มาตรา ๖
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการพันธุ์พืช ประกอบด้วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร
และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินเก้าคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ
และหัวหน้ากองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรเป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ๗
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี
แต่อาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
มาตรา ๘
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ เมื่อ
(๑)
ตาย
(๒)
ลาออก
(๓)
รัฐมนตรีให้ออก
(๔)
เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕)
เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
(๖)
ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
หรือความผิดลหุโทษ
เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทนได้
และให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการซึ่งตนแทน
มาตรา ๙
การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม
ให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๐
ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาวิจัย
หรือปฏิบัติการเกี่ยวกับพันธุ์พืชตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และให้นำความในมาตรา ๙
มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา ๑๑
ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(๑)
เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับการควบคุม การส่งเสริม
และการออกประกาศเกี่ยวกับพันธุ์พืช
(๒)
ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในเรื่องเกี่ยวกับพันธุ์พืช
การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต
เกี่ยวกับพันธุ์พืชควบคุม
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).