我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง พ.ศ. 2553 หมวด ๑ บัญชีรายชื่อ

ข้อ ๓–ข้อ ๑๐共 8 條

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในอําเภอหนึ่งให้มีบัญชีรายชื่อ โดยจํานวนบุคคลในบัญชีรายชื่อให้เป็นไปตามที่นายอําเภอเห็นสมควร แต่ต้องไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้นายอําเภอประกาศระยะเวลาในการรับสมัครเป็นผู้ไกล่เกลี่ยไว้ ณ ที่ว่าการอําเภอ ที่ทําการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทําการผู้ใหญ่บ้าน และสถานที่ที่ เป็นชุมชนตามที่เห็นสมควร ในกรณีมีเหตุอันสมควร นายอําเภอจะขยายระยะเวลาตามวรรคสองออกไปอีกก็ได้

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้สมัครเป็นผู้ไกล่เกลี่ยต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติ (๑) มีอายุไม่ต่ํากว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ในวันสมัคร (๒) มีภูมิลําเนาตามหลักฐานทะเบียนราษฎรในเขตอําเภอที่สมัคร (๓) เป็นบุคคลที่มีความรู้หรือมีประสบการณ์เหมาะสมกับการทําหน้าที่ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท ข. ลักษณะต้องห้าม (๑) เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ (๒) เป็นบุคคลล้มละลาย คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๓) เป็นผู้เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่ เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๔) เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กรรมการหรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ใน พรรคการเมือง (๕) เป็นผู้เคยถูกถอดถอนให้พ้นจากบัญชีรายชื่อ

ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อพ้นวันรับสมัครแล้ว ให้นายอําเภอรวบรวมรายชื่อผู้สมัครซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ พร้อมทั้งประวัติย่อของแต่ละบุคคลเสนอ คณะกรมการจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบ ให้คณะกรมการจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบบัญชีรายชื่อให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อจากนายอําเภอ ให้นายอําเภอปิดประกาศบัญชีรายชื่อที่ได้รับความเห็นชอบไว้ ณ สถานที่ตามข้อ ๓ วรรคสอง

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้ไกล่เกลี่ยพ้นจากบัญชีรายชื่อเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก โดยยื่นเป็นหนังสือต่อนายอําเภอ (๓) นายอําเภอโดยความเห็นชอบของคณะกรมการจังหวัดสั่งให้พ้นจากบัญชีรายชื่อเพราะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ (๔) ไม่เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทตามกําหนดนัดหมายติดต่อกันเกินสองครั้งโดยไม่แจ้งเหตุผลความจําเป็นต่อประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ย (๕) ถูกถอดถอนให้พ้นจากบัญชีรายชื่อตามข้อ ๙

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่บัญชีรายชื่อมีจํานวนรายชื่อน้อยกว่ายี่สิบคน หรือน้อยกว่าจํานวนที่นายอําเภอเห็นสมควร ให้นายอําเภอดําเนินการรับสมัครและจัดทํารายชื่อเพิ่มเติม ทั้งนี้ ให้นําความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ไกล่เกลี่ยต้องถือปฏิบัติตามจรรยาบรรณ ดังต่อไปนี้ (๑) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง อิสระ ยุติธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ (๒) เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททุกครั้ง เว้นแต่แจ้งเหตุผลความจําเป็นล่วงหน้าให้ประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยทราบ (๓) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว ไม่ทําให้การไกล่เกลี่ยและประนอม ข้อพิพาทล่าช้าเกินสมควร (๔) ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เรียกหรือรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากคู่พิพาทหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อพิพาท (๕) ใช้วาจาสุภาพในขณะปฏิบัติหน้าที่ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท (๖) รักษาความลับที่เกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท (๗) ไม่ชี้ขาดข้อพิพาทหรือบีบบังคับให้คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้ง สองฝ่ายลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความ

ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องเรียนว่าผู้ไกล่เกลี่ยผู้ใดประพฤติ ผิดจรรยาบรรณตามข้อ ๘ ให้นายอําเภอดําเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง เมื่อผลการสอบสวนปรากฏว่ามีมูลและเป็นกรณีประพฤติผิดจรรยาบรรณตามข้อ ๘ (๑) (๔) (๖) หรือ (๗) ให้ดําเนินการถอดถอนผู้นั้นพ้นจากบัญชีรายชื่อโดยความเห็นชอบของคณะกรมการจังหวัด ถ้าเป็นกรณีอื่นให้ดําเนินการว่ากล่าวตักเตือนสั่งให้พ้นจากการทําหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ยใน ข้อพิพาทนั้น หรือถอดถอนให้พ้นจากบัญชีรายชื่อโดยความเห็นชอบของคณะกรมการจังหวัด ตามที่เห็นสมควร ถ้าการร้องเรียนตามวรรคหนึ่ง เป็นการร้องเรียนเมื่อเริ่มต้นกระบวนการ ไกล่เกลี่ยไปแล้ว ให้นายอําเภอสั่งระงับการไกล่เกลี่ยไว้ก่อนจนกว่าจะทราบผลการสอบสวน และเมื่อทราบผลการสอบสวนแล้ว ถ้าเป็นกรณีที่นายอําเภอสั่งให้ผู้ไกล่เกลี่ยนั้นพ้นจากการทําหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ย หรือจะดําเนินการถอดถอนให้พ้นจากบัญชีรายชื่อ ให้นายอําเภอสั่งให้คู่พิพาทเลือกผู้ไกล่เกลี่ยอื่นทําหน้าที่แทนผู้ไกล่เกลี่ยที่ถูกร้องเรียน และให้เป็นดุลพินิจของประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยพิจารณาว่าจะดําเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยต่อไปหรือเริ่มต้นกระบวนการไกล่เกลี่ยใหม่ ในกรณีที่คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเห็นว่าประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยประพฤติผิดจรรยาบรรณตามข้อ ๘ ให้ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของผู้ทําหน้าที่ประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยนั้น ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาดังกล่าวเห็นสมควรเปลี่ยนผู้ทําหน้าที่ประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ย ให้ดําเนินการโดยเร็ว เว้นแต่นายอําเภอเป็นประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ย ให้พนักงานอัยการประจําจังหวัดทําหน้าที่ประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยแทน

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้นายอําเภอตรวจสอบบัญชีรายชื่อเป็นประจําทุกปีปฏิทิน ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคคลในบัญชีรายชื่อ ให้นายอําเภอจัดทําบัญชีรายชื่อใหม่ และปิดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ณ สถานที่ตามข้อ ๓ วรรคสอง

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).