我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2551 (ฉบับ Update ล่าสุด) หมวด ๔

ข้อ ๒๘–ข้อ ๙๖共 69 條

ส่วนที่ ๑

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม เพื่อการจำหน่าย ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมและปลอดภัยแก่การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง (๒) ตั้งอยู่ห่างจากเขตพระราชฐานไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐.๐๐ เมตร (๓) ตั้งอยู่ห่างจากเขตสถานศึกษา ศาสนสถาน สถานพยาบาล หรือโบราณสถานไม่น้อยกว่า ๒๐๐.๐๐ เมตร (๔) มีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะเชื่อมต่อกับทางสัญจรที่มีความกว้างของถนนไม่น้อยกว่า ๑๒.๐๐ เมตร และต้องได้รับอนุญาตหรือได้รับความยินยอมให้ทำทางเชื่อมเพื่อใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะจากเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจอนุญาตหรือเจ้าของทางสัญจรดังกล่าว ทั้งนี้ ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องมีความกว้างของถนนไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร ขอบทางเลี้ยวเข้าออกต้องโค้งออก และมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ เมตร เพื่อให้รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าออกได้โดยสะดวก ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (๕) จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะที่เชื่อมต่อกับทางสัญจรที่มีเกาะกลาง ทางระบายน้ำ หรือกำแพงเพื่อแบ่งการจราจรเป็นสองทิศทาง ต้องห่างจากจุดเริ่มต้นของช่องเปิดของเกาะกลาง ทางระบายน้ำ หรือกำแพงของทางสัญจรดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เมตร ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (๖) จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องไม่อยู่ตรงโค้งของทางสัญจรที่มีรัศมีความโค้งน้อยกว่า ๑,๐๐๐.๐๐ เมตร และจะต้องห่างจากจุดเริ่มต้นของโค้งดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เมตร ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๓ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (๗) จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องห่างจากจุดเริ่มโค้งของทางแยกซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกันไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เมตร ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๔ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (๘) จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องไม่อยู่ตรงโค้งตั้งของทางสัญจรที่มีความลาดชันด้านใดด้านหนึ่งเกิน ๑ ต่อ ๒๕ และต้องไม่อยู่บนทางสัญจรที่มีความลาดชันเกิน ๑ ต่อ ๒๕ ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๕ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ในกรณีที่ทางสัญจรที่มีความลาดชันด้านใดด้านหนึ่งตั้งแต่ ๑ ต่อ ๕๐ ถึง ๑ ต่อ ๒๕ จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องไม่อยู่ตรงโค้งตั้ง และต้องห่างจากจุดเริ่มต้นโค้งตั้งของทางสัญจรดังกล่าว ไม่น้อยกว่า ๑๕๐.๐๐ เมตร ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๖ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (๙) จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องห่างจากจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของเชิงลาดสะพานที่มีความลาดชันด้านใดด้านหนึ่งเกิน ๑ ต่อ ๕๐ ที่อยู่ในเส้นทางเดียวกันไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เมตร ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๗ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (๑๐) จุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของเชิงลาดสะพานให้วัดจากจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของเชิงลาดของทางส่วนที่เชื่อมกับสะพานที่มีความลาดชันเกิน ๑ ต่อ ๕๐ ไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เมตร หากมีความลาดชันไม่เกิน ๑ ต่อ ๕๐ ให้วัดจากคอสะพาน ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๘ ท้ายกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม เพื่อการจำหน่ายที่มีทางเข้าออกซึ่งผ่านการพิจารณาด้านความปลอดภัยและได้รับอนุญาตให้เชื่อมทางตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงแล้วให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะที่เชื่อมต่อกับทางสัญจรและลักษณะของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะตามข้อ ๒๘ (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) และ (๑๐) การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงและระยะปลอดภัยภายใน

ส่วนที่ ๒

ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อยที่มีจุดวาบไฟไม่เกิน ๙๓ องศาเซลเซียส ต้องมีระยะปลอดภัยระหว่างเขตที่ดิน อาคาร และสิ่งอื่นๆ ดังต่อไปนี้ (๑) ระยะปลอดภัยระหว่างผนังถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกับเขตที่ดิน ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๓ ตารางที่ ๓ ระยะปลอดภัยระหว่างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกับเขตที่ดิน ชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิง ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง (ลิตร) ระยะปลอดภัยต่ำสุด (เมตร) ชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อยที่มีจุดวาบไฟ ไม่เกิน ๙๓ องศาเซลเซียส ไม่เกิน ๑,๐๐๐ เกิน ๑,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ เกิน ๓,๐๐๐ - ๔๕,๐๐๐ เกิน ๔๕,๐๐๐ - ๑๑๐,๐๐๐ เกิน ๑๑๐,๐๐๐ - ๑๙๐,๐๐๐ เกิน ๑๙๐,๐๐๐ - ๓๘๐,๐๐๐ เกิน ๓๘๐,๐๐๐ - ๕๐๐,๐๐๐ ๑.๕๐ ๓.๐๐ ๔.๕๐ ๖.๐๐ ๙.๐๐ ๑๕.๐๐ ๒๕.๐๐ (๒) ระยะปลอดภัยระหว่างผนังถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกับอาคาร ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๔ อาคารตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงอาคารโรงสูบน้ำมันเชื้อเพลิง อาคารสถานีไฟฟ้าย่อย อาคาร อุปกรณ์เครื่องวัด หรืออาคารอื่นๆ ตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตารางที่ ๔ ระยะปลอดภัยระหว่างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกับอาคาร ชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิง ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง (ลิตร) ระยะปลอดภัยต่ำสุด (เมตร) ชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อยที่มีจุดวาบไฟ ไม่เกิน ๙๓ องศาเซลเซียส ไม่เกิน ๑๑๐,๐๐๐ เกิน ๑๑๐,๐๐๐ - ๑๙๐,๐๐๐ เกิน ๑๙๐,๐๐๐ - ๓๘๐,๐๐๐ เกิน ๓๘๐,๐๐๐ - ๕๐๐,๐๐๐ ๑.๕๐ ๓.๐๐ ๔.๕๐ ๗.๕๐ (๓) ระยะปลอดภัยระหว่างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกับสิ่งอื่นๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๕ ตารางที่ ๕ ระยะปลอดภัยระหว่างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกับสิ่งอื่นๆ ชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิง ระยะปลอดภัยต่ำสุด (เมตร) ชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟ น้อยที่มีจุดวาบไฟไม่เกิน ๙๓ องศาเซลเซียส ระยะห่างระหว่างผนังถังแต่ละถังต้องเท่ากับ ๑ ส่วน ๖ เท่าของผลบวกของเส้นผ่าศูนย์กลางของถังที่ ติดกันและต้องไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ ชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อย ที่มีจุดวาบไฟไม่เกิน ๙๓ องศาเซลเซียส ระยะห่างระหว่างผนังถังกับขอบด้านในของเขื่อนหรือกำแพงหรือบ่อเก็บกักน้ำมันเชื้อเพลิงต้องไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ ชนิดไวไฟมาก หรือชนิดไวไฟปานกลาง ระยะห่างระหว่างผนังถังกับขอบแท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเท่ากับ ๑ เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของถังใบใหญ่และต้องไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ ชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อย ที่มีจุดวาบไฟไม่เกิน ๙๓ องศาเซลเซียส ระยะห่างระหว่างขอบสันเขื่อนด้านนอกกับเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงต้องไม่น้อยกว่า ๓.๐๐

ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อยที่มีจุดวาบไฟเกิน ๙๓ องศาเซลเซียสที่ตั้งถังไว้ในกลุ่มเดียวกับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๓๐ ให้มีระยะปลอดภัยระหว่างถังตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๕

ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อยที่มีจุดวาบไฟเกิน ๙๓ องศาเซลเซียส ต้องมีระยะปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๖ ตารางที่ ๖ ระยะปลอดภัยของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีจุดวาบไฟเกิน ๙๓ องศาเซลเซียส ชนิดของน้ำมัน เชื้อเพลิง ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง (ลิตร) ระยะปลอดภัยต่ำสุด (เมตร) ระยะห่างจาก แนวเขตที่ดิน ระยะห่างจาก ขอบผนัง อาคาร ระยะห่าง ระหว่างถัง ชนิดไวไฟน้อยที่มี จุดวาบไฟเกิน ๙๓ องศาเซลเซียส เกิน ๒๒๗ - ๗,๕๐๐ เกิน ๗,๕๐๐ - ๑๑๓,๐๐๐ เกิน ๑๑๓,๐๐๐ - ๑๘๙,๐๐๐ เกิน ๑๘๙,๐๐๐ - ๓๗๘,๐๐๐ เกิน ๓๗๘,๐๐๐ - ๕๐๐,๐๐๐ ๑.๕๐ ๓.๐๐ ๓.๐๐ ๔.๕๐ ๔.๕๐ ๑.๕๐ ๑.๕๐ ๓.๐๐ ๓.๐๐ ๔.๕๐ ๑.๐๐ ๑.๐๐ ๑.๐๐ ๑.๐๐ ๑.๐๐

ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ บริเวณถังหรือกลุ่มถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงและแท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม เพื่อการจำหน่าย ต้องทำรั้วล้อมรอบมีขนาดความสูงไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร และรั้วดังกล่าวต้องมีประตูทำด้วยวัสดุที่แข็งแรงและไม่ติดไฟ

ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ถังหรือกลุ่มถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีเขื่อน กำแพง หรือบ่อเก็บกักน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีความมั่นคงแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักที่มากระทำได้ล้อมรอบ และมีลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) ถังหรือกลุ่มถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีจุดวาบไฟไม่เกิน ๙๓ องศาเซลเซียส เขื่อน กำแพง หรือบ่อเก็บกักน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีขนาดพอที่จะเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงได้เท่ากับปริมาณความจุของถังใบที่ใหญ่ที่สุด (๒) ถังหรือกลุ่มถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีจุดวาบไฟเกิน ๙๓ องศาเซลเซียส เขื่อน กำแพงหรือบ่อเก็บกักน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีความสูงหรือความลึกไม่น้อยกว่า ๐.๕๐ เมตร แล้วแต่กรณี

ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ห้ามติดตั้งเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หรือติดตั้งจุดรับหรือจุดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ภายในเขื่อน กำแพง หรือบ่อเก็บกักน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ อาคารเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีลักษณะและระยะปลอดภัยดังต่อไปนี้ (๑) มีความมั่นคงแข็งแรงเพียงพอที่จะรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดและน้ำหนักอื่นๆ ที่อาจจะกระทำต่ออาคารเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงได้โดยปลอดภัย (๒) ก่อสร้างด้วยวัสดุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่ (๓) ผนังอาคารและประตูเข้าออกที่มีอุปกรณ์ให้ประตูปิดเองได้ต้องทนไฟได้ตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๗ ตารางที่ ๗ ความทนไฟของอาคารเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง ชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิง ผนังอาคารต้องทนไฟได้ (ชั่วโมง) ประตูเข้าออกที่มีอุปกรณ์ให้ประตู ปิดเองต้องทนไฟได้ (ชั่วโมง) ชนิดไวไฟน้อย ไม่น้อยกว่า ๒ ไม่น้อยกว่า ๑.๕ ชนิดไวไฟปานกลาง ไม่น้อยกว่า ๒ ไม่น้อยกว่า ๓ (๔) มีระยะปลอดภัย ดังต่อไปนี้ (ก) อาคารที่ไม่มีผนังต้องห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง อาคารเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง หรืออาคารอื่นๆ ไม่น้อยกว่า ๑๕.๐๐ เมตร (ข) อาคารที่มีผนังต้องห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง อาคารเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง หรืออาคารอื่นๆ ไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร

ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ห้ามจัดเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงที่บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมากไว้ในอาคารเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การเก็บขวดน้ำมันเชื้อเพลิง กระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง ถังน้ำมันเชื้อเพลิง หรือถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดเล็กที่บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อยเพื่อการจำหน่ายไว้ในอาคารเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ห้ามเก็บไว้สูงกว่าชั้นที่สองของอาคารเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง (๒) บริเวณที่ตั้งขวดน้ำมันเชื้อเพลิง กระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง หรือถังน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีขอบกั้นสูงไม่น้อยกว่า ๐.๑๐ เมตร เพื่อป้องกันมิให้น้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหลและต้องจัดให้มีการระบายน้ำออกอย่างเพียงพอ (๓) การตั้งขวดน้ำมันเชื้อเพลิง กระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง หรือถังน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีระยะปลอดภัยในแต่ละกลุ่มตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๘ ตารางที่ ๘ ระยะปลอดภัยในการตั้งขวดน้ำมันเชื้อเพลิง กระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง หรือถังน้ำมัน เชื้อเพลิงแต่ละกลุ่ม ชนิดของ น้ำมันเชื้อเพลิง ปริมาณ น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ละกลุ่ม (ลิตร) ระยะปลอดภัยวัดจากผิวภาชนะ (เมตร) ระยะห่าง ระหว่างกลุ่ม ระยะห่างระหว่างกลุ่มกับ ผนังของอาคารเก็บ น้ำมันเชื้อเพลิง ระยะห่าง จากคาน หรือเพดาน ความสูงของ การตั้งภาชนะ บรรจุน้ำมัน เชื้อเพลิง ชนิดไวไฟน้อย ไม่เกิน ๕๗,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๑.๒๐ ไม่น้อยกว่า ๒.๔๐ ไม่น้อยกว่า ๐.๙๐ ไม่เกิน ๖.๐๐ ชนิดไวไฟ ปานกลาง ไม่เกิน ๓๘,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๑.๒๐ ไม่น้อยกว่า ๒.๔๐ ไม่น้อยกว่า ๐.๙๐ ไม่เกิน ๓.๐๐ (๔) การตั้งขวดน้ำมันเชื้อเพลิง กระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง หรือถังน้ำมันเชื้อเพลิงหลายกลุ่มรวมกันต้องมีระยะปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๙ ตารางที่ ๙ ระยะปลอดภัยในการตั้งขวดน้ำมันเชื้อเพลิง กระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง หรือถังน้ำมัน เชื้อเพลิงหลายกลุ่มรวมกัน ชนิดของ น้ำมันเชื้อเพลิง ปริมาณน้ำมัน เชื้อเพลิงรวม (ลิตร) ระยะปลอดภัยวัดจากผิวภาชนะ (เมตร) ระยะห่างจากเขต สถานที่เก็บรักษา น้ำมันเชื้อเพลิง ระยะห่างระหว่าง อาคารเก็บน้ำมัน เชื้อเพลิง หรือ อาคารอื่นๆ ระยะห่างระหว่าง การรวมกลุ่ม ชนิดไวไฟน้อย ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ ชนิดไวไฟปานกลาง ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ ไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ ไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ (๕) การตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดเล็กต้องมีระยะปลอดภัยในแต่ละกลุ่มตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑๐ ตารางที่ ๑๐ ระยะปลอดภัยในการตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดเล็กแต่ละกลุ่ม ชนิดของ น้ำมันเชื้อเพลิง ปริมาณ น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ละกลุ่ม (ลิตร) ระยะปลอดภัยวัดจากผิวภาชนะ (เมตร) ระยะห่าง ระหว่างกลุ่ม ระยะห่างระหว่างกลุ่มกับผนังของอาคารเก็บภาชนะน้ำมันเชื้อเพลิง ระยะห่าง จากคานหรือเพดาน ความสูงของการ ตั้งภาชนะบรรจุ น้ำมันเชื้อเพลิง ชนิดไวไฟน้อย ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๑.๒๐ ไม่น้อยกว่า ๒.๔๐ ไม่น้อยกว่า ๐.๙๐ ไม่เกิน ๔.๐๐ ชนิดไวไฟ ปานกลาง ไม่เกิน ๑๕๐,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๑.๒๐ ไม่น้อยกว่า ๒.๔๐ ไม่น้อยกว่า ๐.๙๐ ไม่เกิน ๔.๐๐ (๖) การตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดเล็กหลายกลุ่มรวมกันต้องมีระยะปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑๑ ตารางที่ ๑๑ ระยะปลอดภัยในการตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดเล็กหลายกลุ่มรวมกัน ชนิดของ น้ำมันเชื้อเพลิง ปริมาณน้ำมัน เชื้อเพลิงรวม (ลิตร) ระยะปลอดภัยวัดจากผิวภาชนะ (เมตร) ระยะห่างจากเขต สถานที่เก็บรักษา น้ำมันเชื้อเพลิง ระยะห่างระหว่าง อาคารเก็บน้ำมัน เชื้อเพลิง หรือ อาคารอื่นๆ ระยะห่างระหว่าง การรวมกลุ่ม ชนิดไวไฟน้อย ไม่เกิน ๓๘๐,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ ชนิดไวไฟ ปานกลาง ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ ไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ ไม่น้อยกว่า ๗.๕๐

ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การจัดเก็บขวดน้ำมันเชื้อเพลิง กระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง ถังน้ำมันเชื้อเพลิง หรือถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อยไว้นอกอาคารเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) บริเวณที่ตั้งขวดน้ำมันเชื้อเพลิง กระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง ถังน้ำมันเชื้อเพลิง หรือถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องจัดให้มีขอบกั้นสูงไม่น้อยกว่า ๐.๑๐ เมตร เพื่อป้องกันมิให้น้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหลและต้องจัดให้มีการระบายน้ำออกอย่างเพียงพอ (๒) การตั้งขวดน้ำมันเชื้อเพลิง กระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง ถังน้ำมันเชื้อเพลิง หรือถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีระยะปลอดภัยในแต่ละกลุ่ม ตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑๒ ตารางที่ ๑๒ ระยะปลอดภัยในการตั้งกระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง ถังน้ำมันเชื้อเพลิง หรือถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ชนิดของ น้ำมัน เชื้อเพลิง ภาชนะบรรจุ น้ำมัน เชื้อเพลิง ปริมาณ น้ำมัน เชื้อเพลิง แต่ละกลุ่ม (ลิตร) ระยะปลอดภัยวัดจากผิวภาชนะ (เมตร) ระยะห่างจากเขต สถานที่เก็บรักษา น้ำมันเชื้อเพลิง อาคารเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง หรืออาคารอื่นๆ ระยะห่าง ระหว่างกลุ่ม ความยาว กลุ่ม ระยะห่าง จากคาน หรือ เพดาน ความสูงของ การตั้ง ภาชนะบรรจุ น้ำมัน เชื้อเพลิง ชนิดไวไฟน้อย ขวดน้ำมัน เชื้อเพลิง กระป๋องน้ำมัน เชื้อเพลิงหรือ ถังน้ำมัน เชื้อเพลิง ไม่เกิน ๘๓,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ ไม่เกิน ๖๐.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๐.๙๐ ไม่เกิน ๕.๐๐ ถังเก็บน้ำมัน เชื้อเพลิง ไม่เกิน ๑๗๐,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ ไม่เกิน ๖๐.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๐.๙๐ ไม่เกิน ๔.๐๐ ชนิดไวไฟ ปานกลาง ขวดน้ำมัน เชื้อเพลิง กระป๋องน้ำมัน เชื้อเพลิงหรือ ถังน้ำมัน เชื้อเพลิง ไม่เกิน ๓๓,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ ไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ ไม่เกิน ๖๐.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๐.๙๐ ไม่เกิน ๔.๐๐ ถังเก็บน้ำมัน เชื้อเพลิง ไม่เกิน ๖๖,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ ไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ ไม่เกิน ๖๐.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๐.๙๐ ไม่เกิน ๓.๐๐ ชนิดไวไฟมาก ถังน้ำมัน เชื้อเพลิง ไม่เกิน ๔,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ ไม่เกิน ๖๐.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๐.๙๐ ไม่เกิน ๓.๐๐ ถังเก็บน้ำมัน เชื้อเพลิง ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ ไม่เกิน ๖๐.๐๐ ไม่น้อยกว่า ๐.๙๐ ไม่เกิน ๔.๐๐

ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงหลายชนิดไว้ในกลุ่มเดียวกัน ปริมาณการจัดเก็บและระยะปลอดภัย ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดที่ไวไฟสูงกว่า ลักษณะของแผนผังและแบบก่อสร้าง

ส่วนที่ ๓

ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม ต้องมีแผนผังโดยสังเขปแสดงตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่อยู่รอบเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงในระยะ ดังต่อไปนี้ (๑) ระยะไม่น้อยกว่า ๒๐๐.๐๐ เมตร สำหรับสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีแท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (๒) ระยะไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เมตร สำหรับสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่มีแท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ในกรณีที่แผนผังตามวรรคหนึ่งไม่สามารถแสดงถึงที่ตั้งของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ให้จัดทำแผนผังในระยะที่ทำให้สามารถบ่งชี้ถึงที่ตั้งของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงได้

ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม ต้องมีแผนผังบริเวณแสดงแนวเขตที่ดิน แนวเขตรั้วของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง แท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องสูบน้ำดับเพลิง แหล่งน้ำดับเพลิง ตำแหน่งระบบบำบัดหรือแยกน้ำปนเปื้อนน้ำมันเชื้อเพลิง เขื่อน กำแพง หรือบ่อเก็บกักน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อหรือรางระบายน้ำหลักและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ รวมถึงทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ การแสดงรายละเอียดตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องแสดงระยะปลอดภัยต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ แผนผังของสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงให้แสดงแต่ละแผนผัง ดังต่อไปนี้ (๑) แผนผังระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ (๒) แผนผังบริเวณระบบท่อดับเพลิงและอุปกรณ์ แสดงตำแหน่งเครื่องสูบน้ำดับเพลิง แหล่งน้ำดับเพลิง ที่เก็บสารเคมีสำหรับดับเพลิง เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการดับเพลิง

ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ให้จัดทำตารางเพื่อแสดงขนาด ความสูง ปริมาณความจุของถัง ชนิดของหลังคาถัง ชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์ที่เก็บไว้ในถัง และอุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่กับถัง

ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ แบบก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ต้องแสดงรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๙

ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ แบบระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (๑) จุดรับ จุดจ่าย ขนาดท่อ ลิ้นปิดเปิด และอุปกรณ์หลัก (๒) เครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมระบุแรงดันและอัตราสูบของเครื่อง (๓) ฐานรองรับระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์

ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ แบบระบบท่อดับเพลิงและอุปกรณ์ ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (๑) ขนาดท่อ ลิ้นปิดเปิด และอุปกรณ์หลัก (๒) เครื่องสูบน้ำพร้อมระบุแรงดันและอัตราสูบของเครื่อง (๓) ฐานรองรับระบบท่อดับเพลิงและอุปกรณ์

ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ แบบก่อสร้างอาคารแท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (๑) แปลนพื้น แปลนฐานราก แปลนหลังคา และแปลนโครงสร้าง (๒) รูปด้านอย่างน้อยสองด้าน (๓) รูปตัดตามขวางและรูปตัดตามยาว (๔) รายละเอียดของโครงสร้าง (๕) รายละเอียดของระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่กับแท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ แบบก่อสร้างระบบบำบัดหรือแยกน้ำ ปนเปื้อนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) แปลนพื้นและแปลนฐานราก (๒) รูปตัดตามขวางและรูปตัดตามยาว (๓) รายละเอียดแสดงส่วนต่างๆ ของระบบบำบัดหรือแยกน้ำปนเปื้อนน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อ ๕๐

ข้อ ๕๐ แบบก่อสร้างเขื่อน กำแพง หรือบ่อเก็บกักน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) แปลนพื้นและแปลนฐานราก (๒) รูปตัดตามขวางและรูปตัดตามยาว (๓) รายละเอียดการก่อสร้าง

ข้อ ๕๑

ข้อ ๕๑ แบบก่อสร้างรั้วและประตู ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) แปลนฐานราก รูปด้าน และรูปตัด (๒) รายละเอียดส่วนต่างๆ ของรั้วและประตู

ข้อ ๕๒

ข้อ ๕๒ ในกรณีที่มีสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ให้แสดงแบบรายละเอียดสิ่งก่อสร้างนั้นด้วย

ข้อ ๕๓

ข้อ ๕๓ แผนผังบริเวณหรือแบบก่อสร้างให้ใช้มาตราส่วน ดังต่อไปนี้ (๑) แผนผังบริเวณตามข้อ ๔๒ และข้อ ๔๓ ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๕๐๐ (๒) แบบก่อสร้างตามข้อ ๔๕ ข้อ ๔๘ (๑) (๒) และ (๓) ข้อ ๔๙ (๑) และ (๒) และข้อ ๕๐ (๑) และ (๒) ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๑๐๐

ข้อ ๕๔

ข้อ ๕๔ การก่อสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ภายในสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงลักษณะที่สาม ให้มีระยะความคลาดเคลื่อนไปจากแผนผังบริเวณที่ได้รับอนุญาตได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบ ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่าระยะปลอดภัยตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ และสัดส่วนของสิ่งก่อสร้างต่างๆ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จให้มีระยะความคลาดเคลื่อนจากแบบก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตได้ไม่เกินร้อยละห้า

ข้อ ๕๕

ข้อ ๕๕ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม ต้องแสดงรายการคำนวณความมั่นคง แข็งแรง ระบบความปลอดภัย และระบบควบคุมมลพิษของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง แท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เขื่อน กำแพง หรือบ่อเก็บกักน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบท่อดับเพลิงระบบบำบัดหรือแยกน้ำปนเปื้อนน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบอุปกรณ์นิรภัย ระบบไฟฟ้า หรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ภายในเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง

ส่วนที่ ๔

ข้อ ๕๖

ข้อ ๕๖ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ตัวถังต้องทำด้วยเหล็กที่มีความเค้นคราก (yield stress) ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของความเค้นที่เกิดขึ้น (allowable stress) เนื่องจากความดันใช้งานสูงสุดของน้ำมันเชื้อเพลิงในถัง หรือทำด้วยวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๒) เหล็กและเหล็กโครงสร้างที่นำมาใช้สร้างถังต้องได้รับการรับรองว่าได้มาตรฐานสากล (๓) แผ่นเหล็กผนังถังต้องมีค่าความเค้นที่เกิดขึ้น (allowable stress) ไม่น้อยกว่า 145 N/mm2 ความเค้นคราก (yield stress) ไม่น้อยกว่า 206 N/mm2 และมีค่าความยืด (elongation) ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบสอง (๔) ค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการออกแบบ ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่ง แต่ถ้าค่าความถ่วงจำเพาะมากกว่าหนึ่งจะต้องใช้ค่าความถ่วงจำเพาะที่แท้จริงในการคำนวณออกแบบ (๕) ต้องติดตั้งอุปกรณ์วัดความดันหรือสุญญากาศในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ง่าย (๖) ต้องติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัยในระยะห่างไม่น้อยกว่า ๐.๒๐ เมตร จากระดับสูงสุดของผนังถัง

ข้อ ๕๗

ข้อ ๕๗ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ฐานรองรับถังต้องมีความมั่นคงแข็งแรงเพียงพอที่จะรับน้ำหนักของตัวถังและน้ำหนักบรรทุกในอัตราสูงสุดรวมทั้งน้ำหนักอื่นๆ ที่กระทำต่อตัวถังนั้นได้โดยปลอดภัย (๒) ถังที่มีปริมาณความจุตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ ลิตรขึ้นไป ต้องแสดงผลสำรวจคุณสมบัติของดินในบริเวณที่ก่อสร้างถังไม่น้อยกว่าหนึ่งจุดเพื่อประกอบการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงของฐานรากรองรับถัง (๓) ต้องแสดงข้อมูลทางวิศวกรรมให้สามารถตรวจสอบได้ว่าจะไม่เกิดความเสียหายต่อถัง ในกรณีที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าหรือออกจากถัง หรือมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิภายในถัง (๔) ท่อระบายอากาศของถังต้องออกแบบให้มีความดันไม่เกิน ๗.๕ มิลลิบาร์ และความดันสุญญากาศไม่เกิน ๒.๕ มิลลิบาร์

ข้อ ๕๘

ข้อ ๕๘ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ต้องระบุประเภทหรือชนิดของผลิตภัณฑ์ของน้ำมันเชื้อเพลิงและปริมาณความจุของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับอนุญาต มีขนาดที่เห็นได้ชัดเจนและอ่านได้ง่ายในระยะ ๒๕.๐๐ เมตร ไว้ด้านข้างของผนังถังด้านนอกอย่างน้อยหนึ่งด้าน

ข้อ ๕๙

ข้อ ๕๙ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) ผนังถังต้องทำด้วยเหล็กที่มีความหนาตามค่าที่ได้จากการคำนวณออกแบบให้รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดบวกด้วยค่าการกัดกร่อน และต้องไม่น้อยกว่าความหนาต่ำสุดตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑๓ ตารางที่ ๑๓ ความหนาต่ำสุดของเหล็กผนังถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของถัง (เมตร) ความหนาต่ำสุด น้อยกว่า ๑๕.๐๐ ๑๕.๐๐ - ๓๖.๐๐ ๕.๐๐ มิลลิเมตร (๓ ส่วน ๑๖ นิ้ว) ๖.๐๐ มิลลิเมตร (๑ ส่วน ๔ นิ้ว) (๒) การเชื่อมแผ่นเหล็กผนังถังต้องเชื่อมให้มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย การเชื่อมต่อท่อต่างๆ เข้ากับผนังถัง หากเป็นท่อที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน ๒ นิ้ว ผนังของถังจะต้องมีการเสริมความแข็งแรงที่หน้าตัดของเหล็กเสริมแรงนั้น ซึ่งจะต้องมีความหนาไม่น้อยกว่าความหนาของผนังถังและต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๒ เท่าของพื้นที่ช่องท่อ (๓) แผ่นเหล็กพื้นถังต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ มิลลิเมตร สำหรับถังที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน ๑๒.๕๐ เมตร จะต้องมีแผ่นเหล็กวงแหวนที่มีความหนาไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ มิลลิเมตร รองใต้แผ่นเหล็กพื้นถัง (๔) การเชื่อมแผ่นเหล็กหลังคาของถังชนิดหลังคาติดตาย (fixed roof) หรือชนิดหลังคาลอยภายใน (internal floating roof) ให้มีการเชื่อมต่อกันแบบเกยทับและมีรอยเชื่อมด้านบนเพียงด้านเดียวแผ่นหลังคาส่วนที่เชื่อมต่อกับผนังถังให้มีรอยเชื่อมด้านบนเพียงด้านเดียว (๕) ถังที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน ๒๕.๐๐ เมตร ต้องมีช่องทางเข้าออกอย่างน้อยสองช่องที่บริเวณผนังถังและหลังคาถัง ถังที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน ๒๕.๐๐ เมตร ต้องมีช่องทางเข้าออกอย่างน้อยสามช่องที่บริเวณผนังถังสองช่อง และบริเวณหลังคาถังหนึ่งช่อง โดยตำแหน่งของช่องทางเข้าออกต้องวางในตำแหน่งตรงกันข้าม ขนาดของช่องทางเข้าออกต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ไม่น้อยกว่า ๐.๔๐ เมตร

ข้อ ๖๐

ข้อ ๖๐ การประกอบและการติดตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) การเชื่อมแผ่นเหล็กพื้นถัง (ก) การเชื่อมผนังถังชั้นล่างที่ติดกับแผ่นวงแหวนรองและแผ่นเหล็กพื้นถัง จะต้องเชื่อมเต็มแบบต่อเนื่องทั้งในและนอกของผนังถัง (ข) การเชื่อมแผ่นเหล็กพื้นถังต้องเกยกันอย่างน้อย ๕ เท่าของความหนาของแผ่นเหล็กพื้นถัง โดยการเกยกันของแผ่นเหล็กพื้นถังกับแผ่นวงแหวนรองต้องเกยกันอย่างน้อย ๖๕.๐๐ มิลลิเมตร (๒) แนวเชื่อมในแนวตั้งของแผ่นเหล็กผนังถัง จะต้องห่างกันอย่างน้อย ๐.๓๐ เมตร หรือ ๑ ใน ๓ ของความยาวแผ่นเหล็ก และแนวเชื่อมจะต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกันภายในสามแผ่นที่ตั้งซ้อนกัน (๓) ผิวภายนอกของถังต้องทารองพื้นกันสนิม แล้วทาทับด้วยสีทาภายนอก (๔) การต่อแผ่นเหล็กหลังคาให้วางแผ่นเหล็กที่ตำแหน่งสูงกว่าอยู่บนแผ่นเหล็กที่ตำแหน่งต่ำกว่า

ข้อ ๖๑

ข้อ ๖๑ การติดตั้งกลอุปกรณ์นิรภัยของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งต้องออกแบบโดยคำนึงถึงการระบายความดันของถังในกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) การรับน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่ถัง (๒) การจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากถัง (๓) การที่อุณหภูมิภายนอกถังลดต่ำลง (๔) การขยายตัวของถังที่เกิดจากอุณหภูมิภายนอกถังสูงขึ้น

ข้อ ๖๒

ข้อ ๖๒ ในการก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ถังที่มีปริมาณความจุเกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตรขึ้นไป ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องแจ้งแผนการก่อสร้างฐานรากรองรับถังต่อกรมธุรกิจพลังงานเพื่อตรวจสอบก่อนการก่อสร้าง (๒) แนวเชื่อมของพื้นถังต้องได้รับการตรวจสอบว่าไม่มีการรั่วซึมโดยใช้กล่องสุญญากาศ (vacuum box) ที่มีแรงดูดไม่น้อยกว่า ๑๗.๒๓ กิโลปาสกาล (๒.๕๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) หรือวิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๓) แนวเชื่อมของผนังถังต้องได้รับการตรวจสอบด้วยการฉายรังสีหรือวิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๔) การตรวจสอบด้วยการฉายรังสีให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (ก) แนวเชื่อมตั้ง ๑) แผ่นเหล็กที่มีความหนาไม่เกิน ๑๐.๐๐ มิลลิเมตร ให้ตรวจสอบด้วยการฉายรังสีหนึ่งจุด ต่อระยะความยาวไม่เกิน ๓.๐๐ เมตร ของแนวเชื่อมแรก หลังจากนั้นให้ตรวจสอบอีกหนึ่งจุด ต่อทุกระยะความยาวไม่เกิน ๓๐.๐๐ เมตร ๒) แผ่นเหล็กที่มีความหนาเกิน ๑๐.๐๐ มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน ๒๕.๐๐ มิลลิเมตร ให้ตรวจสอบด้วยการฉายรังสีตาม (๑) โดยให้เพิ่มการตรวจสอบที่แนวเชื่อมตามแนวนอนติดกับแนวตั้งด้วย สำหรับแนวเชื่อมตามแนวตั้งของเหล็กชั้นล่างสุดแต่ละแนวเชื่อมต้องมีการตรวจสอบอย่างน้อยสองจุดและต้องเป็นจุดที่อยู่ใกล้พื้นถังมากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้อย่างน้อยหนึ่งจุด ๓) แผ่นเหล็กที่มีความหนาเกิน ๒๕.๐๐ มิลลิเมตร ให้ตรวจสอบแนวเชื่อมตลอดทั้งแนวด้วยการฉายรังสี (ข) แนวเชื่อมนอนทุกระยะความยาว ๓.๐๐ เมตร ของแนวแรกต้องได้รับการตรวจสอบหนึ่งจุด หลังจากนั้นให้ตรวจสอบเพิ่มอีกหนึ่งจุด ทุกระยะความยาว ๖๐.๐๐ เมตร (ค) การฉายรังสีแต่ละจุด จะต้องครอบคลุมความยาวของแนวเชื่อมอย่างน้อย ๑๕๐.๐๐ มิลลิเมตร และมีขนาดความกว้างของฟิล์มที่ใช้ไม่น้อยกว่า ๔๕.๐๐ มิลลิเมตร (ง) แนวเชื่อมแบบ fillet weld ระหว่างพื้นถังกับผนังถังต้องได้รับการตรวจสอบด้วยวิธีการ liquid dye penetrant test หรือ magnetic particle test (จ) พิกัดขนาดของถังต้องอยู่ในค่ามาตรฐาน ดังต่อไปนี้ ๑) ค่าความดิ่ง (plumbness) ต้องไม่เกิน ๑ ใน ๒๐๐ ของความสูงของถัง โดยวัดที่ขอบบนสุดของถังเทียบกับขอบล่างสุด ๒) ค่าความกลม (roundness) รัศมีของถังเมื่อวัดที่ระดับ ๓๐.๐๐ เซนติเมตร เหนือแนวเชื่อมพื้นถังต้องมีความคลาดเคลื่อนไม่เกินค่าตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑๔ ตารางที่ ๑๔ ค่าความกลม (roundness) เส้นผ่าศูนย์กลางถัง (เมตร) ค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (มิลลิเมตร) น้อยกว่า ๑๒.๐๐ ๑๒.๐๐ - ๔๕.๐๐ ๑๓.๐๐ ๑๙.๐๐ ๓) ค่าโก่งตัวหรือยุบตัวของผนังถังตามแนวเชื่อมตั้ง (peaking) ต้องไม่เกิน ๑๓.๐๐ มิลลิเมตร เมื่อวัดเทียบกับแบบความโค้งของผนังถังที่ยาว ๙๐๐.๐๐ มิลลิเมตร ๔) ค่าโก่งตัวหรือยุบตัวของผนังถังตามแนวเชื่อมนอน (banding) ต้องไม่เกิน ๑๓.๐๐ มิลลิเมตร เมื่อวัดเทียบกับแบบความตรงของผนังถังที่ยาว ๙๐๐.๐๐ มิลลิเมตร

ข้อ ๖๓

ข้อ ๖๓ ในระหว่างการก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งให้ทำการตรวจสอบถังตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖๒ โดยต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนดำเนินการและผลการตรวจสอบถังต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงาน

ข้อ ๖๔

ข้อ ๖๔ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วต้องทำการทดสอบ ดังต่อไปนี้ (๑) ถังจะต้องได้รับการทดสอบแรงดันด้วยน้ำที่ระดับความสูง ดังต่อไปนี้ (ก) ที่ระดับสูงสุดของถัง (ข) สำหรับถังที่มีหลังคาติดตาย ให้บรรจุน้ำที่ระดับความสูง ๕๐.๐๐ มิลลิเมตร เหนือรอยเชื่อมต่อระหว่างผนังถังกับหลังคาถัง (ค) กรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตาม (ก) และ (ข) ได้ เนื่องจากถังมีการติดตั้งช่องระบายน้ำมันเชื้อเพลิงล้นถัง (overflow) หรือมีข้อจำกัดจากการทำงานของหลังคาลอยภายในให้ทดสอบที่ระดับสูงสุดเท่าที่จะสามารถทดสอบได้ (๒) ระหว่างที่กำลังทดสอบแรงดันด้วยน้ำตาม (๑) ต้องทำการตรวจวัดการทรุดตัวของถัง เมื่อบรรจุน้ำได้ร้อยละห้าสิบ ร้อยละเจ็ดสิบห้า และร้อยละร้อย ของระดับที่จะทดสอบตาม (๑) โดยต้องรักษาระดับน้ำให้คงที่ไว้อย่างน้อยยี่สิบสี่ชั่วโมง การวัดการทรุดตัวของถังต้องวัดก่อนและหลังที่มีการบรรจุน้ำในแต่ละช่วง การวัดต้องทำการวัดโดยรอบถัง โดยจุดที่วัดแต่ละจุดต้องห่างเท่ากัน และให้มีระยะไม่เกิน ๑๐.๐๐ เมตร (๓) ตรวจสอบรอยรั่วของแนวเชื่อมระหว่างแผ่นเหล็กเสริมความแข็งแรงกับผนังถัง โดยใช้แรงดันอากาศอัดด้วยแรงดันไม่น้อยกว่า ๖๘.๙ กิโลปาสกาล (๑๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) แต่ไม่เกิน ๑๐๓.๔ กิโลปาสกาล (๑๕ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)

ข้อ ๖๕

ข้อ ๖๕ การทดสอบถังตามข้อ ๖๔ ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนการดำเนินการและผลการทดสอบต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงาน

ข้อ ๖๖

ข้อ ๖๖[๓] ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้ง เมื่อใช้งานครบหนึ่งปีและสิบปีต้องทำการทดสอบและตรวจสอบตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมันและถังขนส่งน้ำมัน

ข้อ ๗๐

ข้อ ๗๐ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวนอนต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) ผนังถังต้องมีความหนาตามค่าที่ได้จากการคำนวณออกแบบให้รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดบวกด้วยค่าการสึกกร่อน (๒) แผ่นเหล็กผนังถังต้องมีวิธีการเชื่อมให้มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยการเชื่อมต่อท่อต่างๆ เข้ากับผนังถัง หากเป็นท่อที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน ๒ นิ้ว ผนังของถังจะต้องมีการเสริมความแข็งแรงที่หน้าตัดของเหล็กเสริมแรงนั้น ซึ่งจะต้องมีความหนาไม่น้อยกว่าความหนาของผนังถังและต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๒ เท่าของพื้นที่ช่องท่อ (๓) สำหรับถังที่มีปริมาณความจุเกิน ๑๙,๐๐๐ ลิตร ต้องมีช่องทางเข้าออก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๐.๖๐ เมตร อย่างน้อยหนึ่งช่อง

ข้อ ๗๑

ข้อ ๗๑ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งดังต่อไปนี้ (๑) ตัวถังต้องทำด้วยเหล็กที่มีความเค้นคราก (yield stress) ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของความเค้นที่เกิดขึ้น (allowable stress) เนื่องจากการรับแรงและน้ำหนักบรรทุกต่างๆ หรือทำด้วยวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๒) ตัวถังต้องติดตั้งและยึดแน่นกับฐานรากในลักษณะที่ไม่อาจเคลื่อนที่หรือลอยตัวเนื่องจากแรงดันของน้ำใต้ดิน และห้ามมีสิ่งก่อสร้างใดๆ อยู่เหนือบริเวณดังกล่าว (๓) ส่วนบนของผนังถังต้องอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า ๐.๕๐ เมตร (๔) ต้องมีระยะห่างระหว่างผนังถังแต่ละถังไม่น้อยกว่า ๐.๖๐ เมตร (๕) ตัวถังต้องตั้งอยู่ในเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงและผนังถังต้องห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร (๖) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกถัง สำหรับถังที่แบ่งเป็นห้อง (compartments) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกห้องแยกจากกัน โดยท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (ก) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๔๐.๐๐ มิลลิเมตร (ข) ปลายท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องอยู่สูงจากระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า ๔.๐๐ เมตร และอยู่ห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร (๗) ปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงต้องอยู่ห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร

ข้อ ๗๒

ข้อ ๗๒[๗] ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินและถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวนอน เมื่อใช้งานครบหนึ่งปีและสิบปี ต้องทำการทดสอบและตรวจสอบตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมันและถังขนส่งน้ำมัน

ข้อ ๗๓

ข้อ ๗๓ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ชนิดหลังคาลอยต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) มีการระบายน้ำฝนจากแผ่นหลังคาลอยให้เพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหลังคาถัง (๒) วัสดุกันรั่วที่ขอบถังจะต้องไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิง (๓) มีอุปกรณ์ระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อป้องกันมิให้มีความดันและสุญญากาศเกินความสามารถของการระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงขณะสูบน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าออก (๔) ระบบการต่อไฟฟ้าลงดิน (earthing) ต้องมีการเชื่อมต่อสายดินระหว่างหลังคาลอยกับตัวถังเพื่อถ่ายเทประจุไฟฟ้าลงดิน (๕) ต้องเสริมความมั่นคงแข็งแรงโดยรอบของผนังถังระดับไม่เกิน ๑.๐๐ เมตร จากส่วนสูงสุดของผนังถัง (๖) ขาหยั่งของหลังคาลอยต้องสามารถปรับขึ้นลงได้ในตำแหน่งต่ำสุดขณะสูบน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าออก และในตำแหน่งสูงสุดระหว่างการซ่อมบำรุง (๗) แผ่นเหล็กหลังคาจะต้องวางซ้อนกันโดยแผ่นบนจะอยู่ใต้แผ่นล่าง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความชื้นสะสมอยู่ในแนวที่ซ้อนกันใต้หลังคา (๘) มีช่องทางเข้าออกของถังขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๓๐ นิ้ว ในกรณีมีช่องทางเข้าออกที่ผนังถัง ช่องทางเข้าออกต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๒๔ นิ้ว

ข้อ ๗๔

ข้อ ๗๔ ในกรณีพื้นที่ใดอยู่ในเขตที่อาจได้รับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร การออกแบบสิ่งก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ที่มีปริมาณความจุเกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารด้วย

ข้อ ๗๕

ข้อ ๗๕ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องยื่นรายละเอียดของอุปกรณ์ (specification) เกี่ยวกับลิ้นปิดเปิด ระบบอุปกรณ์สำหรับดับเพลิง และอุปกรณ์นิรภัยต่างๆ ที่ติดตั้งไว้กับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ ให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาอนุญาตก่อนการติดตั้ง การตรวจสอบภายหลังการติดตั้งอุปกรณ์ตามวรรคหนึ่งต้องดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตั้งแต่ประเภทสามัญวิศวกรขึ้นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งและผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเก็บรายงานการตรวจสอบไว้ให้กรมธุรกิจพลังงานสามารถเรียกตรวจสอบได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปี

ข้อ ๗๖

ข้อ ๗๖ การทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำ มันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ส่วนควบต้องดำเนินการโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์

ส่วนที่ ๕

ข้อ ๗๗

ข้อ ๗๗ ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๓

ข้อ ๗๘

ข้อ ๗๘ การติดตั้งและตรวจสอบลิ้นปิดเปิด กลอุปกรณ์นิรภัย ท่ออ่อน และเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งกับระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง และเครื่องสูบน้ำดับเพลิง ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๗๕

ข้อ ๗๙

ข้อ ๗๙ แท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หรือจุดรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องติดตั้งระบบป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าสถิตย์ โดยต้องมีหลักสายดินเชื่อมโยงกันเป็นระบบ และต้องเชื่อมต่อสายดินระหว่างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกับรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงขณะที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบไฟฟ้าที่ออกตามมาตรา ๗

ข้อ ๘๐

ข้อ ๘๐ ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ ก่อนการใช้งานต้องทำการทดสอบและตรวจสอบก่อนการใช้งาน ดังต่อไปนี้ (๑) วัสดุหรือชิ้นส่วนประกอบต่างๆ ของระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ต้องได้รับการตรวจพินิจว่าอยู่ในสภาพดีและสามารถใช้งานได้โดยปลอดภัย (๒) การทดสอบการรับแรงดัน (ก) ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ต้องได้รับการทดสอบโดยรับแรงดันที่ความดันอย่างน้อย ๑.๕ เท่าของค่าความดันออกแบบ (design pressure) และรักษาความดันไว้อย่างน้อยสามสิบนาที โดยไม่มีการรั่วไหล (ข) การทดสอบการรับแรงดัน ให้ใช้น้ำเป็นตัวกลางในการทดสอบ (hydrostatic test) ในกรณีไม่สามารถใช้น้ำได้ ให้ใช้ก๊าซเฉื่อยแทนได้ (ค) ท่ออ่อน (flexible hose) ให้ทดสอบการรับแรงดัน โดยใช้น้ำที่ความดัน ๑.๕ เท่าของความดันใช้งาน (working pressure) และรักษาความดันไว้อย่างน้อยสิบนาที (๓) ผลการทดสอบและตรวจสอบตาม (๑) และ (๒) ต้องมีการบันทึกและเก็บรักษาไว้ให้กรมธุรกิจพลังงานสามารถเรียกตรวจสอบได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปี

ข้อ ๘๑

ข้อ ๘๑[๘] ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ เมื่อใช้งานครบหนึ่งปีและสิบปี ต้องทำการทดสอบและตรวจสอบตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมันและถังขนส่งน้ำมัน

ข้อ ๘๒

ข้อ ๘๒ การทดสอบและตรวจสอบระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ ต้องดำเนินการโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ การป้องกันและระงับอัคคีภัย

ส่วนที่ ๖

ข้อ ๘๓

ข้อ ๘๓ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม เพื่อการจำหน่าย ต้องติดตั้งระบบอน้ำดับเพลิงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๑๐๐.๐๐ มิลลิเมตร หรือเท่ากับขนาดของท่อน้ำประปาสำหรับดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีข้อต่อรับน้ำดับเพลิงขนาดเดียวกับข้อต่อของรถดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และต้องมีหัวจ่ายน้ำดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองจุด

ข้อ ๘๔

ข้อ ๘๔ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม ต้องมีเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งหรือน้ำยาดับเพลิงขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า ๖.๘๐ กิโลกรัม มีความสามารถในการดับเพลิงไม่น้อยกว่า 3A 40B ตามมาตรฐานระบบป้องกันอัคคีภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ติดตั้งไว้ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) อาคารเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองเครื่องต่อพื้นที่ ๒๐๐.๐๐ ตารางเมตร (๒) อาคารบรรจุผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปของน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลาง ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสี่เครื่องต่อพื้นที่ ๒๐๐.๐๐ ตารางเมตร สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อย ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อพื้นที่ ๒๐๐.๐๐ ตารางเมตร (๓) บริเวณที่ตั้งเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อจำนวนเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงสองเครื่อง กรณีมีเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าแปดเครื่อง จะต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสี่เครื่อง (๔) บริเวณแท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหรือจุดรับน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อจุดรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสองช่อง (๕) บริเวณจุดรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรถไฟขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อความยาวระหว่างช่องรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน ๓๐.๐๐ เมตร (๖) บริเวณท่าเรือซึ่งรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองเครื่องต่อจุดรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และให้มีเครื่องดับเพลิงขนาดบรรจุสารเคมีไม่น้อยกว่า ๕๐ กิโลกรัม อีกหนึ่งเครื่องต่อจุดรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (๗) การติดตั้งเครื่องดับเพลิง ให้ติดตั้งโดยรอบบริเวณสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ในที่ที่สามารถมองเห็นและนำไปใช้งานได้โดยสะดวก

ข้อ ๘๕

ข้อ ๘๕ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม เพื่อการจำหน่ายที่มีปริมาณการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเกิน ๑๕,๐๐๐ ลิตร ต้องจัดให้มีโฟมเข้มข้นซึ่งนำมาใช้เป็นสารละลายโฟมได้ตลอดเวลาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) จำนวนสารละลายโฟมที่ต้องฉีดเข้าถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ ให้คำนวณจากชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงและชนิดของถัง ตามที่กำหนดไว้ตารางที่ ๑๖ ตารางที่ ๑๖ จำนวนสารละลายโฟมที่ต้องฉีดเข้าถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ชนิดของ น้ำมันเชื้อเพลิง ชนิดของถัง อัตราการใช้สาร ละลายโฟม (ลิตรต่อ นาทีต่อตารางเมตร) พื้นที่ ที่ใช้ในการคำนวณ (ตารางเมตร) เวลาที่ใช้ในการ คำนวณ (นาที) ชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟ ปานกลาง หรือ ชนิดไวไฟน้อย ชนิดหลังคาติดตาย ๔.๑ ๕๕ พื้นที่หน้าตัดของถัง ๓๐ ทุกชนิด ชนิดหลังคาลอย ๑๒.๒ พื้นที่หน้าตัดระหว่าง เขื่อนกันโฟม บนหลังคาถังถึงผนังถัง ๒๐ ชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟ ปานกลางหรือ ชนิดไวไฟน้อย ชนิดหลังคาลอย ภายใน ๔.๑ ๕๕ พื้นที่หน้าตัดของถัง ๓๐ ทุกชนิด ๑๒.๒ พื้นที่หน้าตัดระหว่างเขื่อนกันโฟมบนหลังคาถังถึงผนังถัง กรณีหลังคาลอยภายในทำด้วยเหล็ก ๒๐ (๒) ปริมาณสารละลายโฟมต้องเติมเต็มท่อโฟมโดยการคำนวณจากขนาดและความยาวรวมของท่อโฟม (๓) ปริมาณสารละลายโฟมที่ใช้สำหรับฉีดเสริมเฉพาะจุดต้องมีอัตราการฉีดสารละลายโฟมไม่น้อยกว่า ๑๘๙ ลิตรต่อนาที จำนวนอุปกรณ์ฉีดสารละลายโฟมและระยะเวลาในการฉีด ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑๗ และตารางที่ ๑๘ ตารางที่ ๑๗ ขนาดของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกับจำนวนอุปกรณ์ฉีดสารละลายโฟม เส้นผ่าศูนย์กลางของถัง (เมตร) จำนวนขั้นต่ำของอุปกรณ์ฉีดโฟม (จุด) ไม่เกิน ๑๙.๕๐ เกิน ๑๙.๕๐- ๓๖.๐๐ ๑ ๒ ตารางที่ ๑๘ ขนาดของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกับระยะเวลาในการฉีดสารละลายโฟม เส้นผ่าศูนย์กลางของถัง (เมตร) เวลาขั้นต่ำของการฉีด (นาที) ไม่เกิน ๑๐.๕๐ เกิน ๑๐.๕๐ - ๒๘.๕๐ ๑๐ ๒๐ (๔) สารละลายโฟมต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมในการดับเพลิงตามชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิง (๕) ปริมาณโฟมเข้มข้นที่ต้องจัดเก็บให้คำนวณจากสารละลายโฟมตาม (๑) (๒) และ (๓) ของถังที่ใช้ปริมาณโฟมเข้มข้นสูงสุด และต้องมีการสำรองโฟมเข้มข้นไว้อีกไม่น้อยกว่า ๑ เท่าของปริมาณโฟมที่ใช้ไปทุกครั้ง (๖) การเก็บโฟมเข้มข้นและอุปกรณ์ประกอบที่ใช้ในการดับเพลิง ให้จัดเก็บไว้โดยรอบบริเวณสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม ในที่ที่สามารถมองเห็นและนำไปใช้งานได้โดยสะดวก และมีสภาพพร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา

ข้อ ๘๖

ข้อ ๘๖ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม ต้องจัดให้มีระบบจ่ายน้ำสำหรับดับเพลิงให้เพียงพอต่อการระงับอัคคีภัย ดังต่อไปนี้ (๑) ใช้สำหรับฉีดสารละลายโฟมในข้อ ๘๕ (๒) ใช้เป็นน้ำหล่อเย็นโดยต้องมีปริมาณไม่น้อยกว่า ๒ ลิตรต่อนาทีต่อตารางเมตร ในเวลาหนึ่งชั่วโมง (๓) ใช้เป็นน้ำดับเพลิงเพื่อสนับสนุนการดำเนินการตาม (๑) และ (๒) โดยต้องมีปริมาณน้ำในอัตราไม่น้อยกว่า ๑,๙๐๐ ลิตรต่อนาที เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบนาที

ข้อ ๘๗

ข้อ ๘๗ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม ต้องจัดให้มีแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำไม่น้อยกว่าปริมาณการใช้น้ำสูงสุด ตามข้อ ๘๕ และข้อ ๘๖ เว้นแต่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีแหล่งน้ำที่ใช้ประกอบการดับเพลิงตามปริมาณที่กำหนดไว้อย่างเพียงพอ

ข้อ ๘๘

ข้อ ๘๘ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้ ต้องติดตั้งระบบฉีดสารละลายโฟม และระบบน้ำหล่อเย็น หรือหัวฉีดน้ำที่สามารถหล่อเย็นโดยรอบถัง (๑) ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามแนวตั้งที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๖.๐๐ เมตร และเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก (๒) ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามแนวตั้งที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๖.๐๐ เมตร และเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อยยกเว้นน้ำมันหล่อลื่น และอยู่ในพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก หรือหนาแน่นปานกลางตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง (๓) ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อยที่ตั้งอยู่ในกลุ่มถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมากตาม (๑)

ข้อ ๘๙

ข้อ ๘๙ เครื่องสูบน้ำดับเพลิงต้องมีความดันและอัตราการไหลสอดคล้องกับปริมาณการใช้น้ำหล่อเย็น สารละลายโฟม และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ประกอบในการดับเพลิงตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๘๕ และข้อ ๘๖ และต้องมีเครื่องสูบน้ำดับเพลิงที่ใช้เครื่องยนต์สำหรับสูบน้ำจากแหล่งน้ำอย่างน้อยหนึ่งเครื่องโดยตำแหน่งการเปิดปิดของเครื่องสูบน้ำดับเพลิง ต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าไปใช้งานได้โดยสะดวกและมีสภาพพร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา และจะต้องทำการตรวจสอบเครื่องสูบน้ำดับเพลิงอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

ข้อ ๙๐

ข้อ ๙๐ เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง หรือน้ำยาดับเพลิง ต้องตรวจสอบคุณภาพโดยการสุ่มตัวอย่างอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง สำหรับน้ำยาโฟมเข้มข้นต้องตรวจสอบคุณภาพโดยการสุ่มตัวอย่างทุกสามปี และส่งรายงานการตรวจสอบคุณภาพให้กรมธุรกิจพลังงานทราบ เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง น้ำยาดับเพลิง และน้ำยาโฟมเข้มข้นต้องมีคุณภาพพร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา

ข้อ ๙๑

ข้อ ๙๑ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดทำแผนระงับเหตุเพลิงไหม้ และมีการฝึกซ้อมแผนระงับเหตุเพลิงไหม้อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และต้องจัดทำรายงานการฝึกซ้อมแผนระงับเหตุเพลิงไหม้ให้กรมธุรกิจพลังงานทราบและเก็บรายงานการฝึกซ้อมไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

ข้อ ๙๒

ข้อ ๙๒ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดทำขั้นตอนในการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในบริเวณจุดรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หรือแท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง บทเฉพาะกาล

ข้อ ๙๓

ข้อ ๙๓ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่หนึ่ง ที่ประกอบกิจการอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ต้องดำเนินการปรับปรุงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ข้อ ๙๔

ข้อ ๙๔ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สอง ที่ประกอบกิจการอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่กรณีตามข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๑๖ และส่วนที่ ๕ การป้องกันและระงับอัคคีภัย ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ข้อ ๙๕

ข้อ ๙๕ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม ที่ได้รับใบอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบแบบแปลนแผนผังและแบบก่อสร้างตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่กรณีการแก้ไข ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๒๘ และสำหรับการปฏิบัติตามข้อ ๓๔ และส่วนที่ ๖ การป้องกันและระงับอัคคีภัยนั้น ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องภายในสามปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ข้อ ๙๖

ข้อ ๙๖ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างหรือติดตั้งอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ทำการทดสอบและตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ เว้นแต่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับการทดสอบและตรวจสอบครั้งสุดท้ายไม่เกินห้าปีนับแต่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ทำการทดสอบและตรวจสอบครั้งต่อไปภายในสิบปีนับแต่มีการทดสอบและตรวจสอบครั้งสุดท้าย ทั้งนี้ ผลการทดสอบและตรวจสอบต้องได้รับการรับรองจากผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทสามัญวิศวกรขึ้นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน [เอกสารแนบท้าย] ๑. แสดงความกว้างของทางสัญจร ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๑) ๒. แสดงระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง กับจุดเริ่มต้นของช่างเปิดเกาะกลาง ทางระบายน้ำ หรือกำแพงของทางสัญจร (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๒) ๓. แสดงระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง กับจุดเริ่มโค้งของทางสัญจรที่มีรัศมีโค้งน้อยกว่า ๑,๐๐๐.๐๐ เมตร (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๓) ๔. แสดงระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงกับจุดเริ่มโค้งของทางแยก (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๔) ๕. แสดงความลาดชันที่ห้ามตั้งทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๕) ๖. แสดงระยะห่างจากจุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงถึงจุดเริ่มต้นโค้งตั้งของทางสัญจรที่มีความลาดชันด้านใดด้านหนึ่ง ตั้งแต่ ๑ ต่อ ๕๐ ถึง ๑ ต่อ ๒๕ (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๖) ๗. แสดงจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของเชิงลาดสะพาน กรณีที่มีความลาดชันเกิน ๑ ต่อ ๕๐ (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๗) ๘. แสดงจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของเชิงลาดสะพาน กรณีที่มีความลาดไม่ชันเกิน ๑ ต่อ ๕๐ (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๘) (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงบัญญัติให้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับที่ตั้ง แผนผัง รูปแบบ ลักษณะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง และลักษณะของถังหรือภาชนะที่ใช้ในการบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง วิธีการปฏิบัติงาน การจัดให้มีและบำรุงรักษาอุปกรณ์หรือเครื่องมืออื่นใดภายในสถานที่ดังกล่าว รวมทั้งการควบคุมอื่นใดอันจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การป้องกันหรือระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือความเสียหาย หรืออันตรายที่จะมีผลกระทบต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์หรือสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐[๙] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎกระทรวงว่าด้วยการซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมันและถังขนส่งน้ำมันได้กำหนดหลักเกณฑ์การซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมัน ระบบท่อน้ำมัน และอุปกรณ์ของสถานประกอบกิจการน้ำมันต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย สมควรยกเลิกหลักเกณฑ์การซ่อมบำรุงตามที่กำหนดในกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๑ พรวิภา/เพิ่มเติม ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๔๘ ก/หน้า ๑/๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑ [๒] ข้อ ๒๒ วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ [๓] ข้อ ๖๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ [๔] ข้อ ๖๗ ยกเลิกโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ [๕] ข้อ ๖๘ ยกเลิกโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ [๖] ข้อ ๖๙ ยกเลิกโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ [๗] ข้อ ๗๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ [๘] ข้อ ๘๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ [๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๑๐๗ ก/หน้า ๒๔/๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๐

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).