พระราชบัญญัติภาษีซีเมนต์ซึ่งทำในพระราชอาณาเขต

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕

พระราชกำหนดภาษีซีเมนต์ซึ่งทำในพระราชอาณาเขต

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๓

พระราชบัญญัติภาษีซีเมนต์ซึ่งทำในพระราชอาณาเขต

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๓

พระราชกำหนดภาษีซีเมนต์ซึ่งทำในพระราชอาณาเขต

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๔

(๒)

พระราชบัญญัติเก็บภาษีเครื่องขีดไฟซึ่งทำในพระราชอาณาเขต พุทธศักราช ๒๔๗๖

(๓)

พระราชบัญญัติยานัตถุ์ พุทธศักราช ๒๔๘๖

พระราชบัญญัติยานัตถุ์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖

พระราชบัญญัติยานัตถุ์

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๗

(๔)

พระราชบัญญัติภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๐๗

พระราชบัญญัติภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๘

พระราชกำหนดภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร

พ.ศ. ๒๕๑๓

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร

พ.ศ. ๒๕๐๗ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๖

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร

พ.ศ. ๒๕๐๗ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๑

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร

พ.ศ. ๒๕๐๗ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๒

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร

พ.ศ. ๒๕๐๗ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๒

พระราชบัญญัติภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๔

(๕)

พระราชบัญญัติภาษีไม้ขีดไฟซึ่งทำในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๐๘

พระราชบัญญัติภาษีไม้ขีดไฟซึ่งทำในราชอาณาจักร

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๖

(๖)

พระราชบัญญัติภาษีเครื่องดื่ม พ.ศ. ๒๕๐๙

พระราชกำหนดภาษีเครื่องดื่ม

พ.ศ. ๒๕๑๓

ประกาศของคณะปฏิวัติ

ฉบับที่ ๑๖๑ ลงวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๕

ประกาศของคณะปฏิวัติ

ฉบับที่ ๒๗๙ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีเครื่องดื่ม

พ.ศ. ๒๕๐๙ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีเครื่องดื่ม

พ.ศ. ๒๕๐๙ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๓

บรรดาบทกฎหมาย

กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ในพระราชบัญญัตินี้

“ภาษี” หมายความว่า

ภาษีสรรพสามิตที่เรียกเก็บจากสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้

“สินค้า” หมายความว่า

สิ่งซึ่งผลิตหรือนำเข้าและระบุไว้ในกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต

“ผลิต” หมายความว่า ทำ ประกอบ ปรับปรุง แปรรูป

หรือแปรสภาพสินค้าหรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใด

“นำเข้า” หมายความว่า นำเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ซึ่งสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้

“โรงอุตสาหกรรม” หมายความว่า

สถานที่ที่ใช้ในการผลิตสินค้ารวมตลอดทั้งบริเวณแห่งสถานที่นั้น

และให้หมายความรวมถึงเครื่องขายเครื่องดื่มด้วย

“คลังสินค้าทัณฑ์บน” หมายความว่า

สถานที่นอกโรงงานอุตสาหกรรมที่อธิบดีอนุญาตให้ใช้เป็นที่เก็บสินค้าได้โดยยังไม่ต้องเสียภาษี

“ผู้ประกอบอุตสาหกรรม” หมายความว่า

เจ้าของหรือผู้จัดการหรือบุคคลอื่นซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของโรงอุตสาหกรรม

“ผู้นำเข้า” หมายความว่า

ผู้นำของเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

“เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน” หมายความรวมถึงผู้จัดการหรือบุคคลอื่นซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของคลังสินค้าทัณฑ์บน

“แสตมป์สรรพสามิต” หมายความว่า

แสตมป์ที่รัฐบาลทำหรือจัดให้มีขึ้นเพื่อใช้ในการจัดเก็บภาษีแทนตามพระราชบัญญัตินี้

“เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี” หมายความว่า

เครื่องหมายที่ใช้แสดงการเสียภาษีแทนแสตมป์สรรพสามิต

“เจ้าพนักงานสรรพสามิต” หมายความว่า

ข้าราชการพลเรือนสังกัดกรมสรรพสามิต

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ข้าราชการพลเรือนสังกัดกระทรวงการคลัง

ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสรรพสามิต

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษากับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้

และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น

เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

ข้อความทั่วไป

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่และการควบคุมของกรมสรรพสามิต

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าซึ่งสินค้า

มีหน้าที่เสียภาษีตามมูลค่าหรือปริมาณของสินค้านั้น

ตามอัตราที่ระบุไว้ในกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตที่ใช้อยู่ในเวลาที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

มาตรา ๘

มาตรา ๘

สินค้าที่ต้องเสียภาษีตามมูลค่านั้น

(๑)

ในกรณีสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร

ให้ถือตามราคาตลาดขายส่งช่วงสุดท้ายที่มีการขายให้แก่ผู้ขายปลีกซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ในด้านทุนหรือการจัดการกับผู้ประกอบอุตสาหกรรมในเวลาที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

ในกรณีที่ไม่มีราคาตลาดดังกล่าวหรือราคาตลาดดังกล่าวมีหลายราคาให้ถือตามราคาที่อธิบดีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นครั้งคราวตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี

อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศมูลค่าของสินค้าใด ๆ

เพื่อถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี โดยกำหนดจากราคาขายปลีกในตลาดปกติได้

(๒)

ในกรณีสินค้าที่นำเข้า

ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศใช้เกณฑ์คำนวณเพื่อกำหนดมูลค่าของสินค้าที่นำเข้าได้

มาตรา ๙

มาตรา ๙

สินค้าที่ต้องเสียภาษีตามปริมาณนั้น

ให้ถือตามหน่วยตามน้ำหนักสุทธิหรือตามปริมาณสุทธิของสินค้านั้น เว้นแต่

(๑)

ในกรณีสินค้าประเภทอาหารที่บรรจุภาชนะโดยมีของเหลวหล่อเลี้ยงด้วย

เพื่อประโยชน์ในการถนอมอาหาร น้ำหนักที่ใช้เป็นเกณฑ์คำนวณภาษี

ให้ถือเอาน้ำหนักแห่งสินค้า รวมทั้งของเหลวที่บรรจุในภาชนะนั้น

(๒)

ในกรณีสินค้าที่บรรจุในหีบห่อหรือภาชนะใด ๆ เพื่อจำหน่ายทั้งหีบห่อหรือภาชนะ

และมีเครื่องหมายหรือป้ายแสดงปริมาณแห่งสินค้าติดไว้ที่หีบห่อหรือภาชนะนั้น

เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษี อธิบดีจะถือว่าหีบห่อหรือภาชนะนั้น ๆ

บรรจุสินค้าตามปริมาณที่แสดงไว้ก็ได้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ในกรณีสินค้าที่ผลิตขึ้นในราชอาณาจักร

ให้ถือว่าความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้นในเวลาที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม

เว้นแต่เป็นการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน

ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือบุคคลใดนำสินค้าไปใช้ภายในโรงอุตสาหกรรม

ให้ถือว่าเป็นการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม

ในกรณีสินค้าที่เก็บอยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บน

ให้ถือว่าความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้นในเวลาที่นำสินค้าออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนเว้นแต่เป็นการนำสินค้ากลับคืนไปเก็บไว้ในโรงอุตสาหกรรมหรือไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนอีกแห่งหนึ่ง

ในกรณีสินค้าที่นำเข้า

ให้ถือว่าความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีศุลกากรสำหรับของที่นำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

เว้นแต่ในกรณีสินค้าที่เก็บอยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ให้ถือว่าความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้นในเวลาที่นำสินค้าออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้น

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ในกรณีสินค้าซึ่งในเวลานำเข้าได้รับยกเว้นหรือลดอัตราภาษีเพราะเหตุที่นำเข้ามาเพื่อใช้เองโดยบุคคลที่มีสิทธิเช่นนั้น

หรือเพราะเหตุที่นำเข้ามาเพื่อใช้ประโยชน์อย่างใดที่กำหนดไว้โดยเฉพาะถ้าภายในระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่นำเข้า

สินค้านั้นได้โอนไปเป็นของบุคคลที่ไม่มีสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดอัตราภาษี

หรือได้นำไปใช้ในการอื่นนอกจากที่กำหนดไว้

หรือสิทธิที่ได้รับยกเว้นหรือลดอัตราภาษีสิ้นสุดลงสินค้านั้นจะต้องเสียภาษีโดยถือตามมูลค่าหรือปริมาณและอัตราภาษีที่เป็นอยู่ในวันโอนหรือนำไปใช้ในการอื่น

หรือวันที่สิทธิได้รับยกเว้นหรือลดอัตราภาษีสิ้นสุดลงเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี

ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปดังนี้

(๑)

ในกรณีที่มีการโอน ให้เป็นความรับผิดร่วมกันของผู้โอนและผู้รับโอน

(๒)

ในกรณีที่มีการนำไปใช้ในการอื่น ให้เป็นความรับผิดของผู้ที่ได้รับสิทธิยกเว้นหรือลดอัตราภาษี

(๓)

ในกรณีที่สิทธิที่ได้รับยกเว้นหรือลดอัตราภาษีสิ้นสุดลง

ให้เป็นความรับผิดของผู้ที่ได้รับสิทธิยกเว้นหรือลดอัตราภาษี

(๔)

ในกรณีที่ผู้ได้รับสิทธิยกเว้นหรือลดอัตราภาษีถึงแก่ความตายในขณะเป็นเจ้าของ

ให้เป็นความรับผิดของผู้จัดการมรดกหรือทายาท ผู้ได้รับมรดกสินค้านั้น แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ในกรณีสินค้าซึ่งผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา ๑๐๒

(๓)

หากภายในระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้จำหน่ายให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิ

สินค้านั้นได้โอนไปเป็นของบุคคลอื่นที่ไม่มีเอกสิทธิหรือเอกสิทธิของผู้ได้รับเอกสิทธินั้นสิ้นสุดลงโดยเหตุอื่นนอกจากความตาย

สินค้านั้นจะต้องเสียภาษีโดยถือตามมูลค่าหรือปริมาณและอัตราภาษีที่เป็นอยู่ในวันโอนหรือวันที่เอกสิทธิสิ้นสุดลง

เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี

ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปดังนี้

(๑)

ในกรณีที่มีการโอน ให้เป็นความรับผิดร่วมกันของผู้โอนและผู้รับโอน

(๒)

ในกรณีที่เอกสิทธิสิ้นสุดลง ให้เป็นความรับผิดของผู้ที่ได้รับเอกสิทธิ

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าซึ่งสินค้าที่ต้องเสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้

ไม่อยู่ในบังคับของบทบัญญัติว่าด้วยภาษีการค้าแห่งประมวลรัษฎากร

เฉพาะที่เกี่ยวกับสินค้านั้น

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

กำหนดเวลาต่าง ๆ

ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ถ้าผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถปฏิบัติตามกำหนดเวลาได้ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาออกไปได้ตามความจำเป็นแก่กรณี

แต่สำหรับกำหนดเวลาชำระภาษี

ให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีที่จะขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาออกไป

กำหนดเวลาต่าง

ๆ ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้

เมื่อรัฐมนตรีเห็นเป็นการสมควรจะขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลานั้นออกไปอีกตามความจำเป็นแก่กรณีก็ได้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีให้อธิบดีมีอำนาจเข้าไปหรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใด

ๆ เพื่อทำการตรวจค้น ยึดหรืออายัดบัญชีเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวกับ

หรือสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับภาษีที่จะต้องเสียได้ทั่วราชอาณาจักร

ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือสรรพสามิตจังหวัดมีอำนาจเช่นเดียวกับอธิบดีตามวรรคหนึ่ง

สำหรับในเขตท้องที่จังหวัดนั้น

การทำการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง

ต้องทำในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการของผู้ประกอบกิจการนั้น

เว้นแต่การตรวจค้น ยึดหรืออายัดในเวลาดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จจะกระทำต่อไปก็ได้

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

บรรดาบัญชี เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ

ซึ่งเกี่ยวกับหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าเกี่ยวกับการเสียภาษี

หรือการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ถ้าทำเป็นภาษาต่างประเทศ

อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าจัดการแปลเป็นภาษาไทยให้เสร็จและส่งภายในกำหนดเวลาที่เห็นสมควร

ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือสรรพสามิตจังหวัดมีอำนาจเช่นเดียวกับอธิบดีตามวรรคหนึ่ง

สำหรับในเขตท้องที่จังหวัดนั้น

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ในกรณีที่ต้องคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการจัดเก็บภาษีศุลกากร

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

หนังสือเรียก หนังสือแจ้งให้เสียภาษี หรือหนังสืออื่นที่มีถึงบุคคลใด

เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

ให้ส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตนำไปส่ง ณ

ภูมิลำเนา

หรือสำนักงานของบุคคลนั้นในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของบุคคลนั้นถ้าไม่พบผู้รับ

ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักงานของผู้รับ

จะส่งให้แก่บุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วและอยู่หรือทำงานในบ้านหรือสำนักงานที่ปรากฏว่าเป็นของผู้รับนั้นก็ได้

ถ้าไม่สามารถส่งหนังสือตามวิธีในวรรคหนึ่งได้

จะกระทำโดยวิธีปิดหนังสือนั้นในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย ณ สำนักงาน โรงอุตสาหกรรม

ภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ของผู้รับนั้นหรือโฆษณาข้อความย่อในหนังสือพิมพ์ที่จำหน่ายเป็นปกติในท้องที่นั้นก็ได้

เมื่อได้ปฏิบัติการตามวิธีดังกล่าวในวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว

ให้ถือว่าผู้รับได้รับหนังสือนั้นแล้ว

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

ห้ามมิให้ผู้ใดนำสินค้าที่ยังมิได้เสียภาษีโดยถูกต้อง และครบถ้วนออกไปจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

เว้นแต่

(๑)

เป็นการนำสินค้าออกจากโรงงานอุตสาหกรรมไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

(๒)

เป็นการนำสินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บนกลับคืนไปเก็บไว้ในโรงอุตสาหกรรมหรือจากคลังสินค้าทัณฑ์บนแห่งหนึ่งไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนอีกแห่งหนึ่ง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

(๓)

เป็นกรณีตามมาตรา ๕๒

(๔)

เป็นกรณีสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี

(๕)

เป็นการนำสินค้าออกไปโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมใดมีสินค้าอยู่ในโรงอุตสาหกรรมในวันที่กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตใช้บังคับแก่สินค้านั้น

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้นยื่นแบบรายการแสดงชนิดและปริมาณของสินค้านั้นตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต

ณ สถานที่ตามมาตรา ๕๓ ก่อนหรือพร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษีครั้งแรกตามมาตรา ๔๘

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ในกรณีสินค้าที่นำเข้า

รัฐมนตรีจะประกาศกำหนดให้กรมศุลกากรเรียกเก็บภาษีเพื่อกรมสรรพสามิตก็ได้

และให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดให้ชำระภาษีหรือวางเงินหรือหลักประกันอย่างอื่น

หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันเป็นประกันภาษีก่อนที่จะปล่อยสินค้าพ้นไปจากอารักขาของกรมศุลกากร

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ให้อธิบดีมีอำนาจออกระเบียบการปฏิบัติในเรื่องดังต่อไปนี้

(๑)

วิธีการคำนวณปริมาณสินค้าเพื่อเสียภาษี

(๒)

การบรรจุภาชนะ ชนิดและลักษณะของภาชนะ การระบุข้อความหรือเครื่องหมายบนภาชนะ

และการแสดงปริมาณสินค้าที่บรรจุในภาชนะ

(๓)

การเก็บและการขนย้ายสินค้า

(๔)

การเก็บ การขนย้าย และการใช้วัตถุดิบ เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตสินค้า

ระเบียบตามวรรคหนึ่ง

ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ในกรณีที่บุคคลใดประสงค์จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานสรรพสามิตปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้ในวันหยุดราชการหรือนอกเวลาราชการหรือนอกสถานที่

ทำการโดยปกติ ไม่ว่าในหรือนอกเวลาราชการ

จะต้องเสียค่าทำการให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานสรรพสามิตผู้ปฏิบัติงานดังกล่าว

ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง และจ่ายค่าพาหนะเดินทางให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานสรรพสามิตเท่าที่จำเป็นและใช้จ่ายไปจริง

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ให้อธิบดีมีอำนาจจัดให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตอยู่ประจำโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

เพื่อควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติของผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือเจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือเจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนอำนวยความสะดวกตามสมควรแก่เจ้าพนักงานสรรพสามิตในการปฏิบัติการตามหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง

การจดทะเบียน

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

เมื่อกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตใช้บังคับแก่สินค้าใด

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิตตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในสามสิบวัน

นับแต่วันที่กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตใช้บังคับแก่สินค้านั้น

หรือก่อนวันเริ่มผลิตสินค้านั้น แล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง

ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีโรงอุตสาหกรรมหลายแห่ง

ให้แยกยื่นคำขอเป็นรายโรงอุตสาหกรรม

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่มีโรงอุตสาหกรรมอยู่ในกรุงเทพมหานคร

ยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิตต่ออธิบดี ณ กรมสรรพสามิต

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่มีโรงอุตสาหกรรมอยู่ในเขตจังหวัดอื่นยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิตต่อสรรพสามิตจังหวัด

ณ สำนักงานสรรพสามิตจังหวัดแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมนั้นตั้งอยู่

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗

เมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้ยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิตโดยถูกต้องแล้ว

ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายหรือสรรพสามิตจังหวัดออกใบทะเบียนสรรพสามิตให้

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องแสดงใบทะเบียนสรรพสามิตไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย

ณ โรงอุตสาหกรรม เว้นแต่อยู่ในระหว่างการขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิต ตามมาตรา ๒๙

หรือนำส่งคืนใบทะเบียนสรรพสามิตตามมาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๓๑

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙

ในกรณีที่ใบทะเบียนสรรพสามิตชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหายให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นคำขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิตต่ออธิบดีหรือสรรพสามิตจังหวัด

สถานที่ที่ได้จดทะเบียนสรรพสามิตไว้เดิมภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหาย

และให้นำมาตรา ๒๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิตให้ถือเป็นใบทะเบียนสรรพสามิต

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐

เมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมประสงค์จะย้ายโรงอุตสาหกรรมให้แจ้งความประสงค์ต่ออธิบดีหรือสรรพสามิตจังหวัด

ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนสรรพสามิตไว้เดิมก่อนวันย้ายไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

เมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมย้ายโรงอุตสาหกรรมแล้ว

ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิตสำหรับโรงอุตสาหกรรมแห่งใหม่พร้อมกับแนบใบทะเบียนสรรพสามิตเดิมคืนไปด้วย ทั้งนี้ ให้นำมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ และมาตรา

๒๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑

เมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะเลิกหรือโอนกิจการ

ให้แจ้งการเลิกหรือโอนกิจการตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่ออธิบดี หรือสรรพสามิตจังหวัด ณ

สถานที่ที่ได้จดทะเบียนสรรพสามิตไว้ ก่อนวันเลิกหรือโอนกิจการไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

พร้อมกับแนบใบทะเบียนสรรพสามิตเดิมคืนไปด้วย

ให้ผู้รับโอนกิจการยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิตภายในเจ็ดวันนับแต่วันรับโอนกิจการ

และให้ประกอบกิจการต่อเนื่องได้ในระหว่างรอรับใบทะเบียนสรรพสามิต ทั้งนี้ ให้นำมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ และมาตรา

๒๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตาย ถ้าทายาทประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป

ให้ทายาท หรือผู้จัดการมรดกยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิตตามมาตรา ๒๖

ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตาย

ในระหว่างระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง

ให้ใบทะเบียนสรรพสามิตเดิมยังคงใช้ได้ต่อไป

คลังสินค้าทัณฑ์บน

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ผู้ใดประสงค์จะขอตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน

ให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดี

การขออนุญาตและการอนุญาต

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔

ในกรณีที่อธิบดีไม่ออกใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนผู้ขออนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการไม่ออกใบอนุญาต

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕

นอกจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนเจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนต้องเสียค่าธรรมเนียมคลังสินค้าทัณฑ์บนรายปีทุกปีเว้นแต่ปีที่ออกใบอนุญาต

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖

เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนต้องแสดงใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนไว้ในที่เปิดเผยซึ่งอาจเห็นได้ง่าย

ณ คลังสินค้าทัณฑ์บน

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗

ในกรณีที่ใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหาย

ให้เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนต่ออธิบดีหรือสรรพสามิตจังหวัดแห่งท้องที่ที่คลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นตั้งอยู่

ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหาย

ใบแทนใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน

ให้ถือเป็นใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘

ห้ามมิให้เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนใช้คลังสินค้าทัณฑ์บนเป็นที่เก็บสินค้าอื่น

นอกจากสินค้าที่ยังไม่ได้เสียภาษีของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙

ให้เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดเกี่ยวกับการรับ การจ่าย

การเก็บรักษาสินค้าและการทำบัญชีคุมสินค้า

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐

ห้ามมิให้ผู้ใดเปิดคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานสรรพสามิตซึ่งอยู่ประจำคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑

ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บน

เว้นแต่จะเป็นผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องและเข้าไปต่อหน้าเจ้าพนักงานสรรพสามิตซึ่งอยู่ประจำคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒

ในกรณีที่มีสินค้าขาดไปจากบัญชีคุมสินค้า

ให้เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนเสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขาดไปพร้อมกับเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีนั้น

เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นสูญหายเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นเหตุผิดพลาดในการตรวจนับปริมาณสินค้าอันไม่ได้เกิดขึ้นโดยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของเจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓

ในกรณีที่เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประสงค์จะโอนกิจการให้แก่บุคคลอื่น

ให้เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนและผู้ประสงค์จะรับโอนกิจการขออนุญาตต่ออธิบดี

การขออนุญาตและการอนุญาต

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔

ในกรณีที่เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประสงค์จะเลิกกิจการให้ขออนุญาตต่ออธิบดีพร้อมกับแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งนำสินค้าไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นทราบ

เมื่อได้รับคำขอตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้อธิบดีสั่งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเลือกปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

(๑)

นำสินค้าไปเก็บไว้ในโรงอุตสาหกรรมหรือในคลังสินค้าทัณฑ์บนอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

(๒)

ชำระภาษีสำหรับสินค้านั้นภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด

อธิบดีจะอนุญาตให้เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนเลิกกิจการได้ต่อเมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้ปฏิบัติตามวรรคสองเรียบร้อยแล้ว

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕

เมื่อปรากฏว่าเจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวง หรือเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนได้

แต่ต้องแจ้งการเพิกถอนนั้นเป็นหนังสือให้เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนทราบล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อยสิบห้าวัน

เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งผู้อุทธรณ์มีสิทธิดำเนินการไปพลางก่อนได้จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของรัฐมนตรี

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖

ในกรณีที่เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนละทิ้งคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยเจ้าพนักงานสรรพสามิตไม่อาจติดต่อได้

หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๔๕

อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งนำสินค้าไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นปฏิบัติตามมาตรา

๔๔ วรรคสอง โดยอนุโลม

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗

ในกรณีที่เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประสงค์จะเลิกกิจการถูกเพิกถอนใบอนุญาต

หรือละทิ้งคลังสินค้าทัณฑ์บน และผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งเก็บสินค้าไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นไม่ปฏิบัติตามมาตรา

๔๔ วรรคสองภายในเวลาที่กำหนด

ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตนำสินค้าที่ตกค้างอยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นออกขายทอดตลาดได้

เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตามวรรคหนึ่ง

เมื่อหักใช้ค่าเก็บรักษาค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาดและค่าภาษีแล้ว

ยังมีเงินเหลืออยู่อีกเท่าใดให้แจ้งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้นมารับคืน

ถ้าไม่มารับคืนภายในหนึ่งปีนับแต่วันแจ้ง ให้เงินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน

การยื่นแบบรายการภาษี

และการชำระภาษี

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ในกรณีสินค้าที่ผลิตขึ้นในราชอาณาจักร

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นแบบรายการภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนดและชำระภาษีก่อนที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

ในกรณีสินค้าที่นำเข้า

ให้ผู้นำเข้ายื่นแบบรายการภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนดและชำระภาษีในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีอันเป็นเหตุให้การชำระภาษีตามวรรคหนึ่ง

หรือวรรคสองขาดหรือเกินไปจากที่ได้ชำระไว้แล้ว

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าชำระภาษีเพิ่มให้ครบถ้วนตามอัตราที่เปลี่ยนแปลงนั้นหรือขอคืนเงินภาษีที่ได้ชำระไว้เกิน ทั้งนี้

ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีดังกล่าว

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙

ในกรณีตามมาตรา ๑๑ หรือมาตรา ๑๒

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบรายการภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนดและชำระภาษีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

146 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6cd150c573cd4057

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com