ข้อ ๘[๗] หมวกมี ๗ แบบ คือ
(๑) หมวกเหล็กสีเทา มีสายรัดคางหนังสีดำ กว้าง ๑.๕
เซนติเมตร
(๒) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีเทา มีตราหน้าหมวกโลหะขนาดเล็ก
เว้นแต่นักเรียนนายเรืออากาศ ให้ใช้ตราหน้าหมวกโลหะตามข้อ ๖๓ (๒) (ก)
(๓) หมวกทรงหม้อตาลสีเทา มีเครื่องประกอบ คือ
(ก) กะบัง ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ พื้นกะบังด้านล่างสีเทาหรือสีดำ
สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นนาวาอากาศเอก
ที่ขอบโค้งของกะบังด้านบนปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์
๑ แถว บนพื้นสักหลาดสีดำ
สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศและจอมพลอากาศ
ที่ขอบโค้งของกะบังด้านบนปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์
๒ แถว บนพื้นสักหลาดสีดำ
(ข) สายรัดคาง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร
พลทหาร นักเรียนจ่าอากาศ และนายทหารประทวน
ใช้หนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
นักเรียนนายเรืออากาศ และนายทหารสัญญาบัตร
ใช้แถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง
(ค) ดุมตรึงปลายสายรัดคาง ข้างละ ๑ ดุม
พลทหาร ใช้ดุมเกลี้ยงสีเทาขนาดเล็ก
นักเรียนจ่าอากาศ นายทหารประทวน นักเรียนนายเรืออากาศ และนายทหารสัญญาบัตร
ใช้ดุมสีทองขนาดเล็ก
(ง) ผ้าพันหมวกสีน้ำเงินดำ เป็นลายถัก กว้าง ๔ เซนติเมตร
(จ) ตราหน้าหมวก
พลทหาร นักเรียนจ่าอากาศ และนายทหารประทวน
ใช้ตราหน้าหมวกโลหะขนาดใหญ่
นักเรียนนายเรืออากาศ
ใช้ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นตามข้อ ๖๓ (๒) (ข)
นายทหารสัญญาบัตร
ใช้ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นขนาดใหญ่
(๔) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว มีเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกทรงหม้อตาลสีเทา
(๕) หมวกหนีบสีเทา มีเครื่องประกอบ คือ
(ก) ตราหน้าหมวก
ติดที่ด้านซ้ายหรือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้า ๔ เซนติเมตร
พลทหาร นักเรียนจ่าอากาศ นายทหารประทวน
และนายทหารสัญญาบัตรใช้ตราหน้าหมวกโลหะขนาดเล็ก
นักเรียนนายเรืออากาศ ใช้ตราหน้าหมวกโลหะตามข้อ ๖๓ (๒) (ก)
(ข)
แถบติดที่ด้านซ้ายตอนหน้าของหมวกพาดจากบนลงล่างเฉียงไปทางหลัง
นักเรียนจ่าอากาศ และนายทหารประทวน
ใช้แถบทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ กว้าง ๔ เซนติเมตร ๑ แถบ
และให้ติดตราหน้าหมวกกึ่งกลางแถบ
นักเรียนนายเรืออากาศ ใช้แถบทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ
กว้าง ๔ เซนติเมตร ๑ แถบ มีแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ๑ แถบ
พาดกลางแถบสีน้ำเงินดำตามยาว และให้ติดตราหน้าหมวกกึ่งกลางแถบ
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรือเรืออากาศและนายนาวาอากาศ ใช้แถบทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ
กว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ มีแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ๒ แถบ พาดกลางแถบสีน้ำเงินดำตามยาว
เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร และให้ติดตราหน้าหมวกกึ่งกลางแถบ
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศและจอมพลอากาศ ใช้แถบทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ
กว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ มีแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ๒ แถบ
กับแถบไหมสีเหลืองกว้าง ๐.๖ เซนติเมตร อยู่กึ่งกลางแถบไหมสีเหลือง ๑ แถบ
พาดกลางแถบสีน้ำเงินดำตามยาว เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร
และให้ติดตราหน้าหมวกกึ่งกลางแถบ
(ค) ขลิบหมวก ขนาด ๐.๕ เซนติเมตร รอบริมสาบหมวก
นักเรียนจ่าอากาศและนายทหารประทวน มีขลิบสีฟ้า
นักเรียนนายเรืออากาศ มีขลิบสีเหลืองและสีฟ้า
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ มีขลิบดิ้นเงิน
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศและจอมพลอากาศ มีขลิบดิ้นทอง
หมวกนี้ให้ใช้กับเครื่องแบบปกติเทาคอพับอินทรธนูอ่อน และเครื่องแบบปกติเทาอ่อนคอแบะ
(๖) หมวกยอด ตัวหมวกสีเทา ยอดหมวกทรงบัวบาน สูง ๙ เซนติเมตร
ด้านล่างมีเกลียวสำหรับติดกับหมวกทำด้วยโลหะสีทอง จานรองยอดหมวกทำด้วยโลหะสีทอง
เป็นรูปดวงดาว ๙ กลีบ กว้าง ๙ เซนติเมตร ด้านหน้าหมวกมีตราราชวัลลภ กว้าง ๙.๕
เซนติเมตร สูง ๙ เซนติเมตร ทำด้วยโลหะสีทอง ด้านข้างหมวกมีดุมสีทองขนาดใหญ่สำหรับเกาะสายรัดคางข้างละ
๑ ดุม ด้านหลังมีดุมสีทองขนาดเล็กสำหรับเกี่ยวปลายสายรัดคาง ๑ ดุม
สายรัดคางทำด้วยโลหะสีทองเป็นแบบโซ่ถัก ยอดหมวกมีพู่หรือไม่มีพู่ตามสังกัดและโอกาส
ดังนี้
ทหารและนักเรียนนายเรืออากาศในกรมนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์
โรงเรียนนายเรืออากาศ ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ มีพู่สีฟ้าสด
ทหารในกองพันทหารอากาศโยธิน ๑ รักษาพระองค์ กรมอากาศโยธิน
ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ มีพู่สีบานเย็น
(๗) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาด
ขอบหมวกทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ และมีตราหน้าหมวก
พลทหารและนายทหารประทวน ใช้ตราหน้าหมวกโลหะขนาดใหญ่
นายทหารสัญญาบัตร
ใช้ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นขนาดใหญ่
ในโอกาสที่ใช้เครื่องแบบฝึกกองปฏิบัติการพิเศษสีกากีแกมเขียวสลับดำหรือสลับเหลือง
ให้ใช้ตราหน้าหมวกปักด้วยด้ายหรือไหมสีดำหรือสีน้ำเงินดำ
ข้อ ๙[๘] เสื้อมี ๑๐ แบบ คือ
(๑) เสื้อคอพับสีเทา ที่คอและแนวสาบอกมีดุม ๕ ดุม
แขนยาวรัดข้อมือขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ที่อกมีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า ตอนล่างรูปมน
มีแถบตรงกึ่งกลางตามทางดิ่ง มีปกรูปมน ชายกลางแหลม ขัดดุมข้างละ ๑ ดุม
นักเรียนจ่าอากาศ นายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศ มีอินทรธนูอ่อน
นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ นักเรียนนายเรืออากาศ
และนายทหารสัญญาบัตร ใช้อินทรธนูแข็ง หรือจะใช้อินทรธนูอ่อนปลายมนก็ได้
ดุมทั้งสั้นเว้นแต่ดุมของอินทรธนูแข็ง ใช้ดุมสีเทาขนาดเล็ก
เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้ออยู่ภายในกางเกง
นักเรียนจ่าอากาศ นายทหารประทวน นักเรียนนายเรืออากาศ
และนายทหารสัญญาบัตร ถ้ามิได้บังคับแถวหรือประจำแถว
จะผูกผ้าผูกคอสีน้ำเงินดำเงื่อนกะลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่ ๒
ก็ได้
ในบางโอกาส เสื้อแบบนี้จะใช้แขนสั้นเพียงข้อศอกก็ได้
เว้นแต่ในโอกาสที่ผูกผ้าผูกคอ
(๒) เสื้อคอแบะสีเทาอ่อน แบบคอแหลม ที่แนวอกมีดุม ๕ ดุม
แขนสั้นเพียงข้อศอก ไม่มีสาบอก ที่อกมีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า
มีแถบตรงกึ่งกลางตามทางดิ่ง มีปกขัดดุมข้างละ ๑ ดุม
มุมกระเป๋าล่างและมุมปกกระเป๋าตัดมุมพองามกับมีอินทรธนูอ่อนปลายตัดแหลม
ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมสีขาวขนาดเล็ก
เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้ออยู่ภายในกางเกง
(๓) เสื้อฝึกสีเทา คอแบะแบบแหลม ที่คอและแนวอกมีดุม ๖ ดุม
มีลิ้นปิดอก ขัดดุมปิดคอได้ แขนยาวทรงกระบอก ที่อกมีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า
ตัดมุมตอนล่าง มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตัดมุม ขัดดุมข้างละ ๑ ดุม
ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมสีเทาขนาดเล็ก ตะเข็บทั้งสิ้นเป็นตะเข็บคู่
เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้ออยู่ภายในกางเกง
(๔) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีเทา แบบคอป้าน มีตะเข็บหลัง ๓
ตะเข็บ ที่ตะเข็บกลางเปิดชายเสื้อไว้ถึงแนวเอว ที่แนวอกมีดุมสีทองขนาดใหญ่ ๔ ดุม
ด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ
ตอนล่างรูปมนมีแถบตรงกึ่งกลางตามทางดิ่ง มีปกรูปมน ชายกลางแหลม
กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามมีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน
ปกกระเป๋าทั้งสี่ขัดดุมสีทองขนาดเล็กกระเป๋าละ ๑ ดุม
นักเรียนจ่าอากาศ และนายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศ
มีอินทรธนูอ่อน
นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ นักเรียนนายเรืออากาศ
และนายทหารสัญญาบัตร ใช้อินทรธนูแข็ง
เสื้อแบบนี้ให้ใช้เชิ้ตสีเทาอ่อนแขนยาวผูกผ้าผูกคอสีน้ำเงินดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย
ในงานกลางคืนจะใช้ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนหูกระต่ายแทนผ้าผูกคอสีน้ำเงินดำ
เงื่อนกะลาสีก็ได้
(๕) เสื้อชั้นนอกรัดเอวสีเทา มี ๒ แบบ คือ
(ก) เสื้อชั้นนอกรัดเอาสีเทา คอแบะแบบแหลม
ชายเสื้อยาวเสมอเอว มีแถบรัดเอว กว้าง ๕.๔ เซนติเมตร ด้านข้างมีดุมข้างละ ๒ ดุม
เรียงตามส่วนยาวของแถบและมีแผ่นผ้าชนิดเดียวกับเสื้อสำหรับขัดดุมเลื่อนเข้าออกได้
ปลายแถบข้างซ้ายยาวเลยสาบอก ๕ เซนติเมตร ด้านในมีดุมขัด แนวอกมีดุม ๔ ดุม
ขัดซ่อนอยู่ในสาบที่อกมีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า ตอนล่างรูปมน
มีแถบตรงกึ่งกลางตามทางดิ่ง มีปกรูปมน ชายกลางแหลม ขัดดุม ๑ ดุม ซ่อนอยู่ด้านใน
แขนยาว ผ่าแขนด้านนอก ปลายแขนต่อกว้าง ๕.๕ เซนติเมตร และมีดุมข้างละ ๒ ดุม
เรียงตามส่วนยาวของปลายแขนต่อสำหรับรัดปลายแขน ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมสีเทาขนาดเล็ก
นักเรียนจ่าอากาศ
และนายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศมีอินทรธนูอ่อน
นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ
นักเรียนนายเรืออากาศและนายทหารสัญญาบัตร ใช้อินทรธนูแข็ง
เสื้อแบบนี้ให้ใช้เชิ้ตสีเทาอ่อนแขนยาวผูกผ้าผูกคอสีน้ำเงินดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย
เว้นแต่นักเรียนนายเรืออากาศเมื่อแต่งเครื่องแบบสวนสนาม ก.
ใช้ผ้าพันคอสีฟ้าอ่อนแทน
(ข) เสื้อชั้นนอกรัดเอวสีเทาคอปิด แขนยาวรูปทรงกระบอก มีอินทรธนูอ่อน
ไม่มีกระเป๋า ชายเสื้อสอดไว้ในกางเกง ด้านในมีดุมขัด แนวอกมีดุม ๔ ดุม
ขัดซ่อนอยู่ในสาบ
ที่อกเสื้อด้านซ้ายและด้านขวามีดุมสีทองขนาดเล็กติดเรียงตามทางดิ่งข้างละ ๑ แถว
แถวละ ๕ ดุม มีเครื่องหมายชั้นการศึกษาเป็นรูปบั้งไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง
กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ติดเฉียงที่ปลายแขนเสื้อทั้ง ๒ ข้าง
เสื้อแบบนี้ใช้ประกอบเครื่องแบบสวนสนาม ข.
ของนักเรียนนายเรืออากาศ
(๖) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ
แนวอกมีดุมสีทองขนาดใหญ่ ๕ ดุม ด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า
เป็นกระเป๋าเจาะ กระเป๋าบนมีปกรูปมน ชายกลางแหลม กระเป๋าล่างไม่มีปก
นักเรียนจ่าอากาศ และนายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศ
มีอินทรธนูอ่อน
นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ
นักเรียนนายเรืออากาศและนายทหารสัญญาบัตร ใช้อินทรธนูแข็ง
(๗) เสื้อชั้นนอกเปิดอกสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ
คอแบะกว้าง ไม่มีบากกลมมนจนถึงชายพับแหลมใต้อก
ปาดเอวด้านหน้าระหว่างชายคอพับกับชายเสื้อมีดุมสีทองขนาดใหญ่ข้างละ ๒
ดุมตามทางดิ่ง และที่ใต้ชายพับแหลมมีดุมสีทองขนาดใหญ่ข้างละ ๑ ดุม
ดุมคู่นี้มีสายสร้อยสีทองร้อยติดกัน
เสื้อแบบนี้ใช้อินทรธนูแข็ง
และให้ใช้เสื้อและเครื่องประกอบแล้วแต่กรณี คือ
(ก) เสื้อกั๊กสีขาว หน้าอกเว้ามีปก ชายล่างสุด
ด้านหน้าของเสื้อบากเป็นรูปสามเหลี่ยม ระหว่างหน้าอกกับชายเสื้อมีดุมสีทองขนาดเล็ก
๓ ดุม
(ข) เชิ้ตอกแข็งหรือเชิ้ตอกจีบสีขาว แขนยาว
ข้อมือแข็งขัดดุม คอแข็งชั้นเดียวแบบปีกผีเสื้อ ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนหูกระต่าย
(ค) เชิ้ตอกอ่อนสีขาว แขนยาว ข้อมือพับ ขัดดุม
แนวอกมีสาบคอพับ ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนหูกระต่าย
(ง) แพรแถบรัดเอวสีเทา กึ่งกลางด้านหน้ากว้าง ๑๒ เซนติเมตร
ปลายทั้งสองข้างกว้าง ๑๑ เซนติเมตร ยาวเท่าขนาดเอวของผู้ใช้
(๘) เสื้อชั้นนอกเปิดอกสีเทา ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ
มีลักษณะและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกเปิดอกสีขาว
และจะใช้เสื้อกั๊กสีเทาทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จแทนเสื้อกั๊กสีขาวก็ได้
(๙) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีฟ้าสด ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ
มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ไม่มีกระเป๋า ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุม
ปลอกคอและปลอกข้อมือทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเทา
ที่ปลอกข้อมือด้านนอกเหนือขอบบนต่อด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเทาเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว
มุมบนทั้ง ๒ ด้านมีแถบไหมทองเป็นขอบ ภายในรูปสามเหลี่ยมมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ
ภปร. ภายใต้พระมหามงกุฎปักด้วยดิ้นเงิน และใช้อินทรธนูแข็ง
นักเรียนนายเรืออากาศ
ที่ปลอกคอมีลายกระหนกดิ้นทองเป็นกรอบโดยรอบ กึ่งกลางภายในกรอบมีแถบไหมทอง กว้าง
๑.๒ เซนติเมตร ๑ แถบ ที่ปลอกข้อมือขอบบนมีแถบไหมทองโดยรอบ ๑ แถบ
กึ่งกลางใต้แถบด้านนอกปักดิ้นทองเป็นลายช่อชัยพฤกษ์กว้าง ๓ เซนติเมตร ๑ ลาย
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ
ที่ปลอกคอมีลายกระหนกดิ้นทองเป็นกรอบโดยรอบ ภายในกรอบปักดิ้นทองเป็นลายช่อชัยพฤกษ์
เว้นระยะห่างจากลายกระหนกข้างละ ๐.๕ เซนติเมตร ที่ปลอกข้อมือขอบบนมีแถบไหมทองโดยรอบ
๒ แถบ กว้างแถบละ ๑.๒ เซนติเมตร กึ่งกลางใต้แถบด้านนอกปักดิ้นทองเป็นลายช่อชัยพฤกษ์
กว้าง ๓ เซนติเมตร ๑ ลาย
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศและจอมพลอากาศ
ที่ปลอกคอมีลายกระหนกดิ้นทองเป็นกรอบโดยรอบ
ภายในกรอบปักเต็มด้วยดิ้นทองเป็นลายช่อชัยพฤกษ์
ที่ปลอกข้อมือขอบบนมีแถบไหมทองโดยรอบ ๑ แถบ กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร
กึ่งกลางใต้แถบด้านนอกปักดิ้นทองเป็นลายช่อชัยพฤกษ์ กว้าง ๓ เซนติเมตร ๒ ลาย
(๑๐) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีบานเย็น ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ มีตะเข็บหลัง
๓ ตะเข็บ ไม่มีกระเป๋า ที่แนวอกมีกระดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุม
ที่ชายเสื้อด้านหลังตรงตะเข็บกลางเปิดชายเสื้อไว้ถึงแนวเอว ข้างรอยเปิดทั้งสองด้านมีแผ่นสักหลาดหรือเสิร์จสีเทารูปคมมีด
กว้าง ๕ เซนติเมตร สูง ๑๕ เซนติเมตร พับเข้าหากัน
ปลอกคอและปลอกข้อมือทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเทา
ที่ปลอกข้อมือด้านนอกเหนือขอบบนต่อด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเทาเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว
มุมบนทั้ง ๒ ด้านมีแถบสีเหลืองเป็นขอบ ภายในรูปสามเหลี่ยมมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ
ภปร ภายใต้พระมหามงกุฎ ปักด้วยดิ้นเงิน
นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ และนายทหารสัญญาบัตร
ใช้อินทรธนูแข็ง พลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศ ใช้อินทรธนูอ่อน
พลทหาร ที่ปลอกคอมีแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร
เป็นกรอบโดยรอบ มีปลอกข้อมือขอบบนมีแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร โดยรอบ ๑
แถบ แถบสีเหลืองซึ่งเป็นขอบของมุมบนทั้ง ๒ ด้านของรูปสามเหลี่ยมทำด้วยไหมสีเหลือง
นายทหารประทวน ที่ปลอกคอมีลายกระหนกดิ้นทองเป็นกรอบโดยรอบ
ที่ปลอกข้อมือขอบบนมีแถบไหมทองโดยรอบ ๑ แถบ แถบสีเหลืองซึ่งเป็นขอบของมุมบนทั้ง ๒
ด้านของรูปสามเหลี่ยมทำด้วยไหมทอง
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ
ที่ปลอกคอมีลายกระหนกดิ้นทองเป็นกรอบโดยรอบ ภายในกรอบปักดิ้นทองเป็นลายช่อชัยพฤกษ์
เว้นระยะห่างจากลายกระหนกข้างละ ๐.๕ เซนติเมตร ที่ชายเสื้อด้านหลังบนแผ่นรูปคมมีดปักดิ้นทองเป็นรูปใบพริก
กว้าง ๒ เซนติเมตร ยาวตามขวางของรูปคมมีด
๔ เซนติเมตร ๓ ใบ เว้นระยะห่างเท่า ๆ กัน
ที่ปลอกข้อมือขอบบนมีแถบไหมทองโดยรอบ ๒ แถบ กว้างแถบละ ๑.๒ เซนติเมตร
กึ่งกลางใต้แถบด้านนอกปักดิ้นทองเป็นลายช่อชัยพฤกษ์ กว้าง ๓ เซนติเมตร ๑ ลาย
แถบสีเหลืองซึ่งเป็นขอบของมุมบนทั้ง ๒ ด้านของรูปสามเหลี่ยมทำด้วยไหมทอง
นายทหารชั้นสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศและจอมพลอากาศ
ที่ปลอกคอมีลายกระหนกดิ้นทองเป็นกรอบโดยรอบ
ภายในกรอบปักเต็มด้วยดิ้นทองเป็นลายช่อชัยพฤกษ์
ที่ชายขอบเสื้อด้านหลังบนแผ่นรูปคมมีดปักดิ้นทองเป็นรูปใบพริก กว้าง ๒ เซนติเมตร
ยาวตามขวางของรูปคมมีด ๔ เซนติเมตร ๓ ใบ เว้นระยะห่างเท่า ๆ กัน
ที่ปลอกข้อมือขอบบนมีแถบไหมทองโดยรอบ ๑ แถบ กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร
กึ่งกลางใต้แถบด้านนอกปักดิ้นทองเป็นลายช่อชัยพฤกษ์ กว้าง ๓ เซนติเมตร ๒ ลาย
แถบสีเหลืองซึ่งเป็นขอบของมุมบนทั้ง ๒ ด้านของรูปสามเหลี่ยมทำด้วยไหมทอง
ข้อ ๑๐
ผ้าพันคอสีฟ้าอ่อน มีลักษณะเป็นรูปสีเหลี่ยมผืนผ้า กว้าง ๒๕ เซนติเมตร ยาว
๔๐ เซนติเมตร และมีแถบกว้าง ๔ เซนติเมตร
ยาวตามขนาดคออยู่ปลายทางกว้างด้านบนของผ้าพันคอ
ข้อ ๑๑ กางเกงมี ๔ แบบ คือ
(๑)[๙]
กางเกงขายาวสีเทา ไม่พับปลายขา ปลายขายาวปิดตาตุ่ม กว้างไม่น้อยกว่า ๒๐ เซนติเมตร
แต่ไม่เกิน ๒๖ เซนติเมตร ที่ขอบเอวมีห่วงทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง กว้างไม่เกิน ๑
เซนติเมตร ข้างหน้า ๒ ห่วง ทางข้าง ๒ ห่วง และข้างหลัง ๓ ห่วง สำหรับสอดเข็มขัด
ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า
ที่ด้านหลังกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มีปก
กึ่งกลางปากกระเป๋าขัดดุมสีเทาขนาดเล็ก
(๒) กางเกงขายาวสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีเทา
(๓)[๑๐]
กางเกงแถบ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเทา มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีเทา
เว้นแต่ที่แนวตะเข็บขากางเกงด้านนอกมีแถบไหมสีเหลือง ดังนี้
พลทหาร และนายทหารประทวนในกองพันทหารอากาศโยธิน ๑
รักษาพระองค์ กรมอากาศโยธิน มีแถบขนาดใหญ่ กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ๑ แถบ
บนพื้นแถบสักหลาดสีน้ำเงินดำ กว้าง ๒.๔ เซนติเมตร
นักเรียนนายเรืออากาศ มีแถบขนาดใหญ่ กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ๒
แถบ ระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๖ เซนติเมตร บนพื้นแถบสักหลาดสีน้ำเงินดำ กว้าง ๔.๒
เซนติเมตร
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ
เช่นเดียวกับนักเรียนนายเรืออากาศ
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศและจอมพลอากาศ
มีแถบขนาดใหญ่กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ๒ แถบ และมีแถบขนาดเล็กกว้าง ๐.๖ เซนติเมตร ๑
แถบ อยู่กึ่งกลางแถบขนาดใหญ่ ระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๖ เซนติเมตร
บนพื้นแถบสักหลาดสีน้ำเงินดำ กว้าง ๕.๔ เซนติเมตร
(๔) กางเกงฝึกขายาวสีเทา
มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีเทา เว้นแต่กระเป๋าด้านหน้าเป็นกระเป๋าปะ
ปากกระเป๋าเฉียง ข้างละ ๑ กระเป๋า ด้านหลังมีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า
ด้านล่างของกระเป๋าเป็นรูปแหลม มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขัดดุมสีเทาขนาดเล็กข้างละ
๑ ดุม ตะเข็บทั้งสิ้นเป็นตะเข็บคู่
ข้อ ๑๒[๑๑] เข็มขัดและประคด มี ๖ แบบ คือ
(๑)[๑๒]
เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีน้ำเงินดำ กว้าง ๒.๘ เซนติเมตร
หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน กว้าง ๓ เซนติเมตร ยาว ๕
เซนติเมตร มีรูปดาว ๕ กลีบ เหนือปีกนก ๒ ปีก วางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์ ๒ ข้าง
ข้างละ ๗ ใบ ดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด ไม่มีเข็มขัดสำหรับสอดรู ปลายสายหุ้มด้วยโลหะสีทอง
กว้าง ๑ เซนติเมตร
(๒)[๑๓]
เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีเทา กว้าง ๕.๕ เซนติเมตร มีตาไก่
หัวเข็มขัดทั้ง ๒ ข้างทำด้วยโลหะสีทองขดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางตั้ง
มีห่วงเกี่ยวต่อกันตรงกลาง
(๓)[๑๔]
เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีเทา
(๔)[๑๕]
เข็มขัดหนังสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีเทา
เว้นแต่เข็มขัดเครื่องแบบสวนสนามของนักเรียนนายเรืออากาศ ทำด้วยหนังสีขาว กว้าง
๕.๕ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน ปลายมน
กว้าง ๖ เซนติเมตร ยาว ๘ เซนติเมตร พื้นเกลี้ยง มีรูปดาว ๕ กลีบ เหนือปีกนก ๒ ปีก
วางทับอยู่บนช่อชัยพฤกษ์ ๒ ข้าง ข้างละ ๗ ใบ ดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด
สำหรับนักเรียนนายเรืออากาศที่ทำหน้าที่บังคับแถวหรือเชิญธง
มีซองกระบี่หนังสีขาวปลอกพู่ไหมสีฟ้า ๑ พู่ สีเหลือง ๑ พู่ ขนาดยาว ๒๕ เซนติเมตร
และสายสะพายหนังสีขาวสะพายจากไหล่ขวาไปเอวซ้าย ขนาดกว้าง ๕ เซนติเมตร
ประกอบกับเข็มขัดที่กึ่งกลางสายสะพายด้านหน้า ประดับเครื่องหมายทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน
กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาว ๘ เซนติเมตร มีลายดุนนูนเป็นรูปปีกนก ๒ ปีก
วางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์ ๒ ข้าง ข้างละ ๗ ใบ ระหว่างหัวปีก เป็นรูปธงไตรรงค์
เฉียงอยู่ในอาร์มขนาด ๐.๕ เซนติเมตร เหนืออาร์มมีอุณาโลมในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี
ใต้อาร์มมีดาว ๕ กลีบ ขนาด ๐.๕ เซนติเมตร
(๕) เข็มขัดสำหรับเครื่องแบบรักษาพระองค์
ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีเทา กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร
หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอนปลายมนโค้งเข้าด้านใน
กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร ยาว ๖ เซนติเมตร พื้นเกลี้ยง มีรูปดาว ๕ กลีบ เหนือปีกนก ๒
ปีก วางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์ ๒ ข้าง ข้างละ ๗ ใบ ดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด
ปลายทั้ง ๒ ข้างมีห่วงโลหะสีทองสำหรับเกาะกับหัวเข็มขัด
สำหรับนักเรียนนายเรืออากาศ มีแถบไหมทอง ๓ แถบ แถบริมทั้ง ๒
ข้าง กว้างแถบละ ๐.๖ เซนติเมตร แถบกลางกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร
เข็มขัดแบบนี้ใช้คาดทับเสื้อชั้นนอกของเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์และเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์
(๖) ประคด ทำด้วยไหมริ้วทองสลับฟ้า ขนาดกว้าง ๕.๕ เซนติเมตร
ยาวไม่น้อยกว่า ๑๑๕ เซนติเมตร มีริ้วทอง ๓ ริ้ว ริ้วริมทั้ง ๒ ข้าง กว้างริ้วละ ๑
เซนติเมตร ริ้วกลางกว้าง ๑.๕ เซนติเมตร ที่หัวด้านหน้ามีหมอนหุ้มด้วยไหมริ้วทองสลับฟ้าเช่นเดียวกับประคด
และมีชายไหมริ้วทองสลับฟ้าประกอบกับหมอนทั้ง ๒ ข้าง
ปลายชายทั้งสองต่อเข้ากับตุ้มประกอบด้วยไหมสีทองสลับฟ้าทำเป็นพู่ห้อยอยู่ใต้ประคด
ประคดนี้ใช้คาดทับเสื้อชั้นนอกของเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์
ข้อ ๑๒ ทวิ[๑๖] คันชีพ มีดังนี้
(๑) พลทหาร และนายทหารประทวน
ใช้คันชีพทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีเทาเป็นรูปสี่เหลี่ยม กว้าง ๑๐ เซนติเมตร
ด้านบนยาว ๑๕ เซนติเมตร ด้านล่างยาว ๑๖ เซนติเมตร มีฝาปิด
ที่ฝาด้านนอกติดแถบไหมทองโดยรอบ กว้าง ๑.๖ เซนติเมตร ตรงกลางมีตราราชวัลลภ
ทำด้วยโลหะสีทอง กว้าง ๗ เซนติเมตร ยาว ๑๑.๕ เซนติเมตร
ด้านข้างมีใบพริกทำด้วยโลหะสีทอง ยาว ๕.๕ เซนติเมตร
สายสะพายทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีเทา กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑ เมตร
มีขอทำด้วยโลหะสีทองอยู่ที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง
(๒) นักเรียนนายเรืออากาศ ใช้คันชีพเช่นเดียวกับพลทหาร
และนายทหารประทวน เว้นแต่สายสะพายคันชีพด้านนอกมีแถบไหมทอง ๓ แถบ แถบริมทั้ง ๒
ข้าง กว้างแถบละ ๐.๖ เซนติเมตร แถบกลางกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร
(๓) นายทหารสัญญาบัตร ใช้คันชีพเช่นเดียวกับพลทหาร
และนายทหารประทวน เว้นแต่สายสะพายคันชีพปักดิ้นทอง ลายสลับในตัว
ข้อ ๑๓ รองเท้ามี ๔ แบบ คือ
(๑)[๑๗]
รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดผูกเชือก หรือยืดข้าง
(๒) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ ชนิดผูกเชือกหรือยืดข้าง
(๓) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ
ชนิดผูกเชือกหรือไม่ผูกเชือก
(๔) รองเท้าสโมสรหนังสีดำมันพื้นบาง ชนิดผูกเชือก
รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น และไม่มีลวดลาย
ข้อ ๑๔ ถุงเท้า เมื่อใช้รองเท้าหุ้มส้น
หรือรองเท้าสโมสร ให้ใช้สีดำ
ข้อ ๑๕ กระบี่ มี ๒ แบบ คือ
(๑) กระบี่นักเรียนนายเรืออากาศ ยาว ๔๐ เซนติเมตร
ปลายด้ามเป็นรูปหัวช้างมีกะบังทำด้วยโลหะสีทอง ฝักหุ้มด้วยหนังสีน้ำเงินดำ
ตอนต้นและตอนปลายของฝักหุ้มด้วยโลหะสีทอง ตอนต้นของฝักมีห่วง ๒ ห่วง
ทำด้วยโลหะสีทอง มีสายกระบี่ ๒ สาย กว้างสายละ ๑.๕ เซนติเมตร
ทำด้วยหนังสีน้ำเงินดำ ใช้เมื่อแต่งเครื่องแบบปกติขาว เครื่องแบบปกติเทาคอแบะ
เครื่องแบบครึ่งยศ เครื่องแบบเต็มยศขาว เครื่องแบบเต็มยศเทา เครื่องแบบสโมสรคอปิดและเครื่องแบบสโมสรคอแบะ
(๒)[๑๘]
กระบี่นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ และนายทหารสัญญาบัตรยาว ๘๕ เซนติเมตร
ปลายด้ามเป็นรูปหัวช้าง มีกะบังกับโกร่งทำด้วยโลหะสีทอง
ที่โกร่งด้านนอกมีรูปตราแผ่นดินในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ มีพู่ไหมสีเหลือง สำหรับนายทหารสัญญาบัตร
มีพู่ไหมทอง ฝักหุ้มด้วยหนังสีน้ำเงินดำ ตอนต้น ตอนกลาง
และตอนปลายของฝักหุ้มด้วยโลหะสีทองตอนต้นของฝักมีห่วง ๑ ห่วง ตอนกลางของฝักมีห่วง
๑ ห่วง ทำด้วยโลหะสีทอง มีสายกระบี่ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีน้ำเงินดำ ๒ สาย
กว้างสายละ ๑.๕ เซนติเมตร
สำหรับนายทหารสัญญาบัตร เมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศ
เครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ เครื่องแบบเต็มยศขาว เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์
หรือเครื่องแบบเต็มยศเทา มีสายกระบี่ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีเทา ๒ สาย
กว้างสายละ ๑.๕ เซนติเมตร ด้านนอกคาดกลางตามยาวด้วยแถบไหมทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร[๑๙]
อินทรธนูและเครื่องหมายยศ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).