มาตรา ๑๓*
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการ
การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลังหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงคมนาคมหนึ่งคน
ผู้แทนกองทัพบกหนึ่งคน ผู้แทนกองทัพเรือหนึ่งคน ผู้แทนกองทัพอากาศหนึ่งคน
ผู้แทนกรมตำรวจหนึ่งคน กรรมการอื่นอีกไม่เกินเจ็ดคนและผู้ว่าการเป็นกรรมการ
ให้ผู้ว่าการเป็นเลขานุการคณะกรรมการ
ให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่น
*[มาตรา ๑๓
วรรคหนึ่ง แก้ไขโดยพระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่ง
ประเทศไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๔]
มาตรา ๑๔ เพื่อประโยชน์แห่งกิจการของ ทอท.
ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดของ
ทอท. แล้วรายงานต่อคณะกรรมการ
มาตรา ๑๕
ประธานกรรมการหรือกรรมการต้องไม่มีส่วนได้เสียในกิจการที่
กระทำกับ ทอท. หรือในกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับกิจการของ ทอท.
ทั้งนี้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม
เว้นแต่เป็นเพียงประธานกรรมการหรือกรรมการของรัฐวิสาหกิจซึ่งกระทำการอันมีส่วนได้เสียเช่นว่านั้น
ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
ต้องไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้าง และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจด้วย
มาตรา ๑๖
ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ใน
ตำแหน่งคราวละสามปี
ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่งให้ผู้ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งแทนหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้น
อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว
เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง
หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธาน
กรรมการหรือกรรมการขึ้นใหม่
ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
นั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่
เข้ารับหน้าที่
ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
มาตรา ๑๗ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๖
ประธาน
กรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓)
คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่หรือหย่อน
ความสามารถ
(๔)
เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕)
ขาดการประชุมคณะกรรมการเกินสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
(๖)
ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๑๕
มาตรา ๑๘
ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลโดย
ทั่วไปซึ่งกิจการของ ทอท. อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑)
ออกข้อบังคับกำหนดรายละเอียดในการปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๔ (๒)
(๒)
ออกข้อบังคับหรือระเบียบเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรา ๕ และมาตรา ๘
(๓)
ออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุม และการดำเนินกิจการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ
(๔)
ออกข้อบังคับว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานของ ทอท. และออกข้อบังคับ ว่าด้วยการบริหารงานต่าง
ๆ ของ ทอท.
(๕)
ออกข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติงานของผู้ว่าการ และการมอบให้ผู้อื่นปฏิบัติ
งานแทนผู้ว่าการ
(๖)
ออกข้อบังคับกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่น ๆ ของ
พนักงานและลูกจ้าง
(๗)
ออกข้อบังคับว่าด้วยการบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนเงินเดือนหรือค่าจ้าง
การถอดถอน ระเบียบวินัย การลงโทษ และการอุทธรณ์การลงโทษพนักงานและลูกจ้าง
(๘)
ออกระเบียบว่าด้วยการร้องทุกข์ของพนักงานและลูกจ้าง
(๙)
ออกข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่นเพื่อสวัสดิการ
ของพนักงานและลูกจ้างและครอบครัว โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
(๑๐) ออกข้อบังคับว่าด้วยการจ่ายค่าพาหนะ
เบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่าเช่าที่พัก ค่าทำงานล่วงเวลา เบี้ยประชุม
และการจ่ายเงินอื่น ๆ
(๑๑)
ออกระเบียบว่าด้วยเครื่องแบบพนักงานและลูกจ้าง
มาตรา ๑๙ ในข้อบังคับหรือระเบียบตามมาตรา ๑๘
ถ้ามีข้อความจำกัดอำนาจ
ของผู้ว่าการในการทำนิติกรรมไว้ประการใด
ให้รัฐมนตรีประกาศข้อความเช่นว่านั้นใน
ราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๒๐
ให้คณะกรรมการเป็นผู้แต่งตั้งและกำหนดอัตราเงินเดือนของ ผู้ว่าการด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ผู้ว่าการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี
แต่อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
มาตรา ๒๑ ผู้ว่าการต้อง
(๑)
มีความรู้ความสามารถในการบริหารธุรกิจการบินและการท่าอากาศยาน
(๒)
ไม่มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับ ทอท. หรือในกิจการที่มีลักษณะเป็น
การแข่งขันกับกิจการของ ทอท. ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม
(๓) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ
มาตรา ๒๒ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๒๐
วรรคสอง ผู้ว่าการพ้น
จากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓)
คณะกรรมการให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่หรือมีความประพฤติ เสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ
(๔)
เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕)
ขาดการประชุมคณะกรรมการเกินสองครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
(๖)
ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๑
มติของคณะกรรมการให้ผู้ว่าการออกจากตำแหน่งตาม
(๓) ต้องประกอบด้วย
คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่อยู่ในตำแหน่ง
นอกจากผู้ว่าการ
และต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี
มาตรา ๒๓ ผู้ว่าการมีหน้าที่บริหารกิจการของ ทอท.
ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของ ทอท. และตามนโยบาย ข้อบังคับ
และระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดกับมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างทุกตำแหน่ง
ผู้ว่าการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของ
ทอท.
มาตรา ๒๔ ผู้ว่าการมีอำนาจ
(๑) บรรจุ แต่งตั้ง
ถอดถอน เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัย
พนักงานและลูกจ้าง
ตลอดจนให้พนักงานและลูกจ้างออกจากตำแหน่งตามระเบียบหรือข้อบังคับ
ที่คณะกรรมการกำหนด แต่ถ้าเป็นพนักงานหรือลูกจ้างชั้นที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้อำนวยการฝ่าย
หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน
(๒) กำหนดเงื่อนไขในการทำงานของพนักงานและลูกจ้าง
และออกระเบียบ ว่าด้วยการปฏิบัติงานของ
ทอท. โดยไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๒๕ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก
ให้ผู้ว่าการเป็นผู้แทนของ ทอท.
และเพื่อการนี้ผู้ว่าการจะมอบอำนาจให้บุคคลใด ๆ ปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้
แต่ต้องเป็น
ไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
นิติกรรมที่ผู้ว่าการกระทำโดยฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบตามมาตรา
๑๙ ย่อม
ไม่ผูกพัน ทอท. เว้นแต่คณะกรรมการจะให้สัตยาบัน
มาตรา ๒๖ ในกรณีที่ผู้ว่าการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
หรือตำแหน่งผู้ว่าการว่างลง
และยังมิได้แต่งตั้งผู้ว่าการ
ให้คณะกรรมการแต่งตั้งพนักงานคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทน
ผู้ว่าการ
ให้ผู้รักษาการแทนผู้ว่าการมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกันกับผู้ว่าการ
เว้นแต่อำนาจ
หน้าที่ของผู้ว่าการในฐานะกรรมการ
มาตรา ๒๗ ให้ประธานกรรมการและกรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตาม
ระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๒๘ ประธานกรรมการ กรรมการ ผู้ว่าการ
พนักงานและลูกจ้างอาจได้รับ
เงินรางวัลตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๒๙ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ประธานกรรมการ
กรรมการและพนักงานเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และให้เจ้าพนักงานตาม
พระราชบัญญัตินี้ เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญา
เพื่อปฏิบัติการเกี่ยวกับความผิดที่เกิดขึ้นในเขตท่าอากาศยาน
การสร้างและบำรุงรักษาท่าอากาศยาน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).