法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2526) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๔

แห่งพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิกกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๔๙๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ลักษณะ

ชนิด และประเภทของเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

กับการแต่งเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนชาย

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนชาย มี ๖ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติเสื้อนอกคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี

(ข) เสื้อนอกคอแบะสีกากี

(ค) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากี

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล

(๒) เครื่องแบบปกติเสื้อคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากีหรือสีขาว

หรือหมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม

(ข) เสื้อคอพับสีกากีหรือสีขาว แขนยาวหรือแขนสั้น

(ค) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากีหรือสีขาว

(ง) เข็มขัดหนังหรือด้ายถักสีน้ำเงินเข้ม

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ สีน้ำตาลหรือสีขาว

เสื้อคอพับนี้

เมื่อใช้เสื้อสีใดให้ใช้กางเกงและหมวกทรงหม้อตาลสีเดียวกัน สำหรับชุดสีขาวให้ใช้เฉพาะรองเท้าสีดำหรือสีขาว

และชุดสีกากีให้ใช้เฉพาะรองเท้าสีดำหรือสีน้ำตาล

(๓) เครื่องแบบปกติเสื้อคอแบะปล่อยเอว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี หรือหมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม

(ข) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากี

(ค) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากี

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล

(๔) เครื่องแบบฝึก ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม หมวกแก๊ปทรงอ่อน

หรือหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง

(ค) กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีกากีแกมเขียว

(จ) รองเท้าครึ่งน่อง หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

หรือรองเท้าเดินป่า

เครื่องแบบฝึกนี้

เมื่อใช้เสื้อสีใดให้ใช้กางเกงสีเดียวกันและให้สวมหมวกเหล็กเมื่อแต่งประกอบเครื่องสนาม

(๕) เครื่องแบบครึ่งยศ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(ข) เสื้อนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงขายาวแบบปกติสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๖) เครื่องแบบเต็มยศ

มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ ตาม (๕) เว้นแต่กางเกงให้ใช้กางเกงขายาวแบบปกติสีดำและให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หมวกมี

๕ แบบ คือ

(๑) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี มีเครื่องประกอบดังนี้

(ก) กะบังทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

สำหรับชั้นนายกองตรีและนายกองโท

ที่ขอบโค้งของกะบังด้านบนปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ๑

แถวบนพื้นสักหลาดสีดำ สำหรับชั้นนายกองเอกและนายกองใหญ่ ที่ขอบโค้งของกะบังด้านบนปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์

๒ แถวบนพื้นสักหลาดสีดำ

(ข) สายรัดคางสีดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร

สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไปทำด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง

(ค) ดุมโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง ขนาดเล็ก

ตรึงปลายสายรัดคาง ติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม

(ง) ตราหน้าหมวก เป็นรูปอุณาโลม ประดับด้วยช่อชัยพฤกษ์

มีพระมหามงกุฎครอบอุณาโลม ภายใต้อุณาโลมมีข้อความว่า “ไทยต้องเป็นไทย”

สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง

เฉพาะอุณาโลมและข้อความให้ปักด้วยไหมสีแดงบนพื้นสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม

สำหรับชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมาตราหน้าหมวกทำด้วยโลหะสีทอง

(จ) ผ้าพันหมวก ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดพื้นสีน้ำเงินเข้ม

กว้าง ๔ เซนติเมตร และขลิบด้วยผ้าสักหลาดสีเหลืองทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

เป็นขอบทั้งด้านบนและด้านล่าง

สำหรับชั้นนายกองตรีขึ้นไปไม่มีขลิบ

และที่กึ่งกลางมีแถบสีเหลืองทอง กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ๒ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕

เซนติเมตร

(๒) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

มีเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกตาม (๑) เว้นแต่สายรัดคาง ให้ใช้สายรัดคางสีทอง

กว้าง ๑ เซนติเมตร

(๓) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว ตราหน้าหมวก

มีลักษณะเช่นเดียวกับตราหน้าหมวกตาม (๑) (ง) แต่ย่อส่วนและปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม

ติดตรงกึ่งกลางด้านนอกของหมวก สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป

เฉพาะอุณาโลมและข้อความว่า “ไทยต้องเป็นไทย” ให้ปักด้วยไหมสีแดง

(๔) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม

ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกมีตราหน้าหมวก สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป

ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง หรือปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม

เฉพาะอุณาโลมและข้อความว่า “ไทยต้องเป็นไทย” ให้ปักด้วยไหมสีแดง สำหรับตราหน้าหมวกที่ปักด้วยดิ้นทองให้ปักบนแผ่นผ้าสีน้ำเงินเข้ม

ส่วนตราหน้าหมวกที่ปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้มให้ปักบนแผ่นผ้าสีกากีแกมเขียว

ขนาดกว้าง ๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๘ เซนติเมตร

ตราหน้าหมวกสำหรับชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมาปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้มหรือทำด้วยโลหะสีทอง

ขนาดกว้าง ๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๘ เซนติเมตร

(๕) หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว มีสายรัดคางสีเดียวกับหมวก

กว้าง ๑ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เสื้อมี

๕ แบบ คือ

(๑) เสื้อนอกคอแบะสีกากีแบบคอป้าน มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ

ที่แนวอกเสื้อ มีดุมขนาดใหญ่ ๔ ดุม มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า

กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะมีแถบตรงกึ่งกลางตามทางดิ่ง มีปกรูปมนชายกลางแหลม

กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามมีปกรูปตัดชายมน ที่ปกกระเป๋าทั้ง ๔

ขัดดุมขนาดกลางกระเป๋าละ ๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นทำด้วยโลหะสีทอง ดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง

เมื่อใช้เสื้อแบบนี้ต้องใช้เสื้อชั้นในคอพับสีขาวแขนยาวและผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกลาสี

(๒) เสื้อนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ

ที่แนวอกเสื้อมีดุมขนาดใหญ่ ๕ ดุม มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า

เป็นกระเป๋าเจาะ กระเป๋าบนมีปกรูปมนชายกลางแหลมไม่ขัดดุม กระเป๋าล่างไม่มีปก

ดุมทั้งสิ้นทำด้วยโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง

(๓) เสื้อคอพับสีกากีหรือสีขาว ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุม ๕

ดุม แขนยาวรัดข้อมือขัดดุมข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นเพียงศอก

ที่อกเสื้อมีกระเป๋าข้างละ ๑ กระเป๋า มีปกขัดดุมข้างละ ๑ ดุม มุมกระเป๋าด้านล่าง

และมุมปากกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับเสื้อ

เมื่อสวมเสื้อต้องสอดชายเสื้อให้อยู่ในกางเกง

ในเวลาที่มิได้บังคับแถวหรือประจำแถวเมื่อใช้เสื้อชนิดแขนยาวจะผูกผ้าผูกคอสีดำ

เงื่อนกลาสีด้วยก็ได้ และให้สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่ ๒

(๔) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากี แบบคอตื้น แขนสั้น

ที่แนวอกเสื้อมีดุมที่อก ๔ ดุม มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า

กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ มีปกมน ชายกลางแหลม มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร

ตรงกึ่งกลางกระเป๋าทางดิ่ง กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่าม มีปกรูปตัดชายมน

ปกกระเป๋าทั้งสี่ข้างขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับเสื้อ ขนาดกว้าง

๕ เซนติเมตร ชายเสื้อมีตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนทำด้วยวัตถุสีน้ำตาล

(๕) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง มี ๒ ชนิด

คือ

(ก) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิด ๔

กระเป๋า ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพก ปกเสื้อแบะ มุมปกแหลม ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอด

ไม่มีสาบ มีดุม ๕ ดุม แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอก

ที่ปลายแขนเสื้อทั้งสองตรงด้านในชิดลำตัว ติดแผ่นรัดข้อมือขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร

ยาว ๑๐ เซนติเมตร ห่างจากปลายแขนเสื้อพองาม ชายเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางด้านหลัง

ขัดดุม ๑ ดุม ติดกับแขนเสื้อในแนวเดียวกัน มีดุมอีก ๑ ดุม สำหรับรัดปลายแขนเสื้อ

ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะไม่มีแถบ

มีปกรูปสี่เหลี่ยม มุมปกเสมอกัน ขัดดุมตรงกลางปก ๑ ดุม มุมกระเป๋าตัดมนพองาม กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามยึดชาย

ตัวกระเป๋าพับจีบตรงกลาง มุมกระเป๋าตัดมนพองาม มีปกรูปสี่เหลี่ยม

มุมปกเยื้องเฉียงต่ำไปทางข้างตัวเล็กน้อย ขัดดุม ๒ ดุม ตรงมุมปกด้านล่าง ตัวเสื้อด้านหลังในแนวเอวติดแผ่นรัดเอว

ขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร ๒ แผ่น ชายเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางด้านหน้า

ขัดดุม ๑ ดุม ติดกับตัวเสื้อและในระดับเดียวกันมีดุมที่ตะเข็บข้างอีกข้างละ ๑ ดุม

สำหรับรัดเอว ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร

ทำด้วยวัตถุสีเดียวกับเสื้อ เมื่อสวมเสื้อนี้ให้ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกง แต่ในบางโอกาสสวมโดยสอดชายเสื้อไว้ในกางเกงก็ได้

หรือจะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้นไว้เหนือศอกก็ได้

เสื้อคอเปิดแบบฝึกชนิดนี้ใช้เฉพาะชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป

(ข) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิด ๒

กระเป๋า ปกเสื้อแบะมุมปกแหลม ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอดไม่มีสาบที่คอและแนวอกเสื้อมีดุม

๖ ดุม แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอก ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าที่อกเสื้อข้างละ ๑

กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะไม่มีแถบ มีปกรูปสี่เหลี่ยม ขัดดุมตรงกลางปกข้างละ ๑ ดุม

มุมกระเป๋าด้านล่างและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดมนพองาม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัตถุสีเดียวกับเสื้อ

เมื่อสวมเสื้อนี้ต้องสอดชายเสื้อให้อยู่ภายในกางเกง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

กางเกงมี ๒ แบบ คือ

(๑) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากีหรือสีขาวหรือสีดำไม่พับปลายขา

ปลายขายาวปิดตาตุ่ม ที่ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัดกว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร ๗

ห่วง ทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑

กระเป๋า และจะมีกระเป๋าหลังเป็นกระเป๋าเจาะก็ได้

(๒) กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง มี ๒ ชนิด

คือ

(ก)

กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิดกระเป๋าเจาะ มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบปกติตาม

(๑) เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าเจาะ

ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก ในแนวตะเข็บกางเกงทั้งสองมีกระเป๋าปะยึดชาย

ชายล่างของกระเป๋าอยู่เหนือแนวเข่า ตัวกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยม ตรงกลางพับจีบ ๒

จีบ ชายหน้าและชายล่างเย็บติดกับขากางเกง ชายหลังจีบพับเพื่อให้ขยายได้

มีปกรูปสี่เหลี่ยม ชายปกด้านบนและด้านหน้าเย็บติดกับขากางเกง ขัดดุมที่กึ่งกลางปก

และมุมปกที่เปิดแห่งละ ๑ ดุม ด้านหลังมีกระเป๋าหลัง ๒ ข้าง

เป็นกระเป๋าเจาะมีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม ๒ ดุม ตรงมุมปกด้านล่าง

กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าครึ่งน่อง

หรือรองเท้าหุ้มข้อ หรือรองเท้าเดินป่า

ให้สอดปลายขากางเกงไว้ภายในรองเท้าและให้ใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิด

๔ กระเป๋า

(ข)

กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิดกระเป๋าปะ มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบปกติตาม

(๑) เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าปะ

ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก ด้านหลังมีกระเป๋า ๒ ข้าง เป็นกระเป๋าปะ ชายล่างของกระเป๋าเป็นรูปเหลี่ยม

มีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม ๑ ดุม

กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าครึ่งน่อง

หรือรองเท้าหุ้มข้อ หรือรองเท้าเดินป่า ให้สอดปลายขากางเกงไว้ในรองเท้า

และใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิด ๒ กระเป๋า

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เข็มขัด

ทำด้วยหนังหรือด้ายถักสีน้ำเงินเข้มหรือสีกากีแกมเขียว กว้าง ๓ เซนติเมตร

หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว

๕ เซนติเมตร

พื้นเกลี้ยงมีรูปเครื่องหมายกองอาสารักษาดินแดนดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัดเหนือข้อความว่า

“รักษาดินแดนยิ่งชีพ” ไม่มีเข็มสำหรับสอดรูปลายหุ้มด้วยโลหะสีทอง กว้าง ๑

เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ รองเท้ามี

๔ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ สีน้ำตาล หรือสีขาว

ชนิดผูกเชือก

(๒) รองเท้าหุ้มข้อชนิดผูกเชือก หรือยืดข้าง

(๓) รองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ

(๔) รองเท้าเดินป่า

รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น ไม่มีริ้วและลวดลาย

เวลาสวมรองเท้าต้องสวมถุงเท้าสีเดียวกับรองเท้า

เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนหญิง

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนหญิง มี ๖ ชนิด

คือ

(๑) เครื่องแบบปกติเสื้อนอกคอแบะ ประกอบด้วย

ก. หมวกทรงหม้อตาลทรงอ่อนหรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากี

(ข) เสื้อนอกคอแบะสีกากี

(ค) กระโปรงสีกากี

(ง) ถุงเท้าสั้นพับข้อสีเดียวกับรองเท้า

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล

(๒) เครื่องแบบปกติเสื้อคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีหรือสีขาว

หรือหมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม

(ข) เสื้อคอพับสีกากีหรือสีขาว แขนยาวหรือแขนสั้น

(ค) กางเกงขายาวแบบปกติหรือกระโปรง สีกากีหรือสีขาว

(ง) เข็มขัดหนังหรือด้ายถักสีน้ำเงินเข้ม

(จ) ถุงเท้าสั้นพับข้อสีเดียวกับรองเท้า

(ฉ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ สีน้ำตาลหรือสีขาว

เสื้อคอพับนี้ เมื่อใช้เสื้อสีใดให้ใช้กางเกงหรือกระโปรงสีเดียวกัน

หรือจะใช้เสื้อสีขาวกับกางเกงหรือกระโปรงสีกากีก็ได้

เมื่อใช้เสื้อสีใดให้ใช้หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีเดียวกัน สำหรับชุดขาวให้ใช้เฉพาะรองเท้าสีดำหรือสีขาว

และเมื่อใช้เสื้อสีกากีให้ใช้เฉพาะรองเท้าสีดำหรือสีน้ำตาล

(๓) เครื่องแบบปกติเสื้อคอแบะปล่อยเอว ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากี

หรือหมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม

(ข) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากีแขนยาวหรือแขนสั้น

(ค) กางเกงขายาวแบบปกติหรือกระโปรงสีกากี

(ง) ถุงเท้าสั้นพับข้อสีเดียวกับรองเท้า

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล

(๔) เครื่องแบบฝึก

มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึกของชายตามข้อ ๓ (๔)

(๕) เครื่องแบบครึ่งยศ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลทรงอ่อน หรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีขาว

(ข) เสื้อนอกคอแบะสีขาว

(ค) กระโปรงสีขาว

(ง) ถุงเท้ายาวสีขาว

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๖) เครื่องแบบเต็มยศ

มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ ตาม (๕) เว้นแต่ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ หมวก

มี ๕ แบบ คือ

(๑) หมวกทรงหม้อตาลทรงอ่อนสีกากี

มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกทรงหม้อตาลสีกากีของชายตามข้อ ๔ (๑) แต่เป็นทรงอ่อน

(๒) หมวกทรงหม้อตาลทรงอ่อนสีขาว

มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกทรงหม้อตาลสีขาวของชายตามข้อ ๔ (๒) แต่เป็นทรงอ่อน

(๓) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีหรือสีขาว

มีปีกโดยรอบพอสมควร ด้านข้างทั้งสองพับขึ้นเล็กน้อย

กึ่งกลางด้านหน้าหมวกมีตราหน้าหมวกตามข้อ ๔ (๑) (ง) ขนาดพองาม

สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไปมีสายรัดคางเป็นแถบไหมสีทอง ที่ปลายทั้ง ๒ ข้างมีดุมขนาดเล็กข้างละ

๑ ดุม ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง มีผ้าพันหมวกสีน้ำเงินเข้ม

กว้าง ๓ เซนติเมตร ขลิบด้วยผ้าสักหลาดสีเหลืองทอง กว้าง ๐.๔ เซนติเมตร สำหรับชั้นนายกองตรีขึ้นไป

ผ้าพันหมวกกว้าง ๓.๘ เซนติเมตร มีแถบสักหลาดสีเหลืองทอง ขนาด ๐.๔ เซนติเมตร ๒

แถบพาดกลาง ส่วนชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมาใช้สายรัดคางสีดำติดดุมขนาดเล็กเช่นเดียวกับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป

ตราหน้าหมวกทำด้วยโลหะสีทอง

(๔) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้มของชายตามข้อ

๔ (๔)

(๕) หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียวของชายตามข้อ ๔ (๕)

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เสื้อ

มี ๔ แบบ คือ

(๑) เสื้อนอกคอแบะสีกากีหรือสีขาว แบบคอป้าน มีตะเข็บหลัง ๓

ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมขนาดใหญ่ ๓ ดุม มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า

ปากกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีปก ดุมทั้งสิ้นทำด้วยโลหะสีทอง

ดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง เมื่อใช้เสื้อแบบนี้ต้องใช้เสื้อชั้นในคอพับสีขาวแขนยาวและผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี

(๒) เสื้อคอพับสีกากีหรือสีขาว มีลักษณะและวิธีใช้เช่นเดียวกับเสื้อคอพับของชายตามข้อ

๕ (๓)

(๓) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากี ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ

แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร

ด้านหน้าเป็นคิ้วติดดุม ๓ ดุม มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า

เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีปกดุมทั้งสิ้นเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัตถุสีน้ำตาล

(๔) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง มีชนิด

ลักษณะและวิธีใช้เช่นเดียวกับเสื้อคอเปิดแบบฝึกของชายตามข้อ ๕ (๕)

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

กระโปรงและกางเกง มีดังนี้

(๑) กระโปรงสีกากีหรือสีขาวยาวประมาณครึ่งน่อง มีจีบพับทบตรงกลางด้านหลัง

ชายกระโปรงไม่บาน

(๒) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากีหรือสีขาว

มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบปกติของชายตามข้อ ๖ (๑)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

เข็มขัด มีลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดของชายตามข้อ ๗

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ถุงเท้าสั้นพับข้อ หรือถุงเท้ายาว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

รองเท้า มี ๔ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ สีน้ำตาล หรือสีขาว

(๒) รองเท้าหุ้มข้อชนิดผูกเชือก หรือยืดข้าง

(๓) รองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ

(๔) รองเท้าเดินป่า

รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น ไม่มีริ้วและลวดลาย

อินทรธนู เครื่องหมายยศ

และเครื่องหมายสังกัด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

อินทรธนูแข็งทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปลายรวบยาวตามความยาวของบ่า

สำหรับชาย กว้าง ๕ เซนติเมตร สำหรับหญิง กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร

ที่ตอนปลายติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง

สำหรับชั้นนายกองตรีและนายกองโทมีดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง

ขนาด ๐.๕ เซนติเมตร ปักเป็นขอบ สำหรับชั้นนายกองเอกและนายกองใหญ่

มีดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง

ปักเป็นลายถักเต็มแผงอินทรธนูและมีสาบสีน้ำเงินเข้ม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

เครื่องหมายยศ มีดังนี้

(๑) ชั้นนายหมู่ ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินเข้มเป็นขีด กว้าง ๑

เซนติเมตร สำหรับชายยาว ๘ เซนติเมตร สำหรับหญิงยาว ๖ เซนติเมตร

เหนือขีดมีรูปอุณาโลมประดับด้วยช่อชัยพฤกษ์ มีพระมหามงกุฎครอบอุณาโลม

ภายใต้อุณาโลมมีข้อความว่า “ไทยต้องเป็นไทย” ปักด้วยไหมสีเดียวกับขีดขนาดพองาม

ตรึงบนแผ่นผ้าสีเดียวกับเสื้อ แผ่นผ้านี้เย็บติดตรงกลางแขนเสื้อด้านนอก

เหนือศอกขวากึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก มีจำนวนขีดตามชั้นยศ คือ

นายหมู่ตรี ๑

ขีด

นายหมู่โท ๒

ขีด

นายหมู่เอก ๓

ขีด

นายหมู่ใหญ่ ๔

ขีด

ในกรณีที่มีขีดมากกว่า ๑ ขีด

ให้ติดซ้อนกันขึ้นไปตามส่วนยาวของแขนเสื้อท่อนบนเว้นระยะระหว่างขีด ๐.๕ เซนติเมตร

(๒) ชั้นนายหมวด ทำด้วยไหมหรือวัตถุเทียมไหมทองเป็นแถบกว้าง

๑.๒ เซนติเมตร ตรึงขวางบนอินทรธนูทั้งสองข้าง เริ่มต้นห่างจากต้นอินทรธนูด้านไหล่

๐.๕ เซนติเมตร มีดาวรูปดอกพิกุล ๑ ดาว ติดเหนือแถบบนสุดห่างจากแถบ ๑ เซนติเมตร

มีจำนวนแถบตามชั้นยศ คือ

นายหมวดตรี ๑

แถบ

นายหมวดโท ๒

แถบ

นายหมวดเอก ๓

แถบ

ในกรณีที่มีแถบมากกว่า ๑ แถบ ให้ติดเรียงกันขึ้นไปทางด้านคอ

เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร

(๓) ชั้นนายกอง ทำด้วยโลหะสีทองเป็นช่อชัยพฤกษ์โอบง้าวไขว้

ดาวรูปดอกพิกุลและพระมหามงกุฎมีรัศมี ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง

ให้พระมหามงกุฎครอบดาวดวงบน

ให้ยอดพระมหามงกุฎอยู่ทางด้านคอและช่อชัยพฤกษ์อยู่ใต้ดาว ห่างจากอินทรธนูด้านไหล่

๐.๕ เซนติเมตร มีจำนวนดาวตามชั้นยศ คือ

นายกองตรี ๒

ดาว เรียงตามยาวของอินทรธนู

นายกองโท ๓

ดาว เรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า

ให้ด้านฐานอยู่ด้านไหล่

นายกองเอก ๔ ดาว เรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน

ให้มุมแหลมวาง ตามยาวของอินทรธนู

นายกองใหญ่ ๕

ดาว เรียงเป็นรูปวงกลม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

เครื่องหมายยศสำหรับเครื่องแบบฝึก

(๑) ชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมาใช้เครื่องหมายยศตามข้อ ๑๗ (๑)

(๒) ชั้นนายหมวดตรีขึ้นไปใช้เครื่องหมายยศตามข้อ ๑๗ (๒) และ

(๓) แล้วแต่กรณี มีขนาดย่อส่วน ปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้มติดที่ปกคอเสื้อข้างขวา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

เครื่องหมายสังกัด ให้มีดังนี้

(๑) เครื่องหมายสังกัดกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน

กองบังคับการภาคและกองบังคับการจังหวัด ทำด้วยโลหะสีทอง

เป็นรูปง้าวไขว้อยู่ใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีครอบอุณาโลมล้อมด้วยลายช่อชัยพฤกษ์

ติดที่ปกคอเสื้อทั้งสองข้าง

(๒) เครื่องหมายสังกัดกองร้อย

ทำด้วยโลหะสีทองเป็นตัวอักษรย่อชื่อจังหวัดและเลขที่กองร้อยติดที่ปกคอเสื้อข้างซ้าย

และอักษร “อส.” ติดที่ปกคอเสื้อข้างขวา

เฉพาะเครื่องแบบฝึก เครื่องหมายสังกัด ให้ปักด้วยไหมสีน้ำเงิน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

เครื่องหมายสังกัดสำหรับผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนที่พ้นจากตำแหน่ง

ให้ใช้อักษร “นก” ติดที่ปกคอเสื้อข้างขวาและเครื่องหมายตามข้อ ๑๙ (๑)

ติดที่ปกคอเสื้อข้างซ้าย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

เครื่องหมายสังกัดสำหรับผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งยศเป็นกรณีพิเศษหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งยศเป็นกรณีพิเศษให้ใช้เครื่องหมายสังกัดตามข้อ

๑๙ (๑)

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ชั้นนายกอง ให้ใช้เครื่องหมายตามข้อ (๑๙) (๑) เว้นแต่มีรูปพระนเรศวรทรงช้าง

ดุนนูนในโล่ห์อยู่กึ่งกลางช่อชัยพฤกษ์

การแต่งเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ในเวลาแต่งเครื่องแบบ ห้ามมิให้ใช้สิ่งอื่นใดติดหรือทับเครื่องแบบนอกจากเครื่องหมายที่ทางราชการอนุญาต

เพื่อประโยชน์ในการฝึกและการปฏิบัติราชการสนาม

หรือเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่

การจะใช้เครื่องประกอบเครื่องแบบให้เป็นไปตามที่ผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดนกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน จะสั่งให้ผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนแต่งเครื่องแบบประเภทใด

ใช้ หรืองดใช้เครื่องแบบหรือส่วนประกอบของเครื่องแบบชนิดใด ในกรณีใด

หรือในโอกาสใดตามความเหมาะสมแก่พฤติการณ์ก็ได้

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

หรือได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ

ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น ๆ เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศหรือเมื่อมีหมายกำหนดการ

ในโอกาสอื่น ให้ใช้แพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น ๆ

ทำเป็นแผ่นกว้างไม่เกิน ๑.๕ เซนติเมตร ติดที่อกเสื้อเบื้องซ้ายเหนือกระเป๋าบน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำหรือเขียนรูปตัวอย่างเครื่องแบบตามกฎกระทรวงนี้ขึ้นไว้เป็นมาตรฐาน

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๖

พลเอก สิทธิ จิรโรจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เครื่องหมายยศ

และเครื่องแบบของผู้บังคับบัญชา

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนได้ประกาศใช้มานานแล้ว ไม่เหมาะสมกับภาวะการณ์ในปัจจุบัน

สมควรปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

วสุ/ผู้จัดทำ

๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

พัสสน/ผู้ตรวจ

๗ ธันวาคม ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๐/ตอนที่ ๑๓๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๕ สิงหาคม ๒๕๒๖

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2526) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_78a46ef8e65dbf85

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com