มาตรา ๔๘ ในกรณีสินค้าที่ผลิตขึ้นในราชอาณาจักร
ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นแบบรายการภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนดและชำระภาษีก่อนที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น
ในกรณีสินค้าที่นำเข้า
ให้ผู้นำเข้ายื่นแบบรายการภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนดและชำระภาษีในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีอันเป็นเหตุให้การชำระภาษีตามวรรคหนึ่ง
หรือวรรคสองขาดหรือเกินไปจากที่ได้ชำระไว้แล้ว
ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าชำระภาษีเพิ่มให้ครบถ้วนตามอัตราที่เปลี่ยนแปลงนั้นหรือขอคืนเงินภาษีที่ได้ชำระไว้เกิน ทั้งนี้
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีดังกล่าว
มาตรา ๔๙
ในกรณีตามมาตรา ๑๑ หรือมาตรา ๑๒
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบรายการภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนดและชำระภาษีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น
มาตรา ๕๐
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมินภาษีเป็นหนังสือต่อผู้มีหน้าที่เสียภาษี
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีชำระภาษีภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
(๑)
ในกรณีที่ได้ทำการประเมินก่อนที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น
ให้ชำระภาษีก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน
(๒)
ในกรณีอื่นนอกจาก (๑) ให้ชำระภาษีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
มาตรา ๕๑
ในกรณีที่มีการคัดค้านการประเมินหรือมีการอุทธรณ์คำวินิจฉัย คำคัดค้าน
เมื่อได้มีคำวินิจฉัยให้เสียภาษีเพิ่มขึ้นจากที่ได้ชำระไว้หรือที่ได้ประเมินแล้ว
ให้ผู้ยื่นคำคัดค้านหรือผู้อุทธรณ์ชำระภาษีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น
มาตรา ๕๒
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดสินค้าใดให้เป็นสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอชำระภาษีภายในวันที่เจ็ดของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยมีหลักประกันได้
การขอชำระภาษีตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นแบบรายการภาษีพร้อมกับการชำระภาษีนั้นและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
มาตรา ๕๓
ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีโรงอุตสาหกรรมอยู่ในกรุงเทพมหานคร
ให้ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ กรมสรรพสามิต
ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีโรงอุตสาหกรรมอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต
ณ สำนักงานสรรพสามิตอำเภอ สำนักงานสรรพสามิตกิ่งอำเภอ หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมนั้นตั้งอยู่
ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีโรงอุตสาหกรรมหลายแห่ง
อาจยื่นคำร้องต่ออธิบดีขอยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีรวมกัน ณ
กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตแห่งใดแห่งหนึ่ง
เมื่ออธิบดีพิจารณาเห็นสมควรจะอนุญาตก็ได้
มาตรา ๕๔
ในกรณีสินค้าที่นำเข้า
ให้ผู้นำเข้ายื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ
สถานที่ที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๕๕
ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา ๑๑ หรือมาตรา ๑๒ อยู่ในกรุงเทพมหานคร
ให้ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ กรมสรรพสามิต
ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามวรรคหนึ่งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น
ให้ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตอำเภอ
สำนักงานสรรพสามิตกิ่งอำเภอ หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัด แห่งท้องที่นั้น
มาตรา ๕๖
ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตาย
เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ให้ผู้จัดการมรดก ทายาท
หรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดก ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์
แล้วแต่กรณีมีหน้าที่ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีแทน
มาตรา ๕๗
ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมควบเข้ากันหรือโอนกิจการให้แก่กัน
ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอันได้ตั้งขึ้นใหม่โดยการควบเข้ากันหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่รับโอนกับผู้ประกอบอุตสาหกรรมเดิมรับผิดร่วมกันในการชำระภาษีของกิจการเดิมที่ควบเข้ากันหรือกิจการที่โอนนั้น
แล้วแต่กรณี
มาตรา ๕๘
ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งเป็นนิติบุคคลเลิกกิจการโดยมีการชำระบัญชี
ให้ผู้ชำระบัญชีและกรรมการ
ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันเลิกกิจการ
มีหน้าที่ร่วมกันยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษี
ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งเป็นนิติบุคคลเลิกกิจการโดยไม่มีการชำระบัญชี
ให้บุคคลผู้มีอำนาจจัดการมีหน้าที่ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษี
แสตมป์สรรพสามิตและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).