法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
117
มาตรา อารัมภบท

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

เรื่อง ควบคุมอาคาร

พ.ศ. ๒๕๔๔

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปรับปรุงข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการควบ

คุมอาคาร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐

แห่งพระราชบัญญัติควบคุม

อาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙

ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐ

ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

และมาตรา ๙๗

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘

กรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานครจึงตราข้อบัญญัติขึ้นไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า "ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมอาคาร

พ.ศ. ๒๕๔๔"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิก

(๑)

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.

๒๕๒๒

(๒)

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง อาคารจอดรถยนต์ พ.ศ.

๒๕๒๑

บรรดาเทศบัญญัติ ข้อบัญญัติ ข้อบังคับ ระเบียบ

ประกาศหรือคำสั่งอื่นใดในส่วน

ที่ได้บัญญัติไว้แล้วในข้อบัญญัตินี้

หรือซึ่งขัดแย้งกับข้อบัญญัตินี้ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรักษาการตามข้อบัญญัตินี้ และมีอำนาจ

ออกข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้

วิเคราะห์ศัพท์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในข้อบัญญัตินี้

(๑)

"กรวด" หมายความว่า

ก้อนหินที่เกิดตามธรรมชาติขนาดโตเกิน

๓ มิลลิเมตร

(๒)

"ก่อสร้าง"

หมายความว่า สร้างอาคารขึ้นใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะ

เป็นการสร้างขึ้นแทนของเดิมหรือไม่

(๓)

"การระบายน้ำทิ้ง"

หมายความว่า การปล่อยน้ำทิ้งลงสู่หรือไหล

ไปสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้งหรือแหล่งระบายน้ำ

(๔)

"เขตทาง"

หมายความว่า ความกว้างรวมของทางระหว่างแนวที่

ดินทั้งสองด้าน ซึ่งรวมความกว้างของผิวจราจร

ทางเท้า ที่ว่างสำหรับปลูกต้นไม้ คูน้ำ และอื่นๆ

เข้าด้วย

(๕)

"คลังสินค้า"

หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของ

อาคารที่ใช้เป็นที่สำหรับเก็บสินค้าหรือสิ่งของ

เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรมหรือเพื่อ

ประโยชน์ในการประกอบกิจการเก็บขนถ่ายสินค้า

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงอาคารเก็บของ

(๖)

"ความกว้างของบันได"

หมายความว่า ระยะที่วัดตามความยาว

ของลูกนอนบันได

(๗)

"ความสูงของอาคาร"

หมายความว่า ส่วนสูงของอาคารวัดตาม

แนวดิ่งจากระดับถนนขึ้นไปถึงส่วนของอาคารที่สูงที่สุด

(๘) "คอนกรีต" หมายความว่า

วัสดุที่ประกอบขึ้นด้วยส่วนผสมของ

ปูนซีเมนต์ มวลผสมละเอียด

เช่น ทราย เป็นต้น มวลผสมหยาบ เช่น หิน หรือกรวด เป็นต้น และ

น้ำ ทั้งนี้

ให้หมายความรวมถึง คอนกรีตกำลังปกติ คอนกรีตกำลังสูง และคอนกรีตกำลังสูงพิเศษ

(๙)

"คอนกรีตเสริมเหล็ก"

หมายความว่า คอนกรีตที่มีเหล็กเสริมฝัง

ภายในให้ทำหน้าที่รับแรงได้มากขึ้น

(๑๐)

"คอนกรีตอัดแรง"

หมายความว่า คอนกรีตที่มีเหล็กเสริมอัด

แรงฝังภายในที่ทำให้เกิดหน่วยแรงที่มีปริมาณพอจะลบล้างหน่วยแรงอันเกิดจากน้ำหนักบรรทุก

(๑๑)

"โครงสร้างหลัก"

หมายความว่า ส่วนประกอบของอาคารที่เป็น

เสา คาน ตง

พื้นหรือโครงเหล็กที่มีช่วงพาดตั้งแต่ ๑๕ เมตร ขึ้นไป ซึ่งโดยสภาพถือได้ว่ามีความ

สำคัญต่อความมั่นคงของอาคารนั้น

(๑๒)

"จุดสุดเชิงลาด"

หมายความว่า จุดเริ่มต้นหรือจุดสุดท้ายที่มี

ความเอียงลาดน้อยกว่า ๒ ใน

๑๐๐

(๑๓) "ช่วงบันได" หมายความว่า

ระยะตั้งบันไดซึ่งมีขั้นต่อเนื่องกัน

โดยตลอด

(๑๔)

"ชั้นใต้ดิน"

หมายความว่า พื้นของอาคารชั้นที่อยู่ต่ำกว่าระดับ

ดินมากกว่า ๑.๒๐ เมตร

(๑๕)

"เชิงลาดสะพาน"

หมายความว่า สะพานหรือทางสาธารณะ

เปลี่ยนระดับหรือทางเดินรถเฉพาะที่เชื่อมกับสะพานหรือทางเปลี่ยนระดับที่มีส่วนลาดชันตอน

หนึ่งตอนใดตั้งแต่ ๒ ใน ๑๐๐

ขึ้นไป

(๑๖)

"ซ่อมแซม"

หมายความว่า ซ่อมหรือเปลี่ยนส่วนต่างๆ ของ

อาคารให้คงสภาพเดิม

(๑๗)

"ฐานราก"

หมายความว่า ส่วนของอาคารที่ใช้ถ่ายน้ำหนัก

อาคารลงสู่ดิน

(๑๘)

"ดัดแปลง" หมายความว่า

เปลี่ยนแปลงต่อเติม เพิ่ม ลด หรือ

ขยาย ซึ่งลักษณะ ขอบเขต แบบ

รูปทรง สัดส่วน น้ำหนัก เนื้อที่ของโครงสร้างของอาคารหรือส่วน

ต่างๆของอาคาร

ซึ่งได้ก่อสร้างไว้แล้วให้ผิดไปจากเดิม และมิใช่การซ่อมแซมหรือการดัดแปลงที่

กำหนดในกฎกระทรวง

(๑๙)

"ดาดฟ้า" หมายความว่า

พื้นที่ส่วนบนสุดของอาคารที่ไม่มีหลัง

คาปกคลุม

และบุคคลขึ้นไปใช้สอย

(๒๐)

"ดิน" หมายความว่า

วัสดุธรรมชาติที่ประกอบเป็นเปลือกโลก

เช่น หิน กรวด ทราย

ดินเหนียว เป็นต้น

(๒๑)

"ตลาด" หมายความว่า

อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคาร

ที่ใช้เป็นตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๒๒)

"ตึกแถว"

หมายความว่า อาคารที่ก่อสร้างติดต่อกันเป็นแถวตั้ง

แต่สองคูหาขึ้นไป

มีผนังร่วมแบ่งอาคารเป็นคูหา และประกอบด้วยวัสดุทนไป เป็นส่วนใหญ่

(๒๓)

"ถนนสาธารณะ"

หมายความว่า ทางสาธารณะที่ยวดยานผ่าน

ได้

(๒๔)

"ทราย" หมายความว่า

ก้อนหินเม็ดเล็กละเอียดที่มีขนาดโตไม่

เกิน ๓ มิลลิเมตร

(๒๕)

"ทาง" หมายความว่า

ทางตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทาง

บกไม่ว่าในระดับพื้นดิน

ใต้ดิน หรือเหนือพื้นดิน แต่ไม่รวมถึงทางรถไป

(๒๖)

"ทางเข้าออกของรถ"

หมายความว่า ทางที่ใช้สำหรับเข้าออก

หรือออกหรือเข้า

จากที่จอดรถถึงปากทางเข้าออกของรถ หรือปากทางออกของรถหรือปากทางเข้า

ของรถ

(๒๗)

"ทางน้ำสาธารณะ"

หมายความว่า ทางน้ำที่ประชาชนมีสิทธิใช้

เป็นทางคมนาคมได้

(๒๘)

"ทางร่วมทางแยก"

หมายความว่า บริเวณที่ทางที่อยู่ในระดับ

เดียวกันหรือต่างระดับกันตั้งแต่สองสายที่มีเขตทางกว้างตั้งแต่

๖ เมตรขึ้นไป และยาวต่อเนื่องไม่

น้อยกว่า ๒๐๐ เมตร

มาบรรจบหรือตัดกันที่บริเวณระดับเดียวกัน

(๒๙)

"ทางระบายน้ำสาธารณะ"

หมายความว่า ช่องน้ำไหลตามทาง

สาธารณะและถนนสาธารณะ

ซึ่งกำหนดไว้ให้ระบายออกจากอาคารได้

(๓๐) "ทางส่วนบุคคล" หมายความว่า ที่ดินของเอกชนซึ่งประชาชน

ใช้เป็นทางคมนาคมได้

และมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นทางคมนาคมที่มีความยาวไม่เกิน ๕๐๐ เมตร

(๒)

เป็นทางคมนาคมที่เจ้าของกรรมสิทธิ์หวงห้ามกรรมสิทธิ์ไว้

ไม่ว่าจะโดยการปิดป้ายประกาศ

หรือการเรียกหรือรับค่าตอบแทนสำหรับการใช้เป็นทางคมนาคม

หรือการทำสัญญากับผู้ใช้

แต่ไม่รวมถึงการทำสัญญายินยอมให้กรุงเทพมหานครเข้าปรับปรุงใช้

สอย

(๓๑)

"ทางสาธารณะ"

หมายความว่า ที่ดินที่ประชาชนมีสิทธิใช้เป็น

ทางคมนาคมได้ ที่ไม่ใช่ทางส่วนบุคคล

(๓๒)

"ที่กลับรถ"

หมายความว่า พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่

กลับรถเพื่อสะดวกในการจอดหรือเข้าออกของรถ

(๓๓)

"ที่จอดรถ"

หมายความว่า พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็น

ที่จอดรถสำหรับอาคารบางชนิดหรือบางประเภท

ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึงพื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้น

เพื่อใช้เป็นที่จอดรถ

เพื่อให้เช่าจอดหรือเก็บฝากรถ

(๓๔)

"ที่พักมูลฝอย"

หมายความว่า อุปกรณ์หรือสถานที่ที่ใช้สำหรับ

เก็บกักมูลฝอย

เพื่อรอการย้ายไปที่พักรวมมูลฝอย

(๓๕)

"ที่พักรวมมูลฝอย"

หมายความว่า อุปกรณ์หรือสถานที่ที่ใช้

สำหรับเก็บกักมูลฝอย

เพื่อรอการขนย้ายไปกำจัด

(๓๖)

"ที่ว่าง"

หมายความว่า พื้นที่อันปราศจากหลังคาหรือส่งก่อ

สร้างปกคลุม

ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอาจจะจัดให้เป็นบ่อน้ำ สระว่ายน้ำ บ่อพักน้ำเสีย

ที่พักรวมมูลฝอย

หรือที่จอดรถ

ที่อยู่ภายนอกอาคารก็ได้ และให้ความหมายรวมถึงพื้นที่ของสิ่งก่อสร้างหรืออาคาร

ที่สูงจากระดับพื้นดินไม่เกิน

๑.๒๐ เมตร และไม่มีหลังคาหรือสิ่งก่อสร้างปกคลุมเหนือระดับนั้น

(๓๗)

"ที่สาธารณะ"

หมายความว่า ที่ซึ่งเปิดหรือยินยอมให้ประชาชน

เข้าไปหรือใช้เป็นทางสัญจรได้

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือไม่

(๓๘)

"แท่นกลับรถ"

หมายความว่า อุปกรณ์หรือเครื่องจักรกลที่ใช้

สำหรับติดตั้งภายในอาคารหรือภายนอกอาคารเพื่อช่วยในการหมุนหรือกลับรถ

(๓๙)

"นายช่าง"

หมายความว่า ข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ผู้ว่าราช

การกรุงเทพมหานครแต่งตั้งให้เป็นนายช่าง

(๔๐)

"นายตรวจ"

หมายความว่า ข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ผู้ว่า

ราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งให้เป็นนายตรวจ

(๔๑)

"น้ำทิ้ง"

หมายความว่า น้ำจากอาคารที่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสีย

แล้วจนมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

หรือมีคุณภาพที่เหมาะสมจะระบายลงแหล่งรอง

รับน้ำทิ้งได้

(๔๒)

"น้ำเสีย"

หมายความว่า ของเหลวที่ผ่านการใช้แล้วทุกชนิดทั้งที่

มีกากหรือไม่มีกาก

(๔๓)

"น้ำหนักบรรทุกคงที่"

หมายความว่า น้ำหนักของส่วนต่างๆ

ของอาคาร

ทั้งนี้ให้รวมถึงน้ำหนักของวัตถุต่างๆที่มิใช่โครงสร้างของอาคารแต่ก่อสร้างหรือติดตั้ง

อยู่บนส่วนต่างๆของอาคารตลอดไป

(๔๔)

"แนวถนน"

หมายความว่า เขตถนนและทางเดินที่กำหนดไว้ให้

เป็นทางสาธารณะ

(๔๕)

"บ่อดักไขมัน"

หมายความว่า ส่วนที่เปิดได้ของทางระบายน้ำที่

กำหนดไว้เพื่อดักไขมัน

(๔๖)

"บ้านแถว"

หมายความว่า ห้องแถวหรือตึกแถวที่ใช้เป็นที่อยู่

อาศัย

ซึ่งมีที่ว่างด้านหน้าและด้านหลังระหว่างรั้วหรือแนวเขตที่ดินกับตัวอาคารแต่ละคูหา

(๔๗)

"บ้านแฝด"

หมายความว่า อาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยก่อสร้าง

ติดต่อกันสองบ้าน

มีผนังร่วมแบ่งอาคารเป็นบ้าน มีที่ว่างระหว่างรั้วหรือแนวเขตที่ดินกับอาคาร

ด้านหน้าด้านหลังและด้านข้างของแต่ละบ้าน

และมีทางเข้าออกของแต่ละบ้านแยกจากกันเป็นสัด

ส่วน

(๔๘)

"แบบแปลน"

หมายความว่า แบบเพื่อประโยชน์ในการก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน

เคลื่อนย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารโดยมีรูปแสดงรายละเอียดส่วนสำคัญ

ขนาดเครื่องหมายวัสดุและการใช้สอยต่างๆ

ของอาคารอย่างชัดเจนพอที่จะใช้ในการดำเนินการได้

(๔๙)

"ปั้นจั่น"

หมายความว่า เครื่องยกที่ประกอบด้วยส่วนต่างๆ

เช่น เสา และรอก เป็นต้น

ไม่ว่าจะมีคานยื่นหรือไม่มี สำหรับยกของหนัก

(๕๐)

"ปากทางเข้าออกของรถ"

หมายความว่า ส่วนของทางสำหรับรถ

เข้าออกที่เชื่อมกับเขตทางสาธารณะ

(๕๑)

"ปากทางออกของรถ"

หมายความว่า ส่วนของทางสำหรับรถ

ออกที่เชื่อมกับเขตทางสาธารณะ

(๕๒)

"ปากทางเข้าของรถ"

หมายความว่า ส่วนของทางสำหรับรถเข้า

ที่เชื่อมกับเขตทางสาธารณะ

(๕๓)

"แปลน" หมายความว่า

แบบแสดงลักษณะส่วนราบของอาคาร

(๕๔)

"ผนัง" หมายความว่า

ส่วนก่อสร้างในด้านตั้งซึ่งกั้นด้านนอก

หรือระหว่างหน่วยของอาคารให้เป็นหลังหรือหน่วยแยกจากกัน

(๕๕)

"ผนังกันไฟ"

หมายความว่า ผนังทึบที่ทำด้วยวัสดุทนไฟที่มีคุณ

สมบัติในการป้องกันไฟได้ดีไม่น้อยกว่าผนังก่อด้วยอิฐธรรมดา

ฉาบปูน ๒ ด้าน หนาไม่น้อยกว่า

๑๘ เซนติเมตร

ถ้าเป็นผนังคอนกรีตเสริมเหล็กต้องหนาไม่น้อยกว่า ๑๒ เซนติเมตร และไม่มี

ช่องที่ให้ไฟหรือควันผ่านได้

(๕๖)

"ผู้ควบคุมงาน"

หมายความว่า ผู้ซึ่งรับผิดชอบในการอำนวย

การหรือควบคุมดูแลการก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร

(๕๗)

"ผู้ดำเนินการ"

หมายความว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร

ซึ่งกระทำการก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารด้วยตนเอง และหมายความรวมถึง

ผู้ซึ่งตกลงรับกระทำการดังล่าวไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตามและผู้รับจ้างช่วง

(๕๘)

"ผู้ออกแบบ"

หมายความว่า ผู้รับผิดชอบในการคำนวณเขียน

แบบ และกำหนดรายการ

เพื่อใช้ในการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร

(๕๙)

"แผนผังบริเวณ"

หมายความว่า แผนที่แสดงลักษณะที่ตั้งและ

ขอบเขตที่ดินและอาคารที่ก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้ รวมทั้ง

แสดงลักษณะและขอบเขตของที่สาธารณะและอาคารในบริเวณที่ดินที่ติดต่อโดยสังเขปด้วย

(๖๐)

"ฝา" หมายความว่า

ส่วนก่อสร้างในด้านตั้งซึ่งกั้นแบ่งพื้นที่ภาย

ในอาคารให้เป็นห้องๆ

(๖๑)

"พื้น" หมายความว่า

พื้นของอาคารที่บุคคลเข้าอยู่หรือเข้าใช้

สอยได้ภายในขอบเขตของคานหรือตงที่รับพื้นหรือภายในพื้นนั้น

หรือภายในขอบเขตของผนัง

อาคารรวมทั้งเฉลียงหรือระเบียงด้วย

(๖๒)

"พื้นที่อาคาร"

หมายความว่า พื้นที่ของพื้นของอาคารทุกชั้นที่

บุคคลเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ภายในขอบเขตด้านนอกของคาน

หรือภายในพื้นนั้นหรือภายใน

ขอบเขตด้านนอกของผนังอาคาร

และหมายความรวมถึงเฉลียงหรือระเบียงด้วย

(๖๓)

"ภัตตาคาร"

หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของ

อาคารที่ใช้เป็นที่ขายอาหารหรือเครื่องดื่ม

โดยมีพื้นที่ไว้บริการภายในหรือภายนอกอาคาร

(๖๔)

"มาตรา" หมายความว่า

มาตราตามพระราชบัญญัติควบคุม

อาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม

(๖๕)

"มูลฝอย"

หมายความว่า มูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการ

สาธารณสุข

(๖๖)

"ระบบท่อยืน"

หมายความว่า ท่อส่งน้ำและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับ

การดับเพลิง

(๖๗)

"ระบบบำบัดน้ำเสีย"

หมายความว่า กระบวนการทำหรือปรับ

ปรุงน้ำเสียให้มีคุณภาพเป็นน้ำทิ้ง

รวมทั้งการทำให้น้ำทิ้งพ้นไปจากอาคาร

(๖๘)

"ระบบประปา"

หมายความว่า ระบบการจ่ายน้ำเพื่อใช้และดื่ม

(๖๙)

"รายการคำนวณ"

หมายความว่า รายการแสดงวิธีการคำนวณ

กำลังของวัสดุ

การรับน้ำหนัก และกำลังต้านทานของส่วนต่างๆ ของอาคาร

(๗๐)

"รายการคำนวณประกอบ"

หมายความว่า รายการแสดงวิธีการ

คำนวณทางด้านวิศวกรรมทุกสาขา

(๗๑)

"รายการประกอบแบบแปลน"

หมายความว่า ข้อความชี้แจง

รายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพ

และชนิดของวัสดุตลอดจนวิธาการปฏิบัติ หรือวิธีการสำหรับการก่อ

สร้าง ดัดแปลง รื้อถอน

เคลื่อนย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร เพื่อให้เป็นไปตามแบบแปลน

(๗๒)

"รื้นถอน"

หมายความว่า รื้อส่วนอันเป็นโครงสร้างของอาคาร

ออกไป เช่น เสา คาน ตง

หรือส่วนอื่นของโครงสร้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๗๓)

"รูปด้าน" หมายความว่า

แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายนอก

ของอาคาร

(๗๔)

"รูปตัด"

หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายในของ

อาคาร

(๗๕)

"แรงกระแทก"

หมายความว่า แรงกระทำอันเนื่องมาจากวัตถุ

เคลื่อนมากระทบ

(๗๖)

"แรงลม"

หมายความว่า แรงลมที่กระทำต่อโครงสร้าง

(๗๗) "โรงงาน" หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของ

อาคารที่ใช้เป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน

(๗๘)

"โรงมหรสพ"

หมายความว่า อาคารหรือส่วนใดของอาคารที่ใช้

เป็นสถานที่สำหรับฉายภาพยนตร์

แสดงละคร แสดงดนตรี หรือการแสดงรื่นเริงอื่นใด และมีวัตถุ

ประสงค์เพื่อเปิดให้สาธารณชนเข้าชมการแสดงนั้นเป็นปกติธุระโดยจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม

(๗๙)

"โรงแรม"

หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของ

อาคารที่ใช้เป็นโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

(๘๐)

"ลิฟต์"

หมายความว่า อุปกรณ์หรือเครื่องจักรกลที่ใช้สำหรับ

บรรทุกบุคคล หรือสิ่งของขึ้นลงระหว่างชั้นต่างๆของอาคาร

(๘๑)

"ลิฟต์ดับเพลิง"

หมายความว่า ลิฟต์ที่พนักงานดับเพลิง

สามารถควบคุมการใช้ขณะเกิดเพลิงไหม้

(๘๒)

"ลิฟต์ยกรถ"

หมายความว่า ลิฟต์ที่ใช้สำหรับยกรถเพื่อเคลื่อน

ย้ายไปสู่ชั้นต่างๆของอาคาร

(๘๓)

"ลูกตั้ง" หมายความว่า

ระยะตั้งของขั้นบันไดแต่ละขั้น

(๘๔)

"ลูกนอน"

หมายความว่า ระยะราบของขั้นบันไดแต่ละขั้น

(๘๕)

"วัสดุถาวร"

หมายความว่า วัสดุซึ่งตามปกติไม่แปลงสภาพได้

ง่าย โดยน้ำ ไฟ

หรือดินฟ้าอากาศ

(๘๖)

"วัสดุทนไฟ"

หมายความว่า วัสดุก่อสร้างที่ไม่เป็นเชื้อเพลิง

(๘๗)

"สถานบริการ"

หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของ

อาคาร

ที่ใช้เป็นสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ

(๘๘)

"สถาบันที่เชื่อถือได้"

หมายความว่า ส่วนราชการ หรือนิติ

บุคคล ที่มีวัตถุประสงค์ในการให้คำปรึกษาแนะนำด้านวิศวกรรม

ซึ่งมีวิศวกรประเภทวุฒิวิศวกร

ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรมเป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนะและลงลายมือชื่อรับรองผลการ

ตรวจสอบงานวิศวกรรมควบคุม

(๘๙)

"ส่วนต่างๆของอาคาร"

หมายความว่า ส่วนของอาคารที่จะต้อง

แสดงรายการคำนวณการรับน้ำหนักและกำลังต้านทาน

เช่น แผ่นพื้น คาน เสา และรากฐาน

เป็นต้น

(๙๐)

"ส่วนลาด"

หมายความว่า ส่วนระยะตั้งเทียบกับส่วนระยะยาว

ของฐานตามแนวราบ

(๙๑)

"สำนักงาน"

หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของ

อาคารที่ใช้เป็นที่ทำการ

(๙๒)

"เสาเข็ม"

หมายความว่า เสาที่ตอกลงดินหรือหล่ออยู่ในดิน

เพื่อรับน้ำหนักบรรทุกของอาคาร

ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึงกำแพงคอนกรีตซึ่งมีรูปร่างต่างๆ ที่

หล่ออยู่ในดินเพื่อใช้รับน้ำหนักบรรทุกของอาคารด้วย

(๙๓)

"หน่วยแรง"

หมายความว่า แรงหารด้วยพื้นที่หน้าตัดที่รับแรง

นั้น

(๙๔)

"หลังคา"

หมายความว่า อาคารที่ก่อสร้างต่อเนื่องกันเป็นแถว

ตั้งแต่สองคูหาขึ้นไป

มีผนังร่วมแบ่งอาคารเป็นคูหา และประกอบด้วยวัสดุไม่ทนไฟเป็นส่วนใหญ่

(๙๕)

"ห้องแถว"

หมายความว่า อาคารที่ก่อสร้างต่อเนื่องกันเป็นแถว

ตั้งแต่สองคูหาขึ้นไป

มีผนังร่วมแบ่งอาคารเป็นคูหา และประกอบด้วยวัสดุไม่ทนไฟเป็นส่วนใหญ่

(๙๖)

"ห้องโถง"

หมายความว่า อาคารหรือส่วนของอาคารซึ่งจัดพื้นที่

ไว้เป็นสัดส่วน

โดยเฉพาะที่สามารถใช้เป็นที่ประชุม ชุมนุม จัดงานหรือแสดงกิจกรรมต่างๆได้ ทั้ง

นี้ไม่รวมพื้นที่ที่เป็นทางเดินร่วมในอาคาร

เช่น โถงหน้าลิฟต์ โถงพักคอยบริเวณหน้าโต๊ะลง

ทะเบียน โถงรับแขก เป็นต้น

(๙๗)

"เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ"

หมายความว่า เหล็กที่ผลิตออกมา

มีหน้าตัดเป็นรูปลักษณะต่างๆใช้ในงานโครงสร้าง

(๙๘)

"เหล็กเสริม"

หมายความว่า เหล็กที่ใช้ฝังในเนื้อคอนกรีตเพื่อ

เสริมกำลังขึ้น

(๙๙)

"แหล่งรองรับน้ำทิ้ง"

หมายความว่า ท่อระบายน้ำสาธารณะ คู

คลอง แม่น้ำ ทะเล

และแหล่งน้ำสาธารณะ

(๑๐๐)

"อาคารเก็บของ"

หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใด

ของอาคารที่ใช้เป็นที่สำหรับเก็บสินค้าหรือสิ่งของ

เพื่อประโยชน์ของเจ้าของอาคารซึ่งมีปริมาตรที่

ใช้เก็บของไม่เกิน ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ การวัดความสูงเพื่อคำนวณปริมาตร ให้วัดจากพื้น

ชั้นนั้นถึงยอดผนังสูงสุด

(๑๐๑)

"อาคารขนาดใหญ่"

หมายความว่า อาคารที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้

ที่อาคารหรือส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภท

โดยมีพื้นที่อาคาร

รวมกันทุกชั้นในหลังคาเดียวกันเกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร หรืออาคารที่มีความ

สูงตั้งแต่ ๑๕ เมตรขึ้นไป

และมีพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นในหลังคาเดียวกันเกิน ๑,๐๐๐

ตาราง

เมตร

การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า

สำหรับอาคารทรง

จั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๑๐๒)

"อาคารขนาดใหญ่พิเศษ"

หมายความว่า อาคารที่ก่อสร้างขึ้น

เพื่อใช้พื้นที่อาคารหรือส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัย

หรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือ

หลายประเภทโดยมีพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นในหลังคาเดียวกันตั้งแต่

๑๐,๐๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

(๑๐๓)

"อาคารจอดรถ"

หมายความว่า อาคารหรือส่วนของอาคารที่

ใช้สำหรับจอดรถ ตั้งแต่ ๑๐

คันขึ้นไป หรือมีพื้นที่จอดรถ ทางวิ่ง และที่กลับรถในอาคาร ตั้งแต่

๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

(๑๐๔)

"อาคารจอดรถซึ่งติดตั้งระบบเคลื่อนย้ายรถด้วยเครื่องจักรกล"

หมายความว่า

สิ่งก่อสร้างหรือโครงหรือเครื่องจักรกลที่สร้างขึ้น

หรือติดตั้งขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ

หรือเก็บรถโดยระบบเครื่องกลในการนำรถไปจอดหรือเก็บ

ทั้งนี้ให้รวมถึงแท่นหรือพื้นโครงสร้าง

ที่ทำขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถคันเดียวหรือหลายคันและไม่ว่าแท่นหรือพื้นหรือโครงสร้างดังกล่าวจะ

ติดตั้งอยู่กับที่หรือสามารถเคลื่อนย้ายไปอยู่ในตำแหน่งต่างๆได้หรือไม่ก็ตาม

และให้รวมถึงแท่น

กลับรถด้วย

โดยจะติดตั้งอยู่ภายในอาคารจอดรถ หรือต่อเชื่อมกับอาคารจอดรถ หรือตั้งเป็น

อิสระอยู่นอกอาคารก็ได้

(๑๐๕)

"อาคารชุด"

หมายความว่า อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วย

อาคารชุด

(๑๐๖)

"อาคารพาณิชย์"

หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ใน

การพาณิชยกรรม

หรือบริการธุรกิจ หรืออุตสาหกรรม ที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังการผลิตเทียบไม่

เกิน ๕ แรงม้า

(๑๐๗)

"อาคารพิเศษ"

หมายความว่า อาคารที่ต้องการมาตรฐาน

ความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยเป็นพิเศษ

เช่น อาคารดังต่อไปนี้

ก. โรงมหรสพ

อัฒจันทร์ หอประชุม หอสมุด หอศิลป์ พิพิธภัณฑสถาน

แห่งชาติ หรือศาสนสถาน

ข. อู่เรือ

คานเรือ หรือท่าจอดเรือ สำหรับเรือขนาดใหญ่เกิน ๑๐๐ ตัน

กรอส

ค.

อาคารหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสูงเกิน ๑๕ เมตร หรือสะพานหรืออาคาร

หรือโครงหลังคาช่วงหนึ่งเกิน

๑๐ เมตร หรือมีลักษณะโครงสร้างที่อาจก่อให้เกิดภยันตรายต่อสา

ธารณชนได้

ง.

อาคารที่เก็บวัสดุไวไฟ วัสดุระเบิด หรือวัสดุกระจายพิษหรือรังสีตาม

กฎหมายว่าด้วยการนั้น

(๑๐๘)

"อาคารสรรพสินค้า"

หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วน

ใดของอาคารที่มีพื้นที่สำหรับแสดงหรือขายสินค้าต่างๆ

และมีพื้นที่ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

โดยมีการแบ่งส่วนของอาคารตามประเภทของสินค้าหรือตามเจ้าของพื้นที่

ไม่ว่าการแบ่งส่วนนั้น

จะทำในลักษณะของการกั้นเป็นห้องหรือไม่ก็ตาม โดยให้หมายความรวมถึงอาคารแสดงสินค้า

ด้วย

(๑๐๙)

"อาคารสาธารณะ"

หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์

ในการชุมนุมได้โดยทั่วไปเพื่อกิจกรรมทางราชการ

การเมือง การศึกษา การสังคม การศาสนา การ

นันทนาการ

หรือการพาณิชยกรรม เช่น โรงมหรสพ หอประชุม โรงแรม โรงพยาบาล สถานศึกษา

หอสมุด สนามกีฬากลางแจ้ง

สถานกีฬาในร่ม ตลาด ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า สถานบริการ

ท่าอากาศยาน อุโมงค์ สะพาน

อาคารจอดรถ สถานีรถ ท่าจอดเรือ โป๊ะจอดเรือ สุสาน

ฌาปนสถาน ศาสนสถาน เป็นต้น

(๑๑๐)

"อาคารสูง"

หมายความว่า อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้า

ใช้สอยได้ที่มีความสูงตั้งแต่

๒๓ เมตรขึ้นไป การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อ

สร้างถึงพื้นดาดฟ้า

สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยา ให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนัง

ของชั้นสูงสุด

(๑๑๑)

"อาคารแสดงสินค้า"

หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วน

ใดของอาคารที่จัดแสดงหรือขายหรือส่งเสริมการขายสินค้า

และให้หมายรวมถึงอาคารที่สร้างชั่ว

คราวเพื่อจัดกิจกรรมดังกล่าวด้วย

(๑๑๒)

"อาคารอยู่อาศัย"

หมายความว่า อาคารซึ่งโดยปกติบุคคลใช้

อยู่อาศัยได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัยอย่างถาวรหรือชั่วคราว

(๑๑๓)

"อาคารอยู่อาศัยรวม"

หมายความว่า อาคารหรือส่วนใดส่วน

หนึ่งของอาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับหลายครอบครัว

โดยแบ่งออกเป็นหน่วยแยกจากัน

สำหรับแต่ละครอบครัว

มีห้องน้ำ ห้องส้วม ทางเดิน ทางเข้าออก และทางขึ้นลงหรือลิฟต์แยกจาก

กันหรือร่วมกัน

ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึงหอพักด้วย

(๑๑๔)

"อิฐธรรมดา"

หมายความว่า ดินที่ทำขึ้นเป็นแท่งทึบและได้

เผาให้สุก

หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการอนุญาต

การดำเนินการแจ้ง

การออกใบรับรองและใบแทน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ผู้ใดจะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายอาคาร ใช้หรือเปลี่ยนการใช้

อาคาร

ดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถเพื่อการอื่นๆ ขอต่ออายุใบ

อนุญาต ขอรับใบแทนใบอนุญาต

ขอรับใบแทนใบรับรอง หรือการโอนใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอ

หรือโดยการแจ้งต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ตามความในหมวดนี้

ผู้ยื่นคำขอหรือผู้แจ้ง

ต้องเป็นเจ้าของอาคารหรือเป็นตัวแทนซึ่งได้รับมอบหมาย

อำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายจากเจ้าของอาคา

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เจ้าของอาคารผู้ใดประสงค์จะขอรับใบอนุญาต

(๑) ก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือรื้อถอน ให้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบที่

กำหนดในกฎกระทรวง

พร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว

(๒)

เคลื่อนย้ายอาคาร ให้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบที่กำหนดในกฎ

กระทรวง

พร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุในแบบดังกล่าว

ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแนบเอกสารเกี่ยวกับแผนผังบริเวณแบบแปลน

รายการ

ประกอบแบบแปลน

ตามที่ระบุไว้ในแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง จำนวน ๕ ชุด พร้อมกับคำขอ

สำหรับการขออนุญาตก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารที่เป็นอาคารประเภทควบคุมการ

ใช้ตามกฎหมาย

ว่าด้วยการควบคุมอาคาร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะประกาศกำหนดให้ผู้

ขอรับใบอนุญาตต้องแนบเอกสารดังกล่าวมากว่า

๕ ชุดก็ได้แต่ไม่เกิน ๗ ชุด

การขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารสาธารณะ

อาคารพิเศษ

หรืออาคารที่ก่อสร้างด้วยวัตถุถาวรและวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

ต้องแนบรายการคำนวณและราย

การคำนวณประกอบ จำนวน ๑

ชุดพร้อมกับคำขอตาม (๑) หรือ (๒) ด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เจ้าของอาคารผู้ใดประสงค์จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้าย

อาคาร

โดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ให้ดำเนินการแจ้งต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดังต่อไป

นี้

(๑)

แจ้งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบ ตามแบบที่ผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานครกำหนด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลและยื่นเอกสารดังต่อไปนี้ด้วย

ก.

ชื่อของผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคาร ซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบ

อนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมประเภทวุฒิสถาปนิกตามกฎหมายว่าด้วย

วิชาชีพสถาปัตยกรรม

ข.

ชื่อของผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคำนวณอาคาร ซึ่งจะต้องเป็นผู้

ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทวุฒิวิศวกร

ตามกฎหมายว่า

ด้วยวิชาชีพวิศวกรรม

ค.

ชื่อของผู้ควบคุมงาน ซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้

ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรมและเป็นผู้ได้รับ

ใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม

ง.

สำเนาใบอนุญาตของบุคคลตาม ก.ข. และ ค.

จ.

หนังสือรับรองของบุคคลตาม ก. ข. และ ค. ว่าตนเป็นผู้ออกแบบ

อาคาร

เป็นผู้ออกแบบและคำนวณอาคาร หรือจะเป็นผู้ควบคุมงานแล้วแต่กรณี ตามแบบที่ผู้ว่า

ราชการกรุงเทพมหานครกำหนด

พร้อมทั้งรับรองว่าการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อน

ย้ายอาคารนั้นถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

กฎกระทรวง และข้อ

บัญญัติกรุงเทพมหานครที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

ฉ.

แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลนรายการ

คำนวณและรายการคำนวณประกอบของอาคารที่จะก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้าย ซึ่ง

มีคำรับรองของบุคคลตาม ก.

และ ข. ว่าตนเป็นผู้ออกแบบอาคารและเป็นผู้ออกแบบและคำนวณ

อาคารนั้น

ช.

วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว

(๒)

ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ใน (๑) ครบถ้วน พร้อมชำระ

ค่าธรรมเนียมการตรวจแบบแปลนก่อสร้าง

หรือดัดแปลงอาคารแล้ว ให้ผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานครออกใบรับแจ้งตามแบบที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนดเพื่อเป็นหลักฐาน

การแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในวันที่ได้รับแจ้งและให้ผู้แจ้งเริ่มต้นดำเนินการก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน

หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามที่ได้แจ้งไว้ได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบแจ้ง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การขอทำการเจาะกดหรือตอกเสาเข็มเพื่อทำการทดสอบ ที่จะใช้ในการ

ก่อสร้างอาคาร

ให้ดำเนินการได้เมื่อได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบโดยมีเอกสาร

ประกอบ ดังนี้

(๑)

ผังบริเวณแสดงสถานที่ที่จะทดสอบเสาเข็ม จำนวน ๒ ชุด

(๒)

ผังแสดงตำแหน่งที่จะทดสอบเสาเข็ม จำนวน ๒ ชุด

(๓)

หนังสือรับรองของวิศวกรผู้ควบคุมงานการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน รายการคำนวณ

และรายการคำนวณประกอบต้องเป็นภาษาไทย

ยกเว้นเฉพาะตัวเลขและสัญลักษณ์ ต้องเป็นสิ่ง

พิมพ์สำเนาภาพถ่ายหรือเขียนด้วยหมึก

หรือวิธีการอื่นใดตามประกาศกรุงเทพมหานครและต้อง

เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) มาตราส่วน

ขนาด ระยะ น้ำหนัก และหน่วยคำนวณต่างๆ ให้ใช้

มาตราเมตริก

(๒)

แผนผังบริเวณให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ต่อ ๕๐๐ แสดง

ลักษณะที่ตั้งและขอบเขตของที่ดินและอาคารที่ขออนุญาตก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย

เปลี่ยนการใช้

ดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถเพื่อการอื่น และพื้นที่

หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ

ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถแทนของเดิม พร้อมราย

ละเอียดดังนี้

ก.

แสดงขอบนอกของอาคารที่มีอยู่แล้ว (ถ้ามี)

ข.

ระยะห่างของขอบนอกของอาคารที่ขออนุญาตถึงขอบเขตของที่ดิน

ทุกด้าน

ค.

ระยะห่างระหว่างอาคารต่างๆ ที่มีอยู่และอาคารที่ขออนุญาตใน

ขอบเขตของที่ดิน

ง.

ลักษณะและขอบเขตของที่สาธารณะและอาคารในบริเวณที่ดินที่ติด

ต่อโดยสังเขปพร้อมด้วยเครื่องหมายทิศ

จ.

ในกรณีที่ไม่มีทางน้ำสาธารณะสำหรับการขออนุญาต ก่อสร้าง ดัด

แปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร

ให้แสดงทางระบายน้ำออกจากอาคารไปสู่ทางระบายน้ำสาธารณะ

หรือวิธีการระบายน้ำ

ด้วยวิธีอื่น พร้อมทั้งแสดงเครื่องหมายชี้ทิศทางน้ำไหลและส่วนลาด

ฉ.

แสดงระดับของพื้นชั้นล่างของอาคาร และความสัมพันธ์กับระดับ

ทางหรือถนนสาธารณะที่ใกล้ที่สุดและระดับพื้นดิน

ช.

แผนผังบริเวณสำหรับการเคลื่อนย้ายอาคาร ให้แสดงแผนผังบริเวณ

ของอาคารที่มีอยู่เดิม

และให้แสดงแผนผังบริเวณที่จะทำการเคลื่อนย้ายอาคารไปอยู่ในที่ใหม่ให้

ชัดเจน

แผนผังบริเวณอาคารตามมาตรา ๔ เว้นแต่ตึก บ้าน เรือน โรง

ร้าน แพ

คลังสินค้า สำนักงานและสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่น

ซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ ให้แสดงราย

ละเอียดตาม ก. ข. ค. ง. จ.

ฉ. หรือ ช.

เท่าที่จะต้องมีลักษณะของอาคารนั้นๆ

(๓) แบบแปลน

ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ต่อ ๑๐๐ โดยต้องแสดง

รูปต่างๆ คือ

แปลนพื้นชั้นต่างๆ รูปด้าน (ไม่น้อยกว่าสองด้าน) รูปตัดทางขวาง รูปตัดทางยาว

ผังคานรับพื้นชั้นต่างๆ

และผังฐานรากของอาคารที่ขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อน

ย้าย เปลี่ยนการใช้

หรือดัดแปลง หรือใช้ที่จอดรถ

ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถเพื่อการอื่น

พร้อมด้วยรายละเอียดดังนี้

ก. แบบแปลนต้องมีรูปรายละเอียดส่วนสำคัญ

ขนาด เครื่องหมาย วัสดุ

และการใช้สอยต่างๆของอาคารอย่างชัดเจนเพียงพอที่จะพิจารณาตามกฎกระทรวง

ข้อบัญญัติ

กรุงเทพมหานคร

หรือประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งออกตามความใน

กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

ข. แบบแปลนสำหรับการก่อสร้างอาคาร

ให้แสดงส่วนต่างๆของอาคาร

ที่จะก่อสร้างให้ชัดเจน

ค.

แบบแปลนสำหรับการดัดแปลงอาคาร ให้แสดงส่วนที่มีอยู่เดิมและ

ส่วนที่ดัดแปลงให้ชัดเจน

ง.

แบบแปลนสำหรับการรื้อถอนอาคาร ให้แสดงขั้นตอน วิธีการ ตลอด

จนความปลอดภัยในการรื้อถอนอาคาร

จ.

แบบแปลนสำหรับการเคลื่อนย้ายอาคาร ให้แสดงขั้นตอน วิธีการ

ความมั่นคง แข็งแรง

ตลอดจนความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายอาคาร

สำหรับอาคารที่มีรูปตัดทางขวาง

หรือรูปตัดทางยาวของอาคารที่มีความ

กว้าง ความยาว

หรือความสูงเกิน ๗๐ เมตร แบบแปลนจะใช้มาตราส่วนเล็กกว่า ๑ ต่อ ๑๐๐ ก็ได้

แต่ต้องไม่เล็กกว่า ๑ ต่อ

๒๕๐

ฉ.

แบบแปลนสำหรับการเปลี่ยนการใช้อาคาร ให้แสดงส่วนที่ใช้อยู่เดิม

และส่วนที่จะเปลี่ยนการใช้ใหม่ให้ชัดเจน

ช.

แบบแปลนสำหรับการดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถและทาง

เข้าออกของรถเพื่อการอื่น

ให้แสดงส่วนที่มีอยู่เดิมและส่วนที่จะทำการก่อสร้างใหม่แทนของเดิม

ให้ชัดเจน

สำหรับการก่อสร้างสิ่งที่สร้างขึ้นเป็นอาคารเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ

และทางเข้า

ออกของรถแทนของเดิม

ต้องแสดงส่วนต่างๆของอาคารที่จะก่อสร้างให้ชัดเจน

แบบแปลนสำหรับอาคารตามมาตรา ๔ เว้นแต่ตึก บ้าน เรือน โรง

ร้าน

แพ คลังสินค้า

สำนักงานและสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นซี่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้

ให้แสดง

รายละเอียดตาม ก. ข. ค. ง.

จ. ฉ. และ ช. เท่าที่จะต้องมีตามลักษณะของอาคารนั้นๆ

(๔)

รายการประกอบแบบแปลน

ให้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับคุณ

ภาพและชนิดของวัสดุ

ตลอดจนวิธีปฏิบัติหรือวิธีการสำหรับการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้นถอน

เคลื่อนย้าย

เปลี่ยนการใช้อาคาร หรือดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถ

เพื่อการอื่น

(๕)

รายการคำนวณ ให้แสดงวิธีการตามหลักวิศวกรรมศาสตร์โดย

คำนวณกำลังของวัสดุการรับน้ำหนัก และกำลังต้านทางของส่วนต่างๆของอาคาร

(๖)

รายการคำนวณ ให้แสดงวิธีการตามหลักวิศวกรรมศาสตร์สาขา

ต่างๆโดยคำนวณเกี่ยวกับอุปกรณ์และระบบนั้นๆของอาคาร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ผู้รับผิดชอบงานออกแบบหรือผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคำนวณ

ต้องลงลายมือชื่อพร้อมกับเขียนชื่อด้วยตัวบรรจงในแผนผังบริเวณ

แบบแปลน รายการประกอบ

แบบแปลน

รายการคำนวณและรายการคำนวณประกอบทุกแผ่นและให้ระบุสำนักงานหรือที่อยู่

พร้อมกับคุณวุฒิของผู้รับผิดชอบดังกล่าวไว้ในแผนผังบริเวณ

แบบแปลน รายการประกอบแบบ

แปลน

รายการคำนวณและรายการคำนวณประกอบแต่ละชุดด้วย หรืออาจจะใช้สิ่งพิมพ์ สำเนา

ภาพถายที่ผู้รับผิดชอบงานออกแบบหรือผู้รับผิดชอบออกแบบและคำนวณที่มีลายชื่อพร้อมกับ

เขียนชื่อด้วยตัวบรรจงและระบุรายละเอียดดังกล่าวแทนก็ได้

ในกรณีที่ผู้รับผิดชอบงานออกแบบ หรือผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคำนวณ

เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมหรือวิศวกรรมควบคุมตาม

กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรมหรือกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม

ให้ระบุเลขทะเบียนใบ

อนุญาตไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับคำขอตามข้อ ๗ ให้ตรวจ

พิจารณาแผนผังบริเวณแบบแปลน

รายการประกอบแบบแปลน รายการคำนวณและรายการ

คำนวณประกอบ (ถ้ามี)

เมื่อปรากฎว่าถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุม

อาคาร กฎกระทรวง

และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการ

ควบคุมอาคารแล้ว

ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดในกฎ

กระทรวง

ในกรณีที่มีการขออนุญาตเคลื่อนย้ายอาคารไปยังท้องที่ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของ

เจ้าพนักงานท้องถิ่นอื่น

เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ตรวจพิจารณาตามวรรคหนึ่งและเห็น

ว่าถูกต้อง

ให้ออกใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงและส่งใบอนุญาตและสำเนาคู่

ฉบับเอกสารที่ได้ผ่านการตรวจและประทับตราไว้เป็นจำนวน

๔ ชุด พร้อมด้วยรายการคำนวณ

และรายการคำนวณประกอบ ๑ ชุด

(ถ้ามี) ไปยังเจ้าพนักงานท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่จะเคลื่อนย้าย

อาคารไปตั้งใหม่

กรณีที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับเอกสารการอนุญาตเคลื่อนย้ายอาคาร

และสำเนาคู่ฉบับ

เอกสารที่เกี่ยวข้องจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ตรวจพิจารณาตามวรรคหนึ่ง

เมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้ว ให้ออกใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดในกฎ

กระทรวง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารที่เป็น

อาคารประเภทควบคุมการใช้

ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือผู้แจ้งตามข้อ ๘ ได้ทำ

การก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเคลื่อนย้ายอาคารดังกล่าวเสร็จแล้วให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร

ยื่นหนังสือขอใบรับรองถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามแบบที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

กำหนด พร้อมเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว

เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับหนังสือตามวรรคหนึ่ง

และตรวจสอบแล้ว

เห็นว่า การก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้น ถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาตหรือที่ได้แจ้ง

ไว้

ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกใบรับรองตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ซึ่งไม่เป็นอาคารประเภทควบ

คุมการใช้

ประสงค์จะใช้อาคารดังกล่าวเพื่อกิจการประเภทควบคุมการใช้ หรือเจ้าของหรือผู้ครอบ

ครองอาคาร

ซึ่งเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ ประสงค์จะเปลี่ยนการใช้อาคารเป็นอาคาร

สำหรับอีกกิจการหนึ่ง

ให้เจ้าของอาคารยื่นคำขออนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารตามแบบที่กำหนดใน

กฎกระทรวง

ต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

พร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว

หรือแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบ

ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ตามแบบที่ผู้ว่า

ราชการกรุงเทพมหานครกำหนด

พร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว

เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับคำขอหรือหนังสือแจ้งตามความในวรรค

หนึ่งและตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้อง

ให้ออกใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือจะ

ออกใบรับแจ้งตามแบบที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพกำหนด

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การขอใบรับรองเพื่อใช้อาคารประเภทควบคุมการใช้เป็นส่วนๆให้

ปฏิบัติดังต่อไปนี้

เจ้าของอาคารที่ประสงค์จะขอใช้อาคารเป็นส่วน

ก่อนอาคารนั้นจะเสร็จสมบูรณ์

จะต้องแจ้งความประสงค์เป็นหนังสือต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

โดยเสนอแผนการใช้อาคาร

เป็นส่วนๆ

แนบมาพร้อมกับคำขออนุญาตหรือหนังสือแจ้งตามแบบที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหา

นครกำหนด

โดยจะต้องแสดงรายละเอียดส่วนที่ขอใช้ตามแผนที่เสนอให้ปรากฎชัดเจนในแบบ

แปลนและรายการประกอบแบบแปลนที่ยื่นขออนุญาตซึ่งถือเป็นรายละเอียดที่ต้องแสดงเพิ่มเติม

นอกเหนือจากรายละเอียดที่จำเป็นต้องแสดงตามวัตถุประสงค์ที่ยื่นขอตามแบบที่กำหนดในกฎ

กระทรวงหรือตามแบบที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด แล้วแต่กรณี โดยอาคารแต่ละส่วน

ที่ขอใช้จะต้องมีความสมบูรณ์ถูกต้องในตัวเองเกี่ยวกับระบบต่างๆ

ที่จะต้องจัดให้มีตามกฎหมาย

เช่น ระบบป้องกันอัคคีภัย

ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบระบายน้ำ ระบบกำจัดขยะมูลฝอยและ

สิ่งปฏิกูล ระบบสาธารณูปโภค ระบบบำบัดน้ำเสีย

ที่จอดรถที่กลับรถและทางเข้าออกของรถ

เป็นต้น

นอกจากนั้นจะต้องแสดงมาตรการเพื่อความปลอดภัยต่อผู้ใช้อาคารในแต่ละส่วนที่ขอ

เปิดใช้ด้วย

เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นว่าถูกต้องจะออกใบอนุญาตให้กระทำการได้ตาม

ขอ

ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือตามที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ

ตามแบบที่ผู้ว่าราช

การกรุงเทพมหานครกำหนด

อาคารที่ได้รับอนุญาตหรือแจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ ไปก่อนแล้ว

หากเจ้าของ

อาคารมีความประสงค์จะใช้อาคารเป็นส่วนๆให้ยื่นคำขออนุญาตตามวรรคสอง

เมื่อทำการก่อสร้างอาคารเสร็จในแต่ละส่วน

ให้ผู้ได้รับอนุญาตหรือผู้แจ้งยื่นคำ

ขอรับใบรับรองต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ตามแบบที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด

เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องจะออกใบรับรอง

อาคารในส่วนนั้น

ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารที่ต้องมีพื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้น

เพื่อใช้เป็นที่จอดรถ

ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

ประสงค์จะดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ

ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถนั้นเพื่อการอื่นและก่อสร้าง

พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ

ที่กลับรถและทางเข้าออกของรถแทนของเดิมตาม

กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองยื่นคำขออนุญาตตามแบบที่กำหนด

ในกฎกระทรวงต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

พร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว

ให้นำความในข้อ ๗

วรรคสองและวรรคสาม มาใช้บังคับกับการอนุญาตตาม

วรรคหนึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับเอกสารที่ต้องแนบพร้อมคำขอเกี่ยวกับแผนผังบริเวณแบบแปลน

ราย

การประกอบแบบแปลน

รายการคำนวณหรือรายการคำนวณประกอบโดยอนุโลม

เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับคำขอตามวรรคหนึ่งแล้วให้ดำเนินการ

ตามข้อ ๑๒ วรรคหนึ่ง

และเมื่อเห็นว่าถูกต้อง

ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกใบอนุญาต

ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้กำหนดระยะเวลาอายุใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลงอาคาร หรือใบรับ

แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ

ตามขนาดของพื้นที่อาคารส่วนที่จะทำการก่อสร้างหรือดัดแปลง ดังนี้

(๑)

อาคารที่มีพื้นที่รวมกันน้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร กำหนดอายุ

ใบอนุญาตไม่เกิน ๑ ปี

(๒)

อาคารที่มีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร ขึ้นไป แต่ไม่

เกิน ๕๐,๐๐๐ ตารางเมตร กำหนดอายุใบอนุญาตไม่เกิน ๒ ปี

(๓)

อาคารที่มีพื้นที่รวมกันมากกว่า ๕๐,๐๐๐ ตารางเมตร กำหนดอายุ

ใบอนุญาตไม่เกิน ๓ ปี

ในกรณีก่อสร้าง ดัดแปลงอาคารไม่เสร็จตามกำหนด

อนุญาตให้ต่ออายุได้ตาม

หลักเกณฑ์ในข้อ ๑๘

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ

ให้ยื่นคำขอต่ออายุตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

ก่อนใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งสิ้นอายุ โดย

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการต่ออายุให้เป็นไปตามที่กรุงเทพมหานครกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ในกรณีที่ใบอนุญาตหรือใบรับรองสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระ

สำคัญ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรอง

ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

ต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุ

ไว้ในแบบดังกล่าว ภายใน ๑๕

วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุด

เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับคำขอตามวรรคหนึ่ง

ให้พิจารณาคำขอดัง

กล่าวหากเห็นว่าถูกต้อง

ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับ

รองให้แก่ผู้ยื่นคำขอ

ใบแทนใบอนุญาตหรือใบรับรองแล้วแต่กรณี

ให้ประทับตราสีแดงคำว่า "ใบ

แทน" กำกับไว้ด้วย และให้มีวัน เดือน ปี ที่ออกใบแทน

พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานคร

กรณีใบรับแจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ

ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ข้างต้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะโอนใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้น

ถอน เคลื่อนย้าย

หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร หรือใบรับแจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ ให้แก่บุคคลอื่น ให้

ยื่นคำขออนุญาตตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

พร้อมด้วยเอกสารต่อผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานคร ดังต่อไปนี้

(๑)

ใบอนุญาตหรือใบรับแจ้ง ที่ยังมิได้ทำการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อ

ถอน เคลื่อนย้าย

หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร ให้แนบหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบที่กำหนดในกฎ

กระทรวงเท่านั้น

(๒)

ใบอนุญาตหรือใบรับแจ้ง

ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ผู้ขออนุญาตจะ

ต้องแนบหลักฐานตามที่กำหนดในแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

และหลักฐานการโอนทรัพย์สิน

ในส่วนที่ได้ดำเนินการไปแล้วตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และในกรณีที่อาคารที่อยู่ระหว่างดำเนิน

การ

มีส่วนผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต

หรือใบรับแจ้ง

ตลอดจนวิธีการหรือเงื่อนไขที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนดไว้ในใบอนุญาติ

หรือใบรับแจ้ง

ผู้รับโอนจะต้องทำหนังสือรับรองว่าตกลงยินยอมรับผิดชอบในการแก้ไขอาคารใน

ส่วนที่ดำเนินการผิด

ให้เป็นไปตามแบบและเงื่อนไขในใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งต่อไป

เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาแล้วเห็นว่าถูกต้อง

ให้ผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานครออกหนังสือแจ้งการอนุญาตให้โอนใบอนุญาตหรือใบรับแจ้ง

ให้แก่ผู้ขอโอน โดย

ให้ประทับตราสีแดงคำว่า "โอนแล้ว" พร้อมระบุชื่อผู้รับโอน และวัน เดือน ปี

ที่อนุญาตให้โอน

กำกับไว้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ใช้แบบคำขออนุญาต

ใบอนุญาตหรือใบแทนตามที่กำหนดในกฎ

กระทรวง

ที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

สำหรับหนังสือแจ้งและแบบใบรับแจ้งให้ใช้ตามแบบที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหา

นครกำหนด

หมวด

ลักษณะต่างๆของอาคาร

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

อาคารที่มิได้ก่อสร้างด้วยวัสดุถาวรหรือวัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ ครัว

ต้องอยู่นอกอาคารเป็นส่วนสัดต่างหาก

ถ้าจะรวมครัวไว้ในอาคารด้วยก็ได้แต่ต้องมีพื้นและผนังที่

ทำด้วยวัสดุถาวรที่เป็นวัสดุทนไฟ

ส่วนฝาและเพดานนั้นหากไม่ได้ทำด้วยวัสดุถาวรที่เป็นวัสดุทน

ไฟ ก็ให้บุด้วยวัสดุทนไฟ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

อาคารที่มิได้ก่อสร้างด้วยวัสดุถาวรหรือวัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ให้ก่อ

สร้างได้ไม่เกิน ๒ ชั้น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

โครงสร้างหลัก บันได และผนังของอาคารที่สูงตั้งแต่ ๓ ชั้นขึ้นไป โรง

มหรสพ หอประชุม โรงงาน

โรงแรม โรงพยาบาล หอสมุด ห้างสรรพสินค้า ตลาด อาคารขนาด

ใหญ่

สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ ท่าอากาศยานหรืออุโมงค์ ต้องทำด้วยวัสดุ

ถาวรที่เป็นวัสดุทนไฟ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

เตาไฟสำหรับการพาณิชย์หรือการอุตสาหกรรม ต้องมีผนังเตาทำด้วย

วัสดุทนไฟ

และต้องตั้งอยู่ในอาคารที่มีพื้น ผนัง โครงหลังคา วัสดุมุงหลังคา เพดานและส่วน

ประกอบเพดาน (ถ้ามี)

เป็นวัสดุทนไฟ ควันไฟที่เกิดขึ้นต้องมีการกำจัดฝุ่นละออง กลิ่นหรือก๊าซ

พิษ

ก่อนระบายออกสู่บรรยากาศ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

บ้านแฝดต้องมีบันได ผนังและโครงสร้างหลัก ประกอบด้วยวัสดุถาวร

หรือวัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

หอพักอยู่อาศัยให้มีขนาดห้องกว้างไม่น้อยกว่า ๓ เมตร และมีพื้นที่ไม่

น้อยกว่า ๑๒ ตารางเมตร

บันได ผนังและโครงสร้างหลักประกอบด้วยวัสดุถาวร หรือวัสดุทนไฟ

เป็นส่วนใหญ่

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถวที่สร้างติดต่อกัน ให้มีผนังกันไฟ ทุก

ระยะไม่เกินห้าคูหา

ผนังกันไฟต้องสร้างต่อเนื่องจากระดับพื้นชั้นต่ำสุดจนถึงระดับพื้นดาดฟ้า

กรณีที่เป็นหลังคา

ให้มีผนังกันไฟสูงเหนือหลังคาไม่น้อยกว่า ๓๐ เซนติเมตร ตามความลาดของ

หลังคา

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

วัสดุมุงหลังคาให้ทำด้วยวัสดุทนไฟ เว้นแต่อาคารซึ่งตั้งอยู่ห่างอาคารอื่น

หรือทางสาธารณะเกิน ๒๐ เมตร

จะใช้วัสดุไม่ทนไฟก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ห้องลิฟต์และพื้นที่ว่างหน้าลิฟต์

ต้องกว้างไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร และ

ต้องทำด้วยวัสดุทนไฟ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

บ้านแถวต้องมีรั้วด้านหน้า ด้านหลังและเส้นแบ่งระหว่างบ้านแถวแต่ละ

หน่วย

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

อาคารที่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ

คนพิการ

จะต้องจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการในเรื่องทางเข้าสู่อาคาร ทางลาด ประตู

บันได ลิฟต์ ห้องน้ำ -

ห้องส้วม และสถานที่จอดรถ โดยให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

สะพานสำหรับรถยนต์ ต้องมีทางวิ่งกว้างไม่น้อยกว่า ๓.๕๐ เมตร และ

ทางเท้าสองข้างกว้างข้างลุไม่น้อยกว่า

๐.๕๐ เมตร โดยมีส่วนลาดชันไม่เกิน ๑๐ ใน ๑๐๐ และมี

ราวสะพานที่มั่นคงแข็งแรงยาวตลอดตัวสะพานสองข้างด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่อาคารให้ถือเป็นส่วนหนึ่ง

ของอาคารและต้องไม่บังช่องระบายอากาศ

หน้าต่าง ประตู หรือทางหนีไฟ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

ป้ายที่ติดผนังอาคารที่อยู่ริมทางสาธารณะ ให้ยื่นได้โดยต้องไม่ล้ำที่

สาธารณะ

ส่วนต่ำสุดของป้ายต้องไม่น้อยกว่า ๓.๒๕ เมตร จากระดับทางเท้าและสูงไม่เกินความ

สูงของอาคาร

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ป้ายที่ติดตั้งอยู่บนพื้นดินโดยตรง ต้องมีความสูงไม่เกินระยะที่วัดจากจุด

ที่ติดตั้งป้ายไปจนถึงกึ่งกลางถนนสาธารณะ

และสูงไม่เกิน ๓๐ เมตร มีความยาวไม่เกิน ๓๒ เมตร

และต้องห้างจากที่ดินต่างเจ้าของไม่น้อยกว่า

๔ เมตร

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

สิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายให้ทำด้วยวัสดุทนไฟทั้งหมด

หมวด

บันไดและบันไดหนีไฟ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

บันไดของอาคารอยู่อาศัยถ้ามีต้องมีอย่างน้อยหนึ่งบันไดที่มีความกว้าง

ไม่น้อยกว่า ๙๐ เซนติเมตร

ช่วงหนึ่งสูงไม่เกิน ๓ เมตร ลูกตั้งสูงไม่เกิน ๒๐ เซนติเมตร ลูกนอน

เมื่อหักส่วนที่ขั้นบันไดเหลื่อมกันออกแล้วเหลือความกว้างน้อยกว่า

๒๒ เซนติเมตร และต้องมีพื้น

หน้าบันไดมีความกว้างและยาวไม่น้อยกว่าขอบกว้างของบันได

บันไดที่สูงเกิน ๓ เมตร ต้องมีชานพักบันไดทุกช่วง ๓ เมตร

หรือน้อยกว่านั้น

ชานพักบันไดต้องมีความกว้างและยาวไม่น้อยกว่าความกว้างของบันได

ระยะดิ่งขั้นบันไดหรือชาน

พักบันไดถึงส่วนต่ำสุดของอาคารที่อยู่เหนือขึ้นไปต้องสูงน้อยกว่า

๑.๙๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

โรงมหรสพ หอประชุม โรงงาน โรงแรม โรงพยาบาล หอสมุด สรรพสิน

ค้า ตลาด สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ

ท่าอากาศยาน สถานีขนส่งมวลชน ที่ก่อ

สร้างหรือดัดแปลงเกิน ๑

ชั้น นอกจากมีบันไดตามปกติต้องมีทางหนีไฟโดยเฉพาะอย่างน้อยอีก

หนึ่งทาง

และต้องมีทางเดินไปยังทางหนีไฟนั้นได้โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง

อาคารสาธารณะที่มีชั้นใต้ดินตั้งแต่ ๑ ชั้นขึ้นไป

นอกจากมีบันไดตามปกติแล้ว

ต้องมีทางหนีไฟโดยเฉพาะอย่างน้อยหนึ่งทางด้วย

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

อาคารที่มีชั้นใต้ดินตั้งแต่ ๒ ชั้นขึ้นไป นอกจากจะมีบันไดตามปกติแล้ว

ต้องมีทางหนีไฟโดยเฉพาะอย่างน้อยอีกหนึ่งทางด้วย

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

บันไดหนีไฟต้องทำด้วยวัสดุทนไฟและถาวร มีความกว้างไม่น้อยกว่า

เซนติเมตร และไม่เกิน ๑๕๐

เซนติเมตร ลูกตั้งสูงไม่เกิน ๒๐ เซนติเมตร และลูกนอนกว้างไม่

น้อยกว่า ๒๒ เซนติเมตร

ชานพักกว้างไม่น้อยกว่าความกว้างของบันได มีราวบันไดสูง ๙๐

เซนติเมตร

ห้ามสร้างบันไดหนีไฟเป็นแบบบันไดเวียน

พื้นหน้าบันไดหนีไฟต้องกว้างไม่น้อยกว่าความกว้างของบันได

และอีกด้านหนึ่ง

ไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร

กรณีใช้ทางลาดหนีไฟแทนบันไดหนีไฟ

ความลาดชันของทางหนีไฟดังกล่าวต้อง

มีความลาดชันไม่เกินกว่าร้อยละ

๑๒

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

บันไดหนีไฟภายในอาคารที่ไม่ใช่อาคารสูง ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า

๙๐ เซนติเมตร

มีผนังทึบก่อสร้างด้วยวัสดุทนไฟและถาวรกั้นโดยรอบเว้นแต่ส่วนที่เป็นช่องระบาย

อากาศและช่องประตูหนีไฟ

และแต่ละชั้นต้องมีช่องระบายอากาศที่เปิดสู่ภายนอกอาคารได้มีพื้นที่

รวมกันไม่น้อยกว่า ๑.๔๐

ตารางเมตร โดยต้องมีแสงสว่างให้เพียงพอทั้งกลางวันและกลางคืน

บันไดหนีไฟภายในอาคารตามวรรคหนึ่ง

ที่เป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ที่ไม่

สามารถเปิดช่องระบายอากาศได้ตามวรรคหนึ่ง

ต้องมีระบบอัดลมภายในช่องบันไดหนีไฟที่มี

ความดันลมขณะใช้งานไม่น้อยกว่า

๓๘.๖ ปาสกาลมาตร ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติเมื่อเกิดเพลิง

ไหม้

และบันไดหนีไฟที่ลงหรือขึ้นสู่พื้นของอาคารนั้นต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถออกสู่ภายนอก

ได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

ตึกแถวหรือบ้านแถวที่มีจำนวนชั้นไม่เกิน ๔ ชั้น หรือสูงไม่เกิน ๑๕

เมตร จากระดับถนน

บันไดหนีไฟจะอยู่ในแนวดิ่งก็ได้แต่ต้องมีชานพักบันไดทุกชั้น โดยมีความ

กว้างไม่น้อยกว่า ๖๐

เซนติเมตร ระยะห่างของขั้นบันไดแต่ละขั้นไม่มากกว่า ๔๐ เซนติเมตร และ

ติดตั้งในส่วนที่ว่างทางเดินด้านหลังอาคารได้

บันไดขั้นสุดท้ายอยู่สูงจากระดับพื้นดินไม่เกิน ๓.๕๐

เมตร

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

ตำแหน่งที่ตั้งบันไดหนีไฟ ยกเว้นอาคารตามข้อ ๔๓ ต้องมีระยะห่าง

ระหว่างประตูห้องสุดท้ายด้านทางเดินที่เป็นทางตันไม่กิน

๑๐ เมตร

ระยะห่างระหว่างบันไดหนีไฟตามทางเดินต้องไม่เกิน ๖๐ เมตร

ต้องมีบันไดหนี

ไฟจากชั้นสูงสุดหรือดาดฟ้าสู่พื้นดินถ้าเป็นบันไดหนีไฟในอาคารและถึงพื้นชั้นสองถ้าเป็นบันได

หนีไฟภายนอกอาคาร

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

ประตูของบันไดหนีไฟต้องทำด้วยวัสดุทนไฟมีความกว้างไม่น้อยกว่า

เซนติเมตร สูงไม่น้อยกว่า

๑.๙๐ เมตร สามารถทนไฟได้ไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง เป็นบานเปิดชนิด

ผลักเข้าสู่บันไดเท่านั้น

ชั้นดาดฟ้า ชั้นล่างและชั้นที่ออกหนีไฟสู่ภายนอกอาคารให้เปิดออกจาก

ห้องหนีไฟพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ที่บังคับให้บานประตูปิดได้เอง

ประตูหรือทางออกสู่บันไดหนีไฟ

ต้องไม่มีขั้นธรณีประตูหรือขอบกั้น

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

ต้องมีป้ายเรืองแสงหรือเครื่องหมายไฟแสงสว่างด้วยไฟสำรองบอกทาง

ออกสู่บันไดหนีไฟ

ติดตั้งเป็นระยะตามทางเดินบริเวณหน้าทางออกบันไดหนีไฟ และทางออกจาก

บันไดหนีไฟ

สู่ภายนอกอาคารหรือชั้นที่มีทางรถไฟปลอดภัยต่อเนื่อง โดยป้ายดังกล่าวต้องแสดง

ข้อความทางหนีไฟ

เป็นอักษรมีขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๑๕ เซนติเมตร หรือเครื่องหมายที่มีแสงสว่าง

และแสดงว่าเป็นทางหนีไฟให้ชัดเจน

หมวด

แนวอาคารและระยะต่างๆ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ บ้านแถวที่ไม่อยู่ริมทางสาธารณะต้องมีถนนด้านหน้าใช้ร่วมกันไม่น้อย

กว่า ๖ เมตร

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

บ้านแถวที่มีด้านข้างใกล้เขตที่ดินของผู้อื่น ต้องมีที่ว่างระหว่างด้านข้าง

ของบ้านแถวกับเขตที่ดินของผู้อื่นนั้นกว้างไม่น้อยกว่า

๒ เมตร เว้นแต่บ้านแถวที่ก่อสร้างขึ้นทด

แทนอาคารเดิมโดยมีพื้นที่ไม่มากกว่าพื้นที่ของอาคารเดิมและมีความสูงไม่เกิน

๑๒ เมตร

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

ความสูงของอาคารไม่ว่าจากจุดหนึ่งจุดใด ต้องไม่เกิน ๒ เท่าของระยะ

ราบ

วัดจากจุดนั้นไปตั้งฉากกับแนวถนนด้านตรงข้ามของถนนสาธารณะที่อยู่ใกล้อาคารนั้นที่สุด

กรณีอาคารตั้งอยู่ริมหรือห่างไม่เกิน ๑๐๐ เมตร

จากถนนสาธารณะที่กว้างไม่

น้อยกว่า ๘๐ เมตร

และมีทางเข้าออกจากอาคารสู่ทางสาธารณะนั้นกว้างไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร ให้

คิดความสูงของอาคารจากความกว้างของถนนสาธารณะที่กว้างที่สุดเป็นเกณฑ์

117 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_913eb25903dfb0d1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com