ข้อ ๘๓ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม เพื่อการจำหน่าย ต้องติดตั้งระบบอน้ำดับเพลิงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๑๐๐.๐๐ มิลลิเมตร หรือเท่ากับขนาดของท่อน้ำประปาสำหรับดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีข้อต่อรับน้ำดับเพลิงขนาดเดียวกับข้อต่อของรถดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และต้องมีหัวจ่ายน้ำดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองจุด
ข้อ ๘๔ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม ต้องมีเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งหรือน้ำยาดับเพลิงขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า ๖.๘๐ กิโลกรัม มีความสามารถในการดับเพลิงไม่น้อยกว่า 3A 40B ตามมาตรฐานระบบป้องกันอัคคีภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ติดตั้งไว้ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) อาคารเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองเครื่องต่อพื้นที่ ๒๐๐.๐๐ ตารางเมตร
(๒) อาคารบรรจุผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปของน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลาง ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสี่เครื่องต่อพื้นที่ ๒๐๐.๐๐ ตารางเมตร สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อย ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อพื้นที่ ๒๐๐.๐๐ ตารางเมตร
(๓) บริเวณที่ตั้งเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อจำนวนเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงสองเครื่อง กรณีมีเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าแปดเครื่อง จะต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสี่เครื่อง
(๔) บริเวณแท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหรือจุดรับน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อจุดรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสองช่อง
(๕) บริเวณจุดรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรถไฟขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อความยาวระหว่างช่องรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน ๓๐.๐๐ เมตร
(๖) บริเวณท่าเรือซึ่งรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองเครื่องต่อจุดรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และให้มีเครื่องดับเพลิงขนาดบรรจุสารเคมีไม่น้อยกว่า ๕๐ กิโลกรัม อีกหนึ่งเครื่องต่อจุดรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
(๗) การติดตั้งเครื่องดับเพลิง ให้ติดตั้งโดยรอบบริเวณสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ในที่ที่สามารถมองเห็นและนำไปใช้งานได้โดยสะดวก
ข้อ ๘๕ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม เพื่อการจำหน่ายที่มีปริมาณการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเกิน ๑๕,๐๐๐ ลิตร ต้องจัดให้มีโฟมเข้มข้นซึ่งนำมาใช้เป็นสารละลายโฟมได้ตลอดเวลาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) จำนวนสารละลายโฟมที่ต้องฉีดเข้าถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ ให้คำนวณจากชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงและชนิดของถัง ตามที่กำหนดไว้ตารางที่ ๑๖
ตารางที่ ๑๖ จำนวนสารละลายโฟมที่ต้องฉีดเข้าถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง
ชนิดของ
น้ำมันเชื้อเพลิง
ชนิดของถัง
อัตราการใช้สาร
ละลายโฟม (ลิตรต่อ
นาทีต่อตารางเมตร)
พื้นที่
ที่ใช้ในการคำนวณ
(ตารางเมตร)
เวลาที่ใช้ในการ
คำนวณ
(นาที)
ชนิดไวไฟมาก
ชนิดไวไฟ
ปานกลาง หรือ
ชนิดไวไฟน้อย
ชนิดหลังคาติดตาย
๔.๑
๕๕
พื้นที่หน้าตัดของถัง
๓๐
ทุกชนิด
ชนิดหลังคาลอย
๑๒.๒
พื้นที่หน้าตัดระหว่าง
เขื่อนกันโฟม
บนหลังคาถังถึงผนังถัง
๒๐
ชนิดไวไฟมาก
ชนิดไวไฟ
ปานกลางหรือ
ชนิดไวไฟน้อย
ชนิดหลังคาลอย
ภายใน
๔.๑
๕๕
พื้นที่หน้าตัดของถัง
๓๐
ทุกชนิด
๑๒.๒
พื้นที่หน้าตัดระหว่างเขื่อนกันโฟมบนหลังคาถังถึงผนังถัง กรณีหลังคาลอยภายในทำด้วยเหล็ก
๒๐
(๒) ปริมาณสารละลายโฟมต้องเติมเต็มท่อโฟมโดยการคำนวณจากขนาดและความยาวรวมของท่อโฟม
(๓) ปริมาณสารละลายโฟมที่ใช้สำหรับฉีดเสริมเฉพาะจุดต้องมีอัตราการฉีดสารละลายโฟมไม่น้อยกว่า ๑๘๙ ลิตรต่อนาที จำนวนอุปกรณ์ฉีดสารละลายโฟมและระยะเวลาในการฉีด ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑๗ และตารางที่ ๑๘
ตารางที่ ๑๗ ขนาดของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกับจำนวนอุปกรณ์ฉีดสารละลายโฟม
เส้นผ่าศูนย์กลางของถัง (เมตร)
จำนวนขั้นต่ำของอุปกรณ์ฉีดโฟม (จุด)
ไม่เกิน ๑๙.๕๐
เกิน ๑๙.๕๐- ๓๖.๐๐
๑
๒
ตารางที่ ๑๘ ขนาดของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกับระยะเวลาในการฉีดสารละลายโฟม
เส้นผ่าศูนย์กลางของถัง (เมตร)
เวลาขั้นต่ำของการฉีด (นาที)
ไม่เกิน ๑๐.๕๐
เกิน ๑๐.๕๐ - ๒๘.๕๐
๑๐
๒๐
(๔) สารละลายโฟมต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมในการดับเพลิงตามชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิง
(๕) ปริมาณโฟมเข้มข้นที่ต้องจัดเก็บให้คำนวณจากสารละลายโฟมตาม (๑) (๒) และ (๓) ของถังที่ใช้ปริมาณโฟมเข้มข้นสูงสุด และต้องมีการสำรองโฟมเข้มข้นไว้อีกไม่น้อยกว่า ๑ เท่าของปริมาณโฟมที่ใช้ไปทุกครั้ง
(๖) การเก็บโฟมเข้มข้นและอุปกรณ์ประกอบที่ใช้ในการดับเพลิง ให้จัดเก็บไว้โดยรอบบริเวณสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม ในที่ที่สามารถมองเห็นและนำไปใช้งานได้โดยสะดวก และมีสภาพพร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา
ข้อ ๘๖ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม ต้องจัดให้มีระบบจ่ายน้ำสำหรับดับเพลิงให้เพียงพอต่อการระงับอัคคีภัย ดังต่อไปนี้
(๑) ใช้สำหรับฉีดสารละลายโฟมในข้อ ๘๕
(๒) ใช้เป็นน้ำหล่อเย็นโดยต้องมีปริมาณไม่น้อยกว่า ๒ ลิตรต่อนาทีต่อตารางเมตร ในเวลาหนึ่งชั่วโมง
(๓) ใช้เป็นน้ำดับเพลิงเพื่อสนับสนุนการดำเนินการตาม (๑) และ (๒) โดยต้องมีปริมาณน้ำในอัตราไม่น้อยกว่า ๑,๙๐๐ ลิตรต่อนาที เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบนาที
ข้อ ๘๗ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม ต้องจัดให้มีแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำไม่น้อยกว่าปริมาณการใช้น้ำสูงสุด ตามข้อ ๘๕ และข้อ ๘๖ เว้นแต่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีแหล่งน้ำที่ใช้ประกอบการดับเพลิงตามปริมาณที่กำหนดไว้อย่างเพียงพอ
ข้อ ๘๘ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้ ต้องติดตั้งระบบฉีดสารละลายโฟม และระบบน้ำหล่อเย็น หรือหัวฉีดน้ำที่สามารถหล่อเย็นโดยรอบถัง
(๑) ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามแนวตั้งที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๖.๐๐ เมตร และเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก
(๒) ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามแนวตั้งที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๖.๐๐ เมตร และเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อยยกเว้นน้ำมันหล่อลื่น และอยู่ในพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก หรือหนาแน่นปานกลางตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
(๓) ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อยที่ตั้งอยู่ในกลุ่มถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมากตาม (๑)
ข้อ ๘๙ เครื่องสูบน้ำดับเพลิงต้องมีความดันและอัตราการไหลสอดคล้องกับปริมาณการใช้น้ำหล่อเย็น สารละลายโฟม และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ประกอบในการดับเพลิงตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๘๕ และข้อ ๘๖ และต้องมีเครื่องสูบน้ำดับเพลิงที่ใช้เครื่องยนต์สำหรับสูบน้ำจากแหล่งน้ำอย่างน้อยหนึ่งเครื่องโดยตำแหน่งการเปิดปิดของเครื่องสูบน้ำดับเพลิง ต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าไปใช้งานได้โดยสะดวกและมีสภาพพร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา และจะต้องทำการตรวจสอบเครื่องสูบน้ำดับเพลิงอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ข้อ ๙๐ เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง หรือน้ำยาดับเพลิง ต้องตรวจสอบคุณภาพโดยการสุ่มตัวอย่างอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง สำหรับน้ำยาโฟมเข้มข้นต้องตรวจสอบคุณภาพโดยการสุ่มตัวอย่างทุกสามปี และส่งรายงานการตรวจสอบคุณภาพให้กรมธุรกิจพลังงานทราบ
เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง น้ำยาดับเพลิง และน้ำยาโฟมเข้มข้นต้องมีคุณภาพพร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา
ข้อ ๙๑ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดทำแผนระงับเหตุเพลิงไหม้ และมีการฝึกซ้อมแผนระงับเหตุเพลิงไหม้อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และต้องจัดทำรายงานการฝึกซ้อมแผนระงับเหตุเพลิงไหม้ให้กรมธุรกิจพลังงานทราบและเก็บรายงานการฝึกซ้อมไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
ข้อ ๙๒ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดทำขั้นตอนในการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในบริเวณจุดรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หรือแท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๙๓ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่หนึ่ง ที่ประกอบกิจการอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ต้องดำเนินการปรับปรุงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๙๔ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สอง ที่ประกอบกิจการอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่กรณีตามข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๑๖ และส่วนที่ ๕ การป้องกันและระงับอัคคีภัย ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๙๕ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม ที่ได้รับใบอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบแบบแปลนแผนผังและแบบก่อสร้างตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่กรณีการแก้ไข ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๒๘ และสำหรับการปฏิบัติตามข้อ ๓๔ และส่วนที่ ๖ การป้องกันและระงับอัคคีภัยนั้น ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องภายในสามปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๙๖ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างหรือติดตั้งอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ทำการทดสอบและตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ เว้นแต่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับการทดสอบและตรวจสอบครั้งสุดท้ายไม่เกินห้าปีนับแต่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ทำการทดสอบและตรวจสอบครั้งต่อไปภายในสิบปีนับแต่มีการทดสอบและตรวจสอบครั้งสุดท้าย ทั้งนี้ ผลการทดสอบและตรวจสอบต้องได้รับการรับรองจากผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทสามัญวิศวกรขึ้นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แสดงความกว้างของทางสัญจร ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๑)
๒. แสดงระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง กับจุดเริ่มต้นของช่างเปิดเกาะกลาง ทางระบายน้ำ หรือกำแพงของทางสัญจร (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๒)
๓. แสดงระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง กับจุดเริ่มโค้งของทางสัญจรที่มีรัศมีโค้งน้อยกว่า ๑,๐๐๐.๐๐ เมตร (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๓)
๔. แสดงระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงกับจุดเริ่มโค้งของทางแยก (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๔)
๕. แสดงความลาดชันที่ห้ามตั้งทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๕)
๖. แสดงระยะห่างจากจุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงถึงจุดเริ่มต้นโค้งตั้งของทางสัญจรที่มีความลาดชันด้านใดด้านหนึ่ง ตั้งแต่ ๑ ต่อ ๕๐ ถึง ๑ ต่อ ๒๕ (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๖)
๗. แสดงจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของเชิงลาดสะพาน กรณีที่มีความลาดชันเกิน ๑ ต่อ ๕๐ (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๗)
๘. แสดงจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของเชิงลาดสะพาน กรณีที่มีความลาดไม่ชันเกิน ๑ ต่อ ๕๐ (ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๘)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงบัญญัติให้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับที่ตั้ง แผนผัง รูปแบบ ลักษณะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง และลักษณะของถังหรือภาชนะที่ใช้ในการบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง วิธีการปฏิบัติงาน การจัดให้มีและบำรุงรักษาอุปกรณ์หรือเครื่องมืออื่นใดภายในสถานที่ดังกล่าว รวมทั้งการควบคุมอื่นใดอันจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การป้องกันหรือระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือความเสียหาย หรืออันตรายที่จะมีผลกระทบต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์หรือสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐[๙]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎกระทรวงว่าด้วยการซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมันและถังขนส่งน้ำมันได้กำหนดหลักเกณฑ์การซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมัน ระบบท่อน้ำมัน และอุปกรณ์ของสถานประกอบกิจการน้ำมันต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย สมควรยกเลิกหลักเกณฑ์การซ่อมบำรุงตามที่กำหนดในกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๘ มีนาคม ๒๕๕๑
พรวิภา/เพิ่มเติม
๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๔๘ ก/หน้า ๑/๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑
[๒] ข้อ ๒๒ วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐
[๓] ข้อ ๖๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐
[๔] ข้อ ๖๗ ยกเลิกโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐
[๕] ข้อ ๖๘ ยกเลิกโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐
[๖] ข้อ ๖๙ ยกเลิกโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐
[๗] ข้อ ๗๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐
[๘] ข้อ ๘๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐
[๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๑๐๗ ก/หน้า ๒๔/๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).