法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
71
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

พันธุ์พืช

พ.ศ. ๒๕๑๘

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๙

กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘

เป็นปีที่ ๓๐

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยพันธุ์พืช

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ในพระราชบัญญัตินี้

“พันธุ์พืช” หมายความว่า

พืชหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพืชที่ใช้เพาะปลูกหรือใช้ทำพันธุ์ เช่น ต้น ตอ หน่อ

เหง้า กิ่ง แขนง ตา ราก หัว ดอก ผลหรือเมล็ด

“พันธุ์พืชควบคุม” หมายความว่า

พันธุ์พืชที่รัฐมนตรีประกาศให้เป็นพันธุ์พืชควบคุม

“พันธุ์พืชรับรอง” หมายความว่า

พันธุ์พืชที่ได้ดำเนินการทดสอบ

ตรวจหรือวิเคราะห์คุณภาพหรือคุณสมบัติและอธิบดีออกหนังสือรับรองให้

“ฉลาก” หมายความรวมถึงรูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆ

อันแสดงไว้ที่ภาชนะบรรจุ

“ภาชนะบรรจุ” หมายความว่า วัตถุใด ๆ ที่ใช้บรรจุหรือหุ้มห่อพันธุ์พืชโดยเฉพาะ

“รวบรวม” หมายความว่า

รวบรวมพันธุ์พืชเพื่อคัดเลือกหรือบรรจุในภาชนะบรรจุ

“ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจกหรือแลกเปลี่ยน ทั้งนี้

เพื่อประโยชน์ในการค้าและหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขาย

“นำเข้า” หมายความว่า นำหรือสั่งเข้าในราชอาณาจักร

“ส่งออก” หมายความว่า นำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร

“นำผ่าน” หมายความว่า

นำหรือส่งผ่านราชอาณาจักรโดยมีการขนถ่ายหรือเปลี่ยนยานพาหนะ

“สถานที่” หมายความว่า ที่ อาคารหรือส่วนของอาคาร

และหมายความรวมถึงบริเวณของสถานที่ด้วย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพันธุ์พืช

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔

พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่

(๑)

ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

(๒)

ผู้ขายพันธุ์พืชควบคุมที่บรรจุในภาชนะบรรจุซึ่งผู้รับใบอนุญาตรวบรวมพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้าเป็นผู้บรรจุ

และเป็นการขายโดยมิได้เปิดภาชนะบรรจุ

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ยกเว้นค่าธรรมเนียม

และกำหนดกิจการอื่น และออกประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงและประกาศนั้น

เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

คณะกรรมการพันธุ์พืช

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพันธุ์พืช” ประกอบด้วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินเก้าคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ

และหัวหน้ากองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรเป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ๗

มาตรา ๗

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี

แต่อาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้

มาตรา ๘

มาตรา ๘

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ เมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

รัฐมนตรีให้ออก

(๔)

เป็นบุคคลล้มละลาย

(๕)

เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๖)

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

หรือความผิดลหุโทษ

เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทนได้

และให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการซึ่งตนแทน

มาตรา ๙

มาตรา ๙

การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม

ให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาวิจัย

หรือปฏิบัติการเกี่ยวกับพันธุ์พืชตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และให้นำความในมาตรา ๙

มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(๑)

เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับการควบคุม การส่งเสริม

และการออกประกาศเกี่ยวกับพันธุ์พืช

(๒)

ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในเรื่องเกี่ยวกับพันธุ์พืช

การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต

เกี่ยวกับพันธุ์พืชควบคุม

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดชนิดและชื่อพันธุ์ของพันธุ์พืชชนิดใดให้เป็นพันธุ์พืชควบคุม

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติเกี่ยวกับพันธุ์พืชควบคุม

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(๑)

กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๗ (๑) (๒) หรือ (๓)

แจ้งชนิดชื่อพันธุ์และปริมาณของพันธุ์พืชควบคุมที่รวบรวมและแหล่งรวบรวม

(๒)

กำหนดมาตรฐาน คุณภาพ วิธีเก็บหรือวิธีรักษาพันธุ์พืชควบคุม

เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๗ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ปฏิบัติ

(๓)

กำหนดชนิดและอัตราส่วนของวัตถุที่ใช้ หรือมี หรือผสม หรือเจือปนในพันธุ์พืชควบคุม

และกำหนดวัตถุหรือสิ่งที่เป็นศัตรูพืชซึ่งห้ามใช้ หรือมี หรือผสม

หรือเจือปนในพันธุ์พืชควบคุม เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๗ (๑) (๒) (๓) หรือ

(๔) ปฏิบัติ

(๔)

กำหนดสารเคมีอันตรายที่ใช้ผสมในพันธุ์พืชควบคุมโดยระบุชื่อสามัญและชื่อทางเคมีและอัตราส่วนของสารเคมีนั้นเพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา

๑๗ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ปฏิบัติ

(๕)

กำหนดว่าพันธุ์พืชควบคุมชนิดใดและชื่อพันธุ์ใดที่ต้องบรรจุในภาชนะบรรจุ

กำหนดวัตถุที่จะใช้สำหรับเป็นภาชนะบรรจุ และวิธีการบรรจุพันธุ์พืชควบคุม

เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๗ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ปฏิบัติ

(๖)

กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๗ (๑) หรือ (๒) รวบรวม

ขายพันธุ์พืชควบคุมเฉพาะที่เป็นพันธุ์พืชรับรอง

(๗)

กำหนดชนิดพันธุ์และปริมาณของพันธุ์พืชควบคุมที่อนุญาตให้นำเข้า

การออกประกาศตามมาตรานี้

ต้องระบุระยะเวลาใช้บังคับไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันประกาศ

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ห้ามมิให้ผู้ใดรวบรวม ขาย นำเข้า

ส่งออกหรือนำผ่านซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

และต้องเก็บพันธุ์พืชควบคุมไว้ในสถานที่เก็บพันธุ์พืชควบคุมตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ปลูกพันธุ์พืชควบคุมซึ่งขายพันธุ์พืชควบคุมที่ตนปลูกเอง

ให้แก่ผู้รับใบอนุญาตรวบรวมพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

หรือผู้รับใบอนุญาตส่งออกซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

หรือผู้ปลูกพันธุ์พืชรายอื่นเพื่อใช้เพาะปลูกเองโดยมิได้ทำการโฆษณา

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

เมื่อรัฐมนตรีได้ประกาศกำหนดชนิดและชื่อพันธุ์พืชชนิดใดให้เป็นพันธุ์พืชควบคุมตามมาตรา

๑๒ แล้ว ให้ผู้รวบรวม ขาย นำเข้า ส่งออก

หรือนำผ่านซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้าอยู่ในวันประกาศ

ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๔ ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่รัฐมนตรีประกาศ

ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

ให้ผู้นั้นประกอบกิจการไปพลางก่อนได้และเมื่อได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตแล้ว

ให้ผู้นั้นประกอบกิจการต่อไปจนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งไม่อนุญาตตามคำขอ

และให้นำความในมาตรา ๕๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตให้รวบรวม ขาย นำเข้าหรือส่งออก

ซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้าได้เมื่อปรากฏว่าผู้ขอใบอนุญาต

(๑)

เป็นผู้มีฐานะดีพอที่จะดำเนินกิจการได้

(๒)

มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

(๓)

มีถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานในประเทศไทย

(๔)

ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๕)

มีสถานที่ที่เหมาะสมในการรวบรวม ขาย นำเข้า

หรือส่งออกซึ่งพันธุ์พืชควบคุมตามที่ขอรับใบอนุญาต

(๖)

ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจไม่ซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตอยู่แล้วหรือผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต

หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบสองปี

ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขอใบอนุญาตต้องมีลักษณะตาม

(๑) (๓) (๕) และ (๖) และต้องมีผู้ดำเนินกิจการซึ่งเข้าลักษณะตาม (๒) (๓) และ (๔)

ด้วย

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ประเภทของใบอนุญาตสำหรับพันธุ์พืชควบคุมมีดังนี้

(๑)

ใบอนุญาตรวบรวมพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

(๒)

ใบอนุญาตขายพันธุ์พืชควบคุม

(๓)

ใบอนุญาตนำเข้าซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

(๔)

ใบอนุญาตส่งออกซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

(๕)

ใบอนุญาตนำผ่านซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

ให้ถือว่าผู้ได้รับใบอนุญาตตาม

(๑) (๓) หรือ (๔) เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตตาม (๒) สำหรับพันธุ์พืชควบคุมที่ตนรวบรวม

นำเข้าหรือส่งออกด้วย แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

ใบอนุญาตตามมาตรา ๑๗ ให้คุ้มกันถึงลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับใบอนุญาตด้วย

ให้ถือว่าการกระทำของลูกจ้าง

หรือตัวแทนของผู้รับใบอนุญาตที่ได้รับการคุ้มกันตามวรรคหนึ่ง

เป็นการกระทำของผู้รับใบอนุญาตด้วย

เว้นแต่ผู้รับใบอนุญาตจะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการสุดวิสัยที่ตนจะล่วงรู้หรือควบคุมได้

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

ใบอนุญาตตามมาตรา ๑๗ ให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินแห่งปีที่ออกใบอนุญาต

เว้นแต่ใบอนุญาตนำเข้าซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

ใบอนุญาตส่งออกซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

หรือใบอนุญาตนำผ่านซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

ให้ใช้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตแต่มิให้กำหนดเกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต

ถ้าผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต

จะต้องยื่นคำขอเสียก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ

เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น

การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาต

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ออกใบอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต

ผู้ขอใบอนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือของพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการไม่ออกใบอนุญาต

หรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตรวบรวมพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

หรือใบอนุญาตขายพันธุ์พืชควบคุม ก่อนที่รัฐมนตรีจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์

รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งอนุญาตให้ประกอบกิจการไปพลางก่อนได้เมื่อมีคำขอของผู้อุทธรณ์

หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับพันธุ์พืชควบคุม

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตรวบรวมพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

(๑)

บรรจุพันธุ์พืชควบคุมในภาชนะบรรจุนอกสถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต หรือ

(๒)

ขายพันธุ์พืชควบคุมที่บรรจุในภาชนะบรรจุไม่ตรงตามฉลาก

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ให้ผู้รับใบอนุญาตรวบรวมพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้าปฏิบัติดังนี้

(๑)

จัดให้มีป้ายไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่ายจากภายนอกอาคารแสดงว่าเป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์พืชควบคุม

ลักษณะ

ขนาดของป้ายและข้อความที่แสดงในป้าย ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๒)

จัดให้มีฉลากภาษาไทยที่ภาชนะบรรจุพันธุ์พืชควบคุมที่รวบรวมขึ้น และในฉลากต้องแสดง

(ก)

ชนิดและชื่อพันธุ์ของพันธ์พืชควบคุม และมีคำว่า “พันธุ์พืชควบคุม”

(ข)

เครื่องหมายการค้าสำหรับพันธุ์พืชควบคุม

(ค)

ชื่อผู้รวบรวมและแหล่งรวบรวม

(ง)

น้ำหนักสุทธิของพันธุ์พืชควบคุมตามระบบเมตริก

(จ)

อัตราความงอกของพันธ์พืชควบคุม และระบุวันเดือนปีที่ทดสอบ

(ฉ)

เดือนและปีที่รวบรวมหรือนำเข้า

(ช)

อายุความงอกของพันธุ์พืชควบคุม

เดือนและปีที่สิ้นอายุการใช้เพาะปลูกหรือใช้ทำพันธุ์

(ซ)

ถ้าพันธุ์พืชควบคุมมีวัตถุอื่นผสมอยู่ด้วย

ต้องแจ้งชื่อและอัตราส่วนของวัตถุนั้นที่ผสมอยู่ในพันธุ์พืชควบคุม

(ฌ)

ถ้าพันธุ์พืชควบคุมมีสารเคมีอันตรายตามมาตรา ๑๓

ผสมอยู่ด้วยต้องแจ้งชื่อและอัตราส่วนของสารเคมีอันตรายที่ผสมอยู่ในพันธุ์พืชควบคุม

ทั้งต้องแสดงเครื่องหมายหัวกระโหลกกับกระดูกไขว้ และมีคำว่า “อันตราย” ด้วยอักษรสีแดงไว้ด้วย

(ญ)

ข้อความอื่นที่รัฐมนตรีเห็นสมควรประกาศในราชกิจจานุเบกษาระบุเพิ่มเติมในฉลาก

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ให้ผู้รับใบอนุญาตนำเข้าซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้าปฏิบัติดังนี้

(๑)

จัดให้มีป้ายไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่ายจากภายนอกอาคารแสดงว่าเป็นสถานที่นำเข้าซึ่งพันธุ์พืชควบคุม

ลักษณะ

ขนาดของป้ายและข้อความที่แสดงในป้าย ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๒)

นำใบรับรองของผู้รวบรวมจากประเทศซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชควบคุมมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ตามแบบและภายในระยะเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

(๓)

นำตัวอย่างพันธุ์พืชควบคุมที่นำเข้าทุกคราวมามอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในปริมาณพอสมควร

เพื่อทำการทดสอบภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด

(๔)

จัดให้มีฉลากที่ภาชนะบรรจุพันธุ์พืชควบคุมที่นำเข้าตามมาตรา ๒๒ (๒) ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตนำเข้าซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

นำพันธุ์พืชนั้นมาแบ่งบรรจุในภาชนะบรรจุเองต้องจัดให้มีฉลากที่ภาชนะบรรจุตามมาตรา

๒๒ (๒) ด้วย

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ให้ผู้รับใบอนุญาตขายพันธุ์พืชควบคุมปฏิบัติดังนี้

(๑)

จัดให้มีป้ายไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่ายจากภายนอกอาคารแสดงว่าเป็นสถานที่ขายพันธุ์พืชควบคุม

ลักษณะ

ขนาดและป้ายและข้อความที่แสดงในป้าย ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๒)

ดูแลฉลากที่ภาชนะบรรจุพันธุ์พืชควบคุมตามมาตรา ๒๒ (๒) ให้คงอยู่ครบถ้วนและชัดเจน

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตหรือใบแทนใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายภายในอาคารที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ

ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาต

ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว

การขอรับใบแทนในอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗

ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตย้ายสถานที่รวบรวมพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

สถานที่ขายพันธุ์พืชควบคุม สถานที่นำเข้าซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

สถานที่ส่งออกซึ่งพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า หรือสถานที่เก็บพันธุ์พืชควบคุม

ตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่

การขออนุญาตและการอนุญาต

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

การรับรองและการควบคุมพันธุ์พืช

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘

ผู้ใดประสงค์จะได้หนังสือรับรองพันธุ์พืชชนิดใดให้เป็นพันธุ์พืชรับรองตามพระราชบัญญัตินี้

ให้ยื่นคำขอโดยระบุชื่อของพันธุ์พืชนั้นพร้อมทั้งส่งตัวอย่างและแจ้งรายละเอียดของพันธุ์พืชนั้น

ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการทดสอบ ตรวจ หรือวิเคราะห์คุณภาพหรือคุณสมบัติ

การขอให้ออกหนังสือรับรอง

และการออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชรับรอง ตลอดจนการระบุชื่อของพันธุ์พืช

พร้อมทั้งการส่งตัวอย่างและการแจ้งรายละเอียดของพันธุ์พืช ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดชนิดและชื่อพันธุ์ของพันธุ์พืชชนิดใดให้เป็นพันธุ์พืชสงวน

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐

ห้ามมิให้ผู้ใดส่งออกซึ่งพันธุ์พืชสงวน

เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรี

และเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทดลองหรือวิจัยในทางวิชาการเท่านั้น

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดห้ามมิให้ผู้ใดนำหรือส่งพันธุ์พืชสงวนชนิดใดและในปริมาณเท่าใดออกนอกเขตท้องที่ใด

หรือนำหรือส่งพันธุ์พืชดังกล่าวไปยังท้องที่ใดในราชอาณาจักร

เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่

การขออนุญาตและการอนุญาต

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดชนิดและชื่อพันธุ์ของพันธุ์พืชชนิดใดให้เป็นพันธุ์พืชต้องห้าม

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓

ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าซึ่งพันธุ์พืชต้องห้าม

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔

พันธุ์พืชที่มีลักษณะต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นพันธุ์พืชเสื่อมคุณภาพ

(๑)

พันธุ์พืชที่สิ้นอายุการใช้เพาะปลูกหรือใช้ทำพันธุ์ตามที่แสดงไว้ในฉลาก

(๒)

พันธุ์พืชที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๓

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕

พันธุ์พืชหรือวัตถุที่ทำเทียมพันธุ์พืชที่มีลักษณะต่อไปนี้

ให้ถือว่าเป็นพันธุ์พืชปลอมปน

(๑)

พันธุ์พืชหรือวัตถุที่ทำเทียมพันธุ์พืชทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อหรือสำคัญผิดว่าเป็นพันธุ์พืชแท้

(๒)

พันธุ์พืชที่แสดงชนิด ชื่อพันธุ์ เครื่องหมายการค้า แหล่งรวบรวม หรือระบุเดือนปีที่รวบรวมหรือนำเข้าซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง

(๓)

พันธุ์พืชที่มีพันธุ์พืชอื่นหรือวัตถุอื่นผสมหรือเจือปนอยู่เกินปริมาณที่แจ้งไว้ในฉลาก

หรือเกินอัตราส่วนที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๓

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖

ห้ามมิให้ผู้ใดรวบรวม ขาย นำเข้า หรือส่งออกซึ่งพันธุ์พืชเสื่อมคุณภาพ

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗

ห้ามมิให้ผู้ใดรวบรวม ขาย นำเข้าหรือส่งออกซึ่งพันธุ์พืชปลอมปน

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘

ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาคุณภาพของพันธุ์พืชควบคุมอันเป็นเท็จหรือเกินความจริงซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อหรือสำคัญผิดในคุณภาพของพันธุ์พืชนั้น

พนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙

ในการปฏิบัติหน้าที่

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ

หรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาได้

และมีอำนาจเข้าไปในสถานที่รวบรวมพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้า

สถานที่ขายพันธุ์พืชควบคุม หรือสถานที่เก็บพันธุ์พืชควบคุมเพื่อการค้าในระหว่างเวลาทำการ

หรือเข้าไปในยานพาหนะที่บรรทุกพันธุ์พืชในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เพื่อ

(๑)

ตรวจสอบพันธุ์พืช ภาชนะบรรจุ ฉลาก สมุดบัญชี หรือเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวกับพันธุ์พืช

(๒)

นำพันธุ์พืช

หรือวัตถุที่สงสัยว่าเป็นพันธุ์พืชเสื่อมคุณภาพหรือพันธุ์พืชปลอมปนในปริมาณพอสมควร

ไปเป็นตัวอย่างเพื่อทดสอบ ตรวจหรือวิเคราะห์

(๓)

ค้น ยึด หรืออายัดพันธุ์พืช ภาชนะบรรจุ ฉลาก สมุดบัญชี หรือเอกสารใด ๆ

ที่เกี่ยวกับพันธุ์พืช

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง

ให้ผู้รับใบอนุญาตและผู้ที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐

ในการค้น

พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องพยายามมิให้มีการเสียหายและกระจัดกระจายเท่าที่จะทำได้

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑

สิ่งของที่ยึดได้ในการค้น ให้ห่อหรือบรรจุหีบห่อและประทับตรา

หรือทำเครื่องหมายไว้เป็นสำคัญ

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒

การค้นในสถานที่หรือในยานพาหนะตามมาตรา ๓๙ ก่อนลงมือค้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ค้นแสดงความบริสุทธิ์เสียก่อน

และให้ค้นต่อหน้าผู้รับใบอนุญาตผู้ครอบครองสถานที่ บุคคลที่ทำงานในสถานที่นั้น

หรือผู้ครอบครองยานพาหนะ หรือถ้าหาบุคคลดังกล่าวนั้นไม่ได้ให้ค้นต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน้อยสองคน

ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ขอร้องมาเป็นพยาน

สิ่งของใดที่ได้ยึดหรืออายัดต้องให้ผู้รับใบอนุญาตผู้ครอบครองสถานที่

บุคคลที่ทำงานในสถานที่นั้น ผู้ครอบครองยานพาหนะ หรือพยาน แล้วแต่กรณี ดู เพื่อให้รับรองว่าสิ่งของนั้นได้ค้นได้ในสถานที่หรือในยานพาหนะนั้น

ถ้าบุคคลดังกล่าวนั้นไม่ยอมรับรอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ค้นบันทึกไว้

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ค้นบันทึกรายละเอียดแห่งการค้นและทำบัญชีรายละเอียดสิ่งของที่ค้น

ยึดหรืออายัดไว้

บันทึกการค้นและบัญชีดังกล่าวในวรรคหนึ่ง

ให้อ่านให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้ครอบครองสถานที่ บุคคลที่ทำงานในสถานที่นั้น

ผู้ครอบครองยานพาหนะ หรือพยาน แล้วแต่กรณี ฟังและให้บุคคลดังกล่าวนั้นลงลายมือชื่อรับรองไว้

ถ้าไม่ยอมลงลายมือชื่อรับรอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ค้นบันทึกไว้

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔

ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลดังกล่าวในมาตรา

๔๒

บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่

ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕

พันธุ์พืช ภาชนะบรรจุ ฉลาก สมุดบัญชี หรือเอกสารใด ๆ

ที่ได้ยึดหรืออายัดไว้ตามมาตรา ๓๙ (๓)

ถ้าไม่ปรากฏเจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี

หรือศาลโดยคำพิพากษาถึงที่สุดไม่พิพากษาให้ริบและผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองมิได้ร้องขอรับคืนภายในเก้าสิบวัน

นับแต่วันที่ยึดหรืออายัด

หรือวันที่ทราบคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือวันที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดไม่พิพากษาให้ริบ

แล้วแต่กรณี ให้ตกเป็นของกรมวิชาการเกษตรเพื่อจัดการตามที่เห็นสมควร

การพักใช้ใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖

เมื่อปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า

ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

หรือกฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตต้องหยุดประกอบกิจการตามใบอนุญาตนั้น

และระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้อีกไม่ได้

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗

พนักงานเจ้าหน้าที่โดยอนุมัติอธิบดีมีอำนาจสั่งถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตก่อนกำหนดเวลาได้

เมื่อเป็นที่พอใจว่าผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘

เมื่อปรากฏต่ออธิบดีว่า ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดขาดคุณสมบัติหรือเข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา

๑๖

หรือในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตผู้ใดกระทำผิดพระราชบัญญัตินี้หลายครั้งหรือครั้งเดียว

แต่เป็นการกระทำผิดร้ายแรง อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้

ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ต้องหยุดประกอบกิจการตามใบอนุญาตนั้น

และจะขอรับใบอนุญาตใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้อีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดสองปี

นับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตและพนักงานเจ้าหน้าที่จะออกใบอนุญาตให้หรือไม่ก็ได้สุดแต่จะพิจารณาเห็นสมควร

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙

คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบในกรณีที่ไม่พบตัวผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าว

ให้ปิดคำสั่งไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

และให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ปิดคำสั่ง

71 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_93abe1e2dfabde71

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com