法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ 80 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
85
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๕๔๒)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๘๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๔ และมาตรา

๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๓๙

(๒) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๔๐

(๓) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๔๑

(๔) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๔๒

(๕) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๔๓

(๖) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๔๔

(๗) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๔๕

(๘) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๔๖

(๙) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๔๗

(๑๐) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๔๘

(๑๑) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๔๙

(๑๒) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๕๐

(๑๓) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๕๑

(๑๔) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๕๒

(๑๕) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๕๓

(๑๖) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๕๔

(๑๗) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๕๕

(๑๘) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๕๖

(๑๙) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๕๗

(๒๐) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๕๘

(๒๑) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช

๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๕๙

(๒๒) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๖๐

(๒๓) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๖๑

(๒๔) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๖๒

(๒๕) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๖๓

(๒๖) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๖๔

(๒๗) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๖๕

(๒๘) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๖๖

(๒๙) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๖๗

(๓๐) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๖๘

(๓๑) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๖๙

(๓๒) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๗๐

(๓๓) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๗๑

(๓๔) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช

๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๗๒

(๓๕) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๗๓

(๓๖) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๗๔

(๓๗) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๗๕

(๓๘) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๗๖

(๓๙) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๗๗

(๔๐) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๗๘

(๔๑) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๗๙

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ลักษณะ ชนิด

และประเภทของเครื่องแบบทหารบกกับการเต่งเครื่องแบบทหารบกให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในกฎกระทรวงนี้

“นายทหารประทวน” หมายถึง นายทหารประทวนตั้งแต่ชั้นจ่านายสิบลงมา

“นายทหารสัญญาบัตร” หมายความรวมถึงนายดาบด้วย

เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

เครื่องแบบทหารชาย

ชนิดของเครื่องแบบ

เครื่องแบบพลทหาร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เครื่องแบบพลทหาร มี ๕

ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติ ประกอบด้วย

(ก) หมวดหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอพับสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

หรือรองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำในโอกาสลำลองจะใช้หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียวก็ได้

(๒) เครื่องแบบฝึก ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว หรือหมวกทรงอ่อนสีดำ

หรือหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ หรือรองเท้าเดินป่า

(๓) เครื่องแบบสนาม ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว หรือหมวกทรงอ่อนสีดำ

หรือหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว หรือเสื้อสนามคอเปิดสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก หรือกางเกงสนามขาวยาวสีกากีแกมเขียว

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ หรือรองเท้าเดินป่า

เครื่องแบบสนามตาม (ก) (ข) และ (ค) ในบางโอกาสจะใช้สีกากีแกมเขียวที่ระบายหรือแต้มด้วยสีอื่นเพื่อให้กลมกลืนกับภูมิประเทศก็ได้

เครื่องแบบชนิดนี้ให้ใช้เครื่องสนามประกอบด้วย

(๔) เครื่องแบบครึ่งยศ

เข่นเดียวกับเครื่องแบบฝึก เว้นแต่ให้ใช้หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

สำหรับพลทหารในกรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์และในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ให้มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย

(ก) หมวกยอด

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงแถบ

(ง) คันชีพและเข็มขัดหนัง

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๕) เครื่องแบบเต็มยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึก

เว้นแต่ให้ใช้หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

สำหรับพลทหารในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในกรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์

ในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ ในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ ในกรมทหารราบที่

๑๒ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษา พระองค์

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ ในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์

ในหน่วยทหารสื่อสารรักษาพระองค์ และในกรมทหารขนส่งรักษาพระองค์

ให้มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย

(ก) หมวดยอดมีพู่

(ข) เสื้อเต็มยศรักษาพระองค์

(ค) กางเกงแถบ

(ง) คันชีพและเข็มขัดหนังหรือประคด

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

เครื่องแบบนักเรียนนายสิบและนายทหารประทวน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

เครื่องแบบนักเรียนนายสิบและนายทหารประทวน มี ๘ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๒) เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๓) เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอพับสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ หรือรองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ

(๔) เครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขียวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอพับสีกากีนวลแกมเขียว

(ค) กางเกงขาวยาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้นส้นหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

หรือรองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ

(๕) เครื่องแบบฝึก ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว หรือหมวกทรงอ่อนสีดำ

หรือหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ หรือรองเท้าเดินป่า

(๖) เครื่องแบบสนาม ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว หรือหมวกทรงอ่อนสีดำ

หรือหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว หรือเสื้อสนามคอเปิดสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก หรือกางเกงสนามขายาวสีกากีแกมเขียว

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ หรือรองเท้าเดินป่า

เครื่องแบบสนามตาม (ก) (ข) และ (ค)

ในบางโอกาสจะใช้สีกากีแกมเขียวที่ระบายหรือแต้มด้วยสีอื่นเพื่อให้กลมกลืนกับภูมิประเทศก็ได้

เครื่องแบบชนิดนี้ให้ใช้เครื่องสนามประกอบด้วย

(๗) เครื่องแบบครึ่งยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

เว้นแต่ให้ใช้รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ ถ้าประจำแถวทหารซึ่งแต่งเครื่องแบบครึ่งยศ

ให้แต่งเช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึก เว้นแต่ให้ใช้หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

สำหรับนายทหารประทวนในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและในกรมทหารราบที่

๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ ให้มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง

ประกอบด้วย

(ก) หมวกยอด

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงแถบ

(ง) คันชีพและเข็มขัดหนัง

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๘) เครื่องแบบเต็มยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

เว้นแต่ให้ใช้รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ ถ้าประจำแถวทหารซึ่งแต่งเครื่องแบบเต็มยศ

ให้แต่งเช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึก เว้นแต่ให้ใช้หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

สำหรับนายทหารประทวนในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในกรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

ในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ ในกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษา พระองค์

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์

ในหน่วยทหารสื่อสารรักษาพระองค์ และในกรมทหารขนส่งรักษาพระองค์

ให้มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย

(ก) หมวกยอดมีพู่

(ข) เสื้อเต็มยศรักษาพระองค์

(ค) กางเกงแถบ

(ง) คันชีพและเข็มขัดหนังหรือประคด

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

เครื่องแบบนักเรียนนายทหาร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เครื่องแบบนักเรียนนายร้อย

นักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้าและนักเรียนนายทหารแผนที่ มี ๙ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๒) เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๓) เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอพับสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสือดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

หรือรองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ

(๔) เครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขียวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอพับสีกากีนวลแกมเขียว

(ค) กางเกงขาวยาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

หรือรองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ

(๕) เครื่องแบบฝึก ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว หรือหมวกทรงอ่อนสีดำ

หรือหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ หรือรองเท้าเดินป่า

(๖) เครื่องแบบสนาม ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว หรือหมวกทรงอ่อนสีดำ หรือหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว หรือเสื้อสนามคอเปิดสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก หรือกางเกงสนามขายาวสีกากีแกมเขียว

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ หรือรองเท้าเดินป่า

เครื่องแบบสนามตาม (ก) (ข) และ (ค)

ในบางโอกาสจะใช้สีกากีแกมเขียวที่ระบายหรือแต้มด้วยสีอื่นเพื่อให้กลมกลืนกับภูมิประเทศก็ได้

เครื่องแบบชนิดนี้ให้ใช้เครื่องสนามประกอบด้วย

(๗) เครื่องแบบครึ่งยศ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงแถบ

(ง) เข็มขัดนักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

ให้ใช้เข็มขัดหนังสีเขียวเข้ม และนักเรียนนายทหารแผนที่ ให้ใช้เข็มขัดหนังสีขาว

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(ฉ) ถุงมือสีขาว

สำหรับนักเรียนนายร้อย ให้ใช้เครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ ประกอบด้วย

(ก) หมวกยอด หรือหมวกทรงหม้อตาลสีดำ

(ข) เสื้อเต็มยศรักษาพระองค์

(ค) กางเกงแถบ

(ง) เข็มขัดหนังสีแดงและคันชีพ

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(ฉ) ถุงมือสีขาว

สำหรับหมวกทรงหม้อตาลสีดำตาม (ก) ให้ใช้ในโอกาสอื่นที่มิได้ประจำแถวทหาร

(๘) เครื่องแบบเต็มยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ

สำหรับนักเรียนนายร้อย

ให้มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย

(ก) หมวกยอดมีพู่ หรือหมวกทรงหม้อตาลสีดำ

(ข) เสื้อเต็มยศรักษาพระองค์

(ค) กางเกงแถบ

(ง) เข็มขัดหนังสีดำและคันชีพ

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(ฉ) ถุงมือสีขาว

สำหรับหมวกทรงหม้อตาลสีดำตาม (ก) ให้ใช้ในโอกาสอื่นที่มิได้ประจำแถวทหาร

(๙) เครื่องแบบสโมสร เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว เว้นแต่ให้ใช้กางเกงแถบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เครื่องแบบนักเรียนนายร้อยสำรอง มี ๖ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติขาว

(๒) เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะ

(๓) เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอพับ

(๔) เครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขียวคอพับ

(๕) เครื่องแบบฝึก

(๖) เครื่องแบบสนาม

เครื่องแบบทั้ง ๖ ชนิดนี้ เช่นเดียวกับเครื่องแบบนักเรียนนายร้อย

เครื่องแบบนายดาบและนายทหารสัญญาบัตร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เครื่องแบบนายดาบ เช่นเดียวกับเครื่องแบบนายทหารสัญญาบัตร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เครื่องแบบนายทหารสัญญาบัตร มี ๑๑ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๒) เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๓) เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอพับสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๔) เครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขียวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอพับสีกากีนวลแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๕) เครื่องแบบฝึก ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว หรือหมวกทรงอ่อนสีดำ

หรือหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ หรือรองเท้าเดินป่า

(๖) เครื่องแบบสนาม ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว หรือหมวกทรงอ่อนสีดำ

หรือหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว หรือเสื้อสนามคอเปิดสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก หรือกางเกงสนามขายาวสีกากีแกมเขียว

(ง) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ หรือรองเท้าเดินป่า

เครื่องแบบสนามตาม (ก) (ข) และ (ค)

ในบางโอกาสจะใช้สีกากีแกมเขียวที่ระบายหรือแต้มด้วยสีอื่นเพื่อให้กลมกลืนกับภูมิประเทศก็ได้

เครื่องแบบชนิดนี้ให้ใช้เครื่องสนามประกอบด้วย

(๗) เครื่องแบบครึ่งยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

เว้นแต่ให้ใช้กางเกงแถบและรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

ถ้าประจำแถวทหารซึ่งแต่งเครื่องแบบครึ่งยศให้แต่งเช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึก

เว้นแต่ให้ใช้หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในกรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ ในกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษา พระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ ในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ

ในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์ในหน่วยทหารสื่อสารรักษาพระองค์

ในกรมทหารขนส่งรักษาพระองค์ และในกรมนักเรียนนายร้อย รักษาพระองค์

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ให้ใช้เครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ ประกอบด้วย

(ก) หมวกยอด หรือหมวกทรงหม้อตาลสีดำ

เว้นแต่ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีฟ้าหม่น

และในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์ ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีเทา

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงแถบ

(ง) คันชีพ

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

สำหรับหมวกทรงหม้อตาลตาม (ก) ให้ใช้ในโอกาสอื่นที่มิได้ประจำแถวทหาร

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งหรือรักษาราชการในตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

หรือรองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

ให้ใช้เครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

(๘) เครื่องแบบเต็มยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

เว้นแต่ให้ใช้กางเกงแถบและรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

ถ้าประจำแถวทหารซึ่งแต่งเครื่องแบบเต็มยศให้แต่งเช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึก เว้นแต่ให้ใช้หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

ในโอกาสที่อยู่ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว

ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีน้ำเงินดำและเสื้อเต็มยศสีน้ำเงินดำ

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในกรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์

ในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ ในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ ในกรมทหารราบที่

๑๒ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ ในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์ ในหน่วยทหารสื่อสารรักษาพระองค์

ในกรมทหารขนส่งรักษาพระองค์ และในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ ประกอบด้วย

(ก) หมวกยอดมีพู่ หรือหมวกทรงหม้อตาลสีดำ เว้นแต่ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีฟ้าหม่น

และในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์ ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีเทา

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงแถบ

(ง) คันชีพและประคด

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

สำหรับหมวกทรงหม้อตาลตาม (ก) ให้ใช้ในโอกาสอื่นที่มิได้ประจำแถวทหาร

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำกรมในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรมและนายทหารพิเศษประจำกรมในกรมทหารราบที่

๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์

ให้มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในกองพันที่

๓ กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ ๑ ผู้บัญชาการกองพลที่ ๑

รักษาพระองค์ และผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารรักษาพระองค์ทุกหน่วยที่อยู่ในบังคับบัญชา

สำหรับนายทหารพิเศษประจำกองพลในกองพลที่

๑ รักษาพระองค์

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหาร

สัญญาบัตรในหน่วยทหารรักษาพระองค์ทุกหน่วยที่อยู่ในบังคับบัญชาของกองพลที่ ๑

รักษาพระองค์

สำหรับนายทหารพิเศษประจำกองพลในกองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับ

นายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารรักษาพระองค์ทุกหน่วยที่อยู่ในบังคับบัญชาของกองพลทหารราบที่

๒ รักษาพระองค์

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำกรม

ในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตร

ในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำกรม

ในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์

เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารราบที่

๑๑ รักษาพระองค์

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำกรมในกรมทหารราบที่

๑๒ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำกรม

ในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำกรม

ในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารราบที่

๓๑ รักษาพระองค์

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำหน่วยในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำหน่วยในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำหน่วยในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำหน่วยในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำหน่วยในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่

๑ รักษาพระองค์

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่

๑ รักษาพระองค์

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำหน่วยในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์

สำหรับนายทหารพิเศษประจำกองพันทหารสื่อสารที่ ๑ รักษาพระองค์

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในกองพันทหารสื่อสารที่

๑ รักษาพระองค์

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษและนายทหารพิเศษประจำกรมในกรมทหารขนส่งรักษาพระองค์

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารขนส่งรักษาพระองค์

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งหรือรักษาราชการในตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าหรือรองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

นายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษ และนายทหารพิเศษประจำกรมในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

(๙) เครื่องแบบสโมสรคอปิด เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

เว้นแต่ให้ใช้กางเกงแถบและรองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๑๐) เครื่องแบบสโมสรอกแข็ง ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารรักษาพระองค์ใช้หมวกทรงหม้อตาลที่ใช้กับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์หรือเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ในหน่วยทหารรักษาพระองค์นั้น

ๆ ในโอกาสอื่นที่มิได้ประจำแถวทหารและเมื่อใช้เสื้อชั้นนอกเปิดอกสีน้ำเงินดำ

ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีน้ำเงินดำ

(ข) เสื้อชั้นนอกเปิดอกสีขาว เมื่อมีอากาศหนาวจะใช้เสื้อชั้นนอกเปิดอกสีน้ำเงินดำก็ได้

(ค) เสื้อกั๊กสีขาวและเชิ้ตอกแข็งสีขาว

หรือจะใช้เชิ้ตอกจีบสีขาวแทนเชิ้ตอกแข็งสีขาวก็ได้

เมื่อใช้เสื้อชั้นนอกเปิดอกสีน้ำเงินดำ ให้ใช้เสื้อกั๊กสีน้ำเงินดำ

(ง) กางเกงแถบ เมื่อใช้เสื้อชั้นนอกเปิดอกสีน้ำเงิน

ให้ใช้กางเกงแถบสีน้ำเงินดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๑๑) เครื่องแบบสโมสรอกอ่อน เช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสรอกแข็ง

เว้นแต่ให้ใช้เชิ้ตอกอ่อนสีขาวและแพรแถบรัดเอวแทนเสื้อกั๊กสีขาว

และเชิ้ตอกแข็งสีขาว

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ หมวก

มี ๑๑ แบบ คือ

(๑) หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

ในบางโอกาสจะใช้แต่รองในหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียวก็ได้

(๒) หมวกหนีบสีกากีแกมเขียว มีสาบโดยรอบ

ป้ายเฉียงจากทางด้านหน้าลงไปทางซ้าย และด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้า

๔ เซนติเมตร มีตราหน้าหมวกขนาดเล็ก ริมบนของสาบหมวกมีลักษณะดังนี้

(ก) นายทหารสัญญาบัตรชั้นจอมพลและนายพล มีขลิบกว้าง ๐.๕

เซนติเมตร ทำด้วยแถบไหมสีทอง

(ข) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพัน นายร้อย

และนายทหารประทวนชั้นนายดาบ มีขลิบกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ทำด้วยแถบสีแดงยกดิ้นทาง

(ค) นักเรียนนายร้อย มีขลิบกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ทำด้วยแถบสีแดงและสีเหลือง ให้สีแดงอยู่ด้านบน

(ง) นักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

มีขลิบกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ทำด้วยแถบสีเขียวเข้มและสีเหลือง

ให้สีเขียวเข้มอยู่ด้านบน

(จ) นักเรียนนายทหารแผนที่ มีขลิบกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ทำด้วยแถบสีเขียวและสีเหลือง ให้สีเขียวอยู่ด้านบน

(ฉ) นักเรียนนายร้อยสำรอง มีขลิบกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ทำด้วยแถบสีน้ำเงินและสีเหลือง ให้สีน้ำเงินอยู่ด้านบน

(ช) นายทหารประทวนและนักเรียนนายสิบ มีขลิบกว้าง ๐.๕

เซนติเมตร ทำด้วยแถบสีแดง

(ซ) พลทหาร มีขลิบกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ทำด้วยแถบสีน้ำเงิน

(๓) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว มีตราหน้าหมวกขนาดเล็ก

(๔) หมวกทรงอ่อนสีดำ มีตราหน้าหมวกขนาดกลาง

(๕) หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว

มีตราหน้าหมวกขนาดกลางและมีเครื่องประกอบ คือ

(ก) กะบัง ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นพันเอกที่ขอบโค้งของกะบังด้านบนปักหรือทำด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์

๑ แถว บนพื้นสักหลาดสีดำ

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นจอมพลและนายพลที่ขอบโค้งขอบกะบังด้านบนปักหรือทำด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์

๒ แถว บนพื้นสักหลาดสีดำ พื้นกะบังด้านล่างสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(ข) สายรัดคาง กว้าง ๑ เซนติเมตร

ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

ปลายสายรัดคางมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็กติดที่ริมขอบหมวกข้างละ ๑ ดุม

(ค) ผ้าพันหมวก กว้าง ๔ เซนติเมตร มีลักษณะดังนี้

นายทหารสัญญาบัตรชั้นจอมพลและนายพล ใช้สักหลาดสีบานเย็น

ที่กึ่งกลางผ้าพันหมวกมีแถบสีดำ กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ๒ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕

เซนติเมตร

นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพัน นายร้อย

และนายทหารประทวนชั้นนายดาบ ใช้สักหลาดสีน้ำเงิน ขลิบริมสีแดงกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

นักเรียนนายร้อย ใช้สักหลาดสีแดง

นักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทยศาตร์พระมงกุฎเกล้า

ใช้สักหลาดสีเขียวเข้ม

นักเรียนทหารแผนที่ ใช้สักหลาดสีเขียว

นักเรียนนายร้อยสำรอง ใช้สักหลาดสีน้ำเงิน

นายทหารประทวน นักเรียนนายสิบ และพลทหาร ใช้สักหลาก

หรือผ้าสีเดียวกับหมวกขลิบสีแดงกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

(๖) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว มีตราหน้าหมวกและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว

เว้นแต่สายรัดคางมีลักษณะดังนี้

นายทหารสัญญาบัตร นายดาบ จ่านายสิบ

และนักเรียนนายทหารใช้แถบไหมทอง

นายสิบ นักเรียนนายสิบและพลทหาร

ใช้หนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๗) หมวกทรงหม้อตาลสีน้ำเงินดำ มีตราหน้าหมวกและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(๘) หมวกทรงหม้อตาลสีดำ

มีตราหน้าหมวกและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(๙) หมวกทรงหม้อตาลสีฟ้าหม่น

มีตราหน้าหมวกและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(๑๐) หมวกทรงหม้อตาลสีเทา มีตราหน้าหมวกและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(๑๑) หมวกยอด ตัวหมวกสีขาว

ยอดหมวกและสายรัดคางโซ่ถักทำด้วยโลหะสีทอง ด้านหน้าหมวกมีตรา

และยอดหมวกมีพู่ตามสังกัดและโอกาสดังนี้

ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีตราราชวัลลภ ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ

มีพู่สีดำ

ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีตราครุฑพ่าห์ ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ

มีพู่สีบานเย็น

ทหารในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ มีตราครุฑพ่าห์

ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ มีพู่สีดำ

ทหารในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์

มีตราพระมหามงกุฎเพชราวุธ ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ มีพู่สีน้ำเงินดำ

ทหารในกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีตรามหาจักรีภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ

ประดับแพรแถบสะบัดสองชาย กระหนาบด้วยฉัตรเจ็ดชั้น มีคชสีห์อัญเชิญฉัตรทางเบื้องขวา

ราชสีห์อัญเชิญฉัตรทางเบื้องซ้าย ตรงกลางมีโล่ ภายในโล่ส่วนบนมีรูปเอราวัณ

ส่วนล่างด้านขวางมีรูปเสือโคร่ง ส่วนล่างด้านซ้ายมีรูปคบเพลิง

ทั้งหมดรองรับด้วยแพรแถบสะบัดสองชาย บนแพรแถบมีคำว่า “กรมทหารราบที่ ๑๒

รักษาพระองค์” ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศมีพู่สีดำ

ทหารในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีตรามหาจักรีภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ

ประดับแพรแถบสะบัดสองชาย กระหนาบด้วยฉัตรเจ็ดชั้นมีคชสีห์อัญเชิญฉัตรทางเบื้องขวา

ราชสีห์อัญเชิญฉัตรทางเบื้องซ้าย ตรงกลางมีโล่ ภายในโล่ส่วนบนมีรูปเอราวัณ

ส่วนล่างด้านขวามีรูปเสือโครง ส่วนล่างด้านซ้ายมีรูปคบเพลิง

ทั้งหมดรองรับด้วยแพรแถบสะบัดสองชาย บนแพรแถบมีคำว่า “นวมินทราชินี”

ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ มีพู่สีดำ

ทหารในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ มีตราครุฑพ่าห์

ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ มีพู่สีเลือดหมู

ทหารในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีตราครุฑพ่าห์ ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ

มีพู่สีฟ้าหม่น แต่ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศในโอกาสขี่ม้า

ให้ใช้หมวกยอดมีตัวหมวกเป็นทรงสูงสีเงิน ยอดหมวกเป็นรูปดอกบัวตูม ทำด้วยโลหะสีทอง

มีพู่สีฟ้าหม่น ด้านหน้าหมวกมีตราครุฑพ่าห์มีรูปช่อชัยพฤกษ์

และสายรัดคางโซ่ถักทำด้วยโลหะสีทอง

ปลายสายรัดคางมีดุมโลหะสีทองรูปดอกมะเขือติดที่ริมขอบหมวกข้างละ ๑ ดุม

ด้านหลังหมวกจากกึ่งกลางหมวกถึงขอบหมวกมีแนวดอกมะเขือ ทำด้วยโลหะสีทอง

ทหารในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีตราครุฑพ่าห์ ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ

มีพู่สีฟ้าหม่น แต่ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศในโอกาสขี่ม้า

ให้ใช้หมวกยอดมีตัวหมวกเป็นโลหะทรงสูงสีเงิน

ยอดหมวกเป็นรูปดอกบัวตูมทำด้วยโลหะสีทอง มีพู่สีฟ้าหม่น ด้านหน้าหมวกมีตราครุฑพ่าห์

มีรูปช่อชัยพฤกษ์ และสายรัดคางโซ่ถักทำด้วยโลหะสีทอง

ปลายสายรัดคางมีดุมโลหะสีทองรูปดอกมะเขือติดที่ริมขอบหมวกข้างละ ๑ ดุม

ด้านหลังหมวกจากกึ่งกลางหมวกถึงขอบหมวกมีแนวดอกมะเขือ ทำด้วยโลหะสีทอง

ทหารม้าในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ มีตราพระราชลัญจกร

ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ มีพู่สีฟ้าหม่น ให้ใช้หมวกยอด มีตัวหมวกเป็นทรงสูงสีขาว

ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศในโอกาสขี่ม้า ให้ใช้หมวกยอด

มีตัวหมวกเป็นโลหะทรงสูงสีเงิน ยอดหมวกเป็นรูปดอกบัวตูมทำด้วยโลหะสีทอง

มีพู่สีฟ้าหม่นด้านหน้าหมวกมีตราพระราชลัญจกรอยู่เหนือช่อลายรักร้อย และสายรัดคางโซ่ถักทำด้วยโลหะสีทอง

ปลายสายรัดคางมีดุมโลหะสีทองรูปดอกมะเขือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร

ติดที่ริมขอบหมวกข้างละ ๑ ดุม ด้านหลังหมวกจากกึ่งกลางถึงขอบหมวกมีแนวดอกมะเขือ

ทำด้วยโลหะสีทอง

ทหารในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ มีตราครุฑพ่าห์

ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ มีพู่สีดำ

ทหารในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตรามหาจักรีภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ

ประดับแพรแถบสะบัดสองชาย กระหนาบด้วยฉัตรเจ็ดชั้นมีคชสีห์อัญเชิญฉัตรทางเบื้องขวา

ราชสีห์อัญเชิญฉัตรทางเบื้องซ้าย ตรงกลางมีโล่ ภายในโล่ส่วนบนมีรูปเอราวัณ

ส่วนล่างด้านขวามีรูปเสือโคร่ง ส่วนล่างด้านซ้ายมีรูปคบเพลิง

ทั้งหมดรองรับด้วยแพรแถบสะบัดสองชาย บนแพรแถบมีคำว่า “นวมินทราชินี”

ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ พู่สีดำ

ทหารในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์ มีตราครุฑพ่าห์

ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ มีพู่สีดำ

ทหารในหน่วยทหารสื่อสารรักษาพระองค์ มีตราครุฑพ่าห์

ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ มีพู่สีม่วงเม็ดมะปราง

ทหารในกรมทหารขนส่งรักษาพระองค์ มีตราครุฑพ่าห์

ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ มีพู่สีดำ

นายทหารสัญญาบัตรในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าและนักเรียนนายร้อย มีตราราชวัลลภ

ถ้าแต่งเครื่องแบบเต็มยศ มีพู่สีดำ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เสื้อ

มี ๑๐ แบบ คือ

(๑) เสื้อคอพับสีกากีแกมเขียว ที่คอและแนวสาบอกมีดุม ๕ ดุม

แขนยาวรัดข้อมือขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ที่อกมีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มีแถบ

มีปกขัดดุมข้างละ ๑ ดุม มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม

กับมีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ ๑ ดุม

ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนขนาดเล็กทำด้วยวัตถุสีกากีแกมเขียว

เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้อไว้ภายในกางเกง

สำหรับนายทหารสัญญาบัตร นักเรียนนายทหาร

นายทหารประทวนและนักเรียนนายสิบ ถ้ามิได้บังคับแถวหรือประจำแถว

จะผูกผ้าผูกคอสีกากีแกมเขียวเงื่อนกะลาสีสอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่

๒ ก็ได้ แต่ในโอกาสไว้ทุกข์ให้ใช้ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี

ในบางโอกาสเสื้อนี้จะใช้แขนสั้นเพียงข้อศอกก็ได้

(๒) เสื้อคอพับสีกากีนวลแกมเขียว ที่คอและแนวสาบอกมีดุม ๕

ดุม แขนสั้นเพียงข้อศอกที่อกมีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มีแถบ

มีปกขัดดุมข้างละ ๑ ดุม มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม

กับมีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ ๑ ดุม

ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนขนาดเล็กทำด้วยวัตถุสีกากีนวลแกมเขียว เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้อไว้ภายในกางเกง

(๓) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว มี ๒ ชนิด คือ

(ก) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว

ชนิด ๔ กระเป๋า ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพก ปกเสื้อแบะมุมปกแหลม

ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอดไม่มีสาบ มีดุม ๕ ดุม แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอก

ที่ปลายแขนเสื้อทั้งสองตรงด้านในชิดลำตัวติดแผ่นรัดข้อมือขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร

ยาว ๑๐ เซนติเมตร ห่างจากปลายแขนเสื้อพองาม

ชายเป็นรูปสี่เหลี่ยมชี้ไปทางด้านหลังขัดดุม ๑ ดุม ติดกับแขนเสื้อในแนวเดียวกัน

มีดุมอีก ๑ ดุม สำหรับรัดปลายแขนเสื้อ ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒

กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ ไม่มีแถบ มีปกรูปเหลี่ยม มุมปกเสมอกัน

ขัดดุมตรงกลางปก ๑ ดุม มุมกระเป๋าตัดมนพองาม กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามยืดชาย

ตัวกระเป๋าพับจีบตรงกลางมุมกระเป๋าตัดมนพองาม มีปกรูปสี่เหลี่ยม

มุมปกเยื้องเฉียงต่ำไปทางข้างตัวเล็กน้อยพองามขัดดุม ๒ ดุม

ตรงมุมปกด้านล่างตัวเสื้อด้านหลังในแนวเอวติดแผ่นรัดเอวขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว

๑๐ เซนติเมตร สองแผ่นชายเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางด้านหน้า ขัดดุม ๑ ดุม

ติดกับตัวเสื้อในแนวเดียวกันมีดุมที่ตะเข็บข้างอีกข้างละ ๑ ดุม สำหรับรัดเอว

ดุมทิ้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร

ทำด้วยวัตถุสีกากีแกมเขียว เมื่อสวมเสื้อนี้ให้ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกง

แต่ในบางโอกาสจะสวมโดยสอดชายเสื้อไว้ในกางเกง

หรือจะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้นไว้เหนือข้อศอกก็ได้

(ข) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว

ชนิด ๒ กระเป๋า ปกเสื้อแบะมุมปกแหลม ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอดไม่มีสาบ

ที่คอและแนวอกมีดุม ๖ ดุม แขนยาวรูปทรงกระบอกที่อกมีกระเป๋าข้างละ ๑ กระเป๋า

เป็นกระเป๋าปะไม่มีแถบ มีปกขัดดุมข้างละ ๑ ดุม

มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม

ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัตถุสีกากีแกมเขียวชายไม่มีเว้า

เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้อไว้ภายในกางเกง ในบางโอกาสที่ไม่เป็นพิธีการ

จะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้งสองไว้เหนือข้อศอกก็ได้

(๔)

เสื้อสนามคอเปิดสีกากีแกมเขียว ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพก

ปกเสื้อแบะมุมปกแหลมที่บ่ามีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ ๑ ดุม

ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอดไม่มีสาบ มีดุม ๖ ดุม แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอก

ที่ปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างตรงด้านในชิดลำตัวติดแผ่นรัดข้อมือขนาดกว้าง ๔

เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร

ห่างจากปลายแขนเสื้อพองามชายเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางด้านหลังขัดดุม ๑ ดุมติดกับแขนเสื้อในแนวเดียวกันมีดุมอีก

๑ ดุม สำหรับรัดปลายแขนเสื้อ

ที่แขนเสื้อด้านขวาเหนือข้อศอกมีกระเป๋าปะขนาดเล็กขยายได้ มีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม

๑ ดุม ที่แขนเสื้อด้านซ้ายเหนือข้อศอกมีที่เหน็บปากกา

ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าบนและกระเป๋าล่างข้างละ ๒ กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะยืดรูปสี่เหลี่ยมชายข้างทั้งสองข้างพับจีบเพื่อให้ขยายได้

ชายล่างเย็บติดกับตัวเสื้อ มีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม ๒ ดุม

กระเป๋าล่างให้ชายล่างของกระเป๋าอยู่ชิดกับตะเข็บชายเสื้อ

ตัวเสื้อด้านหลังในแนวเอวติดแผ่นรัดเอวขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร

สองแผ่นชายเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางด้านหลัง ขัดดุม ๑ ดุม

ติดกับตัวเสื้อในแนวเดียวกันมีดุมอีกข้างละ ๑ ดุม สำหรับรัดเอว

ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร

ทำด้วยวัตถุสีกากีแกมเขียว

รังดุมทั้งหมดให้ซ่อนไว้ภายในเสื้อและด้านในของฝากระเป๋าเมื่อสวมเสื้อนี้ให้ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกง

แต่ในบางโอกาสจะสวมโดยสอดชายเสื้อไว้ในกางเกง

หรือจะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้นไว้เหนือข้อศอกก็ได้

นอกจากนี้จะใช้แถบแปรงไนล่อน-สักหลาด

แทนการขัดดุมที่แผ่นรัดมือและที่แผ่นรัดเอวก็ได้

(๕)

เสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากีแกมเขียว แบบคอป้าน มีตะเข็มหลัง ๓ ตะเข็บ

ที่ตะเข็บกลางเปิดชายเสื้อไว้ถึงแนวเอว ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๔ ดุม

ด้านหน้ามีกระเป่าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ

มีแถบตรงกึ่งกลางตามทางดิ่ง มีปกรูปมน ชายกลางแหลมกระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่าม

มีปกรูปตัดชายใน ปกกระเป๋าทั้งสี่ขัดดุมโลหะสีทองขนาดกลาง กระเป๋าละ ๑ ดุม

และมีอินทรธนูอ่อนขัดดุม โลหะสีทองขนาดเล็กข้างละ ๑ ดุม

เสื้อแบบนี้ให้ใช้กับเสื้อคอพับสีกากีนวลแกมเขียวแขนยาว

ผูกผ้าผูกคอสีกากีแกมเขียวเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

แต่ในโอกาสไว้ทุกข์ให้ใช้ผ่าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี

(๖) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๕ ดุม

ด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะกระเป๋าบนมีปกรูปมน

ชายกลางแหลม กระเป๋าล่างไม่มีปก สำหรับนายทหารประทวนชั้นนายสิบ นักเรียนนายสิบ

และพลทหาร มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็กข้างละ๑ ดุม

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรนักเรียนนายทหาร และนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

ใช้อินทรธนูแข็ง

เว้นแต่นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบเมื่อปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องใช้อาวุธปืนเล็กยาวประกอบ

จะใช้อินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทอง ขนาดเล็กข้างละ ๑ ดุมก็ได้ เฉพาะนักเรียนนายร้อย

เมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์

และนักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

เมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศหรือเครื่องแบบเต็มยศให้มีกรีทองเหลืองที่บั้นเอวเสื้อทั้งสองข้าง

นายทหารสัญญาบัตรสังกัดกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าและนักเรียนนายร้อย

เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศให้มีปลอกคอเสื้อและปลอกข้อมือเสื้อทำด้วยสักหลาดสีแดง

มีลักษณะดังนี้

นักเรียนนายร้อย

ที่ปลายปลอกคอโดยรอง มีแถบไหมสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร และรอบนอกแถบมีลวดไหมสีทองขด

กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ที่ต้นปลอกข้อมือโดยรอบมีแถบไหมสีทอง ๒ แถบ กว้างแถบละ ๑

เซนติเมตร ห่างกัน ๑ เซนติเมตร ด้านนอกของแถบมีแถบไหมสีทองทั้งสองแถบ

มีลวดไหมสีทองขด กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ที่ปลอกข้อมือด้านนอกใต้แถบทั้งสองข้างมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร

ภายใต้พระมหามงกุฎ ทำด้วยโลหะสีทอง

นายดาบและนายทหารสัญญาบัตรชั้นนายร้อย

ที่ปลายปลอกคอและที่ต้นปลอกคอมีแถบไหมสีทองกว้างแถบละ ๑ เซนติเมตร

ริมนอกของแถบไหมสีทองด้านปลายปลอกคอมีลวดไหมสีทองขดกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ที่ต้นปลอกข้อมือโดยรอบมีแถบไหมสีทอง ๒ แบบ กว้างแถบละ ๑ เซนติเมตร ห่างกัน ๑

เซนติเมตร ด้านนอกของแถบไหมทองทั้งสองแถบ มีลวดไหมทองขด กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ที่ปลอกข้อมือด้านนอกใต้แถบทั้งสองข้าง มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร

ภายใต้พระมหามงกุฎ ทำด้วยโลหะสีทอง

นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพันขึ้นไป

ที่ปลายปลอกคอและที่ต้นปลอกคอโดยรอบมีแถบไหมสีทองกว้างแถบละ ๑ เซนติเมตร

และถัดจากแถบไหมสีทองด้านปลายปลอกคอเข้ามา ๐.๕ เซนติเมตร มีแถบไหมทอง กว้าง ๐.๕

เซนติเมตร อีก ๑ แถบ ริมนอกของแถบไหมสีทองด้านปลายปลอกคอมีลวดไหมสีทองขด กว้าง ๐.๕

เซนติเมตร ที่ต้นปลอกข้อมือโดยรอบ มีแถบไหมทอง ๓ แบบ แถบริม ๒ แถบ กว้างแถบละ ๑

เซนติเมตร แถบกลางกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ห่างกัน ๐.๕ เซนติเมตร

ริมนอกของแถบไหมสีทองมีลวดไหมสีทองขด กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ที่ปลอกข้อมือด้านนอกใต้แถบทั้งสองข้าง มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร

ภายใต้พระมหามงกุฎ ทำด้วยโลหะสีทอง

(๗) เสื้อชั้นนอกเปิดอกสีขาว

มีตะเข็มหลัง ๔ ตะเข็ม คอแบะกว้างไม่น้อยกว่า ๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๖.๕

เซนติเมตร ไม่มีบาก กลมมนจนถึงชายพับแหลมใต้อกปาดเอว

ด้านหน้าระหว่างชายคอพับกับชายเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ข้างละ ๒ ดุม ตามทางดิ่ง

และที่ใต้ชายพับแหลมมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ข้างละ ๑ ดุม มีสายสร้อยสีทองร้อยติดกัน

เสื้อแบบนี้ใช้อินทรธนูแข็ง

และให้ใช้เสื้อและเครื่องประกอบ แล้วแต่กรณี คือ

(ก) เสื้อกั๊กสีขาว

หน้าอกเว้ามีปก ชายล่างสุดของเสื้อบากเป็นรูปสามเหลี่ยม

ระหว่างหน้าอกกับชายเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๓ ดุม

(ข) เชิ้ตอกแข็งสีขาว

หรือเชิ้ตอกจีบสีขาว แขนยาว ข้อมือแข็งขัดดุม คอแข็งชั้นเดียว แบบปีกผีเสื้อ

ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนหูกระต่าย

(ค) เชิ้ตอกอ่อนสีขาว แขนยาว

ข้อมือพับขัดดุม ที่แนวอกมีสาบ คอพันผูกผ้าผูกคอสีดำ เงื่อนหูกระต่าย

(ง)

แพรแถบรัดเอวสีเดียวกับสาบอินทรธนูกึ่งกลางด้านหน้า กว้าง ๑๒ เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้าง

กว้าง ๑๑ เวนติเมตร ยาวเท่าขนาดเอวของผู้ใช้

(๘)

เสื้อชันนอกเปิดอกสีน้ำเงินดำ

ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกเปิดอกสีขาว

(๙) เสื้อเต็มยศรักษาพระองค์

(ก) ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้เสื้อทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีแดง

ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุมคอและข้อมือทำด้วยกำมะหยี่สีดำ

ที่ปลายคอโดยรอบมีแถบสีเหลือง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ๑ แถบ

ที่ข้อมือด้านนอกปักรูปอักษร สพปมจ สีเหลืองและสีขาวไขว้กัน ใต้รูปอักษรมีแถบกว้าง

๐.๕ เซนติเมตร รอบข้อมือเป็นแถบสีเหลือง ๒ แถบ และแถบสีขาวอยู่กลาง ๑ แถบ

ที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางข้างละ ๑ ดุม

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบและนายทหารสัญญาบัตร

มีส่วนประกอบเพิ่มขึ้นดังนี้

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

มีกระเป๋าหลัง ๒ ข้าง ปากกระเป๋าทำด้วยกำมะหยี่สีดำที่คอด้านหน้า

ที่ข้อมือใต้แถบโดยรอบและที่ปากกระเป๋าหลังปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

นายทหารสัญญาบัตร

มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

เว้นแต่ที่คอโดยรอบปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

แถบ รูปอักษร และช่อชัยพฤกษ์

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนใช้ไหมสีเหลืองและไหมสีขาว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้ดิ้นทองและดิ้นเงิน

เสื้อแบบนี้สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบ

มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

และนายทหารสัญญาบัตร มีอินทรธนูแข็ง

(ข) ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ใช้เสื้อทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จชนิดหนาสีขาว ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗

ดุม ปลอกคอและปลอกข้อมือทำด้วยสักหลาดสีบานเย็น ที่ต้นและปลายปลอกคอโดยรอบมีแถบ

กว้าง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ ที่ต้นปลอกข้อมือโดยรอบมือแถบ กว้าง ๑ เซนติเมตร ๒ แถบ

ที่ปลอกข้อมือด้านนอกใต้แถบทั้งสองข้าง ปักรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ว

ภายใต้พระมหามงกุฎสีเหลือง สูง ๕ เซนติเมตร ที่บั้นเอวมีกรีทองเหลืองทั้งสองข้าง

และที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางข้างละ ๑ ดุม

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

นายดาบ และนายทหารสัญญาบัตร มีส่วนประกอบเพิ่มขึ้นดังนี้

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบและนายดาบ

ที่กลางชายเสื้อด้านหลังเปิดชายเสื้อถึงแนวเอวที่แนวตะเข็บหลังข้างรอยเปิดทั้งสองข้าง

มีกระเป๋าหลังทำด้วยผ้าสักหลาดสีบานเย็นด้านล่าง กว้างข้างละ ๗.๕ เซนติเมตร

เรียวไปทางด้านบนสูง ๑๙ เซนติเมตร ด้านกลางและด้านโค้ง มีขอบเป็นแถบสีเหลืองกว้าง

๑ เซนติเมตร สองแถบเว้นระยะระหว่างแถบ ๑ เซนติเมตร

นายทหารสัญญาบัตรมีส่วนประกอบเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบและนายดาบ

เว้นแต่รอบนอกแถบทั้งหมดมีลวดไหมทองขด

และที่ปลอกคอปลอกข้อมือและกระเป๋าหลังมีแถบกลาง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร เพิ่มขึ้น ๑

แถบ

แถบสำหรับพลทหารและนายทหารประทวน

ใช้แถบไหมสีเหลือง สำหรับนายดาบและนายทหารสัญญาบัตรใช้แถบไหมทอง

ส่วนรูปอักษรสำหรับพลทหาร

และนายทหารประทวนปักด้วยไหมสีเหลืองสำหรับนายดาบและนายทหารสัญญาบัตร

ปักด้วยดิ้นทอง

เสื้อแบบนี้สำหรับพลทหาร

และนายทหารประทวนชั้นนายสิบ มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ นายดาบ และนายทหารสัญญาบัตร มีอินทรธนูแข็ง

(ค) ทหารในกรมทหารราบที่ ๒

รักษาพระองค์

ใช้เสื้อทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเขียวที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุม

ปลอกคอและปลอกข้อมือทำด้วยกำมะหยี่สีดำ ที่ปลายปลอกคอโดยรอบมีแถบสีเหลือง กว้าง

๐.๕ เซนติเมตร ๑ แถบ ที่ปลอกข้อมือด้านนอกปักเป็นรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร

สีเหลือง อยู่ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี

ด้านข้างรูปอักษรทั้งสองด้านมีช่อชัยพฤกษ์ด้านละ ๑ ช่อ ด้านใต้รูปอักษรมีแถบสีเงิน

กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร รอบข้อมือ ๓ แถบ ที่ปลอกข้อมือด้านบนมีแถบสีเหลืองโดยรอบ ๑

แถบ ที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางข้างละ ๑ ดุม

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบและนายทหารสัญญาบัตรมีส่วนประกอบเพิ่มขึ้นดังนี้

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

ที่กลางชายเสื้อด้านหลังเปิดชายเสื้อถึงแนวเอว

ที่แนวตะเข็บหลังข้างรอยเปิดทั้งสองข้าง มีช่อชัยพฤกษ์ปันบนกำมะหยี่สีดำข้างละ ๓

ช่อ ที่คอด้านหน้าและที่ข้อมือใต้แถบโดยรอบปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

นายทหารสัญญาบัตรมีส่วนประกอบเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

เว้นแต่ที่คอโดยรอบปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

แถบ รูปอักษร และช่อชัยพฤกษ์

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนให้ไหมสีเหลืองและไหมสีขาว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้ดิ้นทองและดิ้นเงิน

เสื้อแบบนี้สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบ

มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

และนายทหารสัญญาบัตร มีอินทรธนูแข็ง

(ง) ทหารในกรมทหารราบที่ ๑๑

รักษาพระองค์ ใช้เสื้อทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินแก่

ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุม ที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลาง

ข้างละ ๑ ดุม ที่คอโดยรอบและที่ข้อมือโดยรอบมีแถบสองแถบ แถบบนกว้าง ๑ เซนติเมตร

แถบล่างกว้าง ๒ เซนติเมตร และที่เอวด้านหลังมีแถบ กว้าง ๑ เซนติเมตร ข้างละ ๑ แถบ

ที่ข้อมือด้านนอกใต้แถบทั้งสองข้าง มีปักอักษรประปรมาภิไธยย่อ ภปร

ภายใต้พระมหามงกุฎ ด้วยไหม

แถบ รูปอักษร

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวน ใช้ไหมสีเหลือง สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้ไหมทอง

และมีแถบทำด้วยไหมเงิน กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

คั่นกลางระหว่างแถบไหมทองที่คอโดยรอบและข้อมือโดยรอบ

เสื้อแบบนี้สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบ

มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบและนายทหารสัญญาบัตรมีอินทรธนูแข็ง

(จ) ทหารในกรมทหารราบที่ ๑๒

รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ใช้เสื้อคอปิดทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีฟ้า ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุม

ปลอกคอทำด้วยกำมะหยี่สีดำ มีขอบเป็นแถบสีเหลือง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ๑ แถบ

ปลอกแขนทำด้วยกำมะหยี่สีดำ ด้านนอกปักเป็นรูปอักษรพระนามาภิไธยย่อ สก

สีเหลืองและสีขาวไขว้กันอยู่ใต้มงกุฎขัตติยนารี

ด้านข้างรูปอักษรทั้งสองด้านมีช่อชัยพฤกษ์ด้านละ ๑ ช่อ ด้านใต้รูปอักษรมีแถบกว้าง

๐.๕ เซนติเมตร รอบข้อมือ ๓ แถบ เป็นแถบสีเหลือง ๒ แถบ และแถบสีขาวอยู่กลาง ๑ แถบ

เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๒๕ เซนติเมตร ที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางข้างละ ๑

ดุม

สำหรับนายทะเบียนประทวนชั้นจ่านายสิบและนายทหารสัญญาบัตร

มีส่วนประกอบเพิ่มขึ้นดังนี้

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

กลางชายเสื้อด้านหลังเปิดชายเสื้อถึงแนวเอว ที่แนวตะเข็บหลังข้างรอยเปิดทั้งสองข้าง

มีผ้าสักหลาดหรือเสิร์จสีดำเรียวไปทางด้านบนเย็บติด

ภายในปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์ข้างละ ๓ ช่อ

ที่คอด้านหน้าและที่ข้อมือใต้แถบโดยรอบปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

นายทหารสัญญาบัตรมีส่วนประกอบเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

เว้นแต่ที่คอโดยรอบปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

แถบ รูปอักษร และช่อชัยพฤกษ์

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนใช้ไหมสีเหลืองและไหมสีขาว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้ดิ้นทองและดิ้นเงิน

เสื้อแบบนี้สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบ

มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

และนายทหารสัญญาบัตร มีอินทรธนูแข็ง

(ฉ) ทหารในกรมทหารราบที่ ๒๑

รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ใช้เสื้อทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีม่วง ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุม

ปลอกคอและปลอกข้อมือทำด้วยกำมะหยี่สีดำ ที่ปลายปลอกคอโดยรอบมีแถบสีเหลือง กว้าง

๐.๕ เซนติเมตร ๑ แถบ ที่ปลอกข้อมือด้านนอกปักเป็นรูปอักษรพระนามาภิไธยย่อ สก

สีเหลืองและสีขาวไขว้กันอยู่ใต้มงกุฎขัตติยนารี

ด้านข้างรูปอักษรทั้งสองด้านมีช่อชัยพฤกษ์ด้านละ ๑ ช่อ ด้านใต้รูปอักษรมีแถบกว้าง

๐.๕ เซนติเมตร รอบข้อมือ ๓ แถบ เป็นแถบสีเหลือง ๒ แถบ และแถบสีขาวอยู่กลาง ๑ แถบ

เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๒๕ เซนติเมตร ที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางข้างละ ๑

ดุม

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

และนายทหารสัญญาบัตร มีส่วนประกอบเพิ่มขึ้นดังนี้

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ มีกระเป๋าหลัง

๒ ข้าง ปากกระเป๋าทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีดำ ที่คอด้านหน้า

ที่ข้อมือใต้แถบโดยรอบและที่ปากกระเป๋าหลังปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

ทหารสัญญาบัตรมีส่วนประกอบเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

เว้นแต่ที่คอโดยรอบปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

แถบ รูปอักษร และช่อชัยพฤกษ์

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนมีไหมสีเหลืองและไหมสีขาว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้ดิ้นทองและดิ้นเงิน

เสื้อแบบนี้สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบมีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ และนายทหารสัญญาบัตร มีอินทรธนูแข็ง

(ช) ทหารในกรมทหารราบที่ ๓๑

รักษาพระองค์ ใช้เสื้อคอปิดทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ

ที่แนวอกมีดุมโละหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุม ปลอกคอทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเลือดหมู

มีขอบเป็นแถบไหมสีทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ๑ แถบ

ปลอกแขนทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเลือดหมูเย็บติดปลายแขนเสื้อทั้ง ๒ ข้าง

มีความยาวจากปลายแขนถึงปลายปลอกแขนด้านนอก ๑๖.๕ เซนติเมตร

ปลอกแขนท่อนล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมสูง ๔ เซนติเมตร มีแถบไหมสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

สองแถบติดห่างกัน ๑.๕ เซนติเมตร และให้แถบไหมสีทองด้านล่างห่างจากปลายแขนเสื้อ ๐.๕

เซนติเมตร ปลอกแขนท่อนบนเป็นรูปสามเหลี่ยมสูง ๑๒.๕ เซนติเมตร

ด้านนอกมีขอบเป็นไหมสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ด้านละ ๑ แถบ

ภายในรูปสามเหลี่ยมมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ

และมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานขนาบด้านละ ๑ ช่อ ทั้งพระปรมาภิไธยย่อ ภปร พระมหาพิชัยมงกุฎและลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตาน

ปักด้วยไหมสีทอง

ที่บั้นเอวมีกรีทองเหลืองทั้งสองข้างที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางข้างละ ๑

ดุม

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

และนายทหารสัญญาบัตร มีส่วนประกอบเพิ่มขึ้นดังนี้

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ กลางชายเสื้อด้านหลังเปิดชายเสื้อถึงแนวเอว

ที่แนวตะเข็บหลังจากด้านล่างขึ้นไปทั้งสองข้าง

มีผ้าสักหลาดหรือเสิร์จสีเลือดหมูกว้าง ๘ เซนติเมตร เรียวไปทางด้านบน สูง ๑๘

เซนติเมตร เย็บติดด้านโค้งมีขอบเป็นแถบไหมสีทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ๑ แถบ

ภายในมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยไหมสีทองข้างละ ๒ ช่อ ทั้งสองข้าง

ที่ปลอกคอด้านหน้ามีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยไหมสีทองข้างละ ๑ ช่อ

ปลอกแขนทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเลือดหมูเย็บติดปลายแขนเสื้อทั้งสองข้าง

มีความยาวจากปลายแขนถึงปลายแปลอกแขนด้านนอก ๒๓.๕ เซนติเมตร ปลอกแขนท่อนล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยม

สูง ๑๑ เซนติเมตร แบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนล่างสูง ๘.๕ เซนติเมตร มีแถบไหมสีทอง กว้าง

๑ เซนติเมตร ๑ แถบ

ติดที่ด้านบนใต้แถบไหมสีทองมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยไหมสีทองรอบแขนเสื้อด้านล่างมีแถบไหมสีทอง

กว้าง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ ติดห่างจากปลายแขนเสื้อ ๐.๕ เซนติเมตร ส่วนบน สูง ๒.๕

เซนติเมตร มีแถบไหมสีขาว กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ๑ แถบ และแถบไหมสีทองกว้าง ๑

เซนติเมตร ๑ แถบ ติดห่างกัน ๐.๕ เซนติเมตร และห่างจากส่วนล่าง ๐.๕ เซนติเมตร

ติดรอบแขนเสื้อทั้งสองข้าง ปลอกแขนท่อนบนเป็นรูปสามเหลี่ยม สูง ๑๒.๕ เซนติเมตร

ด้านนอกมีขอบเป็นแถบไหมสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ด้านละ ๑ แถบ

ภายในรูปสามเหลี่ยมมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ

และมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานขนาบด้านละ ๑ ช่อ ทั้งพระปรมาภิไธยย่อ ภปร

พระมหาพิชัยมงกุฎ และลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยไหมสีทอง

นายทหารสัญญาบัตร

กลางชายเสื้อด้านหลังเปิดชายเสื้อถึงแนวเอว

ที่แนวตะเข็บหลังจากด้านล่างขึ้นไปทั้งสองข้าง เป็นกำมะหยี่สีเลือดหมู กว้าง ๘

เซนติเมตร เรียวไปทางด้านบน สูง ๒๒ เซนติเมตร ด้านโค้งมีขอบเป็นแถบดิ้นทอง กว้าง

๐.๕ เซนติเมตร ภายในมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทองข้างละ ๓ ช่อ

ทั้งสองข้าง ปลอกคอทำด้วยกำมะหยี่สีเลือดหมู มีขอบดิ้นทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ๑

แถบ ภายในมีลายช่อชัยพฤกษ์ ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทองรอบคอเสื้อ

ปลอกแขนทำด้วยกำมะหยี่สีเลือดหมูเย็บติดปลายแขนเสื้อทั้งสองข้าง

มีความยาวจากปลายแขนถึงปลายปลอกแขนด้านนอก ๒๕ เซนติเมตร

ปลอกแขนท่อนล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยม สูง ๑๑ เซนติเมตร แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนล่าง สูง

๘.๕ เซนติเมตร มีแถบดิ้นทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ

ติดที่ด้านบนใต้แถบดิ้นทองมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทอง

รอบแขนเสื้อด้านล่างมีแถบดิ้นทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ ติดห่างจากปลายแขนเสื้อ

๐.๕ เซนติเมตร ส่วนบน สูง ๒.๕ เซนติเมตร มีแถบดิ้นเงิน กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ๑ แถบ

และแถบดิ้นทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ ติดห่างกัน ๐.๕ เซนติเมตร

และห่างจากส่วนล่าง ๐.๕ เซนติเมตร ติดรอบแขนเสื้อทั้งสองข้าง

ปลอกแขนท่อนบนเป็นรูปสามเหลี่ยมสูง ๑๔ เซนติเมตร ด้านนอกมีขอบเป็นแถบดิ้นทอง กว้าง

๑ เซนติเมตร ๑ แถบ ถัดเข้าไปเป็นแถบดิ้นเงิน กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ๑ แถบ

ถัดจากแถบดิ้นเงินเข้าไปเป็นแถบดิ้นทองกว้าง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ ภายในรูปสามเหลี่ยมมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ

ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ และมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตาน ขนาบด้านละ ๑ ช่อ

ทั้งพระปรมาภิไธยย่อ ภปร

พระมหาพิชัยมงกุฎและลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทอง

เสื้อแบบนี้

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบมีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทอง ขนาดเล็ก

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบและนายทหารสัญญาบัตร มีอินทรธนูแข็ง

(ช)

ทหารในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ใช้เสื้อทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีฟ้าหม่น ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่สองแถว

แถวละ ๖ ดุม ที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางสองแถว แถวละ ๓ ดุม

ที่ปลายคอโดยรอบและที่ข้อมือโดยรอบมีแถบ กว้าง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ

ที่เอวด้านหลังมีแถบ กว้าง ๑ เซนติเมตร ข้างละ ๑ แถบ

ที่ข้อมือด้านนอกใต้แถบทั้งสองข้างมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ รร ๖ ภายใต้พระมหามงกุฎทำด้วยโลหะสีทอง

แถบสำหรับพลทหารและนายทหารประทวนใช้แบบไหมสีเหลือง

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้แถบไหมทอง

เสื้อแบบนี้

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบมีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทอง ขนาดเล็ก

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบและนายทหารสัญญาบัตร มีอินทรธนูแข็ง

(ฌ)

ทหารในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ใช้เสื้อทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีฟ้าหม่น ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่สองแถว

แถวละ ๖ ดุม ที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางสองแถว แถวละ ๓ ดุม

ที่ปลายคอโดยรอบและที่ข้อมือโดยรอบมีแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ

ที่เอวด้านหลังมีแถบ กว้าง ๑ เซนติเมตร ข้างละ ๑ แถบ

ที่ข้อมือด้านนอกใต้แถบทั้งสองข้างมีอักษรพระนามาภิไธยย่อ สว ทำด้วยโลหะสีทอง

แถบสำหรับพลทหารและนายทหารประทวนใช้แถบไหมสีเหลืองสำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้แถบไหมทอง

เสื้อแบบนี้ สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบ

มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบและนายทหารสัญญาบัตร มีอินทรธนูแข็ง

(ญ)

ทหารในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ใช้เสื้อคอปิดทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีฟ้าหม่น

ที่แผงอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่สองแถว แถวละ ๖ ดุม

ปลอกคอทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีแดงมีขอบเป็นแถบไหมทอง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร

ภายในมีช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยไหมทองโค้งรอบปลอกคอ

ปลอกแขนทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีแดงเป็นแถบ กว้าง ๑๐ เซนติเมตร

เย็บติดปลายแขนทั้งสองข้าง ด้านบนแถบมีขอบไหมทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร สองแถบ ห่างกัน

๑ เซนติเมตร ระหว่างแถบไหมทองมีลวดดิ้นเงินกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ใต้แถบไหมสีทองมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยไหมทองตลอดรอบแขนเสื้อ

ปลายขอบแขนเสื้อด้านนอกทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีแดงเป็นรูปสี่เหลี่ยมกว้าง ๘

เซนติเมตร สูง ๑๘ เซนติเมตร มีแถบไหมทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร ด้านในแถบมีดิ้นเงิน

กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร สูง ๑๘ เซนติเมตร มีแถบไหมทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร

ด้านในแถบมีดิ้นเงิน กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ตามแนวขอบโดยรอบรูปสี่เหลี่ยมภายในสี่เหลี่ยมมีช่อชัยพฤกษ์ปักด้วยไหมทอง

ขอบแขนชายเสื้อมีดุมขนาดเล็กติดตามมุมส่วนโค้งข้างละ ๓ ดุม

ที่บนแถบสี่เหลี่ยมปลายแขนทั้งสองข้าง มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร

ภายใต้พระมหามงกุฎทำด้วยโลหะสีทอง

บริเวณกลางชายเสื้อด้านหลังเปิดชายเสื้อถึงแนวเอว

ที่แนวตะเข็บหลังจากด้านล่างขึ้นไปทั้งสองข้างมีผ้าสักหลาดหรือเสิร์จสีแดง กว้าง ๑

เซนติเมตร มีดิ้นเงินด้านในแถบ กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ภายในมีช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยไหมทองทั้งสองข้าง

ตามมุมโค้งมีดุมขนาดกลางประดับข้างละ ๓ ดุม

แถบ รูปอักษร และช่อชัยพฤกษ์

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนใช้ไหมสีเหลือง สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้ดิ้นทอง

เสื้อแบบนี้

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบ มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ และนายทหารสัญญาบัตร มีอินทรธนูแข็ง

(ฎ)

ทหารในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ใช้เสื้อทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเหลืองที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุม

ปลอกคอและปลอกข้อมือทำด้วยสักหลาดสีดำ ที่ปลายปลอกคอโดยรอบมีแถบสีเหลือง ๒ แถบ

ที่ปลอกข้อมือด้านนอกปักเป็นรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร สีเหลือง

อยู่ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎด้านข้างรูปอักษรทั้งสองข้างมีลายกระหนกด้านละ ๑ ลาย

ด้านใต้รูปอักษรมีแถบ กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร รอบข้อมือ ๓ แถบ เป็นแถบสีเหลือง ๒ แถบ

และแถบสีขาวอยู่กลาง ๑ แถบ ที่ปลอกข้อมือด้านบนมีแถบสีเหลืองโดยรอบ ๑ แถบ

ที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลาง ข้างละ ๑ ดุม

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบและนายทหารสัญญาบัตรมีส่วนประกอบเพิ่มขึ้นดังนี้

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

ที่กลางชายเสื้อด้านหลังเปิดชายเสื้อถึงแนวเอว

ที่แนวตะเข็บหลังข้างรอยเปิดทั้งสองข้าง มีลายกระหนกปักบนสักหลาดสีดำข้างละ ๓ ลาย

ที่คอด้านหน้าและที่ข้อมือใต้แถบโดยรอบปักเป็นลายกระหนก

นายทหารสัญญาบัตรส่วนประกอบเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

เว้นแต่ที่คอโดยรอบปักเป็นลายกระหนก

แถบ รูปอักษร

และลายหนกสำหรับพลทหารและนายทหารประทวนใช้ไหมสีเหลืองและไหมสีขาว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้ดิ้นทองและดิ้นเงิน

เสื้อแบบนี้

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบ มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ และนายทหารสัญญาบัตร มีอินทรธนูแข็ง

(ฏ)

ทหารในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ใช้เสื้อคอปิดทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเหลือง ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗

ดุม ปลอกคอทำด้วยกำมะหยี่สีดำ ที่ขอบด้านบนโดยรอบมีแถบสีเหลืองกว่าง ๐.๕ เซนติเมตร

๑ แถบ

ปลอกแขนทำด้วยกำมะหยี่สีดำเย็บติดปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างด้านนอกปักเป็นรูปอักษรพระนามาภิไธยย่อ

สก ไขว้กันอยู่ภายใต้มงกุฎขัตติยนารี โดย ส ปักเป็นสีเหลือง ก ปักเป็นสีขาว

และใต้พระนามาภิไธยย่อ สก ทั้งสองข้างปักเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ข้างละหนึ่งช่อสีทอง

ใต้รูปอักษรมีแถบ กว้าง ๐.๗๕ เซนติเมตร รอบข้อมือ๓ แถบ ระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕

เซนติเมตร แถบที่อยู่กลางเป็นสีเงิน

สองแถบด้านข้างเป็นสีเหลืองที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางข้างละ ๑ ดุม

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบและนายทหารสัญญาบัตรมีส่วนประกอบเพิ่มขึ้นดังนี้

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

ที่ชายเสื้อด้านหลังตราแนวตะเข็บทั้ง ๒ ข้าง ผ่าตะเข็บตรงบริเวณเอวจนถึงล่างสุด

ที่ร้อยด้านเปิดทั้งสองข้าง

มีผ้ากำมะหยี่สีดำเรียวไปทางด้านบนเย็บติดภายในปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์ข้างละ ๓ ช่อ

ที่คอด้านหน้าและที่ข้อมือใต้แถบโดยรอบปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

นายทหารสัญญาบัตรมีสวนประกอบเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

เว้นแต่ที่ปลอกคอโดยรอบปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

แถบ รูปอักษร และช่อชัยพฤกษ์

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนใช้ไหมสีเหลืองและไหมสีขาว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้ดิ้นทองและดิ้นเงิน

เสื้อแบบนี้

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบ มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ และนายทหารสัญญาบัตร มีอินทรธนูแข็ง

(ฐ)

ทหารในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์ ใช้เสื้อทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จชนิดหนาสีขาว

ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุม

ปลอกคอและปลอกข้อมือทำด้วยสักหลาดสีดำที่ปลายปลอกคอโดยรอบมีแถบสีเหลือง กว้าง ๐.๕

เซนติเมตร ๑ แถบ ที่ปลอกมือด้านนอกปักเป็นรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร

สีเหลืองอยู่ภายใต้พระมหามงกุฎ ด้านข้างรูปอักษรทั้งสองด้านปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์ด้านละ

๑ ช่อ ด้านใต้รูปอักษรมีแถบ กว้าง ๐.๙ เซนติเมตร รอบข้อมือ ๓ แถบ เป็นแถบสีเหลือง

๒ แถบ และแถบสีขาวอยู่กลาง ๑ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๒๕ เซนติเมตร

ที่บั้นเอวมีกรีทองเหลืองทั้งสองข้าง และที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางข้างละ

๑ ดุม

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบและนายทหารสัญญาบัตร

มีส่วนประกอบเพิ่มขึ้นดังนี้

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

ที่กลางชายเสื้อด้านหลังเปิดชายเสื้อถึงแนวเอว

ที่แนวตะเข็บหลังข้างรอยเปิดทั้งสองข้าง มีช่อชัยพฤกษ์ปักบนสักหลาดสีดำข้างละ ๓

ช่อ ที่คอด้านหน้าและที่ข้อมือใต้แถบโดยรอบปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

นายทหารสัญญาบัตรมีส่วนประกอบเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

เว้นแต่ที่คอโดยรอบปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

แถบ รูปอักษร และช่อชัยพฤกษ์

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนใช้ไหมสีเหลืองและไหมสีขาว สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้ดิ้นทองและดิ้นเงิน

เสื้อแบบนี้

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบ มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก

สำหรับนายประทวนชั้นจ่านายสิบและนายทหารสัญญาบัตรมีอินทรธนูแข็ง

(ฑ)

ทหารในหน่วยทหารสื่อสารรักษาพระองค์ ใช้เสื้อคอปิดทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จชนิดหนาสีขาว

ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุม

ที่คอโดยรอบทำด้วยสักหลาดสีม่วงเม็ดมะปรางที่ปลายปลอกคอโดยรอบมีแถบสีเหลือง กว้าง

๐.๕ เซนติเมตร ๑ แถบ ข้อมือทำด้วยสักหลาดสีม่วงเม็ดมะปราง

ที่ข้อมือด้านนอกปักเป็นรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร สีเหลือง ภายใต้พระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

ด้านข้างรูปอักษรทั้งสองด้านมีลายช่อชัยพฤกษ์ด้านละ ๑ ช่อ

ด้านใต้รูปอักษรมีแถบสีเหลือง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร รอบข้อมือ ๓ แถบ

ที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางข้างละ ๑ ดุม

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบและนายทหารสัญญาบัตรมีส่วนประกอบเพิ่มขึ้นดังนี้

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

กลางชายเสื้อด้านหลังเปิดชายเสื้อถึงแนวเอว

ที่แนวตะเข็บหลังข้างรอยเปิดทั้งสองข้าง

มีลายช่อชัยพฤกษ์ปักบนกำมะหยี่สีม่วงเม็ดมะปรางข้างละ ๓ ช่อ

ที่คอด้านหน้าและที่ข้อมือใต้แถบโดยรอบปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

นายทหารสัญญาบัตรมีส่วนประกอบเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

เว้นแต่ที่คอโดยรอบปักเป็นลายช่อชัยพฤกษ์

แถบ รูปอักษร

และช่อชัยพฤกษ์สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนใช้ไหมสีเหลืองสำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้ดิ้นทอง

เสื้อแบบนี้

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบ มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่ายนายสิบและนายทหารสัญญาบัตรมีอินทรธนูแข็ง

(ฒ)

ทหารในกรมทหารขนส่งรักษาพระองค์ ใช้เสื้อคอปิดทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเลือดหมู

ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุม ปลอกคอทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีดำ กว้าง ๕

เซนติเมตร มีขอบเป็นแถบไหมสีทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ปลอกแขนทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีดำเย็บติดปลายแขนเสื้อทั้งสองข้าง

มีความยาวจากปลายแขนถึงปลายปลอกแขนด้านนอก ๑๗.๕ เซนติเมตร

ปลอกแขนท่อนล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยม สูง ๔ เซนติเมตร มีแถบไหมสีทอง กว้าง ๑

เซนติเมตร สอบแถบ ติดห่างกัน ๑.๕ เซนติเมตร ระหว่างแถบไหมสีทอง มีแถบไหมสีขาว

กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

อยู่ตรงกึ่งกลางและให้แถบไหมสีทองด้านล่างติดห่างจากปลายแขนเสื้อ ๐.๕ เซนติเมตร

ทั้งสองข้างปลอกแขนท่อนบนเป็นรูปสามเหลี่ยม สูง ๑๓.๕ เซนติเมตร

ด้านบนมีแถบไหมสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร ด้านละ ๑

แถบห่างจากขอบสักหลาดหรือเสริจ์สีดำ ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง

ภายในรูปสามเหลี่ยมมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร

ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎและมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานขนาบด้านละ ๑ ช่อ

ทั้งพระปรมาภิไธยย่อ ภปร พระมหาพิชัยมงกุฎ และลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยไหมสีทอง

ที่บั้นเอวมีกรีทองเหลืองทั้งสองข้างที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางข้างละ ๑

ดุม

สำหรับนายประทวนชั้นจ่านายสิบ

และนายทหารสัญญาบัตรมีส่วนประกอบเพิ่มขึ้นดังนี้

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

ชายเสื้อด้านหลังเปิดชายเสื้อถึงแนวเอว ที่แนวตะเข็บหลังจากด้านล่างขึ้นไปทั้งสองข้าง

มีผ้าสักหลาดหรือเสิร์จสีดำ กว้าง ๘ เซนติเมตร เรียวไปทางด้านบนสูง ๑๘ เซนติเมตร

เย็บติด ด้านโค้งมีขอบเป็นแถบไหมทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ภายในมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยไหมสีทอง ข้างละ ๒ ช่อ ทั้งสองข้าง

ที่ปลอกคอด้านหน้ามีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยไหมสีทอง ข้างละ ๑ ช่อ

ปลอกแขนทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีดำเย็บติดปลายแขนทั้งสองข้างมีความยาวจากปลายแขนถึงปลายปลอกแขนด้านนอก

๒๒ เซนติเมตร ปลอกแขนท่อนล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยม สูง ๙.๕ เซนติเมตร แบ่งเป็นสองส่วน

ส่วนล่าง สูง ๗ เซนติเมตร มีแถบไหมสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ

ตัดห่างจากปลายแขนเสื้อขึ้นไป ๖ เซนติเมตร

ใต้แถบไหมสีทองมีลายช่อขัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยไหมสีทองรอบแขนเสื้อทั้งสองข้าง

ส่วนบน สูง ๒.๕ เซนติเมตร มีแถบไหมสีขาว กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ๑ แถบ และแถบไหมสีทอง

กว้าง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ ติดห่างกัน ๐.๕ เซนติเมตร และห่างจากส่วนล่าง ๐.๕

เซนติเมตร ติดรอบแขนเสื้อทั้งสองข้าง ปลอกแขนท่อนบนเป็นรูปสามเหลี่ยมสูง ๑๒.๕

เซนติเมตร ด้านนอกมีขอบเป็นแถบไหมสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

ภายในรูปสามเหลี่ยมมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ

และมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตาน ขนาบด้านละ ๑ ช่อ ทั้งพระปรมาภิไธยย่อ ภปร

พระมหาพิชัยมงกุฎ และลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตาน ปักด้วยไหมสีทอง

นายทหารสัญญาบัตร

ชายเสื้อด้านหลังเปิดชายเสื้อถึงแนวเอวที่แนวตะเข็บหลังจากด้านล่างขึ้นไปทั้งสองข้างเป็นกำมะหยี่สีดำ

กว้าง ๘ เซนติเมตร เรียวไปทางด้านบน สูง ๒๒ เซนติเมตร ด้านโค้งมีขอบเป็นแถบดิ้นทอง

กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ภายในมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทองข้างละ ๓

ช่อ ทั้งสองข้าง ปลอกคอทำด้วยกำมะหยี่สีดำ มีขอบดิ้นทอง

ภายในมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทองรอบคอเสื้อ

ปลอกแขนทำด้วยกำมะหยี่สีดำเย็บติดปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างมีความยาวจากปลายแขนถึงปลายปลอกแขนด้านนอก

๒๓.๕ เซนติเมตร ปลอกแขนท่อนล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยม สูง ๑๑ เซนติเมตร มีแถบดิ้นทอง

กว้าง ๑ เซนติเมตร ติดห่างจากปลายแขนเสื้อขึ้นไป ๐.๕ เซนติเมตร

ถัดจากแถบดิ้นทองนี้ขึ้นไป ๖ เซนติเมตร มีแถบดิ้นทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

ระหว่างแถบดิ้นทองทั้งสองมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทองถัดจากแถบดิ้นทองแถบบนขึ้นไป

๑.๕ เซนติเมตร มีแถบดิ้นทองกว้าง ๑ เซนติเมตร อีก ๑ แถบ ระหว่างแถบดิ้นทองนี้มีแถบดิ้นเงิน

กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร อยู่ในแนวกึ่งกลางปลอกแขนท่อนบนเป็นรูปสามเหลี่ยม สูง ๑๒.๕

เซนติเมตร ด้านนอกมีขอบเป็นแถบดิ้นทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร สองแถบ ห่างกัน ๐.๕

เซนติเมตร ถัดเข้าไปเป็นแถบดิ้นเงิน กว่า ๐.๕ เซนติเมตร

ภายในรูปสามเหลี่ยมมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ

และมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานขนาบด้านละ ๑ ช่อ ทั้งพระปรมาภิไธยย่อ ภปร

พระมหาพิชัยมงกุฎ และลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตาน ปักด้วยดิ้นทอง

เสื้อแบบนี้

สำหรับพลทหารและนายทหารประชวนชั้นนายสิบ มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทอง ขนาดเล็ก สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ

และนายทหารสัญญาบัตรมีอินทรธนูแข็ง

(ณ)

นายทหารสัญญาบัตรในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

และนักเรียนนายร้อย เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศใช้เสื้อเต็มยศรักษาพระองค์

มีลักษณะดังนี้

นักเรียนนายร้อย ใช้เสื้อทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีแดง

ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุม ปลอกคอทำด้วยกำมะหยี่สีน้ำเงินดำ กว้าง ๕

เซนติเมตร มีขอบดิ้นทองกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ที่ปลอกคอโดยรอบมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทองปลายของลายห่างจากขอบหน้าของปลอกคอข้างละ

๗.๕ เซนติเมตร

ปลอกแขนทำด้วยกำมะหยี่สีน้ำเงินดำมีความยาวจากปลายแขนถึงปลายปลอกแขนด้านนอก ๒๓

เซนติเมตร ปลอกแขนท่อนล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยม สูง ๑๑ เซนติเมตร แบ่งเป็นสองส่วน

ส่วนล่าง สูง ๘.๕ เซนติเมตร มีแถบดิ้นทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

ติดทั้งสองข้างภายในแถบดิ้นทองมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทอง

ส่วนบน สูง ๒.๕ เซนติเมตร ด้านบนมีแถบดิ้นทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

ด้านล่างมีแถบดิ้นเงิน กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ติดห่างกัน ๐.๕ เซนติเมตร

ปลอกแขนท่อนบนด้านนอกเป็นรูปสามเหลี่ยม สูง ๑๒ เซนติเมตร

มีขอบเป็นแถบดิ้นทองขดกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองด้าน

ภายในรูปสามเหลี่ยมมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ

ปักด้วยดิ้นทอง

ชายเสื้อด้านหลังเปิดชายเสื้อถึงแนวเอวที่แนวตะเข็บหลังข้างรอยเปิดทั้งสองข้าง

มีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทองบนกำมะหยี่สีน้ำเงินดำ ข้างละ ๓ ช่อ

มีขอบดิ้นทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ที่บั้นเอวมีกรีทองเหลืองข้างทั้งสองข้าง

ที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางข้างละ ๑ ดุม

นายทหารสัญญาบัตร

ใช้เสื้อทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีแดง ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๗ ดุม

ปลอกคอทำด้วยกำมะหยี่สีน้ำเงินดำ กว้าง ๕ เซนติเมตร มีขอบดิ้นทอง กว้าง ๐.๕

เซนติเมตร ที่ปลอกคอโดยรอบมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทอง

ปลอกแขนทำด้วยกำมะหยี่สีน้ำเงินดำ มีความยาวจากปลายแขนถึงปลายปลอกแขนด้านนอก ๒๕

เซนติเมตร ปลอกแขนท่อนล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยม สูง ๑๑ เซนติเมตร แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนล่าง

สูง ๘.๕ เซนติเมตร มีแถบดิ้นทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ติดทั้งสองข้าง

ภายในแถบดิ้นทองมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทอง ส่วนบน สูง ๒.๕

เซนติเมตร ด้านบนมีแถบดิ้นทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ด้านล่างมีแถบดิ้นเงินกว้าง ๐.๕

เซนติเมตร ติดห่างกัน ๐.๕ เซนติเมตร ปลอกแขนท่อนบนด้านนอกเป็นรูปสามเหลี่ยม สูง ๑๔

เซนติเมตร มีขอบเป็นแถบดิ้นทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ทั้งสองด้านด้านละสองแถบ

ด้านนอกของแถบดิ้นทองทุกแถบมีลวดดิ้นทองขด กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ภายในรูปสามเหลี่ยมมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎปักด้วยดิ้นทอง

ชายเสื้อด้านหลังเปิดชายเสื้อถึงแนวเอง

ที่แนวตะเข็บหลังข้างรอยเปิดทั้งสองข้างมีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทองบนกำมะหยี่สีน้ำเงินดำข้างละ

๓ ช่อ มีขอบดิ้นทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ที่บั้นเอวมีกรีทองเหลืองทั้งสองข้าง

ที่เอวด้านหลังมีดุมโลหะสีทองขนาดกลางข้างละ ๑ ดุม

(๑๐) เสื้อเต็มยศสีน้ำเงินดำ

ทำด้วยสักหลาดลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

เว้นแต่ปากกระเป๋าบนเป็นรูปชายแหลม ๓ ชาย

ไม่ขัดดุมและชายเสื้อที่ตะเข็บข้างเปิดไว้ข้างละ ๑๐ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กางเกง มี ๕ แบบ คือ

(๑) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

ไม่พับปลายขา ปลายขายาวปิดตาตุ่ม กว้างไม่น้อยกว่า ๑๘ เซนติเมตร และไม่เกิน ๒๖

เซนติเมตร ที่ขอบเอวมีห่วงกว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร ๗ ห่วง

ทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง

สำหรับสอดเข็มขัดที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะ ข้างละ ๑ กระเป๋า และจะมีกระเป๋าหลังเป็นกระเป๋าเจาะก็ได้

(๒)

กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก มี ๒ ชนิด คือ

(ก)

กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึกชนิด ก

ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าเจาะ ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก ในแนวตะเข็บกางเกงทั้งสองมีกระเป๋าปะยืดชายชายล่างของกระเป๋าอยู่เหนือแนวเข่าตัวกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมตรงกลางพับจีบ

๒ จีบ ชายหน้าและชายล่างเย็บติดกับขากางเกง

ชายหลังจีบพับเพื่อให้ขยายได้มีปกรูปสี่เหลี่ยมชายปกด้านบนและด้านหน้าเย็บติดกับขากางเกงขัดดุมที่กึ่งกลางปกและมุมปกที่เปิดแห่งละ

๑ ดุม ด้านหลังมีกระเป๋าหลัง ๒ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะมีปกรูปสี่เหลี่ยม ขัดดุม ๒

ดุม ตรงมุมปกด้านล่าง

กางเกงชนิดนี้ต้องสวมกับรองเท้าสูงครึ่งน่องหรือรองเท้าเดินป่า

ปลายขากางเกงให้สอดไว้ภายในรองเท้า และใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียวชนิด

๔ กระเป๋าหรือเสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียวชนิด ๒ กระเป๋าก็ได้

(ข)

กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึกชนิด ข

ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็มกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าปะ ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก

ด้านหลังมีกระเป๋าหลัง ๒

กระเป๋าเป็นกระเป๋าปะชายล่างของกระเป๋าเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางปลายขากางเกง

มีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม ๑ ดุม

กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าสูงครึ่งน่องหรือรองเท้าเดินป่า

ปลายขากางเกงให้สอดไว้ภายในรองเท้า และใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว ชนิด

๒ กระเป๋า

(๓)

กางเกงสนามขายาวสีกากีแกมเขียวลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึกชนิด

ก เว้นแต่ที่ขอบเอวมีแผ่นรัดเอวสองแผ่น

ชายเป็นรูปสี่เหลี่ยมชี้ไปทางด้านหน้าขัดดุม ๑ ดุม ติดกับขอบเอวในแนวเดียวกัน

มีดุมอีก ๑ ดุม สำหรับรัดเอวหรือเป็นแผ่นรัดเอวชนิดเข็มขัดใช้แถบแปรงไนล่อน-สักหลาดแทนการขัดดุม

ด้านหลังมีกระเป๋าหลัง ๒ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะมีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม ๒ ดุม

ตรงมุกปกในแนวตะเข็บกางเกงทั้งสองข้างมีกระเป๋าปะยืดข้างละ ๑ กระเป๋า

ตัวกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยม ตรงกลางพับจีบ ๒ จับ ชายหน้าและชายล่างเย็บติดกับขากางเกงชายหลังพับจีบเพื่อให้ขยายได้

มีปกรูปสี่เหลี่ยม

ชายปกด้านบนและด้านหน้าเย็บติดกับขากางเกงขัดดุมที่กึ่งกลางปกและมุมปกที่เปิดแห่งละ

๑ ดุม

รังดุมทั้งหมดซ่อนไว้ด้านในของฝากระเป๋าปลายขากางเกงมีเชือกสำหรับรัดปลายขากางเกง

กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าสูงครึ่งน่องหรือรองเท้าเดินป่าปลายขากางเกงให้สอดไว้ภายในรองเท้าและใช้ประกอบกับเสื้อสนามคอเปิดสีกากีแกมเขียว

(๔) กางเกงขายาวสีขาว

ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(๕) กางกางแถบ

ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีดำ เว้นแต่ทหารในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์และในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระศรีนครินทรบรมราชชนนีใช้สักหลาดหรือเสิร์จสีฟ้าหม่น

และทหารในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์ ใช้สักหลาดหรือเสิร์จสีเทา ในโอกาสที่ใช้เสื้อเต็มยศสีน้ำเงินดำหรือเสื้อชั้นนอกเปิดอกสีน้ำเงินดำ

ใช้กางเกงแถบทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ

ลักษณะของกางเกงแถบเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

เว้นแต่ปลายขาเรียวกว้างไม้น้อยกว่า ๑๖ เซนติเมตร และไม่เกิน ๒๒ เซนติเมตร

ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีแถบและเส้นประกอบดังนี้

(ก)

นักเรียนนายร้อยและนักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า มีแถบสักหลาด

กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร ข้างละ ๒ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร

โดยนักเรียนนายร้อย ใช้แถบสักหลาดสีแดง และนักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

ใช้แถบสักหลาดสีเขียวเข้ม

(ข) นักเรียนนายทหารแผนที่

มีแถบสักหลาดสีเขียว กว้าง ๓ เซนติเมตร ข้างละ ๑ แถบ

(ค)

พลทหารและนายทหารประทวนในหน่วยรักษาพระองค์มีแถบสักหลาดสีแดง กว้าง ๑ เซนติเมตร

ข้างละ ๑ แถบ เว้นแต่

พลทหารและนายทหารประทวนในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้แถบสีบานเย็น

พลทหารและนายทหารประทวนในกรมทหารราบที่

๒ รักษาพระองค์ใช้แถบสีเขียว

พลทหารและนายทหารประทวนในกรมทหารราบที่

๑๒ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใช้แถบสีฟ้า

ขอบของแถบสีเหลืองทำด้วยไหมกำกับ

พลทหารและนายทหารประทวนในกรมทหารราบ

๒๑ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ใช้แถบสีเหลืองทำด้วยไหมกำกับ

พลทหารและนายทหารประทวนในกรมทหารราบที่

๓๑ รักษาพระองค์ใช้แถบสีเลือดหมู

พลทหารและนายทหารประทวนในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

และในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ใช้เส้นสักหลาดสีเหลืองข้างละ ๑ เส้น แทนแถบสักหลาด

พลทหารและนายทหารประทวนในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ใช้แถบสีเหลือง

พลทหารและนายทหารประทวนในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ใช้แถบสีเหลือง

พลทหารและนายประทวนในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใช้แถบสักหลาดสีเหลืองขลิบม่วง

โดยแถบสักหลาดสีเหลืองกว้าง ๒.๕ เซนติเมตร ข้างละ ๑ แถบ

พลทหารและนายทหารประทวนในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์

ใช้แถบสีดำ

พลทหารและนายทหารประทวนในหน่วยทหารสื่อสารรักษาพระองค์

ใช้แถบสีม่วงเม็ดมะปราง

พลทหารและนายทหารประทวนในกรมทหารขนส่งรักษาพระองค์

ใช้แถบสีเลือดหมู ขอบของแถบมีแถบสีเหลืองทำด้วยไหมกำกับ

(ง) นายทหารสัญญาบัตร มีแถบสักหลาดสีแดง กว้าง ๒.๕

เซนติเมตร ข้างละ ๒ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นจอมพลและนายพล มีแถบสักหลาดสีบานเย็น กว้าง ๒.๕

เซนติเมตร ข้างละ ๒ แถบ

เว้นระยะระหว่างแถบ ๑.๕ เซนติเมตร และมีแถบสักหลาดสีบานเย็น กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ๑

แถบคั่นกลาง

นายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารรักษาพระองค์

มีแถบสักหลาด กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร ข้างละ ๒ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร

ใช้สีดังนี้

นายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในกรมทหารราบที่ ๑๑

รักษาพระองค์และในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

ใช้สีแดง

นายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้สีบานเย็น

นายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารราบที่

๒ รักษาพระองค์ ใช้สีเขียว

นายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารราบที่

๑๒ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใช้สีฟ้า

ขอบของแถบและระยะระหว่างแถบมีแถบสีเหลืองทำด้วยดิ้นทองกำกับ

นายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารราบที่

๒๑ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใช้สีม่วง

ขอบของแถบและระยะระหว่างแถบมีแถบสีเหลืองทำด้วยดิ้นทองกำกับ

นายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารราบที่

๓๑ รักษาพระองค์ ใช้สีเลือดหมู

นายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวใช้เส้นสักหลาดสีเหลืองข้างละ ๑

เส้นแทนแถบสักหลาด

นายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ใช้แถบไหมทอง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ข้างละ ๑ แถบ

นายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ใช้แถบไหมทอง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ข้างละ ๑ แถบ

นายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ใช้สีเหลือง

นายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใช้สีเหลือง ขอบของแถบขลิบสีม่วง

นายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์ ใช้สีดำ

นายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารสื่อสารรักษาพระองค์

ใช้แถบสีม่วงเม็ดมะปราง

นายทหารสัญญาบัตรในกรมทหารขนส่งรักษาพระองค์ ใช้สีเลือดหมู

ขอบของแถบและระยะระหว่างแถบมีแถบสีเหลืองทำด้วยดิ้นทองกำกับ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เข็มขัดและประคด มี ๙ แบบ คือ

(๑)

เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียว กว้าง ๓ เซนติเมตร

หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองหรือโลหะรมดำ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผื่นผ้าทางนอน ปลายมน

กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร พื้นเกลี้ยง

มีรูปเครื่องหมายกองทัพบกดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัดไม่มีเข็มสำหรับสอดรู

ปลายสายหุ้มด้วยโลหะสีทองหรือโลหะรมดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร

เข็มขัดแบบนี้ใช้คาดทับขอบกางเกง

สำหรับเข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวที่มีหัวเข็มขัดและโลหะหุ้มปลายสายรมดำ

ให้ใช้กับเครื่องแบบฝึกและเครื่องแบบสนามเท่านั้น

(๒)

เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีดำ กว้าง ๓ เซนติเมตร

ไม่มีโลหะหุ้มปลายสายหัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองหรือโลหะรมดำ

เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอนปลายมน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร

พื้นเกลี้ยง

ด้านนอกมีรูปเครื่องหมายกองทัพบกอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัดขอบริมด้านในทั้งสองข้างพับสำหรับสอดห่วงร้อยสายเข็มขัดไม่มีเข็ม

สำหรับสอดรู เข็มขัดแบบนี้ใช้คาดทับขอบกางเกง

สำหรับเข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีดำที่มีหัวเข็มขัดโลหะรมดำให้ใช้กับเครื่องแบบฝึกและเครื่องแบบสนามเท่านั้น

(๓) เข็มขัดหนังสีขาว กว้าง

๔.๕ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทอง เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมุมมน ด้านละ

๕.๕ เซนติเมตร พื้นเกลี้ยง มีรูปเครื่องหมายกองทัพบกดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด

เข็มขัดแบบนี้ใช้คาดทับเสื้อชั้นนอกของพลทหารและนายทหารประทวนในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

ในกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์

ในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

และในกรมทหารขนส่งรักษาพระองค์

เมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์หรือเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์

ใช้คาดทับเสื้อชั้นนอกของพลทหารและนายทหารประทวนชั้นนายสิบ

และใช้คาดทับเสื้อชั้นนอกของนักเรียนนายทหารแผนที่

เมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศหรือเครื่องแบบเต็มยศ กับให้มีสายกระบี่หรือซองดาบปลายปืนทำด้วยหนังสีขาว

ในโอกาสที่คาดกระบี่หรือถือปืนประกอบด้วย

สำหรับทหารในกรมทหารขนส่งรักษาพระองค์มีแถบไหมทอง

กว้าง ๑ เซนติเมตร อยู่กึ่งกลางและขลิบริมด้วยแถบไหมทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

ยาวตลอดสายเข็มขัด

(๔) เข็มขัดหนังสีน้ำตาล

มีขนาดและหัวเข็มขัดเช่นเดียวกับเข็มขัดหนังสีขาว

เข็มขัดแบบนี้ใช้คาดทับเสื้อชั้นนอกของพลทหารและนายทหารประทวนในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าอยู่หัว

เมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์หรือเครื่องแบบเต็มยศ รักษาพระองค์

และใช้คาดทับเสื้อชั้นนอกของพลทหารและนายทหารประทวนในกรมทหารราบที่ ๑๑

รักษาพระองค์และในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์กับให้มีสายกระบี่หรือซองดาบปลายปืนทำด้วยหนังสีน้ำตาล

ในโอกาสที่คาดกระบี่หรือถือปืนประกอบด้วย

(๕) เข็มขัดหนังสีแดง กว้าง

๔.๕ เซนติเมตร มีแถบดิ้นเงิน กว้าง๑ เซนติเมตร อยู่ตอนกลางและแถบดิ้นทอง กว้าง ๐.๕

เซนติเมตร อยู่ตอนริมทั้งสองข้างหัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทอง

เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเหลี่ยมมุมมอง ด้าน ๔.๕ เซนติเมตร พื้นเกลี้ยง

มีรูปตราแผ่นดินดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด เข็มขัดแบบนี้ใช้คาดทับเสื้อชั้นนอกของนักเรียนนายร้อยเมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์หรือเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์

กับให้มีซองดาบปลายปืนทำด้วยหนังสีขาว ในโอกาสที่ถือปืนประกอบด้วย

(๖) เข็มขัดหนังสีเขียวเข้ม

กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร มีแถบไหมทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร อยู่ตอนกลาง และแถบไหมทอง

กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร อยู่ตอนริมทั้งสองข้าง

หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมุมมน ด้านละ ๗ เซนติเมตร

พื้นเกลี้ยง มีอักษร รร ๖ อยู่เหนือรูปจักรแปดแฉก แฉกของจักรเวียนไปทางขวา

และมีรูปสมอสอดขัดในวงจักร ข้างซ้ายและข้างขวาของรูปจักรมีรูปปีกนกกาง

รูปเหล่านี้อยู่ใต้รูปพระมหามงกุฎมีรัศมีเบื้องล่างสุดมีรูปช่อชัยพฤกษ์โอบขึ้นบนทั้งสองข้างรูปทั้งหมดนี้ดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด

เข็มขัดแบบนี้ใช้คาดทับเสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาวของนักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้าเมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศหรือเครื่องแบบเต็มยศ

(๗) เข็มขัดหนังสีดำ

มีขนาดและหัวเข็มขัดเช่นเดียวกับเข็มขัดหนังสีขาวเข็มขัดแบบนี้ใช้คาดทับเสื้อชั้นนอกของพลทหารและนายทหารประทวนในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์และในหน่วยทหารสื่อสารรักษาพระองค์

เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์

กับให้มีสายกระบี่หรือซองดาบปลายปืนทำด้วยหนังสีดำ

สำหรับหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์ และทำด้วยหนังสีขาว

สำหรับหน่วยทหารสื่อสารรักษาพระองค์ ในโอกาสที่คาดกระบี่หรือถือกระบี่ประกอบด้วย

(๘) ประคดไหมริ้วทองสลับเงิน

ใช้คาดทับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของนายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารรักษาพระองค์

เว้นแต่นายทหารสัญญาบัตรในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

และในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีไม่ใช้ประคดแบบนี้

(๙)

ประคดไหมสีเหลืองหรือไหมสีทอง ใช้คาดทับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของทหารในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์และหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครนิทราบรมราชชนนี

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนใช้ประคดไหมสีเหลือง สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้ประคดไหมทอง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คันชีพ มีดังนี้

(๑) ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พลทหารและนายทหารประทวนใช้คันชีพหนังสีขาว ด้านนอกมีตราราชวัลลภทำด้วยโลหะสีทอง

และมีสายสะพายหนังสีขาว สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้คันชีพหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีตราราชวัลลภ ทำด้วยโลหะสีทอง

และมีสายสะพายหนังสีน้ำเงินดำด้านนอกมีแถบไหมทอง

(๒) ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พลทหารและนายทหารประทวนใช้คันชีพหนังสีน้ำตาล

ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายหนังสีน้ำตาล

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้คันชีพหนังสีแดง ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทอง

และมีสายสะพายหนังสีแดงด้านนอกมีแถบไหมทอง

(๓) ทหารในกรมทหารราบที่ ๒

รักษาพระองค์ พลทหารและนายทหารประทวนใช้คันชีพหนังสีขาว

ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายหนังสีขาว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้คันชีพหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีแถบไหมทอง

(๔) ทหารในกรมทหารราบที่ ๑๑

รักษาพระองค์ พลทหารและนายทหารประทวนใช้คันชีพหนังสีน้ำตาล

ด้านนอกมีตราพระมหามงกุฎเพชราวุธทำด้วยโลหะสีทองและมีสายสะพายหนังสีน้ำตาล

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้คันชีพหนังสีน้ำเงินดำด้านนอกมีตราพระมหามงกุฎเพชราวุธทำด้วยโลหะสีทอง

และมีสายสะพายหนังสีน้ำเงินดำด้านนอกมีแถบไหมทอง

(๕) ทหารในกรมทหารราบที่ ๑๒

รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พลทหารและนายทหารประทวนใช้คันชีพหนังสีขาว ด้านนอกมีตราอักษรพระนามาภิไธยย่อ สก

ภายใต้มงกุฎขัตติยนารีรองรับด้วยแพรแถบสะบัดสองชายและบนแพรแถบสะบัดสองชายมีคำว่า “กรมทหารราบที่

๑๒ รักษาพระองค์” ทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายหนังสีขาว สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้คันชีพสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีตราอักษรพระนามาภิไธยย่อ สก

ภายใต้มงกุฎขัตติยนารีรองรับด้วยแพรแถบสะบัดสองชาย และบนแพรแถบสะบัดสองชายมีคำว่า “กรมทหารราบที่

๑๒ รักษาพระองค์” ทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายหนังสือสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีแถบไหมทอง

(๖) ทหารในกรมทหารราบที่ ๒๑

รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พลทหารและนายทหารประทวนใช้คันชีพหนังสีขาว ด้านนอกมีตราอักษรพระนามาภิไธยย่อ สก

ภายใต้มงกุฎขัตติยนารี รองรับด้วยแพรแถบสะพัดสองชายและบนแพรแถบสะบัดสองชายมีคำว่า “ทหารเสือนวมินทราชินี”

ทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายหนังสีขาว สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้คันชีพ

หนังสีน้ำเงินดำด้านนอกมีตราอักษรพระนามาภิไธยย่อ สก ภายใต้มงกุฎขัตติยนารี

รองรับด้วยแพรแถบสะบัดสองชายและบนแพรแถบสะบัดสองชายมีคำว่า “ทหารเสือนวมินทราชินี”

ทำด้วยโลหะสีทองและมีสายสะพายหนังสีน้ำเงินดำ ด้านนอกมีแถบไหมสีทอง

(๗) ทหารในกรมทหารราบที่ ๓๑

รักษาพระองค์ พลทหารและนายทหารประทวนใช้คันชีพ หนังสีขาว

ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายหนังสีขาว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้คันชีพหนังสีเลือดหมู

ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายหนังสีเลือดหมู

ด้านนอกมีแถบไหมทอง

(๘)

ทหารในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนคริทราบรมราชชนนีในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

พลทหารและนายทหารประทวนใช้คันชีพหนังสีน้ำตาล ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทองและมีสายสะพายหนังสีน้ำตาล

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้คันชีพหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทองและมีสายสะพายหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีแถบไหมทอง

(๙)

ทหารในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ พลทหารและนายทหารประทวนใช้คันชีพหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีตราพระราชลัญจกรทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายไหมสีเหลือง

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้คันชีพหนังสีน้ำเงินดำ มีแถบเป็นไหมทอง กว้าง ๑.๕

เซนติเมตร ด้านนอกมีตราพระราชลัญจกรทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีแถบเป็นไหมทอง

(๑๐) ทหารในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ

พลทหารและนายทหารประทวนใช้คันชีพหนังสีขาว ด้านนอกมีตราอักษรพระนามาภิไธยย่อ สก

ภายใต้มงกุฎขัตติยนารี รองรับด้วยแพรแถบสะบัดสองชายและบนแพรแถบสะพัดสองชายมีคำว่า “ทหารเสือนวมินทราชินี”

ทำด้วยโลหะสีทองและมีสายสะพายหนังสีขาว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้คันชีพหนังสีน้ำเงินดำ ด้านนอกมีตราอักษรพระนามาภิไธยย่อ

สก ภายใต้มงกุฎขัตติยนารี

รองรับด้วยแพรแถบสะบัดสองชายและบนแพรแถบสะบัดสองชายมีคำว่า “ทหารเสือนวมินทราชินี”

ทำด้วยโลหะสีทองและมีสายสะพายสีน้ำเงินดำ ด้านนอกมีแถบไหมสีทอง

(๑๑)

ทหารในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์ พลทหารและนายทหารประทวนใช้คันชีพหนังสีดำ

ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทอง

และมีสายสะพายหนังสีดำสำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้คันชีพหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทองและมีสายสะพายหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีแถบไหมทอง

(๑๒)

ทหารในหน่วยทหารสื่อสารรักษาพระองค์ พลทหารและนายทหารประทวนใช้คันชีพหนังสีดำ

ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายหนังสีดำ

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้คันชีพหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีแถบไหมทอง

(๑๓)

ทหารในหน่วยทหารขนส่งรักษาพระองค์ พลทหารและนายทหารประทวนใช้คันชีพหนังสีขาว

ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายหนังสีขาวขลิบริมด้วยแถบไหมทอง

กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ยาวตลอดสายสะพาย สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้คันชีพหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทองและมีสายสะพายหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีแถบไหมทอง

(๑๔)

นายทหารสัญญาบัตรในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าและนักเรียนนายร้อย ใช้คันชีพหนังสีน้ำเงินดำ

ด้านนอกมีตราราชวัลลภทำด้วยโลหะสีทอง และมีสายสะพายหนังสีแดง ด้านนอกมีแถบไหมทอง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ รองเท้า มี ๔ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

ชนิดผูกเชือก

(๒) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

ชนิดผูกเชือก หรือยืดข้าง หรือติดซิบข้าง

(๓)

รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ

(๔) รองเท้าเดินป่า

รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น

ไม่มีริ้วและลวดลาย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ถุงเท้า เมื่อใช้รองเท้าหุ้มส้นให้ใช้สีดำ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กระบี่ มี ๒ แบบ คือ

(๑) กระบี่นักเรียนนายร้อย

นักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พระมงกุฎเกล้า และนักเรียนนายทหารแผนที่

ยาวประมาณ ๔๐ เซนติเมตร ปลายด้ามเป็นรูปหัวช้างและกระบังทำด้วยโลหะสีทอง

ฝักทำด้วยโลหะสีเงิน ตอนต้นของฝักและปลายฝักหุ้มด้วยโลหะสีทอง มีห่วง ๒ ห่วง

ทำด้วยโลหะสีทอง มีสายกระบี่ ๒ สาย กว้างสายละ ๒ เซนติเมตร ทำด้วยหนังสีดำ

ใช้เมื่อแต่งเครื่องแบบปกติขาว เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะ เครื่องแบบสโมสร

หรือเครื่องแบบกันหนาว

(๒) กระบี่นายทหารสัญญาบัตร

นายดาบ และนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ ยาวประมาณ ๙๐ เซนติเมตร ทำด้วยโลหะสีเงิน

ปลายดาบเป็นรูปหัวช้าง

มีกระบังและโกร่งที่โกร่งด้านนอกมีรูปตราแผ่นดินในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพู่ไหมทองหรือไหมสีเหลืองประกอบมีฝักมีห่วง

๑ ห่วง และมีสายกระบี่หรือซองกระบี่ประกอบดังนี้

(ก) สายกระบี่

สำหรับนายทหารสัญญาบัตร นายดาบ ใช้หนังสีแดง ด้านนอกมีแถบไหมทอง

สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ ใช้หนังหรือวัตถุเทียมหนังสีน้ำตาล

ไม่มีแถบไหมทอง

(ข) ซองกระบี่ ทำด้วยด้ายถักสีกากีแกมเขียว

ตอนบนมีสาย ปลายสายมีขอสำหรับแขวนกับตาไก่ของเข็มขัดเครื่องสนาม

ปรับสายให้สั้นยาวได้

อินทรธนูเครื่องหมายยศ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ อินทรธนู มี ๒ แบบ คือ

(๑) อินทรธนูอ่อน ทำด้วยสักหลาด เสิร์จหรือผ้า

ชนิดและสีเดียวกับเสื้อเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเรียวจากทางด้านไหล่ไปทางคอ ปลายมน

ด้านไหล่ กว้าง ๕ เซนติเมตร เย็บติดกับเสื้อ ด้านคอกว้าง ๔ เซนติเมตร

ตอนปลายขัดดุม

(๒) อินทรธนูแข็ง ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ

เว้นแต่อินทรธนูนักเรียนนายร้อยและนักเรียนนายร้อยสำรอง

ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีแดง อินทรธนูนักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเขียวเข้มและอินทรธนูนักเรียนนายทหารแผนที่

ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีเขียวเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเรียวจากทางด้านไหล่ไปทางคอ

ปลายมนด้านไหล่ กว้าง ๕ เซนติเมตร ด้านคอ กว้าง ๔ เซนติเมตร ตอนปลายติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็กและมีเครื่องประกอบดังนี้

นักเรียนนายร้อย

นักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้านักเรียนนายทหารแผนที่

และนักเรียนนายร้อยสำรอง มีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

พาดกึ่งกลางตามยาวของอินทรธนู

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบและนายดาบ

มีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร เป็นขอบเว้นด้านไหล่

และมีสาบสีแดง

นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายร้อย

มีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร เป็นขอบเว้นด้านไหล่

และมีสาบสีแดง

นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพัน มีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง

กว้าง ๑ เซนติเมตร เป็นขอบเว้นด้านไหล่ และมีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง

๐.๕ เซนติเมตร สองแถบเว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๒ เซนติเมตร พาดกลางตามยาวของอินทรธนู

และมีสาบสีแดง

นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลและจอมพล

มีดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองปักหรือทำเป็นลายถักเต็มแผ่นอินทรธนู

และมีสาบสีบานเย็น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

เครื่องหมายยศ มีดังนี้

(๑) นายทหารประทวนชั้นนายสิบ ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซว

ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑ เซนติเมตร ตรึงบนพื้นสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ

ปลายบั้งทั้งสองข้างห่างกัน ๘ เซนติเมตร มุมบั้งแหลมเล็ก

เหนือบั้งมีรูปจักรภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎทำด้วยโลหะสีทอง

ประดับที่แขนเสื้อข้างซ้ายด้านนอกกึ่งกลางระหว่างไหลกับข้อศอกให้มุมแหลมอยู่ทางล่าง

มีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ

สิบตรี ๑ บั้ง

สิบโท ๒ บั้ง

สิบเอก ๓ บั้ง

ในกรณีมีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๔

เซนติเมตร

เมื่อแต่งเครื่องแบบปกติขาว เครื่องแบบครึ่งยศ

หรือเครื่องแบบเต็มยศให้ใช้บั้งทำด้วยแถบไหมทอง

(๒) นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซว

กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้งสองข้างห่างกัน ๓ เซนติเมตร และมีขีด กว้าง ๐.๓

เซนติเมตร ยาว ๓ เซนติเมตร หนึ่งขีด ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง

ให้มุมแหลมของบั้งอยู่ทางด้านคอและให้ขีดวางตามขวางของอินทรธนู

ติดกับปลายบั้งและห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร

แต่ละข้างมีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ

จ่าสิบตรี ๑ บั้ง

จ่าสิบโท ๒ บั้ง

จ่าสิบเอก ๓ บั้ง

ในกรณีมีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง

ให้ติดเรียงกันไปทางด้านคอตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๒

เซนติเมตร

(๓) นายดาบ ใช้รูปดาบสองเล่มไขว้

ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง ให้ปลายดาบอยู่ทางด้านคอ

ด้ามดาบห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร

(๔) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายร้อย ใช้ดาวห้ากลีบ

ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง ห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร

แต่ละข้างมีจำนวนดาวตามชั้นยศ คือ

ร้อยตรี ๑ ดาว

ร้อยโท ๒ ดาว

ร้อยเอก ๓ ดาว

ในกรณีมีดาวมากกว่า ๑ ดาว

ให้ติดเรียงกันไปทางด้านคอตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะระหว่างดาว ๐.๕ เซนติเมตร

(๕) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพัน ใช้ดาวห้ากลีบ

และพระมหามงกุฎประดับบนอินทรธนู ทั้งสองข้าง ให้พระมหามงกุฎครอบดาว

ให้ยอดพระมหามงกุฎอยู่ทางด้านคอ และให้ดาวห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕

เซนติเมตร แต่ละข้างมีจำนวนดาวตามชั้นยศ คือ

พันตรี ๑ ดาว

พันโท ๒ ดาว

พันเอก ๓ ดาว

ในกรณีมีดาวมากกว่า ๑ ดาว

ให้ติดเรียงกันไปทางด้านคอตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะระหว่างดาว ๐.๕ เซนติเมตร

และให้พระมหามงกุฎครอบดาวที่อยู่ทางด้านคอ

(๖) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพล ใช้ดาวห้ากลีบ

พระมหามงกุฎและช่อชัยพฤกษ์ ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง ให้พระมหามงกุฎครองดาว

ให้ยอดพระมหามงกุฎอยู่ทางด้านคอ

และให้ช่อชัยพฤกษ์โอบดาวห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร

แต่ละข้างมีจำนวนดาวตามชั้นยศ คือ

พลจัตวา ๑ ดาว

พลตรี ๒ ดาว เรียงตามยาวของอินทรธนู

พลโท ๓ ดาว เรียงตามยาวของอินทรธนู

พลเอก ๔ ดาว เรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน

ให้มุมแหลมวางตามยาวของอินทรธนู

ในกรณีมีดาวมากกว่า ๑ ดาว เว้นระยะระหว่างดาว ๐.๕ เซนติเมตร

ให้พระมหามงกุฎครอบดาวที่อยู่ทางด้านคอ และให้ช่อชัยพฤกษ์โอบดาวที่อยู่ทางด้านไหล่

(๗) จอมพล ใช้ดาวห้ากลีบขนาดย่อม ๕ ดาว เรียงเป็นรูปวงกลม

ภายในวงกลมมีคธากับกระบี่ไขว้ และมีช่อชัยพฤกษ์โอบด้านคธาและปลายกระบี่

ภายนอกวงกลมมีพระมหามงกุฎครอบดาวด้านปลายคธาและด้ามกระบี่ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง

ห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร ให้ยอดพระมหามงกุฎอยู่ทางด้านคอ

เครื่องหมายยศนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ นายดาบ

และนายทหารสัญญาบัตร ทำด้วยโลหะสีทอง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

เครื่องหมายยศ สำหรับเครื่องแบบฝึกและเครื่องแบบสนาม มีดังนี้

นายทหารประทวนชั้นนายสิบ ใช้เครื่องหมายยศตามข้อ ๑๙ (๑)

เว้นแต่ไม่มีรูปจักรและพระมหามงกุฎ เย็บติดกับแขนเสื้อ

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ นายดาบ

และนายทหารสัญญาบัตรใช้เครื่องหมายยศตามข้อ ๑๙ (๒)(๓)(๔)(๕)(๖) และ (๗)

แล้วแต่กรณี ประดับที่มุมปกคอพับข้างซ้ายของเสื้อ สำหรับยศที่มีดาว ๓ ดาว

ประดับเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วในด้านฐานอยู่ข่างล่าง

และนายทหารสัญญาบัตรตั้งแต่ชั้นพันโทขึ้นไป จะใช้เครื่องหมายยศขนาดย่อมก็ได้

หมวด

เครื่องหมายเหล่าและเครื่องหมายสังกัด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

เครื่องหมายเหล่าและเครื่องหมายสังกัด ทำด้วยโลหะสีทอง

เครื่องหมายเหล่าติดที่คอเสื้อข้างขวา

เครื่องหมายสังกัดติดที่คอเสื้อด้านซ้ายดังนี้

(๑) เสื้อคอพับ ติดที่มุมปกคอพับ

(๒) เสื้อคอเปิด ติดที่มุมคอเปิดตอนบน

(๓) เสื้อชั้นนอกคอแบะ ติดที่มุมคอแบะตอนบน

(๔) เสื้อชั้นนอกคอเปิด ติดที่คอตอนหน้า

(๕) เสื้อชั้นนอกเปิดอก ติดที่คอแบะตอนบน

นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ นายดาบ

และนายทหารสัญญาบัตรต่ำกว่าชั้นพันเอกซึ่งเทียบเท่าพลจัตวา

เมื่อแต่งเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องหมายแบบสนามให้ติดเครื่องหมายสังกัดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือกึ่งกลางปกกระเป๋า

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

เครื่องหมายเหล่า มีดังนี้

(๑) ทหารราบ รูปปืนเล็กไขว้ประกอบกับตับกระสุน

(๒) ทหารม้า รูปกระบี่ไขว้ประกอบกับเกือกม้าและรถถัง

(๓) ทหารปืนใหญ่ รูปปืนใหญ่ไขว้ประกอบกับลูกระเบิดมีเปลว

(๔) ทหารช่าง รูปพลั่วกับขวานไขว้ประกอบกับสมอ

(๕) ทหารสื่อสาร รูปสายฟ้าแลบประกอบกับจักร

(๖) ทหารขนส่ง รูปพวงมาลัยเรือประกอบกับจักรและปีกนกบนแผ่นโล่

(๗) ทหารสรรพาวุธ รูปลูกระเบิดมีเปลว

(๘) ทหารพลาธิการ รูปกระบี่ไขว้ประกอบกับจักรสามจัก

(๙) ทหารสารวัตร รูปปืนพกไขว้ประกอบกับจักร

(๑๐) ทหารสารบรรณ รูปกระบี่กับปากไก่ไขว้ประกอบกับหนังสือ

(๑๑) ทหารการเงิน รูปกระบี่ไขว้ประกอบกับช้างสามเศียร

(๑๒) ทหารพระธรรมนูญ รูปพระดุลพ่าห์ประกอบกับจักร

(๑๓) ทหารแพทย์ รูปพญานาคคู่พันคบเพลิง

(๑๔) ทหารแผนที่ รูปกระบี่ไขว้ประกอบกับกล้องส่อง

(๑๕) ทหารการสัตว์ รูปพญานาคไขว้ประกอบกับเกือกม้า

(๑๖) ทหารดุริยางค์ รูปพิณ

(๑๗) ทหารการข่าว รูปสายฟ้ากับลูกศรไขว้ประกอบกับดาวแปดแฉกบนแผ่นโล่

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓[๒] (ยกเลิก)

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ทหารประจำการสังกัดสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี

สำนักงานปลัดกระทรวง และกองบัญชาการทหารสูงสุด

ใช้เครื่องหมายสังกัดรูปจักรมีสมอสอดขัดในจักรด้านซ้ายขวามีรูปปีกนกกางสำหรับทหารประจำการสังกัดกรมราชองครักษ์

ใช้เครื่องหมายสังกัดรูปครุฑ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ทหารกองประจำการและทหารประจำการสังกัดหน่วยราชการในส่วนกลาง ส่วนการศึกษา

ส่วนภูมิภาค และหน่วยทหารของกองทัพบก

กับนายทหารนอกกองและนายทหารพิเศษสังกัดกองทัพบก ใช้เครื่องหมายสังกัดดังนี้

(๑)

ทหารกองประจำการและทหารประจำการสังกัดหน่วยราชการในส่วนกลางและส่วนการศึกษา

กับนายทหารนอกกองและนายทหารพิเศษสังกัดกองทัพบกใช้เครื่องหมายสังกัด คือ

กองบัญชาการกองทัพบก ใช้อักษร ทบ

สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

หน่วยข่าวกรองทางทหาร ,, ขกท

สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก ,, ปช

สำนักงานตรวจบัญชีกองทัพบก ,, ตช

สำนักงานประสานการวิจัย ,, สวพ

และพัฒนาการทางทหารกองทัพบก

กรมกำลังพลทหารบก ,, กพ

กรมข่าวทหารบก ,, ขว

กรมยุทธการทหารบก ,, ยก

กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ,, กบ

กรมกิจการพลเรือนทหารบก ,, กร

กรมสารบรรณทหารบก ,, สบ

กรมการกำลังสำรองทหารบก ,, กสร

กรมการสารวัตรทหารบก ,, สห

กรมสวัสดิการทหารบก ,, สก

กรมสรรพาวุธทหารบก ,, สพ

กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ,, วศ

กรมพลาธิการทหารบก ,, พธ

กรมแพทย์ทหารบก ,, พบ

กรมยุทธโยธาทหารบก ,, ยย

กรมการขนส่งทหารบก ,, ขส

กรมการสัตว์ทหารบก ,, กส

กรมการทหารสื่อสาร ,, สส

กรมการทหารช่าง ,, กช

กรมการเงินทหารบก ,, กง

ศูนย์เทคโนโลยีทางทหารกองทัพบก ,, ศทท

กรมจเรทหารบก ,, จบ

ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธกองทัพบก ,, ศอว

กรมยุทธศึกษาทหารบก ,, ยศ

ศูนย์การทหารราบ กรมยุทธศึกษาทหารบก ,, ศร

ศูนย์การทหารม้า กรมยุทธศึกษาทหารบก ,, ศม

ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ,, ศป

ศูนย์การบินทหารบก ,, ศบบ

ศูนย์สงครามพิเศษ ,, ศสพ

กรมการรักษาดินแดน ,, รด

สถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง ,, สบส.

วิทยาลัยการทัพบก ,, วทบ

โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ,, สธ

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

ใช้เครื่องหมายรูปตราแผ่นดินในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

(๒)

ทหารกองประจำการและทหารประจำการสังกัดหน่วยราชการส่วนภูมิภาคใช้เครื่องหมายสังกัด

คือ

กองทัพภาค ใช้อักษร ทภ

และมีเลขหมายกองทัพภาคประกอบ

กองทัพน้อย ,, ทน

และมีเลขหมายกองทัพน้อยประกอบ

มณฑลทหารบก ,, มบ

และมีเลขหมายมณฑลทหารบกประกอบ

จังหวัดทหารบกกรุงเทพฯ ,, จทบ กท

จังหวัดทหารบกกาญจนบุรี ,, จทบ กจ

จังหวัดทหารบกเพชรบุรี ,, จทบ พบ

จังหวัดทหารบกราชบุรี ,, จทบ รบ

จังหวัดทหารบกปราจีนบุรี ,, จทบ ปจ

จังหวัดทหารบกสระแก้ว ,, จทบ สก

จังหวัดทหารบกฉะเชิงเทรา ,, จทบ ฉช

จังหวัดทหารบกลพบุรี ,, จทบ ลบ

จังหวัดทหารบกสระบุรี ,, จทบ สบ

จังหวัดทหารบกชลบุรี ,, จทบ ชบ

จังหวัดทหารบกนครราชสีมา ,, จทบ นม

จังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ ,, จทบ บร

จังหวัดทหารบกสุรินทร์ ,, จทบ สร

จังหวัดทหารบกอุบล ,, จทบ อบ

จังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด ,, จทบ รอ

จังหวัดทหารบกขอนแก่น ,, จทบ ขก

จังหวัดทหารบกเลย ,, จทบ ลย

จังหวัดทหารบกอุดร ,, จทบ อด

จังหวัดทหารบกนครพนม ,, จทบ นพ

จังหวัดทหารบกสกลนคร ,, จทบ สน

จังหวัดทหารบกนครสวรรค์ ,, จทบ นว

จังหวัดทหารบกตาก ,, จทบ ตก

จังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ ,, จทบ พช

จังหวัดทหารบกพิษณุโลก ,, จทบ พล

จังหวัดทหารบกลำปาง ,, จทบ ลป

จังหวัดทหารบกพะเยา ,, จทบ พย

จังหวัดทหารบกน่าน ,, จทบ นน

จังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ,, จทบ อต

จังหวัดทหารบกเชียงใหม่ ,, จทบ ชม

จังหวัดทหารบกเชียงราย ,, จทบ ชร

จังหวัดทหารบกนครศรีธรรมราช ,, จทบ นศ

จังหวัดทหารบกชุมพร ,, จทบ ชพ

จังหวัดทหารบกทุ่งสง ,, จทบ ทส

จังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี ,, จทบ สฎ

จังหวัดทหารบกสงขลา ,, จทบ สข

จังหวัดทหารบกปัตตานี ,, จทบ ปน

(๓) ทหารกองประจำการ ทหารประจำการ

และนายทหารพิเศษสังกัดหน่วยทหาร ใช้เครื่องหมายสังกัด คือ

สังกัดหน่วยบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์และหน่วยขึ้นตรงเฉพาะนายทหารสัญญาบัตรผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ใช้เครื่องหมายสังกัดเป็นรูปตราราชวัลลภ

สังกัดหน่วยบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ใช้อักษร นทม รอ

สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ใช้อักษร นสศ

สังกัดหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก ใช้อักษร นปอ

สังกัดกองพล ใช้อักษร พล ตามด้วยอักษรประจำเหล่า

และมีเลขหมายกองพลประกอบ เว้นแต่หน่วยต่อไปนี้ให้ใช้อักษรประจำเหล่าดังนี้

กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ใช้อักษร ปตอ

กองพลรบพิเศษ ,, รพศ

กองพลพัฒนา ,, พน

กองพลทหารอาสาสมัคร ,, อสส

สังกัดกองบัญชาการช่วยรบ ,, บชร

มีเลขหมายกองบัญชาการประกอบ

สังกัดศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก ใช้อักษร ศปอ

สังกัดศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกประจำพื้นที่ ใช้อักษร ศปอ

มีเลขหมายศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกประจำพื้นที่ต่อท้าย

สังกัดกรม ใช้อักษรประจำเหล่าและมีเลขหมายกรมประกอบ

เว้นแต่หน่วยต่อไปนี้ใช้อักษรแทนอักษรประจำเหล่าดังนี้

กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ใช้อักษร ทม รอ

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ,, ปตอ

กรมรบพิเศษ ,, รพศ

กรมพัฒนา ,, พน

กรมสนับสนุน ,, สน

สังกัดกองพันที่จัดเป็นกรม ใช้อักษรประจำเหล่า

และมีเลขหมายกรมประกอบและมีเลขหมายกองพันต่อท้ายโดยมีขีดทับคั่น

เว้นแต่หน่วยต่อไปนี้ให้ใช้อักษรแทนอักษรประจำเหล่าดังนี้

กองพันทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ใช้อักษร ทม รอ

กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ,, ปตอ

กองพันรบพิเศษ ,, รพศ

กองพันพัฒนา ,, พน

สังกัดกองพันที่มิได้จัดเป็นกรม ใช้อักษรประจำเหล่าและมีเลขหมายกองพันต่อท้ายโดยมีขีดทับคั่น

เว้นแต่หน่วยต่อไปนี้ใช้อักษรแทนอักษรประจำเหล่าดังนี้

กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ใช้อักษร ปตอ

กองพันป้องกันฐานบิน ,, ปฐบ

กองพันบิน ,, บ

กองพันส่งทหารอากาศ ,, สอ

กองพันปฏิบัติการจิตวิทยา ,, ปจว

กองพันฝึกรบพิเศษ ,, ฝรพ

กองพันส่งกำลังและบริการ ,, สบร

กองพันซ่อมบำรุง ,, ซบร

กองพันรบพิเศษ ,, รพศ

กองพันพัฒนา ,, พน

กองพันจู่โจม ,, จจ

กองพันสัตว์ต่าง ,, สต

สังกัดหน่วยทหารที่ไม่เข้าลักษณะดังกล่าวข้างต้น

ใช้เครื่องหมายสังกัดของหน่วยบังคับบัญชาโดยตรง

อักษรประจำเหล่าต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบเป็นเครื่องหมายสังกัด มีดังนี้

(ก) เหล่าทหารราบ ใช้อักษร ร

(ข) เหล่าทหารม้า ,, ม

(ค) เหล่าทหารปืนใหญ่ ,, ป

(ง) เหล่าทหารช่าง ,, ช

(จ) เหล่าทหารสื่อสาร ,, ส

(ฉ) เหล่าทหารขนส่ง ,, ขส

(ช) เหล่าทหารสรรพาวุธ ,, สพ

(ซ) เหล่าทหารพลาธิการ ,, พธ

(ฌ) เหล่าทหารสารวัตร ,, สห

(ญ) เหล่าทหารสารบรรณ ,, สบ

(ฎ) เหล่าทหารการเงิน ,, กง

(ฏ) เหล่าทหารพระธรรมนูญ ,, ธน

(ฐ) เหล่าทหารแพทย์ ,, พ

(ฑ) เหล่าทหารแผนที่ ,, ผท

(ฒ) เหล่าทหารการสัตว์ ,, กส

(ณ) เหล่าทหารดุริยางค์ ,, ดย

(ด) เหล่าทหารการข่าว ,, ขว

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖[๓]

นายทหารสัญญาบัตรประจำการชั้นพันเอกซึ่งเทียบเท่าพลจัตวา

นายพล

และจอมพลใช้เครื่องหมายโลหะสีทองรูปคทาไขว้ประกอบกับช่อชัยพฤกษ์แทนเครื่องหมายเหล่า

และเครื่องหมายสังกัด

เมื่อแต่งเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนามให้ติดเครื่องหมายตามข้อนี้

ที่คอเสื้อข้างขวาข้างเดียว

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

นักเรียนทหาร ใช้เครื่องหมายดังนี้

(๑) นักเรียนนายร้อย

ใช้เครื่องหมายโลหะสีทองรูปตราแผ่นดินในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ติดที่คอเสื้อทั้งสองข้าง

โดยไม่ใช้เครื่องหมายเหล่าและเครื่องหมายสังกัดเมื่อแต่งเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนามให้ติดเครื่องหมายนี้ที่คอเสื้อข้างขวา

(๒) นักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

ใช้เครื่องหมายเหล่าทหารแพทย์ติดที่คอเสื้อข้างขวาและใช้เครื่องหมายสังกัดของกรมแพทย์ทหารบกติดที่คอเสื้อข้างซ้าย

เมื่อแต่งเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนามให้ติดเครื่องหมายสังกัดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือกึ่งกลางปกกระเป๋า

(๓) นักเรียนนายทหารแผนที่

ใช้เครื่องหมายโลหะสีทองรูปจักรกระบองมีดาวกลางจักรติดที่คอเสื้อทั้งสองข้าง

โดยไม่ใช้เครื่องหมายเหล่าและเครื่องหมายสังกัด

เมื่อแต่งเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนามให้ติดเครื่องหมายนี้ที่คอเสื้อข้างขวา

(๔) นักเรียนนายร้อยสำรอง

ใช้เครื่องหมายเหล่าและเครื่องหมายสังกัดตามเหล่าและสังกัดของตน

เมื่อแต่งเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนามให้ติดเครื่องหมายสังกัดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือกึ่งกลางปกกระเป๋า

นักเรียนนายสิบปีที่ ๑

ใช้เครื่องหมายดอกจันทน์ติดที่คอเสื้อทั้งสองข้างสำหรับนักเรียนนายสิบตั้งแต่ชั้นปีที่

๒ ขึ้นไป และนักเรียนนายสิบหลักสูตร ๑ ปี

ใช้เครื่องหมายดอกจันทน์ติดที่คอเสื้อข้างซ้ายแทนเครื่องหมายสังกัด

และใช้เครื่องหมายเหล่าตามเหล่าของตน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘[๔]

ทหารนอกประจำการ

ใช้เครื่องหมายเหล่าครั้งสุดท้ายติดที่คอเสื้อข้างขวาและติดอักษร นก

ที่คอเสื้อข้างซ้าย สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นพันเอกซึ่งเทียบเท่าพลจัตวา

นายพลและจอมพล

ใช้เครื่องหมายโลหะสีทองรูปคทาไขว้ประกอบกับช่อชัยพฤกษ์ติดที่คอเสื้อทั้งสองข้างและติดอักษร

นก ที่ปกกระเป๋าบนซ้ายชิดขอบกระเป๋าด้านใกล้กับแขนเสื้อทางซ้าย ถ้าเป็นเสื้อที่ไม่มีกระเป๋าบนให้ติดอักษร

นก ที่อกเสื้อด้านซ้ายแนวเดียวกับกระเป๋าบน

หมวด

เครื่องหมายพิเศษ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

นายทหารซึ่งดำรงตำแหน่งเสนาธิการ

ฝ่ายเสนาธิการหรือตำแหน่งที่กำหนดว่าเป็นตำแหน่งฝ่ายเสนาธิการ

ใช้สายยงยศเป็นสายถัก ๑ เส้น ประกอบตุ้มโลหะสีทอง๑ ตุ้ม สายเกลี้ยง ๒ เส้น

ปลายสายรวมติดใต้อินทรธนูข้างขวา สายถักคล้องใต้แขนขวาผ่านหน้าอก

สายเกลี้ยงทำเป็นบ่วงคล้องใต้แขนขวา ๑ เส้น ส่วนอีก ๑ เส้น

ทำเป็นบ่วงผ่านหน้าอกมารวมกับปลายสายถักคล้องที่ดุมอกเสื้อ

ให้ตุ้มโลหะสีทองอยู่กับที่อกเสื้อ ถ้าเป็นเสื้อชั้นนอกคอปิดคล้องที่ดุมอกเสื้อเม็ดที่

ถ้าเป็นเสื้อชั้นนอกคอแบะหรือเสื้อชั้นนอกเปิดอกคล้องใต้ชายพับประมาณแนวเดียวกับดุมเม็ดที่

๑ ของเสื้อชั้นนอกคอปิด

สายยงยศทำด้วยไหมทองหรือไหมสีเหลือง

ใช้ประกอบกับเครื่องแบบดังนี้

(๑) เครื่องแบบปกติขาว

หรือเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคะแบะที่ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เครื่องแบบครึ่งยศ เครื่องแบบเต็มยศ เครื่องแบบสโมสร

หรือเครื่องแบบกันหนาวน้ำเงินดำ ใช้สายยงยศไหมทอง

(๒) เครื่องแบบปกติขาว

หรือเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะที่ไม่ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ใช้สายยงยศไหมสีทอง

(๓) เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอพัก

หรือเครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขียวคอพับใช้สายยงยศไหมสีเหลือง เฉพาะแต่สายเกลี้ยง

๑ เส้น ทำเป็นบ่วงผ่านหน้าอกมาคล้องที่ดุมอกเสื้อเม็ดที่ ๒

ปลายสายรวมติดใต้อินทรธนูข้างขวา

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

นายทหารคนสนิท ใช้สายยงยศเป็นสายถัก ๑ เส้น ประกอบตุ้มโลหะสีทอง ๑ ตุ้ม

ทำเป็นบ่วงคล้องใต้แขนขวา ปลายสายรวมติดใต้อินทรธนูข้างขวา

ให้ตุ้มโลหะสีทองอยู่ทางด้านหน้า

สายยงยศทำด้วยไหมทองหรือไหมสีเหลือง

ใช้ประกอบกับเครื่องแบบดังนี้

(๑)

เครื่องแบบปกติขาวหรือเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะที่ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เครื่องแบบครึ่งยศ เครื่องแบบเต็มยศ เครื่องแบบสโมสร

หรือเครื่องแบบกันหนาวสีน้ำเงินดำ ใช้สายยงยศไหมทอง

(๒)

เครื่องแบบปกติขาวหรือเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะที่ไม่ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ใช้สายยงยศไหมสีเหลือง

(๓) เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอพับหรือเครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขียวคอพับใช้สายยงยศไหมสีเหลืองเกลี้ยง

๑ เส้น ทำเป็นบ่วงคล้องใต้แขนขวาปลายสายรวมติดใต้อินทรธนูข้างขวา

นายทหารซึ่งใช้สายยงยศเสนาธิการและดำรงตำแหน่งนายทหารคนสนิท

ใช้สายยงยศเสนาธิการแต่อย่างเดียว

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

นักเรียนนายสิบและนักเรียนนายทหาร ใช้เครื่องหมายเลขตามชั้นปีการศึกษา

ติดบนอินทรธนูทั้งสองข้าง ห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๑ เซนติเมตร

ให้ด้านบนของเลขอยู่ทางด้านคอ

นักเรียนนายร้อยซึ่งศึกษาวิชาการแพทย์และนักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

ใช้เครื่องหมาย ๑-พ ๒-พ ๓-พ ๔-พ ๕-พ และ ๖-พ ตามชั้นปีการศึกษาที่ศึกษาวิชาการแพทย์

สำหรับนักเรียนนายร้อยหลักสูตรพิเศษ ใช้เครื่องหมายอักษร พ

และนักเรียนนายร้อยสำรองใช้เครื่องหมายอักษร นส แทนเครื่องหมายเลขตามวรรคหนึ่ง

เครื่องหมายตามข้อนี้ทำด้วยโลหะสีทอง

เมื่อแต่งเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนามให้ติดเครื่องหมายนี้ที่คอเสื้อข้างซ้าย

สำหรับนักเรียนนายสิบให้ติดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือกึ่งกลางปกกระเป๋า

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

นักเรียนนายทหาร ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่หัวหน้าตอน หัวหน้าหมวด

หัวหน้ากองร้อย หัวหน้ากองพัน หรือหัวหน้านักเรียน ใช้เครื่องหมายทำด้วยโลหะสีทอง

ติดที่กึ่งกลางบนอินทรธนูทั้งสองข้าง ให้ด้านบนของเครื่องหมายอยู่ทางด้านคอดังนี้

หัวหน้าตอน รูปจักร

หัวหน้าหมวด รูปจักรภายใต้พระมหามงกุฎ

หัวหน้ากองร้อย รูปจักรภายใต้พระมหามงกุฎรัศมี

หัวหน้ากองพัน รูปกระบี่ไขว้ประกอบกับจักรภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี

หัวหน้านักเรียนนายร้อย รูปกระบี่ไขว้ประกอบกับจักรภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี

และมีช่อชัยพฤกษ์โอบอยู่เบื้องล่าง

หัวหน้านักเรียนแพทย์ทหาร รูปอักษร

รร ๖ ภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ และช่อชัยพฤกษ์โอบอยู่เบื้องล่าง

หัวหน้านักเรียนนายทหารแผนที่ รูปจักรประกอบกับกระบองมีดาวกลางจักร

หัวหน้านักเรียนนายร้อยสำรอง รูปพระเกี้ยวมีรัศมี

เครื่องหมายตามข้อนี้

เมื่อแต่งเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนาม

ให้ติดที่คอเสื้อด้านซ้ายเหนือเครื่องหมายเลขชั้นปีการศึกษา

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

พลทหารอาสาสมัคร ใช้เครื่องหมายอักษร อส และเลขตามจำนวนปีที่อาสาสมัครต่อท้ายตัวอักษร

ทำด้วยโลหะสีทอง ติดบนอินทรธนูทั้งสองข้างห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๑

เซนติเมตร ให้ด้านบนของเครื่องหมายอยู่ทางด้านคอเครื่องหมายตามข้อนี้

เมื่อแต่งเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนามให้ติดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือกึ่งกลางปกกระเป๋า

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ทหารในหน่วยทหารรักษาพระองค์หรือหน่วยทหารที่มีนามเกียรติยศใช้เครื่องหมายทำด้วยโลหะสีทองติดที่อกเสื้อข้างขวาเหนือกึ่งกลางปกกระเป๋าดังนี้

(๑) ทหารในกองบังคับการกรมทหารราบที่ ๑

มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในกองพันที่ ๑ และกองพันที่ ๒ และกองพันที่ ๔ กรมทหารราบที่

๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์และในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวใช้อักษร จปร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒

เซนติเมตร

(๒) ทหารในกองพันที่ ๓ มหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์

ใช้อักษร ว มีพระมหามงกุฎ ขนาดกว้าง ๒ เซนติเมตร สูง ๒.๕ เซนติเมตร

(๓) ทหารในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์

ทหารในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ และในหน่วยทหารช่างรักษาพระองค์

ใช้อักษรพระปรมาภิไธยย่อในองค์พระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒

เซนติเมตร

(๔) ทหารในกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และทหารในกรมทหารราบที่ ๒๑

รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

และทหารในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ใช้อักษร พระนามาภิไธยย่อ สก ขนาดกว้าง ๑.๔ เซนติเมตร สูง ๒.๒ เซนติเมตร

(๕) ทหารในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้อักษร รร ๖ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒

เซนติเมตร

(๖) ทหารในกองพันทหารม้าที่ ๖

ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ใช้อักษร สผ ขนาดกว้าง ๒ เซนติเมตร สูง ๑.๘

เซนติเมตร

(๗) ทหารในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ใช้อักษรพระนามาภิไธยย่อ สว ขนาดกว้าง ๒

เซนติเมตร สูง ๒.๗ เซนติเมตร

(๘) ทหารในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และนักเรียนนายร้อย ทหารในกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์

ทหารในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ ทหารในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์

ทหารในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ทหารในหน่วยทหารสื่อสารรักษาพระองค์

และทหารในกรมทหารขนส่งรักษาพระองค์ ใช้อักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง

๒ เซนติเมตร

(๙)

ทหารในสำนักงานเลขาธิการฝ่ายทหารประจำสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

ใช้อักษรพระนามาภิไธยย่อ มวก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร

ทหารในหน่วยทหารในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

สยามมกุฎราชกุมาร ใช้อักษรพระนามาภิไธยย่อ มวก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓ เซนติเมตร

เมื่อใช้ประกอบกับเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนาม

ให้ใช้ชนิดปักด้วยไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีเหลืองบนแผ่นผ้าสีน้ำเงินดำมีขอบวงกลมล้อมรอบตัวอักษร[๕]

(๑๐)

ทหารในหน่วยทหารที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้สถาปนาเป็นหน่วยทหารในพระองค์ใช้อักษรพระปรมาภิไธยย่อหรืออักษรพระนามภิไธยย่อของพระองค์นั้น

ถ้าใช้ประกอบกับเครื่องแบบสโมสรอกแข็งหรือเครื่องแบบสโมรสอกอ่อนให้ใช้ขนาดย่อลงเหลือสามในสี่

และให้ติดบนเสื้อส่วนที่แบะพับด้านขวา

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

ทหารซึ่งเป็นนักโดดร่ม ใช้เครื่องหมายนักโดดร่มติดที่อกเสื้อด้านซ้ายเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามชั้นดังนี้

ชั้นที่ ๑

เป็นรูปร่มชูชีพอยู่เหนือเอราวัณ

ปักหรือทำด้วยดิ้นเงินหรือวัตถุเทียมดิ้นเงินระหว่างเศียรเอราวัณกับขอบกระโปรงร่มมีอุณาโลมทำด้วยโลหะสีเงินประกอบกับปีกนก

๒ ปีก ปักหรือทำด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองบนพื้นสักหลาดสีแดง กว้าง ๑๐

เซนติเมตร สูง ๔ เซนติเมตร ที่กึ่งกลางตัวร่มชูชีพมีดาวโลหะสีน้ำเงิน ๑ ดาว

และช่อชัยพฤกษ์โลหะสีน้ำเงินโอบใต้ดาว

ขั้นที่ ๒ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่ไม่มีช่อชัยพฤกษ์

ชั้นที่ ๓ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่ไม่มีดาวและช่อชัยพฤกษ์

ชั้นกิตติมศักดิ์ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่ไม่มีอุณาโลม

เครื่องหมายนี้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิด

เว้นแต่เครื่องแบบฝึกและเครื่องแบบสนามใช้ชนิดปักด้วยด้ายมันหรือไหมสีน้ำเงินดำ

เย็บติดอกเสื้อข้างซ้าย ถ้าใช้ประกอบกับเครื่องแบบสโมสรอกแข็งหรือเครื่องแบบสโมสรอกอ่อน

ใช้ชนิดปักหรือทำด้วยดิ้นหรือวัตถุเทียมดิ้นขนาดย่อลงเหลือหนึ่งในสอง

ติดบนเสื้อส่วนที่แบะพับด้านซ้าย

สำหรับผู้ที่ได้รับเครื่องหมายนักโดดร่มชั้นกิตติมศักดิ์และสายยงยศไหมสีแดง

ให้แต่งกายได้เช่นเดียวกับนักโดดร่มประจำกอง

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ทหารซึ่งเป็นนักบิน ใช้เครื่องหมายแสดงความสามารถในการบิน

ติดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามชั้นดังนี้

ขั้นที่ ๑ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก ทำด้วยโลหะสีเงิน กว้าง ๒

เซนติเมตร ยาว๗.๖ เซนติเมตร ระหว่างหัวปีกต่อกันมีรูปอาร์มทำด้วยโลหะสีเงิน กว้าง

๑.๓ เซนติเมตร ยาว ๑.๕ เซนติเมตร ภายในอาร์มเป็นรูปแถบธงไตรรงค์เฉียงจากขวามาซ้าย

มีจักรโลหะสีทองขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๘ เซนติเมตร ทับบนกลางอาร์ม

เหนืออาร์มมีอุณาโลมอยู่ในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีทำด้วยโลหะสีเงิน

ชั้นที่ ๒

เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่เหนืออาร์มมีดาวทำด้วยโลหะสีเงินขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง

๑.๔ เซนติเมตร แทนอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

ชั้นที่ ๓ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่เหนืออาร์มไม่มีอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

ชั้นกิตติมศักดิ์ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่เหนืออาร์มไม่มีอุณาโลม

ชั้นศิษย์การบินชั้นมัธยม เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่ทางด้านขวาไม่มีปีกเหนืออาร์มไม่มีอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

เครื่องหมายนี้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิด

ถ้าใช้ประกอบกับเครื่องแบบสโมสรอกแข็งหรือเครื่องแบบสโมสรอกอ่อน

ให้ใช้ขนาดย่อลงเหลือหนึ่งในสอง และให้ติดบนเสื้อส่วนที่แบะพับด้านซ้าย

ทหารซึ่งเป็นนักบินและนักโดดร่ม

ถ้าติดเครื่องหมายแสดงความสามารถในการบิน และเครื่องหมายนักโดดร่มในขณะเดียวกัน

ให้ติดเครื่องหมายแสดงความสามารถในการบินเหนือเครื่องหมายนักโดดร่ม

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ทหารซึ่งเป็นนักทำลายวัตถุระเบิด ให้ใช้เครื่องหมายนักทำลายวัตถุระเบิดติดที่อกเสื้อด้านซ้ายเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เครื่องหมายนักทำลายวัตถุระเบิด

มีลักษณะเป็นรูปประกอบด้วยกงจักรสายฟ้า และลูกระเบิดทำด้วยโลหะสีเงินทำให้เป็นมัน

มีรูปเปลวระเบิดทำด้วยโลหะสีทองอยู่ตรงกลางโอบล้อมจากเบื้องล่างขึ้นบนด้วยช่อชัยพฤกษ์สีเงินทำให้เป็นมัน

ขนาดสูง ๒.๕ เซนติเมตร กว้าง ๕.๖ เซนติเมตร

เครื่องหมายนักทำลายวัตถุระเบิดกิตติมศักดิ์

มีลักษณะเช่นเดียวกับเครื่องหมายนักทำลายวัตถุระเบิด

เว้นแต่มีดาวทำด้วยโลหะสีทองประดับอยู่เหนือเปลวระเบิด

เครื่องหมายตามข้อนี้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิด

ถ้าใช้ประกอบกับเครื่องแบบสโมสรอกแข็งหรือเครื่องแบบสโมสรอกอ่อน

ให้ใช้ขนาดย่อลงเหลือสองในสาม และให้ติดบนเสื้อส่วนที่แบะพับด้านซ้าย

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ทหารซึ่งสำเร็จการศึกษาหลักสูตรการรบแบบจู่โจมของศูนย์การทหารราบ

กรมยุทธศึกษาทหารบก ศูนย์การทหารม้า กรมยุทธศึกษาทหารบก ศูนย์สงครามพิเศษ

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หรือของต่างประเทศที่ศูนย์การทหารราบ กรมยุทธศึกษาทหารบก

ศูนย์การทหารม้า กรมยุทธศึกษาทหารบก หรือศูนย์สงครามพิเศษ

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

ได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีมาตรฐานเทียบเท่าใช้เครื่องหมายทหารจู่โจมติดที่อกเสื้อข้างขวาใต้แนวเครื่องหมายหน่วยทหารรักษาพระองค์

มีลักษณะเป็นรูปหัวเสือทำด้วยโลหะสีทองคาบดาบปลายปืนสีเงินทำให้เป็นมัน

ด้ามสีน้ำตาลแกมแดงอยู่เหนือช่อชัยพฤกษ์สีเงินทำให้เป็นมัน ขนาดสูง ๒.๕ เซนติเมตร

กว้าง ๕.๒ เซนติเมตร

เครื่องหมายตามข้อนี้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิด

ถ้าใช้ประกอบกับเครื่องแบบสโมสรอกแข็งหรือเครื่องแบบสโมสรอกอ่อน

ให้ใช้ขนาดย่อลงเหลือสองในสามและให้ติดบนเสื้อส่วนที่แบะพับด้านขวา

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

ทหารซึ่งสำเร็จการศึกษาหลักสูตรพับร่ม ซ่อมบำรุงและส่งกำลังทางอากาศ

ใช้เครื่องหมายแสดงความสามารถในการพับร่ม ซ่อมบำรุงและส่งกำลังทหารอากาศติดที่อกเสื้อด้านขวาเหนือป้ายชื่อ

เครื่องหมายแสดงความสามารถในการพับร่ม

ซ่อมบำรุงและส่งกำลังทางอากาศ

มีลักษณะเป็นรูปร่มชูชีพอยู่เหนือกงจักรประกอบกับปีกนก ๒ ปีก

เครื่องหมายนี้ทำด้วยโลหะสีเงินขนาดสูง ๒.๕ เซนติเมตร กว้าง ๕ เซนติเมตร

เครื่องหมายแสดงความสามารถในการพับร่ม

ซ่อมบำรุงและส่งกำลังทางอากาศกิตติมศักดิ์มีลักษณะเช่นเดียวกับเครื่องหมายแสดงความสามารถในการพับร่ม

ซ่อมบำรุงและส่งกำลังทางอากาศ

เว้นแต่มีดาวทำด้วยโลหะสีเงินประดับอยู่เหนือร่มชูชีพ

เครื่องหมายตามข้อนี้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิด

ถ้าใช้ประกอบกับเครื่องแบบสโมสรอกแข็งหรือเครื่องแบบสโมสรอกอ่อน

ให้ใช้ขนาดย่อลงเหลือสองในสามและให้ติดบนเสื้อส่วนที่แบะพับด้านขวา

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

ทหารซึ่งสำเร็จการศึกษาหลักสูตรสงครามทุ่นระเบิดจากโรงเรียนทหารช่าง

กรมการทหารช่าง ใช้เครื่องหมายสงครามทุ่นระเบิดติดที่อกเสื้อด้านขวาเหนือป้ายชื่อ

เครื่องหมายสงครามทุ่นระเบิดทำด้วยโลหะ

มีลักษณะเป็นรูปทุ่นระเบิดดักรถถังสีเขียวมรกตที่กลางทุ่นระเบิดมีเครื่องหมายทหารช่างสีทองตัวนูน

ทั้งสองข้างของทุ่นระเบิดมีสายฟ้าสีทองข้างละ ๑ สาย อยู่ภายในเปลวระเบิดสีแดง

ทั้งหมดนี้รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์สีเงิน เครื่องหมายนี้ขนาดสูง ๓.๘ เซนติเมตร กว้าง

๖.๓ เซนติเมตร

เครื่องหมายสงครามทุ่นระเบิดกิตติมศักดิ์

มีลักษณะเช่นเดียวกับเครื่องหมายสงครามทุ่นระเบิด เว้นแต่มีดาวสีทอง ๑ ดวง

ประดับที่แกนของทุ่นระเบิด

เครื่องหมายตามข้อนี้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิด

เว้นแต่เครื่องแบบฝึกและเครื่องแบบสนามให้ใช้ชนิดไหมปักเย็บติดที่อกเสื้อด้านขวาเหนือป้ายชื่อ

ถ้าใช้ประกอบกับเครื่องแบบสโมสรอกแข็งหรือเครื่องแบบสโมสรอกอ่อน

ให้ใช้ขนาดย่อลงเหลือสองในสาม และให้ติดบนเสื้อส่วนที่แบะพับด้านขวา

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

พลทหารซึ่งทำหน้าที่อย่างนายสิบ

ใช้บั้งทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินขนาดเท่ากับบั้งเครื่องหมายยศสิบตรี

ติดที่แขนเสื้อข้างซ้ายด้านนอกกึ่งกลางระหว่างไหล่กับข้อศอก

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

พลทหารซึ่งทำหน้าที่ครูทหารใหม่

ใช้เครื่องหมายรูปจักรทำด้วยโลหะสีทองเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓.๕ เซนติเมตร ทาบบนพื้นสักหลาดสีน้ำเงินรูปวงกลม

ติดที่แขนเสื้อข้างซ้ายด้านนอกกึ่งกลางระหว่างไหล่กับข้อศอก

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

ทหารซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

ในขณะปฏิบัติหน้าที่ตรวจเลือกใช้ปลอกแขนทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีแดง กว้าง ๗ เซนติเมตร

ขลิบริมสีน้ำเงินข้างละ ๐.๕ เซนติเมตร

ทหารซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในการตรวจเลือกใช้ปลอกแขนทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงิน

กว้าง ๗ เซนติเมตร ขลิบริมสีแดงข้างละ ๐.๕ เซนติเมตร

ปลอกแขนตามข้อนี้ ให้สวมที่แขนเสื้อข้างขวาเหนือข้อศอก

เครื่องแบบทหารหญิง

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

เครื่องแบบทหารหญิง มี ๑๓ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีขาว

(ค) กระโปรงสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

(จ) ถุงเท้ายาวสีน้ำตาลอ่อน

(ฉ) กระเป๋าถือสีดำขนาดเล็ก

(๒) เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากีแกมเขียว

(ค) กระโปรงสีกากีแกมเขียว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

(จ) ถุงเท้ายาวสีน้ำตาลอ่อน

(ฉ) กระเป๋าถือสีดำขนาดใหญ่

(๓) เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอปก ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีแกมเขียว

หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอปกสีกากีแกมเขียว

(ค) กระโปรงสีกากีแกมเขียว หรือกระโปรงกางเกงสีกากีแกมเขียว

หรือกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

หรือรองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำชนิดผูกเชือก

(จ) กระเป๋าถือสีดำขนาดใหญ่

สำหรับรองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

ให้ใช้กับกระโปรงสีกากีแกมเขียมหรือกระโปรงกางเกงสีกากีแกมเขียว

และรองเท้าหุ้นส้นหนังสีดำ ชนิดผูกเชือกให้ใช้กับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(๔) เครื่องแบบปกติขาวคอปก ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีแกมเขียว

หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอปกสีขาว

(ค) กระโปรงสีกากีแกมเขียว หรือกระโปรงกางเกงสีกากีแกมเขียว

หรือกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) รองเท้าหุ้นส้นหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

หรือรองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำชนิดผูกเชือก

(จ) กระเป๋าถือสีดำขนาดใหญ่

สำหรับรองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

ให้ใช้กับกระโปรงสีกากีแกมเขียวหรือกระโปรงกางเกงสีกากีแกมเขียว

และรองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดผูกเชือกให้ใช้กับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(๕) เครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขียวคอปก ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีแกมเขียว

หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอปกสีกากีนวลแกมเขียว

(ค) กระโปรงสีกากีแกมเขียว หรือกระโปรงกางเกงสีกากีแกมเขียว

หรือกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

หรือรองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำชนิดผูกเชือก

(จ) กระเป๋าถือสีดำขนาดใหญ่

สำหรับรองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

ให้ใช้กระโปรงสีกากีแกมเขียวหรือกระโปรงกางเกงสีกากีแกมเขียว และรองเท้าหุ้นส้นหนังสีดำ

ชนิดผูกเชือก ให้ใช้กับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(๖) เครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขียวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีแกมเขียว

หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอพับสีกากีนวลแกมเขียว

(ค) กระโปรงสีกากีแกมเขียว หรือกระโปรงกางเกงสีกากีแกมเขียว

หรือกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

หรือเข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้นส้นหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

หรือรองเท้าหุ้นส้นหนังสีดำชนิดผูกเชือก

(ฉ) กระเป๋าถือสีดำขนาดใหญ่

สำหรับเข็มขัดหนังสีดำกับรองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

ชนิดไม่ผูกเชือก ให้ใช้กระโปรงสีกากีแกมเขียวหรือกระโปรงกางเกงสีกากีแกมเขียว

และเข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำกับรองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

ชนิดผูกเชือก ให้ใช้กับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(๗) เครื่องแบบปกติขาวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีแกมเขียว

หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอพับสีขาว

(ค) กระโปรงสีกากีแกมเขียว หรือกระโปรงกางเกงสีกากีแกมเขียว

หรือกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ หรือเข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

หรือรองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำชนิดผูกเชือก

(ฉ) กระเป๋าถือสีดำขนาดใหญ่สำหรับเข็มขัดและรองเท้า

ให้ใช้เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขียวคอพับ

(๘) เครื่องแบบฝึก ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว หรือหมวกทรงอ่อนสีดำ

หรือหมวกเหล็ก สีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก

(ง)

เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ ชนิดผูกเชือก

หรือรองเท้าเดินป่า

(๙) เครื่องแบบสนาม ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว หรือหมวกทรงอ่อนสีดำ

หรือหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

(ข) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว

หรือเสื้อสนามคอเปิดสีกากีแกมเขียว

(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก

หรือกางเกงสนามขายาวสีกากีแกมเขียว

(ง)

เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ ชนิดผูกเชือก

หรือรองเท้าเดินป่า

เครื่องแบบสนามตาม (ก) (ข) และ (ค)

ในบางโอกาสจะใช้สีกากีแกมเขียวที่ระบายหรือแต้มด้วยสีอื่น

เพื่อให้กลมกลืนกับภูมิประเทศก็ได้

เครื่องแบบชนิดนี้ ให้ใช้เครื่องสนามประกอบด้วย

(๑๐) เครื่องแบบครึ่งยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

เว้นแต่ให้ใช้กระโปรงสีดำและกระเป๋าถือสีดำขนาดเล็ก

สำหรับทหารหญิงในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

ในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ ในกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์

ในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

และในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

ให้ใช้เครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงอ่อนสีดำ

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กระโปรงสีดำแบบป้าย

(ง) คันชีพ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

หรือรองเท้าสูงหนังสีดำชนิดไม่ผูกเชือก

(ฉ) ถุงเท้ายาวสีดำ

สำหรับทหารหญิงในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

และในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีให้ใช้เครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินดำ

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กระโปรงสีฟ้าหม่นแบบป้าย

(ง) คันชีพ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

หรือรองเท้าสูงหนังสีดำชนิดไม่ผูกเชือก

(ฉ) ถุงเท้ายาวสีดำ

(๑๑) เครื่องแบบเต็มยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ

เว้นแต่ในโอกาสที่อยู่ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว

ให้ใช้หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีน้ำเงินดำ เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ

และกระโปรงสีน้ำเงินดำ

สำหรับทหารหญิงในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

ในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ ในกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ ในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และในกรมนักเรียนนายร้อย รักษาพระองค์

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงอ่อนสีดำ มีพู่

(ข) เสื้อเต็มยศรักษาพระองค์

(ค) กระโปรงสีดำแบบป้าย

(ง) คันชีพและประคด

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

หรือรองเท้าสูงหนังสีดำชนิดไม่ผูกเชือก

(ฉ) ถุงเท้ายาวสีดำ

สำหรับทหารหญิงในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

และในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ให้ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินดำ มีพู่

(ข) เสื้อเต็มยศรักษาพระองค์

(ค) กระโปรงสีฟ้าหม่นแบบป้าย

(ง) คันชีพและประคด

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

หรือรองเท้าสูงหนังสีดำชนิดไม่ผูกเชือก

(ฉ) ถุงเท้ายาวสีดำ

(๑๒) เครื่องแบบสโมสร เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ

สำหรับทหารหญิงในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

ในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ ในกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

และในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

ให้ใช้หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีน้ำเงินดำ

(๑๓) เครื่องแบบสโมสรอกอ่อน ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกเปิดอกสีขาว

(ค) เสื้อเชิ้ตอกจีบสีขาว

(ง) กระโปรงสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

(ฉ) ถุงเท้ายาวสีน้ำตาลอ่อน

(ช) กระเป๋าถือสีดำขนาดเล็ก

(ซ) ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนรูปสามเหลี่ยม

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ หมวก มี ๙ แบบ คือ

(๑) หมวกหนีบสีกากีแกมเขียว

มีสาบโดยรอบป้ายเฉียงทางด้านหน้าลงไปทางซ้าย รูปหมวดตัดให้เรียวโค้งไปตามศีรษะ

มีขลิบที่ขอบหมวกเช่นเดียวกับทหารชาย ด้านซ้ายห่างจากกึ่งกลางด้านหน้าหมวก ๔

เซนติเมตร มีตราหน้าหมวกขนาดเล็ก

(๒) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว

ลักษณะเช่นเดียวกับหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียวของทหารชาย

(๓) หมวกทรงอ่อนสีดำ

ด้านซ้ายหมวกมีตราหน้าหมวกขนาดกลางใช้ประกอบกับเครื่องแบบฝึกและเครื่องแบบสนาม

(๔) หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว

ลักษณะเช่นเดียวกับหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียวของทหารชาย

(๕) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีแกมเขียว

มีปีกโดยรอบพอสมควรด้านข้างทั้งสองพับขึ้นเล็กน้อย และมีเครื่องประกอบ คือ

(ก) ตราหน้าหมวกขนาดกลาง ตรงกึ่งกลางหน้าหมวก

(ข) สายรัดคาง สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใช้แถบไหมทอง

สำหรับนายทหารประทวนใช้หนังสีดำ ที่ปลายสายรัดคางทั้งสองข้าง

ติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็กข้างละ ๑ ดุม

(ค) ผ้าพันหมวก ให้มีเฉพาะนายทหารสัญญาบัตร มีลักษณะดังนี้

นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพล ใช้สักหลาดสีบานเย็น กว้าง ๓.๕

เซนติเมตร ที่กึ่งกลางผ้าพันหมวกมีแถบสีดำ กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร สอบแถบ

เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร และให้มีรูปช่อชัยพฤกษ์ข้างตราหน้าหมวกทั้งสองข้างปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทองข้างละสองแถว

นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพันและนายร้อย ใช้สักหลาดสีน้ำเงิน

กว้าง ๓ เซนติเมตร ขลิบริมสีแดง กว้าง ๐.๔ เซนติเมตร

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นพันเอกให้มีรูปช่อชัยพฤกษ์ข้างตราหน้าหมวกทั้งสองข้างปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทองข้างละหนึ่งแถว

(๖) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีขาว

ลักษณะเช่นเดียวกับหมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีแกมเขียว

(๗) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีน้ำเงินดำ

ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จลักษณะเช่นเดียวกับหมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีแกมเขียว

(๘) หมวกทรงอ่อนสีดำ ด้านซ้ายหมวกมีตราราชวัลลภ

เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ มีพู่สีดำติด ณ ที่ที่มีตราราชวัลลภ

สำหรับทหารหญิงในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

ด้านซ้ายหมวกมีตราครุฑพ่าห์ เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ มีพู่สีดำติด ณ

ที่ที่มีตราหน้าหมวก

สำหรับทหารหญิงในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์

ด้านซ้ายหมวกมีตราพระมหามงกุฎเพชราวุธ เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์

มีพู่สีน้ำเงินฟ้าติด ณ ที่ที่มีตราหน้าหมวก

สำหรับทหารหญิงในกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ด้านซ้ายหมวกมีตราเหมือนตราหน้าหมวกยอดของทหารชายในกรมทหารราบที่

๑๒ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์มีพู่สีดำติด ณ ที่ที่มีตราหน้าหมวก

สำหรับทหารหญิง ในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ด้านซ้ายหมวกมีตราเหมือนตราหน้าหมวกยอดของทหารชายในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์มีพู่สีดำติด ณ ที่ที่มีตราหน้าหมวก

สำหรับทหารหญิงในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์

ด้านซ้ายหมวกมีตราครุฑพ่าห์ เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์

มีพู่สีเลือดหมูติด ณ ที่ที่มีตราหน้าหมวก

สำหรับทหารหญิงในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านซ้ายหมวกมีตราครุฑพ่าห์

เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ มีพู่สีบานเย็นติด ณ ที่ที่มีตราหน้าหมวก

สำหรับทหารหญิงในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ด้านซ้ายหมวกมีตราเหมือนตราหน้าหมวกยอดของทหารชายในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์มีพู่สีดำติด ณ ที่ที่มีตราหน้าหมวก

(๙) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินดำ ด้านซ้ายหมวกมีตราครุฑพ่าห์

เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ มีพู่สีฟ้าหม่นติด ณ ที่ที่มีตราครุฑพ่าห์

สำหรับทหารหญิงในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

และในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

สำหรับทหารหญิงในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ด้านซ้ายหมวกมีตราพระราชลัญจกร เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ มีพู่สีฟ้าหม่นติด

ณ ที่ที่มีตราพระราชลัญจกร

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ เสื้อ

มี ๑๓ แบบ คือ

(๑) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว

ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียวของทหารชาย

(๒) เสื้อสนามคอเปิดสีกากีแกมเขียว

ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียวของทหารชาย

(๓) เสื้อคอปกสีกากีแกมเขียว ที่แนวอกมีดุม ๓ ดุม

แขนยาวไม่รัดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือข้อศอกไม่เกิน ๕ เซนติเมตร ปลายแขนพับทบ

มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะมีแถบตรงกึ่งกลางตามทางดิ่ง ไม่มีปก

มุมกระเป๋าด้านล่างเป็นรูปตัดพองาม ปากกระเป๋าขัดดุม ๑ ดุม และมีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ

๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก

(๔) เสื้อคอปกสีขาว

ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อคอปกสีกากีแกมเขียว

(๕)

เสื้อคอปกสีกากีนวลแกมเขียวลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อคอปกสีกากีแกมเขียว

(๖) เสื้อคอพับสีกากีนวลแกมเขียว ไม่มีสาบ

ที่ชายคอพับด้านหน้ามีแถบสีกากีแกมเขียว กว้าง ๑ เซนติเมตร ข้างละ ๑ แถบ

ที่แนวอกมีดุม ๓ ดุม แขนสั้นเหนือข้อศอกไม่เกิน ๕ เซนติเมตร

ปลายแขนพับทบและมีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ ๑ ดุม

ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก

เมื่อสวมเสื้อนี้

ให้สอดชายเสื้อไว้ภายในกระโปรงสีกากีแกมเขียว กระโปรงกางเกงสีกากีแกมเขียวหรือกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(๗) เสื้อคอพับสีขาว ไม่มีสาบ

ที่ชายคอพับด้านหน้ามีแถบสีกากีแกมเขียวกว้าง ๑ เซนติเมตร ข้างละ ๑ แถบ

ที่แนวอกมีดุม ๓ ดุม แขนยาวรัดข้อมือขัดดุมข้างละ ๑ ดุม

หรือแขนสั้นเหนือข้อศอกไม่เกิน ๕ เซนติเมตร ปลายแขนพับทบ และมีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ

๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก

เมื่อสวมเสื้อนี้

ให้สอดชายเสื้อไว้ภายในกระโปรงสีกากีแกมเขียว

กระโปรงกางเกงสีกากีแกมเขียวหรือกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(๘) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากีแกมเขียว แบบคอป้าน

มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๓ ดุม มีกระเป่าล่างข้างละ

๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีปก

และมีอินทรธนูอ่อนขัดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ข้างละ ๑ ดุม

เสื้อแบบนี้ให้ใช้เสื้อเชิ๊ตสีกากีนวลแกมเขียว ผูกผ้าผูกคอสีกากีแกมเขียว

เงื่อนกะลาสีประกอบด้วย แต่ในโอกาสไว้ทุกข์ให้ใช้ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี

(๙) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีขาว

ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากีแกมเขียว แต่ใช้อินทรธนูแข็ง

เสื้อแบบนี้ให้ใช้เชิ้ตสีขาว ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

เว้นแต่เมื่อแต่งเครื่องแบบสโมสร ให้ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนหูกระต่าย

(๑๐) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ

ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากีแกมเขียว

(๑๑) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ

ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๕ ดุม ด้านหน้ามีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก

และใช้อินทรธนูแข็ง

(๑๒) เสื้อเต็มยศรักษาพระองค์

(ก) ทหารหญิงในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ใช้เสื้อลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของทหารชายในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

(ข) ทหารหญิงในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ใช้เสื้อลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของทหารชายในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

(ค) ทหารหญิงในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

ใช้เสื้อลักษณะเดียวกับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของทหารชายในกรมทหารราบที่ ๒

รักษาพระองค์

(ง) ทหารหญิงในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์

ใช้เสื้อลักษณะเดียวกับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของทหารชายในกรมทหารราบที่ ๑๑

รักษาพระองค์

(จ) ทหารหญิงในกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ใช้เสื้อลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของทหารชายในกรมทหารราบที่ ๑๒

รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

(ฉ) ทหารหญิงในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ใช้เสื้อลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของทหารชายในกรมทหารราบที่ ๒๑

รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

(ช) ทหารหญิงในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์

ใช้เสื้อลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของทหารชายในกรมทหารราบที่ ๓๑

รักษาพระองค์

(ซ) ทหารหญิงในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ใช้เสื้อลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของทหารชายในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

(ฌ) ทหารหญิงในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ใช้เสื้อลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของทหารชายในเหล่าทหารม้ารักษาพระองค์

(ญ) ทหารหญิงในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีใช้เสื้อลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของทหารชายในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

(ฎ) ทหารหญิงในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ

ใช้เสื้อลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของทหารชายในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

(ฏ) ทหารหญิงในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าใช้เสื้อลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อเต็มยศรักษาพระองค์ของทหารชายในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

(๑๓) เสื้อชั้นนอกเปิดอกสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ

คอแบะกว้างไม่มีบากกลมมนถึงชายพับแหลมใต้อก

ปาดเอวเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกเปิดอกสีขาวของทหารชาย

ด้านหน้าระหว่างชายคอพับถึงชายเสื้อ มีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ข้างละ ๑ ดุม

มีสายสร้อยสีทองร้อยติดกัน เสื้อแบบนี้ใช้อินทรธนูแข็ง และให้ใช้เสื้อและเครื่องประกอบดังนี้

(ก) เสื้อเชิ้ตอกจีบสีขาว แขนยาว ข้อมือแข็งขัดดุม

คอปกเชิ้ตเป็นรูปบัวมน ผูกผ้าพันคอสีดำเป็นรูปสามเหลี่ยมจากชายปกบัวมน

(ข) แพรแถบรัดเอวสีแดง

เช่นเดียวกับสายอินทรธนูกึ่งกลางด้านหน้ากว้าง ๗ เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้าง กว้าง

๕ เซนติเมตร ยาวเท่าขนาดเอวของผู้ใช้

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

กระโปรงและกางเกง มีดังนี้

(๑) กระโปรงสีกากีแกมเขียว ยาวปิดเข่าพอสมควร

ชายประโปรงไม่บาน ไม่มีกระเป๋า ไม่มีทบด้านหน้า

สำหรับด้านหลังเป็นแบบผ่าซ้อนกันชั้นเดียวซึ่งมีความสูงจากชายกระโปรงไม่ต่ำกว่า ๑๕

เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒๕ เซนติเมตร โดยซ้อนกันลึกไม่น้อยกว่า ๑๐ เซนติเมตร

ที่ขอบเอวมีห่วงกว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวน ๔ ห่วง สำหรับสอดสายเข็มขัด

โดยให้ห่วงคู่หน้าอยู่ห่างจากกึ่งกลางหัวเข็มขัดประมาณ ๑๐ เซนติเมตร

ทั้งทางซ้ายและทางขวา ส่วนห่วงคู่หลังให้อยู่ตรงแนวเดียวกับห่วงคู่หน้า

ทำด้วยผ้าสีเดียวกับกระโปรง

(๒) กระโปรงสีขาว ลักษณะเช่นเดียวกับกระโปรงสีกากีแกมเขียว

(๓) กระโปรงสีดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ

ลักษณะเช่นเดียวกับกระโปรงสีกากีแกมเขียว

(๔) กระโปรงสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ

ลักษณะเช่นเดียวกับกระโปรงสีกากีแกมเขียว

(๕) กระโปรงสีดำแบบป้าย ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ

เป็นผ้าชิ้นเดียวเมื่อสวมให้ป้ายขวาทับซ้าย ชายกระโปรงยาวเลยครึ่งน่องเล็กน้อย

(๖) กระโปรงสีฟ้าหม่นแบบป้าย ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ

ลักษณะเช่นเดียวกับกระโปรงสีดำแบบป้าย

(๗) กระโปรงกางเกงสีกากีแกมเขียว ยาวปิดเข่าพอสมควร

ชายกระโปรงกางเกงบานเล็กน้อย ไม่มีกระเป๋า ด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบจีบกระทบ

ที่ขอบเอวมีห่วงกว้าง ๑ เซนติเมตร ยาวไม่เกิน ๕ เซนติเมตร จำนวน ๔ ห่วง

สำหรับสอดสายเข็มขัดโดยให้ห่วงคู่หน้าอยู่ห่างจากกึ่งกลางหัวเข็มขัดประมาณ ๑๐

เซนติเมตร ทั้งทางซ้ายและทางขวา ส่วนห่วงคู่หลังให้อยู่ตรงแนวเดียวกับห่วงคู่หน้าทำด้วยผ้าสีเดียวกับกระโปรงกางเกง

(๘) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก

ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียว แบบฝึกของทหารชาย

ปลายขากว้างไม่น้อยกว่า ๑๖ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒๒ เซนติเมตร

(๙) กางเกงสนามขายาวสีกากีแกมเขียว ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงสนามขายาวสีกากีแกมเขียวของทหารชาย

(๑๐) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียว แบบปกติของทหารชาย

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

เข็มขัด ประคดและคันชีพ มีดังนี้

(๑) เข็มขัด มี ๓ แบบ คือ

(ก) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียว

ลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีของทหารชาย

ใช้คาดทับขอบกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึกหรือกางเกงสนามขายาวสีกากีแกมเขียว

หรือกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ข) เข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีดำ

ลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีดำของทหารชาย

ใช้คาดทับขอบกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก หรือกางเกงสนามขายาวสีกากีแกมเขียว

หรือกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ

(ค) เข็มขัดหนังสีดำ

มีขนาดและหัวเข็มขัดเช่นเดียวกับเข็มขัดด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีกากีแกมเขียวของทหารชาย

ใช้คาดทับขอบกระโปรงสีกากีแกมเขียวหรือกระโปรงกางเกงสีกากีแกมเขียว

(๒) ประคดและคันชีพ

(ก) ในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเช่นเดียวกับประคดและคันชีพของทหารชายในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่มีขนาดย่อมกว่าของทหารชาย

(ข) ในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเช่นเดียวกับประคดและคันชีพของทหารชายในหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่มีขนาดย่อมกว่าของทหารชาย

(ค) ในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

เช่นเดียวกับประคดและคันชีพของทหารชาย ในกรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

แต่มีขนาดย่อมกว่าของทหารชาย

(ง) ในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์

เช่นเดียวกับประคดและคันชีพของทหารชาย ในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ แต่มีขนาดย่อมกว่าของทหารชาย

(จ) ในกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถเช่นเดียวกับประคดและคันชีพของทหารชายในกรมทหารราชบที่ ๑๒

รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

แต่มีขนาดย่อมกว่าของทหารชาย

(ฉ) ในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถเช่นเดียวกับประคดและคันชีพของทหารชายในกรมทหารราบที่ ๒๑

รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

แต่มีขนาดย่อมกว่าของทหารชาย

(ช) ในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ เช่นเดียวกับประคดและคันชีพของทหารชาย

ในกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ แต่มีขนาดย่อมกว่าของทหารชาย

(ซ) ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

เช่นเดียวกับประคดและคันชีพของทหารชายในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่มีขนาดย่อมกว่าของทหารชาย

(ฌ) ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

เช่นเดียวกับประคดและคันชีพของทหารชายในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

แต่มีขนาดย่อมกว่าของทหารชาย

(ญ) ในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เช่นเดียวกับประคดและคันชีพของทหารชายในหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์

ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แต่มีขนาดย่อมกว่าของทหารชาย

(ฎ) ในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถเช่นเดียวกับประคดและคันชีพของทหารชายในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แต่มีขนาดย่อมกว่าของทหารชาย

(ฏ) ในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

เช่นเดียวกับประคดและคันชีพของทหารชายในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า แต่มีขนาดย่อมกว่าของทหารชาย

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

รองเท้า มี ๖ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก ส้นใหญ่พอสมควร

สูงไม่เกิน ๗ เซนติเมตร

(๒) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดผูกเชือก

(๓) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ ชนิดผูกเชือก

(๔) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

(๕) รองเท้าสูงหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

(๖) รองเท้าเดินป่า

รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น ไม่มีริ้วและลวดลาย

85 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ 80 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7bdf2705da1dfa28

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com