ข้อ ๑๖[๒๐] อินทรธนู มี ๒ แบบ คือ
(๑) อินทรธนูอ่อน ทำด้วยผ้าชนิดและสีเดียวกับเสื้อ
เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเรียวจากทางด้านไหล่ไปทางคอ ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง
๓ เซนติเมตร ปลายมน เว้นแต่เสื้อคอแบะสีเทาอ่อนใช้อินทรธนูอ่อนปลายตัดแหลม
สำหรับเครื่องแบบปกติเทาคอพับ
และเครื่องแบบปกติเทาอ่อนคอแบะ ให้เย็บติดกับเสื้อเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีเส้นทแยงมุม
ระยะห่างจากด้านไหล่ไปทางคอ ๔ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมขนาดเล็กสีเดียวกับดุมเสื้อ
สำหรับเครื่องแบบชนิดอื่นของนักเรียนจ่าอากาศ
และนายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศ ใช้ดุมสีทองขนาดเล็ก
(๒) อินทรธนูแข็ง ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ
เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเรียวจากทางด้านไหล่ไปทางคอ ด้านไหล่กว้าง ๕ เซนติเมตร
ด้านคอกว้าง ๔ เซนติเมตร ปลายมน ตอนปลายติดดุมสีทองขนาดเล็ก และมีเครื่องประกอบดังนี้
นักเรียนนายเรืออากาศ มีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง
๐.๘ เซนติเมตร พาดกึ่งกลางตามส่วนยาวของอินทรธนู
นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ มีดาว ๕ กลีบ ๑ ดาว
ทำด้วยโลหะสีทอง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ให้กลีบหนึ่งอยู่ทางด้านคอ
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ มีดาว ๕
กลีบ ๑ ดาว ปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทอง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๓
เซนติเมตร ให้กลีบหนึ่งอยู่ทางด้านคอ
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศและจอมพลอากาศ
มีดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง ปักหรือทำเป็นลายถักเต็มแผ่นอินทรธนู ซึ่งยาว ๑๓
เซนติเมตร
ข้อ ๑๗ เครื่องหมายยศมี ดังนี้
(๑) นายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศ
ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซวทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง ๒
ข้างห่างกัน ๘ เซนติเมตร มุมบั้งแหลมเล็ก เหนือบั้งมีดาว ๕ กลีบ ๑ ดาว
ทำด้วยไหมสีเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร
ตรึงบนพื้นสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำเหลือชายไว้เป็นขอบ ๐.๓ เซนติเมตร
ประดับที่แขนเสื้อข้างซ้ายด้านนอกกึ่งกลางระหว่างไหล่กับข้อศอก
ให้มุมแหลมอยู่ทางล่าง มีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ
จ่าอากาศตรี ๑ บั้ง
จ่าอากาศโท ๒ บั้ง
จ่าอากาศเอก ๓ บั้ง
ในกรณีมีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๔
เซนติเมตร
(๒) นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ
ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซวทำด้วยโลหะสีทองกว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง ๒
ข้างห่างกัน ๓ เซนติเมตร ประดับบนอินทรธนูแข็งทั้ง ๒ ข้าง
ให้มุมแหลมของบั้งอยู่ทางด้านคอ ห่างจากดาว ๐.๓ เซนติเมตร
ปลายขาบั้งห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร
แต่ละข้างมีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ
พันจ่าอากาศตรี ๑ บั้ง
พันจ่าอากาศโท ๒ บั้ง
พันจ่าอากาศเอก ๓ บั้ง
ในกรณีมีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง ให้ติดเรียงกันไปทางด้านคอตามส่วนยาวของอินทรธนู
เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๒ เซนติเมตร
(๓)[๒๑]
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ
ใช้แถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร เรียกว่า แถบใหญ่ และกว้าง
๐.๖ เซนติเมตร เรียกว่า แถบเล็ก ประดับบนอินทรธนูแข็งตามส่วนกว้างทั้ง ๒ ข้าง
ชิดดาวและห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร
แต่ละข้างมีจำนวนแถบตามชั้นยศ คือ
เรืออากาศตรี แถบใหญ่ ๑ แถบ
เรืออากาศโท แถบใหญ่ ๑ แถบ กับแถบเล็ก ๑ แถบ
ให้แถบเล็กอยู่ทางด้านไหล่
เรืออากาศเอก แถบใหญ่ ๒ แถบ
นาวาอากาศตรี แถบใหญ่ ๒ แถบ กับแถบเล็ก ๑
แถบแทรกอยู่ระหว่างกลาง
นาวาอากาศโท แถบใหญ่ ๓ แถบ
นาวาอากาศเอก แถบใหญ่ ๔ แถบ
ในกรณีมีแถบมากกว่า ๑ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร
(๔) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศ ใช้ดาว ๕ กลีบ
ทำด้วยโลหะสีเงิน เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร ประดับบนอินทรธนูแข็งทั้ง ๒ ข้าง
ห่างจากริมอินทรธนูด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร แต่ละข้างมีจำนวนดาวตามชั้นยศ คือ
พลอากาศจัตวา ๑ ดาว อยู่กึ่งกลางส่วนกว้างของอินทรธนู
พลอากาศตรี ๒ ดาว เรียงตามส่วนกว้างของอินทรธนู
พลอากาศโท ๓ ดาว เรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า
ให้ด้านฐานอยู่ทางด้านไหล่
พลอากาศเอก ๔ ดาว เรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
ให้มุมแหลมวางตามส่วนยาวของอินทรธนู
ในการประดับดาว ให้กลีบหนึ่งของดาวอยู่ทางด้านคอ
(๕) จอมพลอากาศ ใช้ดาว ๕ กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๙
เซนติเมตร ๕ ดาว เรียงเป็นรูปวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง ๓.๕ เซนติเมตร ภายในวงกลมมีคทากับกระบี่ไขว้
มีช่อชัยพฤกษ์ ๒ ข้าง ข้างละ ๗ ใบ โอบด้ามคทาและปลายกระบี่ ทำด้วยโลหะสีเงิน
ประดับบนอินทรธนูแข็งทั้ง ๒ ข้าง ห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร
ให้กลีบหนึ่งของดาวปลายคทา และด้ามกระบี่อยู่ทางด้านคอ
ข้อ ๑๘[๒๒] เฉพาะนายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ
และนายทหารสัญญาบัตร
เมื่อแต่งเครื่องแบบปกติเทาคอพับที่ใช้อินทรธนูอ่อนหรือเครื่องแบบปกติเทาอ่อนคอแบะ
ให้ใช้เครื่องหมายยศประดับที่ปกคอเสื้อแทนเครื่องหมายสังกัด ดังนี้
(๑) นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซวทำด้วยโลหะสีเงินกว้าง
๐.๔ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง ๒ ข้างห่างกัน ๒.๔ เซนติเมตร มุมบั้งแหลมเล็ก
ประดับที่มุมปกคอพับของเสื้อปกติเทาคอพับหรือที่มุมปกคอแบะตอนบนของเสื้อปกติเทาอ่อนคอแบะทั้ง
๒ ข้าง ให้มุมแหลมของบั้งอยู่ทางด้านบน แต่ละข้างมีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ
พันจ่าอากาศตรี ๑ บั้ง
พันจ่าอากาศโท ๒ บั้ง
พันจ่าอากาศเอก ๓ บั้ง
ในกรณีที่มีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง ให้ติดเรียงซ้อนกัน
เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๑๕ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง ๒ ข้างมีโลหะสีเงิน กว้าง ๐.๑
เซนติเมตร เชื่อมติดกัน
(๒) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ ใช้ขีดทำด้วยโลหะสีเงิน
มีลักษณะโค้งเล็กน้อย ลบเหลี่ยมทั้ง ๔ ด้าน
สำหรับชั้นนายเรืออากาศ กว้าง ๐.๙ เซนติเมตร ยาว ๒.๒
เซนติเมตร เรียกว่าขีดใหญ่ และกว้าง ๐.๔๕ เซนติเมตร ยาว ๒.๒ เซนติเมตร
เรียกว่าขีดเล็ก
สำหรับชั้นนายนาวาอากาศ กว้าง ๐.๘ เซนติเมตร ยาว ๒
เซนติเมตร เรียกว่าขีดใหญ่ และกว้าง ๐.๔ เซนติเมตร ยาว ๒ เซนติเมตร
เรียกว่าขีดเล็ก
ประดับตามทางดิ่งที่มุมปกคอพับของเสื้อปกติเทาคอพับหรือที่มุมปกคอแบะ
ตอนบนของเสื้อปกติเทาอ่อนคอแบะทั้ง ๒ ข้าง แต่ละข้างมีจำนวนขีดตามชั้นยศ คือ
เรืออากาศตรี ขีดใหญ่ ๑ ขีด
เรืออากาศโท ขีดใหญ่ ๑ ขีด กับขีดเล็ก ๑ ขีด
ให้ขีดเล็กอยู่ทางด้านหลัง
เรืออากาศเอก ขีดใหญ่ ๒ ขีด
นาวาอากาศตรี ขีดใหญ่ ๒ ขีด กับขีดเล็ก ๑ ขีดแทรกอยู่ระหว่างกลาง
นาวาอากาศโท ขีดใหญ่ ๓ ขีด
นาวาอากาศเอก ขีดใหญ่ ๔ ขีด
ในกรณีมีขีดมากกว่า ๑ ขีด ให้ติดขนานกันตามส่วนยาว
เว้นระยะระหว่างขีด ๐.๕ เซนติเมตร สำหรับชั้นนายเรืออากาศ และ ๐.๓ เซนติเมตร
สำหรับชั้นนายนาวาอากาศ ปลายขีดทั้ง ๒ ข้างมีโลหะสีเงินกว้าง ๐.๑ เซนติเมตร
เชื่อมติดกัน
(๓) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศ ใช้ดาว ๕ กลีบ
ทำด้วยโลหะสีเงิน ประดับตามทางนอนที่มุมปกคอพับของเสื้อปกติเทาคอพับหรือที่มุมปกคอแบะตอนบนของเสื้อปกติเทาอ่อนคอแบะทั้ง
๒ ข้าง แต่ละข้างมีจำนวนดาวและขนาดของดาวตามชั้นยศ คือ
พลอากาศจัตวา ๑ ดาว เส้นผ่าศูนย์กลาง
๑.๕ เซนติเมตร
พลอากาศตรี ๒ ดาว เส้นผ่าศูนย์กลาง
๑.๕ เซนติเมตร
พลอากาศโท ๓
ดาว เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๑ เซนติเมตร
พลอากาศเอก ๔ ดาว เส้นผ่าศูนย์กลาง
๑.๑ เซนติเมตร
ในกรณีมีดาวมากกว่า ๑ ดาว ให้ติดเรียงกัน
และให้กลีบหนึ่งของดาวอยู่ทางด้านบน
(๔) จอมพลอากาศ ใช้ดาว ๕ กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๙
เซนติเมตร ๕ ดาว เรียงเป็นรูปวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๕ เซนติเมตร
ภายในวงกลมมีคทากับกระบี่ไขว้ทำด้วยโลหะสีเงิน
ประดับที่มุมปกคอพับของเสื้อปกติเทาคอพับหรือที่มุมปกคอแบะตอนบนของเสื้อปกติเทาอ่อนคอแบะทั้ง
๒ ข้าง ให้กลีบหนึ่งของดาว ปลายคทาและด้ามกระบี่อยู่ทางด้านบน
เมื่อแต่งเครื่องแบบฝึก เครื่องแบบสนาม
และเครื่องแบบตรวจราชการสนาม ให้ปักเครื่องหมายยศดังกล่าวด้วยด้ายหรือไหมสีดำหรือสีน้ำเงินดำที่มุมปกคอแบะตอนบนของเสื้อทั้ง
๒ ข้าง
เครื่องหมายสังกัด