ข้อ ๓ ในอําเภอหนึ่งให้มีบัญชีรายชื่อ โดยจํานวนบุคคลในบัญชีรายชื่อให้เป็นไปตามที่นายอําเภอเห็นสมควร แต่ต้องไม่น้อยกว่ายี่สิบคน
ให้นายอําเภอประกาศระยะเวลาในการรับสมัครเป็นผู้ไกล่เกลี่ยไว้ ณ ที่ว่าการอําเภอ ที่ทําการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทําการผู้ใหญ่บ้าน และสถานที่ที่ เป็นชุมชนตามที่เห็นสมควร
ในกรณีมีเหตุอันสมควร นายอําเภอจะขยายระยะเวลาตามวรรคสองออกไปอีกก็ได้
ข้อ ๔ ผู้สมัครเป็นผู้ไกล่เกลี่ยต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติ
(๑) มีอายุไม่ต่ํากว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ในวันสมัคร
(๒) มีภูมิลําเนาตามหลักฐานทะเบียนราษฎรในเขตอําเภอที่สมัคร
(๓) เป็นบุคคลที่มีความรู้หรือมีประสบการณ์เหมาะสมกับการทําหน้าที่ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท
ข. ลักษณะต้องห้าม
(๑) เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
(๒) เป็นบุคคลล้มละลาย คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๓) เป็นผู้เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่ เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๔) เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กรรมการหรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ใน พรรคการเมือง
(๕) เป็นผู้เคยถูกถอดถอนให้พ้นจากบัญชีรายชื่อ
ข้อ ๕ เมื่อพ้นวันรับสมัครแล้ว ให้นายอําเภอรวบรวมรายชื่อผู้สมัครซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ พร้อมทั้งประวัติย่อของแต่ละบุคคลเสนอ คณะกรมการจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ให้คณะกรมการจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบบัญชีรายชื่อให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อจากนายอําเภอ
ให้นายอําเภอปิดประกาศบัญชีรายชื่อที่ได้รับความเห็นชอบไว้ ณ สถานที่ตามข้อ ๓ วรรคสอง
ข้อ ๖ ให้ผู้ไกล่เกลี่ยพ้นจากบัญชีรายชื่อเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก โดยยื่นเป็นหนังสือต่อนายอําเภอ
(๓) นายอําเภอโดยความเห็นชอบของคณะกรมการจังหวัดสั่งให้พ้นจากบัญชีรายชื่อเพราะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔
(๔) ไม่เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทตามกําหนดนัดหมายติดต่อกันเกินสองครั้งโดยไม่แจ้งเหตุผลความจําเป็นต่อประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ย
(๕) ถูกถอดถอนให้พ้นจากบัญชีรายชื่อตามข้อ ๙
ข้อ ๗ ในกรณีที่บัญชีรายชื่อมีจํานวนรายชื่อน้อยกว่ายี่สิบคน หรือน้อยกว่าจํานวนที่นายอําเภอเห็นสมควร ให้นายอําเภอดําเนินการรับสมัครและจัดทํารายชื่อเพิ่มเติม ทั้งนี้ ให้นําความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๘ ผู้ไกล่เกลี่ยต้องถือปฏิบัติตามจรรยาบรรณ ดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง อิสระ ยุติธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ
(๒) เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททุกครั้ง เว้นแต่แจ้งเหตุผลความจําเป็นล่วงหน้าให้ประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยทราบ
(๓) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว ไม่ทําให้การไกล่เกลี่ยและประนอม ข้อพิพาทล่าช้าเกินสมควร
(๔) ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เรียกหรือรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากคู่พิพาทหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อพิพาท
(๕) ใช้วาจาสุภาพในขณะปฏิบัติหน้าที่ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท
(๖) รักษาความลับที่เกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท
(๗) ไม่ชี้ขาดข้อพิพาทหรือบีบบังคับให้คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้ง สองฝ่ายลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความ
ข้อ ๙ เมื่อคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องเรียนว่าผู้ไกล่เกลี่ยผู้ใดประพฤติ ผิดจรรยาบรรณตามข้อ ๘ ให้นายอําเภอดําเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง เมื่อผลการสอบสวนปรากฏว่ามีมูลและเป็นกรณีประพฤติผิดจรรยาบรรณตามข้อ ๘ (๑) (๔) (๖) หรือ (๗) ให้ดําเนินการถอดถอนผู้นั้นพ้นจากบัญชีรายชื่อโดยความเห็นชอบของคณะกรมการจังหวัด ถ้าเป็นกรณีอื่นให้ดําเนินการว่ากล่าวตักเตือนสั่งให้พ้นจากการทําหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ยใน ข้อพิพาทนั้น หรือถอดถอนให้พ้นจากบัญชีรายชื่อโดยความเห็นชอบของคณะกรมการจังหวัด ตามที่เห็นสมควร
ถ้าการร้องเรียนตามวรรคหนึ่ง เป็นการร้องเรียนเมื่อเริ่มต้นกระบวนการ ไกล่เกลี่ยไปแล้ว ให้นายอําเภอสั่งระงับการไกล่เกลี่ยไว้ก่อนจนกว่าจะทราบผลการสอบสวน และเมื่อทราบผลการสอบสวนแล้ว ถ้าเป็นกรณีที่นายอําเภอสั่งให้ผู้ไกล่เกลี่ยนั้นพ้นจากการทําหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ย หรือจะดําเนินการถอดถอนให้พ้นจากบัญชีรายชื่อ ให้นายอําเภอสั่งให้คู่พิพาทเลือกผู้ไกล่เกลี่ยอื่นทําหน้าที่แทนผู้ไกล่เกลี่ยที่ถูกร้องเรียน และให้เป็นดุลพินิจของประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยพิจารณาว่าจะดําเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยต่อไปหรือเริ่มต้นกระบวนการไกล่เกลี่ยใหม่
ในกรณีที่คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเห็นว่าประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยประพฤติผิดจรรยาบรรณตามข้อ ๘ ให้ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของผู้ทําหน้าที่ประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยนั้น ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาดังกล่าวเห็นสมควรเปลี่ยนผู้ทําหน้าที่ประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ย ให้ดําเนินการโดยเร็ว เว้นแต่นายอําเภอเป็นประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ย ให้พนักงานอัยการประจําจังหวัดทําหน้าที่ประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยแทน
ข้อ ๑๐ ให้นายอําเภอตรวจสอบบัญชีรายชื่อเป็นประจําทุกปีปฏิทิน ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคคลในบัญชีรายชื่อ ให้นายอําเภอจัดทําบัญชีรายชื่อใหม่ และปิดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ณ สถานที่ตามข้อ ๓ วรรคสอง
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).