ข้อ ๔ หมวกมี
๕ แบบ คือ
(๑) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี มีเครื่องประกอบดังนี้
(ก) กะบังทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
สำหรับชั้นนายกองตรีและนายกองโท
ที่ขอบโค้งของกะบังด้านบนปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ๑
แถวบนพื้นสักหลาดสีดำ สำหรับชั้นนายกองเอกและนายกองใหญ่ ที่ขอบโค้งของกะบังด้านบนปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์
๒ แถวบนพื้นสักหลาดสีดำ
(ข) สายรัดคางสีดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร
สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไปทำด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง
(ค) ดุมโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง ขนาดเล็ก
ตรึงปลายสายรัดคาง ติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม
(ง) ตราหน้าหมวก เป็นรูปอุณาโลม ประดับด้วยช่อชัยพฤกษ์
มีพระมหามงกุฎครอบอุณาโลม ภายใต้อุณาโลมมีข้อความว่า ไทยต้องเป็นไทย
สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง
เฉพาะอุณาโลมและข้อความให้ปักด้วยไหมสีแดงบนพื้นสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม
สำหรับชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมาตราหน้าหมวกทำด้วยโลหะสีทอง
(จ) ผ้าพันหมวก ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดพื้นสีน้ำเงินเข้ม
กว้าง ๔ เซนติเมตร และขลิบด้วยผ้าสักหลาดสีเหลืองทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร
เป็นขอบทั้งด้านบนและด้านล่าง
สำหรับชั้นนายกองตรีขึ้นไปไม่มีขลิบ
และที่กึ่งกลางมีแถบสีเหลืองทอง กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ๒ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕
เซนติเมตร
(๒) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว
มีเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกตาม (๑) เว้นแต่สายรัดคาง ให้ใช้สายรัดคางสีทอง
กว้าง ๑ เซนติเมตร
(๓) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว ตราหน้าหมวก
มีลักษณะเช่นเดียวกับตราหน้าหมวกตาม (๑) (ง) แต่ย่อส่วนและปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม
ติดตรงกึ่งกลางด้านนอกของหมวก สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป
เฉพาะอุณาโลมและข้อความว่า ไทยต้องเป็นไทย ให้ปักด้วยไหมสีแดง
(๔) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม
ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกมีตราหน้าหมวก สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป
ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง หรือปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม
เฉพาะอุณาโลมและข้อความว่า ไทยต้องเป็นไทย ให้ปักด้วยไหมสีแดง สำหรับตราหน้าหมวกที่ปักด้วยดิ้นทองให้ปักบนแผ่นผ้าสีน้ำเงินเข้ม
ส่วนตราหน้าหมวกที่ปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้มให้ปักบนแผ่นผ้าสีกากีแกมเขียว
ขนาดกว้าง ๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๘ เซนติเมตร
ตราหน้าหมวกสำหรับชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมาปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้มหรือทำด้วยโลหะสีทอง
ขนาดกว้าง ๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๘ เซนติเมตร
(๕) หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว มีสายรัดคางสีเดียวกับหมวก
กว้าง ๑ เซนติเมตร
ข้อ ๕ เสื้อมี
๕ แบบ คือ
(๑) เสื้อนอกคอแบะสีกากีแบบคอป้าน มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ
ที่แนวอกเสื้อ มีดุมขนาดใหญ่ ๔ ดุม มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า
กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะมีแถบตรงกึ่งกลางตามทางดิ่ง มีปกรูปมนชายกลางแหลม
กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามมีปกรูปตัดชายมน ที่ปกกระเป๋าทั้ง ๔
ขัดดุมขนาดกลางกระเป๋าละ ๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นทำด้วยโลหะสีทอง ดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง
เมื่อใช้เสื้อแบบนี้ต้องใช้เสื้อชั้นในคอพับสีขาวแขนยาวและผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกลาสี
(๒) เสื้อนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ
ที่แนวอกเสื้อมีดุมขนาดใหญ่ ๕ ดุม มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า
เป็นกระเป๋าเจาะ กระเป๋าบนมีปกรูปมนชายกลางแหลมไม่ขัดดุม กระเป๋าล่างไม่มีปก
ดุมทั้งสิ้นทำด้วยโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง
(๓) เสื้อคอพับสีกากีหรือสีขาว ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุม ๕
ดุม แขนยาวรัดข้อมือขัดดุมข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นเพียงศอก
ที่อกเสื้อมีกระเป๋าข้างละ ๑ กระเป๋า มีปกขัดดุมข้างละ ๑ ดุม มุมกระเป๋าด้านล่าง
และมุมปากกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับเสื้อ
เมื่อสวมเสื้อต้องสอดชายเสื้อให้อยู่ในกางเกง
ในเวลาที่มิได้บังคับแถวหรือประจำแถวเมื่อใช้เสื้อชนิดแขนยาวจะผูกผ้าผูกคอสีดำ
เงื่อนกลาสีด้วยก็ได้ และให้สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่ ๒
(๔) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากี แบบคอตื้น แขนสั้น
ที่แนวอกเสื้อมีดุมที่อก ๔ ดุม มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า
กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ มีปกมน ชายกลางแหลม มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร
ตรงกึ่งกลางกระเป๋าทางดิ่ง กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่าม มีปกรูปตัดชายมน
ปกกระเป๋าทั้งสี่ข้างขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับเสื้อ ขนาดกว้าง
๕ เซนติเมตร ชายเสื้อมีตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนทำด้วยวัตถุสีน้ำตาล
(๕) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง มี ๒ ชนิด
คือ
(ก) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิด ๔
กระเป๋า ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพก ปกเสื้อแบะ มุมปกแหลม ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอด
ไม่มีสาบ มีดุม ๕ ดุม แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอก
ที่ปลายแขนเสื้อทั้งสองตรงด้านในชิดลำตัว ติดแผ่นรัดข้อมือขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร
ยาว ๑๐ เซนติเมตร ห่างจากปลายแขนเสื้อพองาม ชายเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางด้านหลัง
ขัดดุม ๑ ดุม ติดกับแขนเสื้อในแนวเดียวกัน มีดุมอีก ๑ ดุม สำหรับรัดปลายแขนเสื้อ
ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะไม่มีแถบ
มีปกรูปสี่เหลี่ยม มุมปกเสมอกัน ขัดดุมตรงกลางปก ๑ ดุม มุมกระเป๋าตัดมนพองาม กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามยึดชาย
ตัวกระเป๋าพับจีบตรงกลาง มุมกระเป๋าตัดมนพองาม มีปกรูปสี่เหลี่ยม
มุมปกเยื้องเฉียงต่ำไปทางข้างตัวเล็กน้อย ขัดดุม ๒ ดุม ตรงมุมปกด้านล่าง ตัวเสื้อด้านหลังในแนวเอวติดแผ่นรัดเอว
ขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร ๒ แผ่น ชายเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางด้านหน้า
ขัดดุม ๑ ดุม ติดกับตัวเสื้อและในระดับเดียวกันมีดุมที่ตะเข็บข้างอีกข้างละ ๑ ดุม
สำหรับรัดเอว ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร
ทำด้วยวัตถุสีเดียวกับเสื้อ เมื่อสวมเสื้อนี้ให้ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกง แต่ในบางโอกาสสวมโดยสอดชายเสื้อไว้ในกางเกงก็ได้
หรือจะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้นไว้เหนือศอกก็ได้
เสื้อคอเปิดแบบฝึกชนิดนี้ใช้เฉพาะชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป
(ข) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิด ๒
กระเป๋า ปกเสื้อแบะมุมปกแหลม ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอดไม่มีสาบที่คอและแนวอกเสื้อมีดุม
๖ ดุม แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอก ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าที่อกเสื้อข้างละ ๑
กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะไม่มีแถบ มีปกรูปสี่เหลี่ยม ขัดดุมตรงกลางปกข้างละ ๑ ดุม
มุมกระเป๋าด้านล่างและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดมนพองาม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัตถุสีเดียวกับเสื้อ
เมื่อสวมเสื้อนี้ต้องสอดชายเสื้อให้อยู่ภายในกางเกง
ข้อ ๖
กางเกงมี ๒ แบบ คือ
(๑) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากีหรือสีขาวหรือสีดำไม่พับปลายขา
ปลายขายาวปิดตาตุ่ม ที่ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัดกว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร ๗
ห่วง ทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑
กระเป๋า และจะมีกระเป๋าหลังเป็นกระเป๋าเจาะก็ได้
(๒) กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง มี ๒ ชนิด
คือ
(ก)
กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิดกระเป๋าเจาะ มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบปกติตาม
(๑) เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าเจาะ
ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก ในแนวตะเข็บกางเกงทั้งสองมีกระเป๋าปะยึดชาย
ชายล่างของกระเป๋าอยู่เหนือแนวเข่า ตัวกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยม ตรงกลางพับจีบ ๒
จีบ ชายหน้าและชายล่างเย็บติดกับขากางเกง ชายหลังจีบพับเพื่อให้ขยายได้
มีปกรูปสี่เหลี่ยม ชายปกด้านบนและด้านหน้าเย็บติดกับขากางเกง ขัดดุมที่กึ่งกลางปก
และมุมปกที่เปิดแห่งละ ๑ ดุม ด้านหลังมีกระเป๋าหลัง ๒ ข้าง
เป็นกระเป๋าเจาะมีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม ๒ ดุม ตรงมุมปกด้านล่าง
กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าครึ่งน่อง
หรือรองเท้าหุ้มข้อ หรือรองเท้าเดินป่า
ให้สอดปลายขากางเกงไว้ภายในรองเท้าและให้ใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิด
๔ กระเป๋า
(ข)
กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิดกระเป๋าปะ มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบปกติตาม
(๑) เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าปะ
ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก ด้านหลังมีกระเป๋า ๒ ข้าง เป็นกระเป๋าปะ ชายล่างของกระเป๋าเป็นรูปเหลี่ยม
มีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม ๑ ดุม
กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าครึ่งน่อง
หรือรองเท้าหุ้มข้อ หรือรองเท้าเดินป่า ให้สอดปลายขากางเกงไว้ในรองเท้า
และใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิด ๒ กระเป๋า
ข้อ ๗ เข็มขัด
ทำด้วยหนังหรือด้ายถักสีน้ำเงินเข้มหรือสีกากีแกมเขียว กว้าง ๓ เซนติเมตร
หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว
๕ เซนติเมตร
พื้นเกลี้ยงมีรูปเครื่องหมายกองอาสารักษาดินแดนดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัดเหนือข้อความว่า
รักษาดินแดนยิ่งชีพ ไม่มีเข็มสำหรับสอดรูปลายหุ้มด้วยโลหะสีทอง กว้าง ๑
เซนติเมตร
ข้อ ๘ รองเท้ามี
๔ แบบ คือ
(๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ สีน้ำตาล หรือสีขาว
ชนิดผูกเชือก
(๒) รองเท้าหุ้มข้อชนิดผูกเชือก หรือยืดข้าง
(๓) รองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ
(๔) รองเท้าเดินป่า
รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น ไม่มีริ้วและลวดลาย
เวลาสวมรองเท้าต้องสวมถุงเท้าสีเดียวกับรองเท้า
เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา
และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนหญิง
ชนิดของเครื่องแบบ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).