กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๔๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม
พ.ศ. ๒๕๔๐[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๕ มาตรา ๖ วรรคสาม มาตรา ๑๖ วรรคสอง มาตรา ๒๐ วรรคสอง มาตรา ๒๓ วรรคสอง และมาตรา
๒๕ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
การสรรหาจุฬาราชมนตรี
ข้อ ๑ เมื่อตำแหน่งจุฬาราชมนตรีว่างลง
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดวัน เวลา
และสถานที่ประชุมสรรหาและให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีและแจ้งให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศทราบ
การกำหนดสถานที่ประชุมวรรคหนึ่ง
ให้กำหนดสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งเพียงแห่งเดียว
ข้อ ๒
ในการประชุมสรรหาและให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีต้องมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมาประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมกรรมอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศเท่าทีมีอยู่ในขณะนั้น
จึงจะเป็นองค์ประชุม และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายเป็นประธานในที่ประชุม
การให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีให้กระทำโดยวิธีลงคะแนนลับ
ข้อ ๓ ในการสรรหาผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี
ให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดซึ่งอยู่ในที่ประชุมแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อผู้ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา
๗
เพื่อให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่อยู่ในที่ประชุมลงคะแนนให้ความเห็นชอบเป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีได้หนึ่งชื่อ
การเสนอนั้นต้องมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน
ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อเพียงชื่อเดียว
ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีตามมาตรา
๖ วรรคสอง
ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อมากกว่าหนึ่งชื่อแต่ไม่เกินสามชื่อ
ให้ประธานในที่ประชุมจับสลากกำหนดหมายเลขประจำตัวของผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อให้ที่ประชุมลงคะแนนให้ความเห็นชอบตามข้อ
๔
ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อมากว่าสามชื่อ
ให้ประธานในที่ประชุมจับสลากเลือกรายชื่อกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแต่ละจังหวัดที่อยู่ในที่ประชุม
จังหวัดละหนึ่งชื่อเป็นคณะกรรมการสรรหาเพื่อดำเนินการสรรหาผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เหลือเพียงสามชื่อ
โดยวิธีลงคะแนนลับ และเมื่อได้ผู้ได้รับการเสนอชื่อจำนวนสามชื่อแล้ว
ให้ดำเนินการตามวรรคสาม
ข้อ ๔
ในการลงคะแนนให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีให้ใช้บัตรลงคะแนนตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
และระยะเวลาในการลงคะแนน ให้เป็นไปตามที่ที่ประชุมกำหนด
เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาลงคะแนนแล้ว
ให้ประธานในที่ประชุมแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เป็นผู้ตรวจนับคะแนน ผู้ได้รับคะแนนสูงสุด
เป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีตามมาตรา
๖ วรรคสอง
ถ้ามีผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมจัดให้มีการลงคะแนนใหม่
เฉพาะผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากันตามวิธีการที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งและวรรคสองอีกครั้งหนึ่ง
ถ้ายังคงได้รับคะแนนเท่ากันอีก ให้ใช้วิธีจับสลากโดยประธานในที่ประชุมเป็นผู้จับ
ข้อ ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสนอชื่อผู้ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีตามข้อ
๓ วรรคสอง หรือตามข้อ ๔ วรรคสองหรือวรรคสาม แล้วแต่กรณี ไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ
เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นจุฬาราชมนตรี
การคัดเลือกกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
ข้อ ๖ เมื่อกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพื่อคัดเลือกผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนั้นเสนอแต่งตั้งเป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
ในการประชุมคัดเลือกผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตามวรรคหนึ่ง
ต้องมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมาประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น
จึงจะเป็นองค์ประชุม
และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธานในที่ประชุม
ให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดซึ่งอยู่ในที่ประชุมแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพื่อให้ที่ประชุมลงคะแนนคัดเลือกได้หนึ่งชื่อ
การเสนอนั้นต้องมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดรับรองไม่น้อยกว่าสามคน
ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อเพียงชื่อเดียว
ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อหลายชื่อ
ให้ที่ประชุมออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ
ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
ถ้ามีผู้ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดเท่ากัน ให้ใช้วิธีการจับสลากโดยประธานในที่ประชุมเป็นผู้จับ
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอชื่อกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่ได้รับเลือกเป็นผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อรวบรวมนำขึ้นทูลเกล้าฯ
เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยโดยเร็ว
ข้อ ๗
เมื่อกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยที่เป็นกรรมการอื่นซึ่งคัดเลือกโดยจุฬาราชมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
ให้จุฬาราชมนตรีคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๗
ซึ่งเห็นว่าเหมาะสม เสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ
พร้อมกับผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
ข้อ ๘
เมื่อตำแหน่งกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศซึ่งเป็นผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือเป็นกรรมการอื่นซึ่งคัดเลือกโดยจุฬาราชมนตรีว่างลงเพราะแหตุอื่นใด
นอกจากถึงคราวออกวาระ ให้นำข้อ ๖ หรือข้อ ๗
มาใช้บังคับกับการคัดเลือกผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือการคัดเลือกกรรมการอื่นเพื่อดำเนินการแต่งตั้งเป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยแทนตำแหน่งที่ว่าง
แล้วแต่กรณี
การคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
ข้อ ๙ เมื่อคณะกรรมการกลางอิสลามแห่ประเทศไทยประกาศให้จังหวัดใดมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
หรือตำแหน่งกรรมการอิสลามประจำจังหวัดว่างลง
ให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งให้ผู้ว่าราชการจัดให้มีการประชุมอิหม่ามประจำมัสยิดในจังหวัดนั้นเพื่อคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
ในการประชุมคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตามวรรคหนึ่ง
ต้องมีอิหม่ามประจำมัสยิดในจังหวัดมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนอิหม่ามประจำมัสยิดในจังหวัดนั้นเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้นจึงจะเป็นองค์ประชุม
และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธานในที่ประชุม
ให้อิหม่ามประจำมัสยิดที่มาประชุมคนหนึ่งมีสิทธิเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้ไม่เกินจำนวนของกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนั้น
หรือไม่เกินจำนวนตำแหน่งที่ว่างลง แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๐
ในกรณีที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อมีจำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่จะทำการคัดเลือกในคราวนั้น
ให้ถือว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อเหล่านั้นได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีผู้ได้รับการเสนอเชื่อมีจำนวนมากกว่ากรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่จะทำการคัดเลือกในคราวนั้น
ให้อิหม่ามประจำมัสยิดที่มาประชุมออกเสียงลงคะแนน
ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงลำดับลงมาจนเท่ากับจำนวนกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่จะทำการคัดเลือก
เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
ถ้ามีผู้ได้รับการคัดเลือกได้คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียงลำดับตามวรรคสองได้
ให้ประธานในที่ประชุมจับสลากเพื่อให้ได้ผู้ได้รับการคัดเลือกครบจำนวนกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่จะทำการคัดเลือกในคราวนั้น
เมื่อได้ครบจำนวนแล้วให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการอิสลามประจำจังหวัดไปยังกระทรวงมหาดไทย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒
ชำนิ ศักดิเศรษฐ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รักษาราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๖ วรรคสาม มาตรา
๑๖ วรรคสอง มาตรา ๒๐ วรรคสอง มาตรา ๒๓ วรรคสอง และมาตรา ๒๕
บัญญัติให้การสรรหาจุฬาราชมนตรี การคัดเลือกผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและการคัดเลือกกรรมการอื่น
เพื่อดำเนินการแต่งตั้งเป็น กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยแทนตำแหน่งที่ว่าง การคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
และการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแทนตำแหน่งที่ว่าว ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วิชชุตา/ผู้จัดทำ
๒๐ เมษายน ๒๕๕๔
นฤตยา/ผู้ตรวจ
๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๐๗ ก/หน้า ๔/๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).