มาตรา ๕ ให้จัดตั้งการท่าอากาศยานขึ้นเรียกว่า การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เรียกโดยย่อว่า ทอท.
และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Airports Authority of Thailand เรียกโดยย่อว่า AAT
ให้ ทอท.
เป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ในการประกอบและส่งเสริมกิจการ
ท่าอากาศยาน รวมทั้งการดำเนินกิจการอื่นที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับการประกอบกิจการ
ท่าอากาศยาน
มาตรา ๖ ให้กิจการของ
ทอท.ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน
และกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ แต่พนักงานและลูกจ้างของ ทอท. ต้องได้รับการคุ้มครองแรงงานไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน
มาตรา ๗ ทอท. มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร
และจะตั้งสำนักงานสาขา
หรือตัวแทนขึ้น ณ ที่อื่นใดในและนอกราชอาณาจักรก็ได้
แต่การตั้งสำนักงานสาขานอกราชอาณา
จักร ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีก่อน
มาตรา ๘ ให้ ทอท. มีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ
ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์
ตามมาตรา ๕ และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑)
ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ สร้าง ซื้อ จัดหา
ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง
แลกเปลี่ยน โอน รับโอน
หรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ทั้งในและนอกราชอาณาจักร
ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้
อุทิศให้
(๒)
จัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ หรือบริการต่าง ๆ เพื่อความสะดวกและ
ปลอดภัยอันเกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการท่าอากาศยาน
(๓)
กำหนดอัตราค่าภาระการใช้ท่าอากาศยาน ทรัพย์สิน บริการ และความสะดวกต่าง ๆ
ในกิจการของ ทอท. ตลอดจนวิธีชำระค่าภาระดังกล่าว
(๔)
กำหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัยในการใช้และรักษาท่าอากาศยาน
ทรัพย์สิน บริการและความสะดวกต่าง ๆ ในกิจการท่าอากาศยาน
(๕) สำรวจ วางแผน
ออกแบบ สร้างและปรับปรุงท่าอากาศยาน และอุปกรณ์
ที่เกี่ยวข้องกับกิจการท่าอากาศยาน
(๖) ควบคุม
ปรับปรุงและให้ความสะดวกและความปลอดภัยแก่กิจการท่าอากาศยานภายในเขตท่าอากาศยาน
(๗)
ให้บริการและความสะดวกต่าง ๆ แก่ผู้ประกอบธุรกิจในการเดินอากาศในการใช้ท่าอากาศยาน
(๘) กู้หรือยืมเงินภายในและภายนอกราชอาณาจักร
(๙)
ให้กู้หรือให้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์สินเพื่อประโยชน์
แก่กิจการของ ทอท.
(๑๐)
ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน
(๑๑)
ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนหรือร่วมกิจการกับบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์แก่
กิจการของ ทอท.
(๑๒)
ว่าจ้างหรือมอบให้บุคคลใดประกอบกิจการส่วนหนึ่งส่วนใดของ ทอท.
แต่ถ้ากิจการนั้นมีรัฐวิสาหกิจใดมีอำนาจดำเนินการและคณะกรรมการเห็นว่ารัฐวิสาหกิจนั้น
สามารถจะดำเนินการให้บังเกิดผลและมีประสิทธิภาพได้
ก็ให้ว่าจ้างหรือมอบให้รัฐวิสาหกิจนั้น
เป็นผู้ประกอบกิจการก่อนผู้อื่น
(๑๓)
ตั้งหรือรับเป็นตัวแทน ตัวแทนค้าต่าง และนายหน้าในกิจการตามวัตถุประสงค์ของ ทอท.
(๑๔)
กระทำการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จตาม
วัตถุประสงค์ของ ทอท.
ในกรณีที่ ทอท.
ได้รับอนุญาตให้เข้าดำเนินกิจการท่าอากาศยานในสนามบินหรือ
ที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานของส่วนราชการใดและต้องใช้ทรัพย์สินในกิจการท่าอากาศยาน
ร่วมกันกับส่วนราชการนั้น
การใช้อำนาจตามมาตรานี้ที่มีผลกระทบต่อทรัพย์สินที่ใช้ร่วมกัน
ดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากส่วนราชการนั้นก่อน
มาตรา ๙ ให้ ทอท. มีอำนาจดำเนินกิจการท่าอากาศยานในเขตสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานที่ประกาศกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ
ทั้งนี้ ตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายและกำหนดโดยกฎกระทรวง และให้ ทอท.
มีสิทธิและหน้าที่เสมือนผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการดังกล่าวตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ
แต่ในการนี้ ทอท. จะว่าจ้างหรือมอบให้บุคคลใดประกอบกิจการดังกล่าวส่วนหนึ่งส่วนใดแทนก็ได้
มาตรา ๑๐ ทุนของ ทอท. ประกอบด้วย
(๑)
เงินและทรัพย์สินที่โอนมาตามมาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๒ เมื่อได้หักหนี้สิน
ออกแล้ว
(๒)
เงินที่ได้รับจากงบประมาณโดยรัฐบาลจ่ายเป็นทุนประเดิมห้าสิบล้านบาท และจัดสรรเพิ่มเติมเป็นคราว
ๆ ตามจำนวนที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควร
(๓)
เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
มาตรา ๑๑ เงินสำรองของ ทอท.
ให้ประกอบด้วยเงินสำรองธรรมดาซึ่งตั้งไว้
เผื่อขาด เงินสำรองเพื่อขยายกิจการ เงินสำรองเพื่อการไถ่ถอนหนี้
และเงินสำรองอื่น ๆ ตามความ
ประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
เงินสำรองจะนำออกใช้ได้ก็แต่โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๑๒ ทรัพย์สินของ ทอท.
ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
คณะกรรมการและผู้ว่าการ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).