ข้อ ๖๘ ทหารซึ่งมีหน้าที่ขี่ม้า
หรือทหารทั่วไปในโอกาสขี่ม้า
เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ใช้กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียว
จะใช้กางเกงแบบขี่ม้าและรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ ประกอบกับสนับแข้งหนังสีดำ
หรือผ้าพันแข้งสีกากีแกมเขียว หรือจะใช้รองเท้าสูงหนังสีดำก็ได้
เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ใช้กางเกงแถบ
ให้ใช้กางเกงแถบแบบขี่ม้า และรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำประกอบกับสนับแข้งหนังสีดำ
หรือจะใช้รองเท้าสูงหนังสีดำก็ได้
ข้อ ๖๙
ทหารทั่วไป ในโอกาสขับขี่จักรยานยนต์จะใช้หมวกป้องกันศีรษะ
สำหรับขี่จักรยานยนต์ลักษณะกลมตามรูปศีรษะปิดถึงท้ายทอยสีกากีแกมเขียวไม่มีลวดลาย
ด้านหน้าตอนบนมีกระบังลม หมวกสีดำไม่ติดแผ่นวัสดุใสกันลม
มีสายรัดคางทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำประกอบกับเครื่องแบบเฉพาะขณะที่ขับขี่จักรยานยนต์ก็ได้
ข้อ ๗๐
สำหรับนายทหารสัญญาบัตรขั้นจอมพลและนายพล
เมื่อใช้หมวกทรงอ่อนให้ใช้เครื่องหมายรูปปีกนก ปักด้วยดิ้นทอง
หรือวัตถุเทียมดิ้นทอง หรือด้ายสีน้ำเงินดำ กว้าง ๓ เซนติเมตร ยาว ๗ เซนติเมตร
ประดับชิดทางด้านซ้ายของตราหน้าหมวกขนาดกลาง
ข้อ ๗๑
พลทหารและนายทหารประทวนในหน่วยทหารช่างในเวลาทำการฝึกในหน้าที่ทหารช่างใช้เครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนาม
และจะใช้รองเท้าผ้าใบสีดำก็ได้
ข้อ ๗๒
ทหารซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในเวลาปฏิบัติหน้าที่ในสถานพยาบาลจะใช้เสื้อหรือผ้ากันเปื้อน
หรือเครื่องแบบพยาบาลก็ได้
ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ในสนาม
ให้แต่งเครื่องแบบสนามเช่นเดียวกับทหารทั่วไป
เว้นแต่ที่ด้านหน้าและด้านหลังหมวกเหล็ก ให้มีเครื่องหมายกาชาด
กับที่แขนเสื้อข้างซ้ายระหว่างไหล่กับข้อศอก ให้พันผ้าพันแขนสีขาว กว้าง ๑๐
เซนติเมตร มีเครื่องหมายกาชาดอยู่ด้านนอก
ข้อ ๗๓ เสื้อกันฝนสีกากีแกมเขียว
เป็นเสื้อคอแบะแขนยาว ตัวเสื้อยาวคลุมถึงใต้เข่า ที่แนวอกติดดุมสองแถบ ๆ ละ ๕ ดุม
มีเข็มขัดรัดเอวติดกับตัวเสื้อสำหรับปรับขนาดของเอว ที่แนวต้นขามีกระเป๋าเฉียง
มีฝาปิดขัดดุม ๑ ดุม ปลายแขนมีแผ่นรัดข้อมือเป็นสาบขัดดุม ๑ ดุม และมีที่คลุมศีรษะซ่อนอยู่ภายในปกเสื้อ
เสื้อกันฝนแบบนี้ใช้สวมคลุมเครื่องแบบได้ทุกชนิด
และเมื่อใช้หมวกจะใช้พลาสติกสีขาวชนิดใสหุ้มหมวกก็ได้
ข้อ ๗๔
เสื้อกันหนาว มี ๔ แบบ คือ
(๑) เสื้อคลุมกันหนาวสีดำ
ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จหรือผ้าเนื้อหนากันน้ำ คอปกและแบะได้ ตัวเสื้อยาวประมาณเข่า
มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ตะเข็บกลางจีบ
และเปิดชายเสื้อไว้ถึงแนวตะโพกที่แนวเอวด้านหลังมีแถบทำด้วยผ้าชนิดและสีเดียวกับเสื้อ
กว้าง ๖ เซนติเมตร สอบแถบ พาดทับกันติดดุม ๓ ดุม ระยะห่างเท่ากันตามยาวของแถบ
ที่แนวอกมีดุมสองแถว แถวละ ๔ ดุม เป็นแนวเฉียงตอนล่างเข้าหากัน
ด้านข้างมีกระเป๋าข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียง ๔๕ องศา ไม่มีปกแขนยาว
ปลายแขนพับ ๑๕ เซนติเมตร มีอินทรธนูอ่อน ขัดดุมข้างละ ๑ ดุม
ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนทำด้วยวัตถุสีดำ
เสื้อแบบนี้ให้ติดเครื่องหมายยศ เครื่องหมายเหล่า
และเครื่องหมายสังกัดด้วย ใช้สวมคลุมเครื่องแบบที่ใช้เสื้อชั้นนอกทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ
หรือสีกากีแกมเขียว
(๒) เสื้อกันหนาวคอแบะสีกากีแกมเขียว แขนยาวรัดข้อมือ
ตัวเสื้อยาวปล่อยชายเสื้อถึงตะโพกพองาม ที่ปลายแขนมีสาบ กว้าง ๗ เซนติเมตร
ปลายสาบมีรังดุม ๑ รัง และมีดุมที่ปลายแขนเสื้อข้างละ ๑ ดุม
เสื้อแบบนี้มีสาบอกเสื้ออยู่ด้านใน ที่อกเสื้อใช้ซิปรูดตลอดตามยาวของเสื้อ
ด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าย่ามยืดชาย
มีปกรูปตัดพองาม กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าเจาะ มีปกรูปตัดพองาม
มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ที่เอวและชายเสื้อมีเชือกรัดและมีถุงคลุมศีรษะซ่อนไว้ในปกคอเสื้อด้านหลัง
เสื้อแบบนี้ใช้สวมทับเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอพับ
เครื่องแบบฝึกและเครื่องแบบสนามในขณะที่มีอากาศหนาว
(๓) เสื้อกันหนาวแขนยาว ทำด้วยผ้ากันลมบุนวม
ด้านนอกสีกากีแกมเขียว ด้านในสีกากีแกมเขียวที่ระบายหรือแต้มด้วยสีอื่นเพื่อให้กลมกลืนกับภูมิประเทศ
ตัวเสื้อยาวปล่อยชายเสื้อถึงตะโพกพองาม ติดซิปรูดจากคอเสื้อผ่าตลอด
ด้านหน้ามีกระเป๋าเจาะเฉียงไม่มีปกข้างละ ๑ กระเป๋า
แขนเสื้อข้างซ้ายเหนือข้อศอกมีที่เหน็บดินสอ ปากกา และกระเป๋าซิปรูดขนาดเล็ก ๑
กระเป๋า รอบคอ
ปลายแขนและชายเสื้อด้านหลังจนถึงใต้กระเป๋าเสื้อด้านหน้ามีแถบด้ายถักรัดยาวยืดสีกากีแกมเขียว
มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมกลมแบนขนาดเล็กทำด้วยวัตถุสีกากีแกมเขียว
เสื้อแบบนี้ใช้ได้สองด้านใช้สวมทับเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอพับ
เครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขียวคอพับสำหรับทหารชาย เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอปก
เครื่องแบบปกติขาวคอปก เครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขียวคอพับ
เครื่องแบบปกติขาวคอพับสำหรับทหารหญิง
เครื่องแบบฝึกและเครื่องแบบสนามในขณะที่มีอากาศหนาว
(๔) เสื้อกันหนาวแขนยาว
ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จหรือผ้าเนื้อหนาสีกากีแกมเขียว
เสื้อยาวปล่อยชายถึงตะโพกพองาม คอเชิ้ต ใต้คอปกเสื้อมีแถบผ้ากว้าง ๒ เซนติเมตร
ขัดตัวดุม ๑ ดุม ที่ปลายแขนมีแผ่นรัดข้อมือเป็นสาบ กว้าง ๗ เซนติเมตร
ปลายสาบมีรังดุม ๑ รัง และรังดุมที่ปลายแขนเสื้อข้างละ ๒ ดุม
เพื่อปรับขนาดข้อมือที่อกเสื้อผ่าตลอดไม่มีสาบใช้ซิปรูดตลอดความยาวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าเฉียงข้างละ
๑ ใบ ไม่มีฝากระเป๋า ชายเสื้อมีผ้าแถบรัดเอวกว้างประมาณ ๗ เซนติเมตร ขัดดุมข้างละ
๒ ดุม สำหรับปรับขนาดของเอว ที่บ่ามีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ ๑ ดุม
เสื้อกันหนาวแบบนี้ใช้สวมทับเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอพับ
เครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขียวคอพับสำหรับทหารชาย เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอปก
เครื่องแบบปกติขาวคอปก เครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขียวคอพับ
เครื่องแบบปกติขาวคอพับสำหรับทหารหญิง ในขณะที่มีอากาศหนาว
ข้อ ๗๕
ตราหน้าหมวกเป็นรูปจักรอุณาโลม ภายใต้พระมหามงกุฎประดับแถบ ๒ ข้าง
และมีช่อชัยพฤกษ์อยู่ภายใต้จักร ปลายช่อชัยพฤกษ์โค้งขึ้นบนมี ๓ ขนาด คือ
(๑) ขนาดใหญ่ ทำด้วยโลหะสีทอง กว้าง ๗.๕ เซนติเมตร สูง ๘.๕
เซนติเมตร มีสาบสีแดง
(๒) ขนาดกลาง กว้าง ๖ เซนติเมตร สูง ๗.๕ เซนติเมตร มี ๒
ชนิด คือ
(ก) ปักหรือทำด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองบนหมอนสักหลาดสีดำ
เว้นแต่ขอบในของจักรปักหรือทำบนสักหลาดสีแดง ใช้ได้เฉพาะนายทหารสัญญาบัตร
นายทหารประทวนชั้นนายดาบ นักเรียนนายร้อย
นักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
นักเรียนนายทหารแผนที่และนักเรียนนายร้อยสำรอง
(ข) ทำด้วยโลหะสีทอง มีสาบสีแดง ใช้ได้เฉพาะนายทหารประทวน
นักเรียนนายสิบและพลทหาร
(๓) ขนาดเล็ก ทำด้วยโลหะสีทอง กว้าง ๓ เซนติเมตร สูง ๔
เซนติเมตร มีสาบสีแดง
ข้อ ๗๖
ดุมโลหะสีทอง มี ๓ ขนาด คือ
(๑) ขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๕ เซนติเมตร
(๒) ขนาดกลาง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร
(๓) ขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร
ดุมเหล่านี้มีลักษณะกลมนูนเล็กน้อย มีเส้นขอบโดยรอบ
ภายในเส้นขอบมีลายดุนรูปจักรภายใต้พระมหามงกุฎ เว้นแต่
สำหรับทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์
ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีลายดุนรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จปร
ภายใต้พระมหามงกุฎ
สำหรับทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์
ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีลายดุนรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อ วปร
ภายใต้พระมหามงกุฎ
สำหรับทหารในกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์
ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีลายดุนรูปอักษรพระนามาภิไธยย่อ สก ในมงกุฎขัตติยนารี
รองรับด้วยแพรแถบสะบัดสองชายและบนแพรแถบสะบัดสองชายและมีคำว่า กรมทหารราบที่ ๑๒
รักษาพระองค์
สำหรับทหารในกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์
ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีลายดุนรูปอักษรพระนามาภิไธยย่อ สก
ในมงกุฎขัตติยนา รองรับด้วยแพรแถบสะบัดสองชาย และบนแพรแถบสะบัดสองชายมีคำว่า ทหารเสือนวมินทราชินี
สำหรับทหารในหน่วยทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์
ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีลายดุนรูปอักษรพระนามาภิไธยย่อ สก
ในมงกุฎขัตติยนารี รองรับด้วยแพรแถบสะพัดสองชาย และบนแพรแถบสะบัดสองชายมีคำว่า นวมินทราชินี
สำหรับนักเรียนนายร้อยและทหารในกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์
โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าและนักเรียนนายร้อย ทหารในกรมทหารราบที่ ๓๑
รักษาพระองค์ และในหน่วยทหารสื่อสารรักษาพระองค์ มีลายดุนรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อ
ภปร
ข้อ ๗๗ เดือยโลหะใช้ติดส้นรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำหรือรองเท้าสูงหนังสีดำมี
๒ ชนิด คือ
(๑) เดือยโลหะสีเงิน สำหรับทหารซึ่งมีหน้าที่ขี่ม้า
ทหารทั่วไปในโอกาสขี่ม้า
นายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ชั้นผู้บังคับกองพันขึ้นไป
และนายทหารสัญญาบัตรซึ่งมียศตั้งแต่พันตรีขึ้นไป
(๒) เดือยโลหะสีทอง
สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งสำเร็จหลักสูตรครูการขี่ม้าของโรงเรียนทหารม้า
ศูนย์การทหารม้า กรมยุทธศึกษาทหารบก
หรือหลักสูตรการขี่ม้าของทหารจากโรงเรียนการขี่ม้าในต่างประเทศตามที่กองทัพบกกำหนด
นายทหารสัญญาบัตรเหล่าทหารม้าในหน่วยทหารม้าซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ชั้นผู้บังคับการกรมขึ้นไป
และนายทหารสัญญาบัตรซึ่งได้รับอนุมัติจากกองทัพบกเป็นกรณีพิเศษ
เดือยโลหะตามข้อนี้ ให้ติดได้เฉพาะชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น
ข้อ ๗๘
เครื่องหมายยศ เครื่องหมายเหล่า เครื่องหมายสังกัด
และเครื่องหมายพิเศษที่กำหนดให้ทำด้วยโลหะ และตราหน้าหมวก
เมื่อประดับหรือติดกับส่วนของเครื่องแบบฝึก หรือเครื่องแบบสนาม
จะปักด้วยไหมหรือด้ายสีน้ำเงินดำแทนโลหะหรือวัสดุที่กำหนดนั้นก็ได้
ข้อ ๗๙
ทหารชาย
ในเวลาแต่งเครื่องแบบปกติหรือเครื่องแบบสโมสรที่กำหนดให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ใช้รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ
ข้อ ๘๐
ทหารในกรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์
ในเวลาปฏิบัติภารกิจในและนอกเขตพระราชฐาน เมื่อแต่งเครื่องแบบฝึก
ให้ใช้หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีน้ำเงิน ตราหน้าหมวกราชวัลลภและติดแถบ ทหารมหาดเล็ก
ที่แขนเสื้อด้านซ้าย
ข้อ ๘๐/๑[๖] ทหารในหน่วยทหารในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อใช้หมวกทรงอ่อน
ให้ใช้ตราหน้าหมวกขนาดเล็กรองรับด้วยแพรแถบสะบัดสองชายเป็นรูปโค้งอยู่ภายใต้ตราหน้าหมวก
บนแพรแถบสะบัดสองชายมีอักษร ทหารในพระองค์ ๙๐๔
สำหรับนายทหารสัญญาบัตรให้ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง
สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ นายสิบ และพลทหาร
ให้ใช้เครื่องหมายทำด้วยโลหะสีทอง
ข้อ ๘๐/๒[๗]
ทหารในหน่วยทหารในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
ให้ใช้ปลอกอินทรธนูประดับที่อินทรธนูอ่อนทั้งสองข้างของเครื่องแบบฝึก
หรือเครื่องแบบสนามปลอกอินทรธนูทำด้วยสักหลาด เสิร์จหรือผ้า
เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเรียว จากทางด้านไหล่ไปทางคอปลายมน
มีขนาดกว้างยาวพอที่อินทรธนูอ่อนสอดได้ ปักอักษร พระนามาภิไธยย่อ มวก
อยู่ด้านบนของปลอกอินทรธนู และ ทหารในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร เป็นรูปโค้งรองรับพระนามาภิไธยย่อ
อักษรทั้งหมดปักด้วยไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีเหลืองปลอกอินทรธนูมีสี ดังต่อไปนี้
(๑) นายทหารสัญญาบัตร สีน้ำเงิน
(๒) นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ และนายสิบ สีเขียว
(๓) พลทหาร สีแดง
ข้อ ๘๑
เครื่องหมายแสดงความสามารถในการบินของสโมสรการบินพลเรือน
ให้ทหารซึ่งได้รับเครื่องหมายนี้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิด
เว้นแต่เครื่องแบบฝึกและเครื่องแบบสนาม
และให้ติดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือกึ่งกลางปกกระเป๋า
ถ้าประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ติดเครื่องหมายนี้เหนือขึ้นไปเมื่อแต่งเครื่องแบบสโมสรเปิดอก
ให้ใช้ขนาดย่อลงครึ่งหนึ่ง
ข้อ ๘๒
เพื่อประโยชน์ในการฝึกและการปฏิบัติราชการสนามหรือเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่
จะใช้เครื่องประกอบเครื่องแบบตามความจำเป็นหรือสมควรก็ได้
ข้อ ๘๓
ให้กองทัพบกสร้างเครื่องแบบตัวอย่างหรือเขียนรูปเครื่องแบบตัวอย่างขึ้นไว้เป็นมาตรฐาน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒
ชวน หลีกภัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๓๙
ได้ประกาศใช้มานานและได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้วหลายครั้ง
ทำให้ไม่สะดวกในการค้นคว้างอ้างอิงและการใช้ในราชการ
ประกอบกับปัจจุบันมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมเครื่องแบบทหารบกในหลายประการ
สมควรปรับปรุงกฎกระทรวงว่าด้วยเครื่องแบบทหารเสียใหม่ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง (พ.ศ.
๒๕๕๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๘๑[๘]
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรยกเลิกการให้นายทหารซึ่งดำรงตำแหน่งเสนาธิการ
ฝ่ายเสนาธิการ หรือตำแหน่งที่กำหนดว่าเป็นตำแหน่งฝ่ายเสนาธิการ
ตั้งแต่ยศพันเอกลงมา ติดเครื่องหมายโลหะสีทองรูปดาวห้ากลีบ
มีรูปตราหน้าหมวกติดอยู่กึ่งกลางดาว
และมีช่อชัยพฤกษ์โอบใต้ดาวที่คอเสื้อข้างขวาแทนเครื่องหมายเหล่า เพื่อให้นายทหารดังกล่าวติดเครื่องหมายเหล่าที่คอเสื้อข้างขวาเช่นเดียวกับนายทหารตั้งแต่ยศพันเอกลงมาในตำแหน่งอื่น
ๆ
และสมควรกำหนดเครื่องหมายและส่วนประกอบเครื่องแบบสำหรับทหารของหน่วยทหารซึ่งได้รับการสถาปนา
ให้เป็นหน่วยทหารในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อใช้ประกอบเครื่องแบบในการแต่งกายปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน
เพื่อให้สามารถพิสูจน์ฝ่ายได้อย่างชัดเจน
และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการควบคุมบังคับบัญชาการปฏิบัติหน้าที่ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง (พ.ศ.
๒๕๕๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ๘๒[๙]
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงเครื่องแบบทหารบกในส่วนที่เกี่ยวกับการติดเครื่องหมายโลหะสีทองรูปคทาไขว้ประกอบกับช่อชัยพฤกษ์ของนายทหารสัญญาบัตรนอกประจำการชั้นพันเอกซึ่งเทียบเท่าพลจัตวา
นายพล และจอมพล
เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างนายทหารสัญญาบัตรประจำการกับนายทหารสัญญาบัตรนอกประจำการ
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
สุเมธ/ผู้จัดทำ
๔ สิงหาคม ๒๕๕๘
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๑๓ ก/หน้า ๖/๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๒
[๒]
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).