法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 233

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศของคณะปฏิวัติ

ประกาศของคณะปฏิวัติ

ฉบับที่

๒๓๓

โดยที่คณะปฏิวัติเห็นว่า

บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีความมุ่งหมายจะดำเนินงานช่วยเหลือและส่งเสริมภารธุระอุตสาหกรรมส่วนเอกชนให้ดียิ่งขึ้น

โดยขยายขอบเขตการดำเนินงานของบรรษัทเพื่อรวมเงินทุนและช่วยพัฒนาตลาดทุนให้เอกชนได้รับประโยชน์อย่างกว้างขวาง

สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเสียใหม่

หัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓

แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

“บรรษัท” หมายความว่า

บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

“ภารธุระอุตสาหกรรม” หมายความว่า

การประกอบอุตสาหกรรม และให้หมายความรวมถึงการทำหัตถกรรม การดำเนินกรรมวิธีและการซ่อมซึ่งสิ่งของ

การทำเหมืองแร่ การผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานอย่างอื่น

การขนส่งการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การก่อสร้าง การปรับปรุงพื้นที่

และเกษตรกรรมพาณิชย์

“หลักทรัพย์” หมายความว่า

หุ้น สต๊อก หุ้นกู้ พันธบัตร ตั๋วเงินคลังตั๋วเงิน และตราสารเปลี่ยนมืออย่างอื่น

“เงินกองทุน” หมายความว่า

ทุนที่ชำระแล้ว ทุนสำรอง ซึ่งรวมทั้งเงินสำรองอื่นที่ได้จัดสรรจากกำไรสุทธิ

และกำไรสุทธิคงเหลือหลังจากการจัดสรรแล้ว

“ผู้ถือหุ้น” หมายความว่า

ผู้ถือหุ้นของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

“ประกันซื้อ” หมายความว่า

ซื้อหรือตกลงจะซื้อหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนจากผู้ออก

เพื่อการจำหน่ายต่อไป

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒

แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๑

วัตถุประสงค์ของบรรษัทมีดังต่อไปนี้

(๑) ช่วยเหลือการจัดตั้ง การขยาย

และการปรับปรุงให้ทันสมัยซึ่งภารธุระอุตสาหกรรมส่วนเอกชน และ

(๒)

สนับสนุนและดำเนินการให้มีทุนส่วนเอกชนทั้งในและนอกราชอาณาจักรเข้าร่วมในภารธุระอุตสาหกรรมส่วนเอกชนทั้งการรวมเงินทุนและช่วยพัฒนาตลาดทุน

ภารธุระอุตสาหกรรมที่มีส่วนได้เสียอันเป็นของรัฐบาลหรือของสาธารณะอยู่ด้วยนั้น

ถ้าในสาระสำคัญมีลักษณะเป็นภารธุระอุตสาหกรรมส่วนเอกชน

ก็ไม่จำเป็นต้องกันออกนอกข่ายแห่งความอุปการะของบรรษัทในการเงิน ทั้ง ๆ

ที่มีส่วนได้เสียอันเป็นของรัฐบาลหรือของสาธารณะอยู่ด้วย

แต่ถ้าบริษัทจำกัดใดมีรัฐบาลหรือองค์การของรัฐบาลถือหุ้นอยู่ด้วยไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเป็นจำนวนสูงกว่าหนึ่งในสามของทุนเรือนหุ้นทั้งสิ้น

ไม่ให้ถือว่าบริษัทนั้นมีลักษณะเป็นภารธุระอุตสาหกรรมส่วนเอกชนในสาระสำคัญ

มาตรา ๑๒

ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังที่ระบุในมาตรา

๑๑ นั้น ภายหลังที่ได้มีการประชุมใหญ่ตามมาตรา ๙ แล้ว บรรษัทมีอำนาจกระทำการใด ๆ

ที่กล่าวต่อไปนี้โดยตนเองหรือโดยฐานะเป็นตัวแทนบุคคลอื่น

(๑) ให้อุปการะในการเงิน ด้วยวิธีให้กู้ยืมเงินระยะยาวหรือระยะปานกลางโดยมีหรือไม่มีหลักประกัน

หรือด้วยวิธีซื้อหรือเข้าชื่อซื้อหุ้นหรือหลักทรัพย์อย่างอื่น ๆ

หรือด้วยวิธีจัดให้ได้มาซึ่งส่วนได้เสียอย่างอื่นใด

(๒) ประกันซื้อหุ้นหรือหลักทรัพย์อื่นใด

(๓)

ประกันการชำระเงินที่กู้ยืมจากแหล่งกู้ยืมส่วนเอกชนอื่น

(๔)

จัดให้มีเงินกลับมาลงทุนใหม่ด้วยวิธีขายทรัพย์สินที่บรรษัทได้มาจากการลงทุน

(๕)

กู้ยืมเงินในหรือนอกราชอาณาจักรเพื่อธุรกิจของบรรษัท

และให้หลักประกันเงินที่กู้ยืม ในกรณีกู้ยืมเงินโดยออกหุ้นกู้ มิให้นำความในมาตรา

๑๒๓๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับ

(๖)

ใช้เงินคงเหลืออยู่เปล่าของบรรษัทซื้อหลักทรัพย์ที่เหมาะสมในหรือนอกราชอาณาจักร

(๗) จัดให้ได้มา ถือกรรมสิทธิ์ เช่าหรือให้เช่า

จำนองหรือรับจำนอง จำนำหรือรับจำนำ

และขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใดซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์รวมทั้งหลักทรัพย์ต่าง

แต่การจัดให้ได้มาหรือถือกรรมสิทธิ์ซึ่งอสังหาริมทรัพย์มีได้เฉพาะในกรณีเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจหรือสำหรับลูกจ้างของบรรษัทตามสมควร

หรือในกรณีซื้ออสังหาริมทรัพย์ของลูกหนี้จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล

รวมตลอดถึงการเอาทรัพย์จำนองหลุดหรือการเอาทรัพย์ตีใช้หนี้บรรษัททั้งนี้แม้จะมีจำนวนที่ดินเกินกำหนดที่พึงมีได้ตามกฎหมายอื่น

บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่ตกเป็นของบรรษัท

เนื่องจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล

การเอาทรัพย์จำนองหลุดหรือการเอาทรัพย์ตีใช้หนี้บรรษัท

ให้จำหน่ายภายในห้าปีนับแต่วันที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตกเป็นของบรรษัท

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีให้ขยายกำหนดเวลาได้อีกไม่เกินหนึ่งปี

ถ้าไม่จำหน่ายภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้รัฐมนตรีจัดการจำหน่ายภายในหนึ่งปี

โดยให้บรรษัทเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ทั้งนี้

เว้นแต่บรรษัทจะใช้สังหาริมทรัพย์นั้นเป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจหรือสำหรับลูกจ้างของบรรษัทตามสมควร

(๘)

มีบัญชีเงินฝากจ่ายคืนเมื่อเรียกร้องและเงินฝากจ่ายคืนโดยมีกำหนดเวลากับธนาคารใด ๆ

(๙)

ให้ประกันหรือรับชดใช้ค่าเสียหายและทำความตกลงใด ๆ กับรัฐบาล

เทศบาลหรือบุคคลอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ สัมปทาน และเอกสิทธิใด ๆ บรรดาที่บรรษัทเห็นว่าจะช่วยให้วัตถุประสงค์ของบรรษัทสำเร็จผล

(๑๐) ประกอบกิจการจัดการลงทุนตามโครงการ

โดยการออกตราสารหรือหลักฐานแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ของแต่ละโครงการจำหน่ายแก่ประชาชน

และนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายตราสารหรือหลักฐานแสดงสิทธินั้นไปลงทุนในหลักทรัพย์ตามที่กำหนดไว้ในโครงการ

(๑๑) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารงาน

การจัดการและทางเทคนิคแก่ภารธุระอุตสาหกรรมส่วนเอกชน

และช่วยให้ภารธุระนั้นได้รับบริการเกี่ยวกับการบริหารงาน และการจัดการและทางเทคนิค

(๑๒) รับชำระเงินใด ๆ

เกี่ยวกับเงินที่บรรษัทให้กู้ยืมแม้ก่อนวันถึงกำหนดชำระ

(๑๓) สั่งจ่าย รับรองหรือสลักหลังตั๋วเงิน

หรือใช้เงินตามตั๋วเงินเพื่อประโยชน์แห่งธุรกิจของบรรษัท

(๑๔) จัดให้มีการสงเคราะห์ตามสมควรแก่ลูกจ้าง

หรือผู้ที่พ้นจากการเป็นลูกจ้างของบรรษัท และครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น

(๑๕) กระทำกิจการอย่างอื่น ๆ บรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของบรรษัท”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๑๘

แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๑) เป็นลูกจ้างซึ่งได้รับเงินเดือนจากบรรษัท

เว้นแต่เป็นผู้จัดการทั่วไป”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๐ ทวิ

แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒

“มาตรา ๒๐ ทวิ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารคณะหนึ่งประกอบด้วยผู้ซึ่งอยู่ในตำแหน่งคณะกรรมการไม่น้อยกว่าสามคนและไม่เกินห้าคน

เป็นกรรมการและให้มีอำนาจและหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมายอำนาจและหน้าที่ที่จะมอบหมายให้นั้นต้องไม่เป็นการเสื่อมเสียต่ออำนาจและหน้าที่ของผู้จัดการทั่วไปตามมาตรา

๒๑”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๑

แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๑ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งบุคคลหนึ่งซึ่งมีสัญชาติไทย

มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๘ เป็นผู้จัดการทั่วไปของบรรษัท

ให้ผู้จัดการทั่วไปเป็นผู้บริหารกิจการของบรรษัทให้เป็นไปตามนโยบายที่คณะกรรมการกำหนด

และมีอำนาจบังคับบัญชาลูกจ้างของบรรษัททุกตำแหน่ง

ให้ผู้จัดการทั่วไปเป็นกรรมการของบรรษัทโดยตำแหน่ง”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๓

แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่

๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๓ ในกรณีที่บรรษัทขอให้รัฐบาลค้ำประกันเงินกู้ที่บรรษัทกู้ยืมเงินจากแหล่งให้กู้ยืมในต่างประเทศหรือภายในประเทศ

ให้รัฐบาลมีอำนาจค้ำประกันเงินกู้นั้นได้

แต่จำนวนเงินกู้ที่จะค้ำประกันเมื่อรวมกับต้นเงินกู้ที่การค้ำประกันของรัฐบาลยังค้างอยู่ต้องไม่เกินสิบสองเท่าของเงินกองทุนของบรรษัท

เมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทย ทั้งนี้

ไม่ว่าจะเป็นการค้ำประกันตามอำนาจที่มีอยู่ในกฎหมายใด ๆ

การคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยเพื่อทราบยอดรวมของเงินกู้ตามวรรคหนึ่ง

ให้ใช้อัตราที่คำนวณจากการเทียบค่าเสมอภาคของบาทกับเงินตราต่างประเทศสกุลที่กู้ยืมในวันทำสัญญา”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๕

แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่

๓) พ.ศ. ๒๕๐๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๕ ในกรณีที่เกี่ยวกับเงินกู้รายใด ๆ

ที่ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ

หรือที่แหล่งให้กู้ยืมอื่นใดในต่างประเทศได้ให้บรรษัทกู้ยืมรัฐบาลจะทำสัญญากับบรรษัทก็ได้ว่า

ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงการเทียบค่าเสมอภาคของบาทกับเงินตราต่างประเทศสกุลที่กู้ยืมและมีการขาดทุนหรือมีกำไรเกิดขึ้น

รัฐบาลจะชดใช้เงินที่ขาดหรือรับผลกำไรนั้นแล้วแต่กรณี”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกมาตรา ๔

แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๑] ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕

จอมพล

ถ. กิตติขจร

หัวหน้าคณะปฏิวัติ

วศิน/ผู้จัดทำ

มกราคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙/ตอนที่ ๑๖๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๙/๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๕

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 233 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7fee7280e9ed3ebf

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com