มาตรา 13 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตาม
พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจกำหนดค่าธรรมเนียมการสอบเพื่อบรรจุ
เป็นข้าราชการฝ่ายตุลาการ และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตาม
พระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้
บังคับได้
ข้าราชการตุลาการ
การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนชั้นและขั้นเงินเดือน
*[3]
*[6]
`มาตรา 14 ตำแหน่งข้าราชการตุลาการมีดังนี้ ประธานศาลฎีกา
อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองอธิบดี
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชน
และครอบครัวกลาง ผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษา
ศาลชั้นต้น รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้พิพากษา
หัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค รองอธิบดี
ผู้พิพากษาภาค ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ผู้พิพากษา
ศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด
ผู้พิพากษาและผู้ช่วยผู้พิพากษา'
นอกจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการตุลาการ
ที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงได้ ตำแหน่งดังกล่าวจะเทียบกับ
ตำแหน่งใดตามวรรคหนึ่งให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั้นด้วย กฎกระทรวง
เช่นวันนี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน
*[3]
*[6]
`มาตรา 15 ข้าราชการตุลาการให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่ง
ที่ได้รับแต่งตั้ง ดังต่อไปนี้
(1) ประธานศาลฎีกา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 9
(2) อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกา และอธิบดี
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 8
(3) ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์
รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น และอธิบดี
ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 7
(4) ผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษา
ศาลชั้นต้น รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้พิพากษา
หัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค
ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 6-7
(5) รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และผู้พิพากษา
ศาลอุทธรณ์ภาค ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 5-6
(6) ผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอาญา และผู้พิพากษาหัวหน้าศาล
ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 3-4
(7) ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดและผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือน
ชั้น 2-3
(8) ผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 1'
สำหรับข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อ
เทียบกับตำแหน่งใดก็ให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งนั้น
ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการได้เลื่อนขึ้นรับเงินเดือนในชั้นสูงขึ้น
ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้น แต่ถ้าผู้นั้นได้รับ
เงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้น ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นของ
ชั้นที่เลื่อนขึ้น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่
*[6]
`มาตรา 16 ให้ข้าราชการตุลาการ ข้าราชการธุรการซึ่งโอนมา
จากข้าราชการตุลาการตามมาตรา 23 และดะโต๊ะยุติธรรม ได้รับเงินประจำ
ตำแหน่งเพิ่มจากเงินเดือนที่ได้รับ ดังต่อไปนี้
(1) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น 9 ให้ได้รับเงินประจำ
ตำแหน่งเดือนละสี่หมื่นบาท
(2) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น 8 ให้ได้รับเงินประจำ
ตำแหน่งเดือนละสามหมื่นแปดพันบาท
(3) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น 7 และข้าราชการ
ธุรการตำแหน่งปลัดกระทรวง ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือนละ
หนึ่งหมื่นห้าพันบาท
(4) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น 6 และข้าราชการ
ธุรการตำแหน่งรองปลัดกระทรวง อธิบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า ซึ่งโอน
มาจากข้าราชการตุลาการ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือนละหนึ่งหมื่น
สองพันบาท
(5) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น 5 และข้าราชการ
ธุรการตำแหน่งรองอธิบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า ซึ่งโอนมาจากข้าราชการ
ตุลาการ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือนละเจ็ดพันบาท
(6) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น 4 และข้าราชการ
ธุรการตำแหน่งผู้อำนวยการกองหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า ซึ่งโอนมาจาก
ข้าราชการตุลาการ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือนละห้าพันบาท
(7) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น 3 ให้ได้รับเงินประจำ
ตำแหน่งเดือนละสามพันบาท
(8) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น 3 และดะโต๊ะยุติธรรม
ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือนละสองพันบาท
การได้รับเงินประจำตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ให้ได้รับย้อนหลังไปถึง
วันที่ 1 เมษายน 2535
เงินประจำตำแหน่งตามมาตรานี้ไม่ถือเป็นเงินเดือนเพื่อเป็นเกณฑ์
ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ'