我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540

子法規・公布 1999-11-04・全 12 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๖ วรรคสาม มาตรา ๑๖ วรรคสอง มาตรา ๒๐ วรรคสอง มาตรา ๒๓ วรรคสอง และมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ การสรรหาจุฬาราชมนตรี

หมวด ๑

ข้อ ๑

ข้อ ๑ เมื่อตำแหน่งจุฬาราชมนตรีว่างลง ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดวัน เวลา และสถานที่ประชุมสรรหาและให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีและแจ้งให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศทราบ การกำหนดสถานที่ประชุมวรรคหนึ่ง ให้กำหนดสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งเพียงแห่งเดียว

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในการประชุมสรรหาและให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีต้องมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมาประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมกรรมอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศเท่าทีมีอยู่ในขณะนั้น จึงจะเป็นองค์ประชุม และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายเป็นประธานในที่ประชุม การให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีให้กระทำโดยวิธีลงคะแนนลับ

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในการสรรหาผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดซึ่งอยู่ในที่ประชุมแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อผู้ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗ เพื่อให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่อยู่ในที่ประชุมลงคะแนนให้ความเห็นชอบเป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีได้หนึ่งชื่อ การเสนอนั้นต้องมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อเพียงชื่อเดียว ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีตามมาตรา ๖ วรรคสอง ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อมากกว่าหนึ่งชื่อแต่ไม่เกินสามชื่อ ให้ประธานในที่ประชุมจับสลากกำหนดหมายเลขประจำตัวของผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อให้ที่ประชุมลงคะแนนให้ความเห็นชอบตามข้อ ๔ ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อมากว่าสามชื่อ ให้ประธานในที่ประชุมจับสลากเลือกรายชื่อกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแต่ละจังหวัดที่อยู่ในที่ประชุม จังหวัดละหนึ่งชื่อเป็นคณะกรรมการสรรหาเพื่อดำเนินการสรรหาผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เหลือเพียงสามชื่อ โดยวิธีลงคะแนนลับ และเมื่อได้ผู้ได้รับการเสนอชื่อจำนวนสามชื่อแล้ว ให้ดำเนินการตามวรรคสาม

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในการลงคะแนนให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีให้ใช้บัตรลงคะแนนตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด และระยะเวลาในการลงคะแนน ให้เป็นไปตามที่ที่ประชุมกำหนด เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาลงคะแนนแล้ว ให้ประธานในที่ประชุมแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เป็นผู้ตรวจนับคะแนน ผู้ได้รับคะแนนสูงสุด เป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีตามมาตรา ๖ วรรคสอง ถ้ามีผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมจัดให้มีการลงคะแนนใหม่ เฉพาะผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากันตามวิธีการที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งและวรรคสองอีกครั้งหนึ่ง ถ้ายังคงได้รับคะแนนเท่ากันอีก ให้ใช้วิธีจับสลากโดยประธานในที่ประชุมเป็นผู้จับ

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสนอชื่อผู้ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีตามข้อ ๓ วรรคสอง หรือตามข้อ ๔ วรรคสองหรือวรรคสาม แล้วแต่กรณี ไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นจุฬาราชมนตรี การคัดเลือกกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย

หมวด ๒

ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพื่อคัดเลือกผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนั้นเสนอแต่งตั้งเป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ในการประชุมคัดเลือกผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ต้องมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมาประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น จึงจะเป็นองค์ประชุม และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธานในที่ประชุม ให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดซึ่งอยู่ในที่ประชุมแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพื่อให้ที่ประชุมลงคะแนนคัดเลือกได้หนึ่งชื่อ การเสนอนั้นต้องมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดรับรองไม่น้อยกว่าสามคน ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อเพียงชื่อเดียว ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อหลายชื่อ ให้ที่ประชุมออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ถ้ามีผู้ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดเท่ากัน ให้ใช้วิธีการจับสลากโดยประธานในที่ประชุมเป็นผู้จับ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอชื่อกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่ได้รับเลือกเป็นผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อรวบรวมนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยโดยเร็ว

ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยที่เป็นกรรมการอื่นซึ่งคัดเลือกโดยจุฬาราชมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้จุฬาราชมนตรีคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๗ ซึ่งเห็นว่าเหมาะสม เสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ พร้อมกับผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย

ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อตำแหน่งกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศซึ่งเป็นผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือเป็นกรรมการอื่นซึ่งคัดเลือกโดยจุฬาราชมนตรีว่างลงเพราะแหตุอื่นใด นอกจากถึงคราวออกวาระ ให้นำข้อ ๖ หรือข้อ ๗ มาใช้บังคับกับการคัดเลือกผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือการคัดเลือกกรรมการอื่นเพื่อดำเนินการแต่งตั้งเป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยแทนตำแหน่งที่ว่าง แล้วแต่กรณี การคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัด

หมวด ๓

ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อคณะกรรมการกลางอิสลามแห่ประเทศไทยประกาศให้จังหวัดใดมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด หรือตำแหน่งกรรมการอิสลามประจำจังหวัดว่างลง ให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งให้ผู้ว่าราชการจัดให้มีการประชุมอิหม่ามประจำมัสยิดในจังหวัดนั้นเพื่อคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ในการประชุมคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ต้องมีอิหม่ามประจำมัสยิดในจังหวัดมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนอิหม่ามประจำมัสยิดในจังหวัดนั้นเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้นจึงจะเป็นองค์ประชุม และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธานในที่ประชุม ให้อิหม่ามประจำมัสยิดที่มาประชุมคนหนึ่งมีสิทธิเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้ไม่เกินจำนวนของกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนั้น หรือไม่เกินจำนวนตำแหน่งที่ว่างลง แล้วแต่กรณี

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อมีจำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่จะทำการคัดเลือกในคราวนั้น ให้ถือว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อเหล่านั้นได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการอิสลามประจำจังหวัด

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีผู้ได้รับการเสนอเชื่อมีจำนวนมากกว่ากรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่จะทำการคัดเลือกในคราวนั้น ให้อิหม่ามประจำมัสยิดที่มาประชุมออกเสียงลงคะแนน ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงลำดับลงมาจนเท่ากับจำนวนกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่จะทำการคัดเลือก เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ถ้ามีผู้ได้รับการคัดเลือกได้คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียงลำดับตามวรรคสองได้ ให้ประธานในที่ประชุมจับสลากเพื่อให้ได้ผู้ได้รับการคัดเลือกครบจำนวนกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่จะทำการคัดเลือกในคราวนั้น เมื่อได้ครบจำนวนแล้วให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการอิสลามประจำจังหวัดไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒ ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๖ วรรคสาม มาตรา ๑๖ วรรคสอง มาตรา ๒๐ วรรคสอง มาตรา ๒๓ วรรคสอง และมาตรา ๒๕ บัญญัติให้การสรรหาจุฬาราชมนตรี การคัดเลือกผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและการคัดเลือกกรรมการอื่น เพื่อดำเนินการแต่งตั้งเป็น กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยแทนตำแหน่งที่ว่าง การคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแทนตำแหน่งที่ว่าว ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ วิชชุตา/ผู้จัดทำ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔ นฤตยา/ผู้ตรวจ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๐๗ ก/หน้า ๔/๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๒

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查