ข้อ ๒
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน มาตรา ๑๑ วัตถุประสงค์ของบรรษัทมีดังต่อไปนี้ (๑) ช่วยเหลือการจัดตั้ง การขยาย และการปรับปรุงให้ทันสมัยซึ่งภารธุระอุตสาหกรรมส่วนเอกชน และ (๒) สนับสนุนและดำเนินการให้มีทุนส่วนเอกชนทั้งในและนอกราชอาณาจักรเข้าร่วมในภารธุระอุตสาหกรรมส่วนเอกชนทั้งการรวมเงินทุนและช่วยพัฒนาตลาดทุน ภารธุระอุตสาหกรรมที่มีส่วนได้เสียอันเป็นของรัฐบาลหรือของสาธารณะอยู่ด้วยนั้น ถ้าในสาระสำคัญมีลักษณะเป็นภารธุระอุตสาหกรรมส่วนเอกชน ก็ไม่จำเป็นต้องกันออกนอกข่ายแห่งความอุปการะของบรรษัทในการเงิน ทั้ง ๆ ที่มีส่วนได้เสียอันเป็นของรัฐบาลหรือของสาธารณะอยู่ด้วย แต่ถ้าบริษัทจำกัดใดมีรัฐบาลหรือองค์การของรัฐบาลถือหุ้นอยู่ด้วยไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเป็นจำนวนสูงกว่าหนึ่งในสามของทุนเรือนหุ้นทั้งสิ้น ไม่ให้ถือว่าบริษัทนั้นมีลักษณะเป็นภารธุระอุตสาหกรรมส่วนเอกชนในสาระสำคัญ มาตรา ๑๒ ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังที่ระบุในมาตรา ๑๑ นั้น ภายหลังที่ได้มีการประชุมใหญ่ตามมาตรา ๙ แล้ว บรรษัทมีอำนาจกระทำการใด ๆ ที่กล่าวต่อไปนี้โดยตนเองหรือโดยฐานะเป็นตัวแทนบุคคลอื่น (๑) ให้อุปการะในการเงิน ด้วยวิธีให้กู้ยืมเงินระยะยาวหรือระยะปานกลางโดยมีหรือไม่มีหลักประกัน หรือด้วยวิธีซื้อหรือเข้าชื่อซื้อหุ้นหรือหลักทรัพย์อย่างอื่น ๆ หรือด้วยวิธีจัดให้ได้มาซึ่งส่วนได้เสียอย่างอื่นใด (๒) ประกันซื้อหุ้นหรือหลักทรัพย์อื่นใด (๓) ประกันการชำระเงินที่กู้ยืมจากแหล่งกู้ยืมส่วนเอกชนอื่น (๔) จัดให้มีเงินกลับมาลงทุนใหม่ด้วยวิธีขายทรัพย์สินที่บรรษัทได้มาจากการลงทุน (๕) กู้ยืมเงินในหรือนอกราชอาณาจักรเพื่อธุรกิจของบรรษัท และให้หลักประกันเงินที่กู้ยืม ในกรณีกู้ยืมเงินโดยออกหุ้นกู้ มิให้นำความในมาตรา ๑๒๓๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับ (๖) ใช้เงินคงเหลืออยู่เปล่าของบรรษัทซื้อหลักทรัพย์ที่เหมาะสมในหรือนอกราชอาณาจักร (๗) จัดให้ได้มา ถือกรรมสิทธิ์ เช่าหรือให้เช่า จำนองหรือรับจำนอง จำนำหรือรับจำนำ และขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใดซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์รวมทั้งหลักทรัพย์ต่าง ๆ แต่การจัดให้ได้มาหรือถือกรรมสิทธิ์ซึ่งอสังหาริมทรัพย์มีได้เฉพาะในกรณีเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจหรือสำหรับลูกจ้างของบรรษัทตามสมควร หรือในกรณีซื้ออสังหาริมทรัพย์ของลูกหนี้จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล รวมตลอดถึงการเอาทรัพย์จำนองหลุดหรือการเอาทรัพย์ตีใช้หนี้บรรษัททั้งนี้แม้จะมีจำนวนที่ดินเกินกำหนดที่พึงมีได้ตามกฎหมายอื่น บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่ตกเป็นของบรรษัท เนื่องจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล การเอาทรัพย์จำนองหลุดหรือการเอาทรัพย์ตีใช้หนี้บรรษัท ให้จำหน่ายภายในห้าปีนับแต่วันที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตกเป็นของบรรษัท เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีให้ขยายกำหนดเวลาได้อีกไม่เกินหนึ่งปี ถ้าไม่จำหน่ายภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้รัฐมนตรีจัดการจำหน่ายภายในหนึ่งปี โดยให้บรรษัทเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ เว้นแต่บรรษัทจะใช้สังหาริมทรัพย์นั้นเป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจหรือสำหรับลูกจ้างของบรรษัทตามสมควร (๘) มีบัญชีเงินฝากจ่ายคืนเมื่อเรียกร้องและเงินฝากจ่ายคืนโดยมีกำหนดเวลากับธนาคารใด ๆ (๙) ให้ประกันหรือรับชดใช้ค่าเสียหายและทำความตกลงใด ๆ กับรัฐบาล เทศบาลหรือบุคคลอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ สัมปทาน และเอกสิทธิใด ๆ บรรดาที่บรรษัทเห็นว่าจะช่วยให้วัตถุประสงค์ของบรรษัทสำเร็จผล (๑๐) ประกอบกิจการจัดการลงทุนตามโครงการ โดยการออกตราสารหรือหลักฐานแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ของแต่ละโครงการจำหน่ายแก่ประชาชน และนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายตราสารหรือหลักฐานแสดงสิทธินั้นไปลงทุนในหลักทรัพย์ตามที่กำหนดไว้ในโครงการ (๑๑) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารงาน การจัดการและทางเทคนิคแก่ภารธุระอุตสาหกรรมส่วนเอกชน และช่วยให้ภารธุระนั้นได้รับบริการเกี่ยวกับการบริหารงาน และการจัดการและทางเทคนิค (๑๒) รับชำระเงินใด ๆ เกี่ยวกับเงินที่บรรษัทให้กู้ยืมแม้ก่อนวันถึงกำหนดชำระ (๑๓) สั่งจ่าย รับรองหรือสลักหลังตั๋วเงิน หรือใช้เงินตามตั๋วเงินเพื่อประโยชน์แห่งธุรกิจของบรรษัท (๑๔) จัดให้มีการสงเคราะห์ตามสมควรแก่ลูกจ้าง หรือผู้ที่พ้นจากการเป็นลูกจ้างของบรรษัท และครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น (๑๕) กระทำกิจการอย่างอื่น ๆ บรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของบรรษัท