ข้อ ๑ เมื่อตำแหน่งจุฬาราชมนตรีว่างลง
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดวัน เวลา
และสถานที่ประชุมสรรหาและให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีและแจ้งให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศทราบ
การกำหนดสถานที่ประชุมวรรคหนึ่ง
ให้กำหนดสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งเพียงแห่งเดียว
ข้อ ๒
ในการประชุมสรรหาและให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีต้องมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมาประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมกรรมอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศเท่าทีมีอยู่ในขณะนั้น
จึงจะเป็นองค์ประชุม และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายเป็นประธานในที่ประชุม
การให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีให้กระทำโดยวิธีลงคะแนนลับ
ข้อ ๓ ในการสรรหาผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี
ให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดซึ่งอยู่ในที่ประชุมแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อผู้ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา
๗
เพื่อให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่อยู่ในที่ประชุมลงคะแนนให้ความเห็นชอบเป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีได้หนึ่งชื่อ
การเสนอนั้นต้องมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน
ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อเพียงชื่อเดียว
ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีตามมาตรา
๖ วรรคสอง
ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อมากกว่าหนึ่งชื่อแต่ไม่เกินสามชื่อ
ให้ประธานในที่ประชุมจับสลากกำหนดหมายเลขประจำตัวของผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อให้ที่ประชุมลงคะแนนให้ความเห็นชอบตามข้อ
๔
ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อมากว่าสามชื่อ
ให้ประธานในที่ประชุมจับสลากเลือกรายชื่อกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแต่ละจังหวัดที่อยู่ในที่ประชุม
จังหวัดละหนึ่งชื่อเป็นคณะกรรมการสรรหาเพื่อดำเนินการสรรหาผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เหลือเพียงสามชื่อ
โดยวิธีลงคะแนนลับ และเมื่อได้ผู้ได้รับการเสนอชื่อจำนวนสามชื่อแล้ว
ให้ดำเนินการตามวรรคสาม
ข้อ ๔
ในการลงคะแนนให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีให้ใช้บัตรลงคะแนนตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
และระยะเวลาในการลงคะแนน ให้เป็นไปตามที่ที่ประชุมกำหนด
เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาลงคะแนนแล้ว
ให้ประธานในที่ประชุมแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เป็นผู้ตรวจนับคะแนน ผู้ได้รับคะแนนสูงสุด
เป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีตามมาตรา
๖ วรรคสอง
ถ้ามีผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมจัดให้มีการลงคะแนนใหม่
เฉพาะผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากันตามวิธีการที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งและวรรคสองอีกครั้งหนึ่ง
ถ้ายังคงได้รับคะแนนเท่ากันอีก ให้ใช้วิธีจับสลากโดยประธานในที่ประชุมเป็นผู้จับ
ข้อ ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสนอชื่อผู้ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีตามข้อ
๓ วรรคสอง หรือตามข้อ ๔ วรรคสองหรือวรรคสาม แล้วแต่กรณี ไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ
เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นจุฬาราชมนตรี
การคัดเลือกกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).