法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลไชยปราการ เรื่อง การควบคุมอาคาร พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
82
มาตรา อารัมภบท

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลไชยปราการ

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลไชยปราการ

เรื่อง

การควบคุมอาคาร

พ.ศ.

๒๕๕๑

ตามที่พระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาล

พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๖ ตอนที่ ๙ ก ลงวันที่ ๒๔

กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ โดยมีผลบังคับ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๒ เป็นต้นไป อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๕ มาตรา ๗ และมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๐

และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.

๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และ

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยได้รับความเห็นชอบของสภาเทศบาลตำบลไชยปราการ

และโดยความเห็นชอบของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จึงตราเทศบัญญัติขึ้นไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

เทศบัญญัตินี้เรียกว่า “เทศบัญญัติเทศบาลตำบลไชยปราการ

เรื่อง การควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

เทศบัญญัตินี้

ให้ใช้บังคับเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

นับแต่วันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับ

บรรดากฎ ระเบียบ หรือคำสั่งอื่นใดที่ตราไว้แล้วซึ่งขัดหรือแย้งกับเทศบัญญัตินี้

ให้ใช้เทศบัญญัตินี้บังคับแทน

หมวด

วิเคราะห์ศัพท์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในเทศบัญญัตินี้

(๑) “กรวด”

หมายความว่า ก้อนหินที่เกิดตามธรรมชาติขนาดโตเกิน ๓ มิลลิเมตร

(๒) “ก่อสร้าง”

หมายความว่า สร้างอาคารขึ้นใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างขึ้นแทนของเดิมหรือไม่

(๓) “การระบายน้ำทิ้ง”

หมายความว่า การปล่อยน้ำทิ้งลงสู่หรือไหลไปสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้งหรือแหล่งระบายน้ำ

(๔) “เขตทาง”

หมายความว่า ความกว้างรวมของทางระหว่างแนวที่ดินทั้งสองด้าน

ซึ่งรวมความกว้างของผิวจราจรทางเท้า ที่ว่างสำหรับปลูกต้นไม้ คูน้ำ และอื่น ๆ

เข้าด้วย

(๕) “คลังสินค้า”

หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นที่สำหรับเก็บสินค้าหรือสิ่งของ

เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรม

(๖) “ความกว้างของบันได”

หมายความว่า ระยะที่วัดตามความยาวของลูกนอนบันได

(๗) “ความสูงของอาคาร”

หมายความว่า ส่วนสูงของอาคารวัดตามแนวดิ่งจากระดับถนนขึ้นไปถึงส่วนของอาคารที่สูงที่สุด

(๘) “คอนกรีต”

หมายความว่า วัสดุที่ประกอบขึ้นด้วยส่วนผสมของปูนซีเมนต์ มวลผสมละเอียด เช่น ทราย

เป็นต้น มวลผสมหยาบ เช่น หิน หรือกรวด เป็นต้น และน้ำ ทั้งนี้

ให้หมายความรวมถึงคอนกรีตกำลังปกติ คอนกรีตกำลังสูง และคอนกรีตกำลังสูงพิเศษ

(๙) “คอนกรีตเสริมเหล็ก”

หมายความว่า คอนกรีตที่มีเหล็กเสริมฝังภายในให้ทำหน้าที่รับแรงได้มากขึ้น

(๑๐) “คอนกรีตอัดแรง”

หมายความว่า

คอนกรีตที่มีเหล็กเสริมอัดแรงฝังภายในที่ทำให้เกิดหน่วยแรงที่มีปริมาณพอจะลบล้างหน่วยแรงอันเกิดจากน้ำหนักบรรทุก

(๑๑) “โครงสร้างหลัก”

หมายความว่า ส่วนประกอบของอาคารที่เป็นเสา คาน ตง

พื้นซึ่งโดยสภาพถือได้ว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงของอาคารนั้น

(๑๒) “จุดสุดเชิงลาด”

หมายความว่า จุดเริ่มต้นหรือจุดสุดท้ายที่มีความเอียงลาดน้อยกว่า ๒ ใน ๑๐๐

(๑๓) “ช่วงบันได”

หมายความว่า ระยะตั้งบันไดซึ่งมีขั้นต่อเนื่องกันโดยตลอด

(๑๔) “ชั้นใต้ดิน”

หมายความว่า พื้นของอาคารชั้นที่อยู่ต่ำกว่าระดับดินมากกว่า ๑.๒๐ เมตร

(๑๕) “เชิงลาดสะพาน”

หมายความว่า

สะพานหรือทางสาธารณะเปลี่ยนระดับหรือทางเดินรถเฉพาะที่เชื่อมกับสะพานหรือทางเปลี่ยนระดับที่มีส่วนลาดชันตอนหนึ่งตอนใดตั้งแต่

๒ ใน ๑๐๐ ขึ้นไป

(๑๖) “ซ่อมแซม”

หมายความว่า ซ่อมหรือเปลี่ยนส่วนต่าง ๆ ของอาคารให้คงสภาพเดิม

(๑๗) “ฐานราก”

หมายความว่า ส่วนของอาคารที่ใช้ถ่ายน้ำหนักอาคารลงสู่ดิน

(๑๘) “ดัดแปลง”

หมายความว่า เปลี่ยนแปลง ต่อเติม เพิ่ม ลด หรือขยาย ซึ่งลักษณะขอบเขต แบบ รูปทรง

สัดส่วน น้ำหนัก เนื้อที่ของโครงสร้างของอาคารหรือส่วนต่าง ๆ ของอาคาร

ซึ่งได้ก่อสร้างไว้แล้วให้ผิดไปจากเดิม

และมิใช่การซ่อมแซมหรือการดัดแปลงที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๑๙) “ดาดฟ้า”

หมายความว่า พื้นที่ส่วนบนสุดของอาคารที่ไม่มีหลังคาปกคลุม

และบุคคลขึ้นไปใช้สอยได้

(๒๐) “ดิน”

หมายความว่า วัสดุธรรมชาติที่ประกอบเป็นเปลือกโลก เช่น หิน กรวด ทราย ดินเหนียว

เป็นต้น

(๒๑) “ตลาด”

หมายความว่า

อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๒๒) “ตึกแถว”

หมายความว่า อาคารที่ก่อสร้างติดต่อกันเป็นแถวตั้งแต่สองคูหาขึ้นไปมีผนังร่วม

แบ่งอาคารเป็นคูหา และประกอบด้วยวัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

(๒๓) “ถนนสาธารณะ”

หมายความว่า ทางสาธารณะที่ยวดยานผ่านได้

(๒๔) “ทราย”

หมายความว่า ก้อนหินเม็ดเล็ก ละเอียดที่มีขนาดโตไม่เกิน ๓ มิลลิเมตร

(๒๕) “ทาง”

หมายความว่า ทางตามกฎหมาย ว่าด้วยการจราจรทางบก ไม่ว่าในระดับพื้นดิน

ใต้ดินหรือเหนือพื้นดิน แต่ไม่รวมถึง ทางรถไฟ

(๒๖) “ทางเข้าออกของรถ”

หมายความว่า

ทางที่ใช้สำหรับเข้าออกหรือออกหรือเข้าจากที่จอดรถถึงปากทางเข้าออกของรถ

หรือปากทางออกของรถ หรือปากทางเข้าของรถ

(๒๗) “ทางน้ำสาธารณะ”

หมายความว่า ทางน้ำที่ประชาชนมีสิทธิใช้เป็นทางคมนาคมได้

(๒๘) “ทางร่วมทางแยก”

หมายความว่า

บริเวณที่ทางที่อยู่ในระดับเดียวกันหรือต่างระดับกันตั้งแต่สองสายที่มีเขตทางกว้างตั้งแต่

๖ เมตรขึ้นไป และยาวต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เมตร มาบรรจบหรือตัดกันที่บริเวณระดับเดียวกัน

(๒๙) “ทางระบายน้ำสาธารณะ”

หมายความว่า

ช่องน้ำไหลตามทางสาธารณะและถนนสาธารณะซึ่งกำหนดไว้ให้ระบายออกจากอาคารได้

(๓๐) “ทางส่วนบุคคล”

หมายความว่า

ที่ดินของเอกชนซึ่งประชาชนใช้เป็นทางคมนาคมได้และมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง

ดังต่อไปนี้

ก. เป็นทางคมนาคมที่มีความยาวไม่เกิน ๕๐๐ เมตร

ข. เป็นทางคมนาคมที่เจ้าของกรรมสิทธิ์หวงห้าม

กรรมสิทธิ์ไว้ไม่ว่าจะโดยการปิดป้ายประกาศหรือการเรียกหรือรับค่าตอบแทนสำหรับการใช้เป็นทางคมนาคม

หรือการทำสัญญากับผู้ใช้

แต่ไม่รวมถึงการทำสัญญายินยอมให้เทศบาลตำบลไชยปราการเข้าปรับปรุงใช้สอย

(๓๑) “ทางสาธารณะ”

หมายความว่า ที่ดินที่ประชาชนมีสิทธิใช้เป็นทางคมนาคมได้ ที่ไม่ใช่ทางส่วนบุคคล

(๓๒) “ที่กลับรถ”

หมายความว่า

พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่กลับรถเพื่อสะดวกในการจอดหรือเข้าออกของรถ

(๓๓) “ที่จอดรถ”

หมายความว่า พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นที่จอดรถสำหรับอาคารบางชนิดหรือบางประเภท

ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึง พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ

เพื่อให้เช่าจอดหรือเก็บฝากรถ

(๓๔) “ที่พักมูลฝอย”

หมายความว่า

อุปกรณ์หรือสถานที่ที่ใช้สำหรับเก็บกักมูลฝอยเพื่อรอการย้ายไปที่พักรวมมูลฝอย

(๓๕) “ที่พักรวมมูลฝอย”

หมายความว่า อุปกรณ์หรือสถานที่ที่ใช้สำหรับเก็บกักมูลฝอยเพื่อรอการขนย้ายไปกำจัด

(๓๖) “ที่ว่าง”

หมายความว่า พื้นที่อันปราศจากหลังคาหรือสิ่งก่อสร้างปกคลุม

ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอาจจะจัดให้เป็นบ่อน้ำ สระว่ายน้ำ บ่อพักน้ำเสีย

ที่พักรวมมูลฝอยหรือที่จอดรถ ที่อยู่ภายนอกอาคารก็ได้และให้ความหมายรวมถึง

พื้นที่ของสิ่งก่อสร้างหรืออาคารที่สูงจากระดับพื้นดินไม่เกิน ๑.๒๐ เมตร และไม่มีหลังคาหรือสิ่งก่อสร้างปกคลุมเหนือระดับนั้น

(๓๗) “ที่สาธารณะ”

หมายความว่า ที่ซึ่งเปิดหรือยินยอมให้ประชาชนเข้าไปหรือใช้เป็นทางสัญจรได้ ทั้งนี้

ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือไม่

(๓๘) “นายช่าง”

หมายความว่า

พนักงานเทศบาลสามัญที่นายกเทศมนตรีตำบลไชยปราการแต่งตั้งให้เป็นนายช่าง

(๓๙) “นายตรวจ”

หมายความว่า

พนักงานเทศบาลสามัญที่นายกเทศมนตรีตำบลไชยปราการแต่งตั้งให้เป็นนายตรวจ

(๔๐) “น้ำทิ้ง”

หมายความว่า

น้ำจากอาคารที่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสียแล้วจนมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

หรือมีคุณภาพที่เหมาะสมจะระบายลงแหล่งรองรับน้ำทิ้งได้

(๔๑) “น้ำเสีย”

หมายความว่า ของเหลวที่ผ่านการใช้แล้วทุกชนิดทั้งที่มีกากหรือไม่มีกาก

(๔๒) “น้ำหนักบรรทุกคงที่”

หมายความว่า น้ำหนักของส่วนต่าง ๆ ของอาคาร ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำหนักของวัตถุต่าง

ๆ ที่มิใช่โครงสร้างของอาคารแต่ก่อสร้างหรือติดตั้งอยู่บนส่วนต่าง ๆ

ของอาคารตลอดไป

(๔๓) “แนวถนน”

หมายความว่า เขตถนนและทางเดินที่กำหนดไว้ให้เป็นทางสาธารณะ

(๔๔) “บ่อดักไขมัน”

หมายความว่า ส่วนที่เปิดได้ของทางระบายน้ำที่กำหนดไว้เพื่อดักไขมัน

(๔๕) “บ้านแถว”

หมายความว่า ห้องแถวหรือตึกแถวที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย

ซึ่งมีที่ว่างด้านหน้าและด้านหลังระหว่างรั้วหรือแนวเขตที่ดินกับตัวอาคารแต่ละคูหาและมีความสูงไม่เกิน

๓ ชั้น

(๔๖) “บ้านแฝด”

หมายความว่า อาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยก่อสร้างติดต่อกันสองบ้าน

มีผนังร่วมแบ่งอาคารเป็นบ้าน

มีที่ว่างระหว่างรั้วหรือแนวเขตที่ดินกับอาคารด้านหน้าด้านหลังและด้านข้างของแต่ละบ้านและมีทางเข้าออกของแต่ละบ้านแยกจากกันเป็นสัดส่วน

(๔๗) “แบบแปลน”

หมายความว่า แบบเพื่อประโยชน์ในการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนเคลื่อนย้าย

ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

โดยมีรูปแสดงรายละเอียดส่วนสำคัญขนาดเครื่องหมายวัสดุและการใช้สอยต่าง ๆ

ของอาคารอย่างชัดเจนพอที่จะใช้ในการดำเนินการได้

(๔๘) “ปั้นจั่น”

หมายความว่า เครื่องยกที่ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ เช่น เสา และรอก เป็นต้นไม่ว่าจะมีคานยื่นหรือไม่มี

สำหรับยกของหนัก

(๔๙) “ปากทางเข้าออกของรถ”

หมายความว่า ส่วนของทางสำหรับรถเข้าออกที่เชื่อมกับเขตทางสาธารณะ

(๕๐) “ปากทางออกของรถ”

หมายความว่า ส่วนของทางสำหรับรถออกที่เชื่อมกับเขตทางสาธารณะ

(๕๑) “ปากทางเข้าของรถ”

หมายความว่า ส่วนของทางสำหรับรถเข้าที่เชื่อมกับเขตทางสาธารณะ

(๕๒) “แปลน”

หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนราบของอาคาร

(๕๓) “ผนัง”

หมายความว่า

ส่วนก่อสร้างในด้านตั้งซึ่งกั้นด้านนอกหรือระหว่างหน่วยของอาคารให้เป็นหลังหรือหน่วยแยกจากกัน

(๕๔) “ผนังกันไฟ”

หมายความว่า ผนังทึบที่ทำด้วยวัสดุทนไฟที่มีคุณสมบัติในการป้องกันไฟได้ดีไม่น้อยกว่าผนังที่ก่อด้วยอิฐธรรมดา

ฉาบปูน ๒ ด้าน หนาไม่น้อยกว่า ๑๘ เซนติเมตร

ถ้าเป็นผนังคอนกรีตเสริมเหล็กต้องหนาไม่น้อยกว่า ๑๒ เซนติเมตร

และไม่มีช่องที่ให้ไฟหรือควันผ่านได้

(๕๕) “ผู้ควบคุมงาน”

หมายความว่า ผู้ซึ่งรับผิดชอบในการอำนวยการหรือควบคุมดูแลการก่อสร้าง ดัดแปลง

รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร

(๕๖) “ผู้ดำเนินการ”

หมายความว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารซึ่งกระทำการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน

หรือเคลื่อนย้ายอาคารด้วยตนเอง และหมายความรวมถึง ผู้ซึ่งตกลงรับกระทำการดังกล่าวไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม

และผู้รับจ้างช่วง

(๕๗) “ผู้ออกแบบ”

หมายความว่า ผู้รับผิดชอบในการคำนวณ เขียนแบบ และกำหนดรายการ

เพื่อใช้ในการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร

(๕๘) “แผนผังบริเวณ”

หมายความว่า แผนที่แสดงลักษณะที่ตั้ง และขอบเขตที่ดินและอาคารที่ก่อสร้าง ดัดแปลง

รื้อถอน เคลื่อนย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้

รวมทั้งแสดงลักษณะและขอบเขตของที่สาธารณะและอาคารในบริเวณที่ดินที่ติดต่อโดยสังเขปด้วย

(๕๙) “ฝา”

หมายความว่า ส่วนก่อสร้างในด้านตั้งซึ่งกั้นแบ่งพื้นที่ภายในอาคารให้เป็นห้อง ๆ

(๖๐) “พื้น”

หมายความว่า

พื้นของอาคารที่บุคคลเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ภายในขอบเขตของคานหรือตงที่รับพื้นหรือภายในพื้นนั้น

หรือภายในขอบเขตของผนังอาคารรวมทั้งเฉลียงหรือระเบียงด้วย

(๖๑) “พื้นที่อาคาร”

หมายความว่า พื้นที่ของพื้นของอาคารทุกชั้นที่บุคคลเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ภายในขอบเขตด้านนอกของคาน

หรือภายในพื้นนั้น

หรือภายในขอบเขตด้านนอกของผนังของอาคารและหมายความรวมถึงเฉลียงหรือระเบียงด้วย

แต่ไม่รวมพื้นดาดฟ้าและบันไดนอกหลังคา

(๖๒) “พื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร”

หมายความว่า พื้นที่ของแปลงที่ดินที่นำมาใช้ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร

ไม่ว่าจะเป็นที่ดินตามหนังสือสำคัญแสดงสิทธิในที่ดินฉบับเดียวหรือหลายฉบับ

ซึ่งเป็นที่ดินที่ติดต่อกัน

(๖๓) “ภัตตาคาร”

หมายความว่า

อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นที่ขายอาหารหรือเครื่องดื่ม

โดยมีพื้นที่ไว้บริการภายในหรือภายนอกอาคาร

(๖๔) “ข้อ”

หมายความว่า ข้อตามเทศบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม

(๖๕) “มูลฝอย”

หมายความว่า มูลฝอยตามกฎหมาย ว่าด้วยการสาธารณสุข

(๖๖) “ระบบท่อยืน”

หมายความว่า ท่อส่งน้ำและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการดับเพลิง

(๖๗) “ระบบบำบัดน้ำเสีย”

หมายความว่า กระบวนการทำหรือปรับปรุงน้ำเสียให้มีคุณภาพเป็นน้ำทิ้ง

รวมทั้งการทำให้น้ำทิ้งพ้นไปจากอาคาร

(๖๘) “ระบบประปา”

หมายความว่า ระบบการจ่ายน้ำเพื่อใช้และดื่ม

(๖๙) “รายการคำนวณ”

หมายความว่า รายการแสดงวิธีการคำนวณกำลังของวัสดุ

การรับน้ำหนักและกำลังต้านทานของส่วนต่าง ๆ ของอาคาร

(๗๐) “รายการคำนวณประกอบ”

หมายความว่า รายการแสดงวิธีการคำนวณทางด้านวิศวกรรมทุกสาขา

(๗๑) “รายการประกอบแบบแปลน”

หมายความว่า ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพและชนิดของวัสดุ

ตลอดจนวิธีการปฏิบัติ หรือวิธีการสำหรับการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

เพื่อให้เป็นไปตามแบบแปลน

(๗๒) “รื้อถอน”

หมายความว่า รื้อส่วนอันเป็นโครงสร้างของอาคารออกไป เช่น เสา คาน ตง

หรือส่วนอื่นของโครงสร้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๗๓) “รูปด้าน”

หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายนอกของอาคาร

(๗๔) “รูปตัด”

หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายในของอาคาร

(๗๕) “แรงกระแทก”

หมายความว่า แรงกระทำอันเนื่องมาจากวัตถุเคลื่อนมากระทบ

(๗๖) “แรงลม”

หมายความว่า แรงลมที่กระทำต่อโครงสร้าง

(๗๗) “โรงงาน”

หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน

(๗๘) “โรงมหรสพ”

หมายความว่า อาคารหรือส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นสถานที่สำหรับฉายภาพยนตร์ แสดงละคร

แสดงดนตรี หรือการแสดงรื่นเริงอื่นใด

และมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดให้สาธารณชนเข้าชมการแสดงนั้นเป็นปกติธุระโดยจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม

(๗๙) “โรงแรม”

หมายความว่า

อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

(๘๐) “ลิฟต์”

หมายความว่า

อุปกรณ์หรือเครื่องจักรกลที่ใช้สำหรับบรรทุกบุคคลหรือสิ่งของขึ้นลงระหว่างชั้นต่าง

ๆ ของอาคาร

(๘๑) “ลิฟต์ดับเพลิง”

หมายความว่า ลิฟต์ที่พนักงานดับเพลิงสามารถควบคุมการใช้ขณะเกิดเพลิงไหม้

(๘๒) “ลูกตั้ง”

หมายความว่า ระยะตั้งของขั้นบันไดแต่ละขั้น

(๘๓) “ลูกนอน”

หมายความว่า ระยะราบของขั้นบันไดแต่ละขั้น

(๘๔) “วัสดุถาวร”

หมายความว่า วัสดุซึ่งตามปกติไม่แปลงสภาพได้ง่าย โดยน้ำ ไฟ หรือดิน ฟ้า อากาศ

(๘๕) “วัสดุทนไฟ”

หมายความว่า วัสดุก่อสร้างที่ไม่เป็นเชื้อเพลิง

(๘๖) “สถานบริการ”

หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคาร ที่ใช้เป็นสถานบริการตามกฎหมาย

ว่าด้วยสถานบริการ

(๘๗) “สถาบันที่เชื่อถือได้”

หมายความว่า ส่วนราชการ หรือนิติบุคคล ที่มีวัตถุประสงค์ในการให้คำปรึกษา แนะนำด้านวิศวกรรม

ซึ่งมีวิศวกรประเภทวุฒิวิศวกรตามกฎหมาย ว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรมเป็นผู้ให้คำปรึกษา

แนะนำและลงลายมือชื่อรับรองผลการตรวจสอบงานวิศวกรรมควบคุม

(๘๘) “ส่วนต่าง ๆ ของอาคาร”

หมายความว่า ส่วนของอาคารที่จะต้องแสดงรายการคำนวณการรับน้ำหนักและกำลังต้านทาน

เช่น แผ่นพื้น คาน เสา และรากฐาน เป็นต้น

(๘๙) “ส่วนลาด”

หมายความว่า ส่วนระยะตั้งเทียบกับส่วนระยะยาวของฐานตามแนวราบ

(๙๐) “สำนักงาน”

หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นที่ทำการ

(๙๑) “เสาเข็ม”

หมายความว่า เสาที่ตอกลงดินหรือหล่ออยู่ในดินเพื่อรับน้ำหนักบรรทุกของอาคาร ทั้งนี้

ให้หมายความรวมถึง กำแพงคอนกรีตซึ่งมีรูปร่างต่าง ๆ

ที่หล่ออยู่ในดินเพื่อใช้รับน้ำหนักบรรทุกของอาคารด้วย

(๙๒) “หน่วยแรง”

หมายความว่า แรงหารด้วยพื้นที่หน้าตัดที่รับแรงนั้น

(๙๓) “หลังคา”

หมายความว่า สิ่งปกคลุมส่วนบนของอาคารสำหรับป้องกันแดดและฝนและให้หมายรวมถึง

โครงสร้างหรือสิ่งใดซึ่งประกอบขึ้น เพื่อยึดเหนี่ยวสิ่งปกคลุมนี้ให้มั่นคง แข็งแรง

(๙๔) “ห้องแถว”

หมายความว่า อาคารที่ก่อสร้างต่อเนื่องกันเป็นแถว

ตั้งแต่สองคูหาขึ้นไปมีผนังร่วมแบ่งอาคารเป็นคูหา

และประกอบด้วยวัสดุไม่ทนไฟเป็นส่วนใหญ่

(๙๕) “ห้องโถง”

หมายความว่า อาคารหรือส่วนของอาคารซึ่งจัดพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วน

โดยเฉพาะที่สามารถใช้เป็นที่ประชุม ชุมนุม จัดงานหรือแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ทั้งนี้

ไม่รวมพื้นที่ที่เป็นทางเดินร่วมในอาคาร เช่น โถงหน้าลิฟต์

โถงพักคอยบริเวณหน้าโต๊ะลงทะเบียน โถงรับแขก เป็นต้น

(๙๖) “เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ”

หมายความว่า เหล็กที่ผลิตออกมามีหน้าตัดเป็นรูปลักษณะต่าง ๆ ใช้ในงานโครงสร้าง

(๙๗) “เหล็กเสริม”

หมายความว่า เหล็กที่ใช้ฝังในเนื้อคอนกรีตเพื่อเสริมกำลังขึ้น

(๙๘) “แหล่งรองรับน้ำทิ้ง”

หมายความว่า ท่อระบายน้ำสาธารณะ คู คลอง แม่น้ำ ทะเลและแหล่งน้ำสาธารณะ

(๙๙) “อาคารเก็บของ”

หมายความว่า

อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นที่สำหรับเก็บสินค้าหรือสิ่งของ

เพื่อประโยชน์ของเจ้าของอาคารซึ่งมีปริมาตรที่ใช้เก็บของไม่เกิน ๒,๐๐๐

ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้

การวัดความสูงเพื่อคำนวณปริมาตร ให้วัดจากพื้นชั้นนั้นถึงยอดผนังสูงสุด

(๑๐๐) “อาคารขนาดใหญ่”

หมายความว่า

อาคารที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้พื้นที่อาคารหรือส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภท

โดยมีพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันเกิน ๒,๐๐๐

ตารางเมตร หรืออาคารที่มีความสูงตั้งแต่ ๑๕

เมตรขึ้นไปและมีพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันเกิน ๑,๐๐๐

ตารางเมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า

สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๑๐๑) “อาคารขนาดใหญ่พิเศษ”

หมายความว่า

อาคารที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้พื้นที่อาคารหรือส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัย

หรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภทโดยมีพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันตั้งแต่

๑๐,๐๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

(๑๐๒) “อาคารจอดรถ”

หมายความว่า อาคารหรือส่วนของอาคารที่ใช้สำหรับจอดรถ ตั้งแต่ ๑๐ คันขึ้นไป

หรือมีพื้นที่จอดรถ ทางวิ่ง และที่กลับรถในอาคาร ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร ขึ้นไป

(๑๐๓) “อาคารชุด”

หมายความว่า อาคารชุดตามกฎหมาย ว่าด้วยอาคารชุด

(๑๐๔) “อาคารพาณิชย์”

หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการพาณิชย

กรรม

หรือบริการธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังการผลิตเทียบไม่เกิน ๕

แรงม้า

(๑๐๕) “อาคารพิเศษ”

หมายความว่า อาคารที่ต้องการมาตรฐานความมั่นคง แข็งแรงและความปลอดภัยเป็นพิเศษ

เช่น อาคาร ดังต่อไปนี้

ก. โรงมหรสพ อัฒจันทร์ หอประชุม หอสมุด หอศิลป์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหรือศาสนสถาน

ข. อู่เรือ คานเรือ หรือท่าจอดเรือ

สำหรับเรือขนาดใหญ่เกิน ๑๐๐ ตันกรอส

ค. อาคารหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสูงเกิน ๑๕ เมตร

หรือสะพานหรืออาคารหรือโครงหลังคาช่วงหนึ่งเกิน ๑๐ เมตร

หรือมีลักษณะโครงสร้างที่อาจก่อให้เกิดภยันตรายต่อสาธารณชนได้

ง. อาคารที่เก็บวัสดุไวไฟ วัสดุระเบิด

หรือวัสดุกระจายพิษ หรือรังสีตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

(๑๐๖) “อาคารสรรพสินค้า”

หมายความว่า

อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่มีพื้นที่สำหรับแสดงหรือขายสินค้าต่าง ๆ

และมีพื้นที่ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

โดยมีการแบ่งส่วนของอาคารตามประเภทของสินค้าหรือตามเจ้าของพื้นที่

ไม่ว่าการแบ่งส่วนนั้นจะทำในลักษณะของการกั้นเป็นห้องหรือไม่ก็ตาม

โดยให้หมายความรวมถึง อาคารแสดงสินค้าด้วย

(๑๐๗) “อาคารสาธารณะ”

หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการชุมนุมได้โดยทั่วไปเพื่อกิจกรรมทางราชการ

การเมือง การศึกษา การสังคม การศาสนา การนันทนาการ หรือการพาณิชยกรรม เช่น

โรงมหรสพ หอประชุม โรงแรม โรงพยาบาล สถานศึกษา หอสมุด

สนามกีฬากลางแจ้งสถานกีฬาในร่ม ตลาด ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า สถานบริการ

ท่าอากาศยาน อุโมงค์ สะพานอาคารจอดรถ สถานีรถ ท่าจอดเรือ โป๊ะจอดเรือ สุสาน

ฌาปนสถาน ศาสนสถาน เป็นต้น

(๑๐๘) “อาคารสูง”

หมายความว่า อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ที่มีความสูงตั้งแต่ ๒๓

เมตรขึ้นไป

การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้าสำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยา

ให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๑๐๙) “อาคารแสดงสินค้า”

หมายความว่า

อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่จัดแสดงหรือขายหรือส่งเสริมการขายสินค้า

และให้หมายรวมถึง อาคารที่สร้างชั่วคราวเพื่อจัดกิจกรรมดังกล่าวด้วย

(๑๑๐) “อาคารอยู่อาศัย”

หมายความว่า อาคารซึ่งโดยปกติบุคคลใช้อยู่อาศัยได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัยอย่างถาวรหรือชั่วคราว

(๑๑๑) “อาคารอยู่อาศัยรวม”

หมายความว่า

อาคารหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับหลายครอบครัว

โดยแบ่งออกเป็นหน่วยแยกจากกันสำหรับแต่ละครอบครัว มีห้องน้ำห้องส้วม ทางเดิน

ทางเข้าออก และทางขึ้นลงหรือลิฟต์แยกจากกันหรือร่วมกัน ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึง

หอพักด้วย

(๑๑๒) “อิฐธรรมดา”

หมายความว่า ดินที่ทำขึ้นเป็นแท่งทึบและได้เผาให้สุก

(๑๑๓) “เจ้าพนักงานท้องถิ่น”

หมายความว่า นายกเทศมนตรีตำบลไชยปราการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

หมวด

หลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการอนุญาต การดำเนินการแจ้ง

การออกใบรับรองและใบแทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผู้ใดจะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน

เคลื่อนย้ายอาคาร ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถ

และทางเข้าออกของรถเพื่อการอื่น ๆ ขอต่ออายุใบอนุญาตขอรับใบแทนใบอนุญาต

ขอรับใบแทนใบรับรอง หรือการโอนใบอนุญาต

ให้ยื่นคำขอหรือโดยการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามความในหมวดนี้

ผู้ยื่นคำขอหรือผู้แจ้ง

ต้องเป็นเจ้าของอาคารหรือเป็นตัวแทนซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายจากเจ้าของอาคาร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

เจ้าของอาคารผู้ใดประสงค์จะขอรับใบอนุญาต

(๑) ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอน

ให้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงพร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว

(๒) เคลื่อนย้ายอาคาร

ให้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง พร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุในแบบดังกล่าว

ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแนบเอกสารเกี่ยวกับแผนผังบริเวณ แบบแปลนรายการประกอบแบบแปลน

ตามที่ระบุไว้ในแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง จำนวน ๒ ชุด

พร้อมกับคำขอสำหรับการขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเคลื่อนย้ายอาคารที่เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะประกาศกำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแนบเอกสารดังกล่าวมากกว่า

๒ ชุดก็ได้ แต่ไม่เกิน ๕ ชุด การขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลงหรือเคลื่อนย้าย

อาคารสาธารณะ อาคารพิเศษ หรืออาคารที่ก่อสร้างด้วยวัตถุถาวรและวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ต้องแนบรายการคำนวณและรายการคำนวณประกอบ

จำนวน ๑ ชุด พร้อมกับคำขอตาม (๑) หรือ (๒) ด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เจ้าของอาคารผู้ใดประสงค์จะก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

ให้ดำเนินการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ดังต่อไปนี้

(๑) แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น

ตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลและยื่นเอกสาร

ดังต่อไปนี้ด้วย

ก. ชื่อของผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคาร

ซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมประเภทวุฒิสถาปนิก

ตามกฎหมาย ว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรม

ข. ชื่อของผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคำนวณอาคาร

ซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทวุฒิวิศวกร

ตามกฎหมาย ว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม

ค. ชื่อของผู้ควบคุมงาน

ซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมาย

ว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรม

และเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมาย

ว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม

ง. สำเนาใบอนุญาตของบุคคลตาม ก. ข. และ ค.

จ. หนังสือรับรองของบุคคลตาม ก. ข. และ ค.

ว่าตนเป็นผู้ออกแบบอาคาร เป็นผู้ออกแบบและคำนวณอาคาร หรือจะเป็นผู้ควบคุมงาน

แล้วแต่กรณี ตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด พร้อมทั้งรับรองว่าการก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน

หรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้นถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

กฎกระทรวง และเทศบัญญัติเทศบาลตำบลไชยปราการที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

ฉ. แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน

รายการคำนวณและรายการคำนวณประกอบของอาคารที่จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน

หรือเคลื่อนย้าย ซึ่งมีคำรับรองของบุคคลตาม ก. และ ข.

ว่าตนเป็นผู้ออกแบบอาคารและเป็นผู้ออกแบบและคำนวณอาคารนั้น

ช. วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว

(๒) ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ใน (๑)

ครบถ้วน พร้อมชำระค่าธรรมเนียมการตรวจแบบแปลนก่อสร้าง หรือดัดแปลงอาคารแล้ว

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด

เพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในวันที่ได้รับแจ้ง

และให้ผู้แจ้งเริ่มต้นดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน

หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามที่ได้แจ้งไว้ได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบแจ้ง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การขอทำการเจาะ

กดหรือตอกเสาเข็มเพื่อทำการทดสอบที่จะใช้ในการก่อสร้างอาคารให้ดำเนินการได้

เมื่อได้แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ โดยมีเอกสารประกอบ ดังนี้

(๑) ผังบริเวณแสดงสถานที่ที่จะทดสอบเสาเข็ม จำนวน

๒ ชุด

(๒) ผังแสดงตำแหน่งที่จะทดสอบเสาเข็ม จำนวน ๒ ชุด

(๓) หนังสือรับรองของวิศวกรผู้ควบคุมงานการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน

รายการคำนวณและรายการคำนวณประกอบต้องเป็นภาษาไทย ยกเว้นเฉพาะตัวเลขและสัญลักษณ์

ต้องเป็นสิ่งพิมพ์สำเนาภาพถ่ายหรือเขียนด้วยหมึก

หรือวิธีการอื่นใดตามประกาศเทศบาลตำบลไชยปราการและต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(๑) มาตราส่วน ขนาด ระยะ น้ำหนัก

และหน่วยคำนวณต่าง ๆ ให้ใช้มาตราเมตริก

(๒) แผนผังบริเวณให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑

ต่อ ๕๐๐ แสดงลักษณะที่ตั้งและขอบเขตของที่ดินและอาคารที่ขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง

รื้อถอน เคลื่อนย้าย เปลี่ยนการใช้ ดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถ

และทางเข้าออกของรถเพื่อการอื่น

และพื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถที่กลับรถ

และทางเข้าออกของรถแทนของเดิม พร้อมรายละเอียด ดังนี้

ก. แสดงขอบนอกของอาคารที่มีอยู่แล้ว (ถ้ามี)

ข.

ระยะห่างของขอบนอกของอาคารที่ขออนุญาตถึงขอบเขตของที่ดินทุกด้าน

ค. ระยะห่างระหว่างอาคารต่าง ๆ

ที่มีอยู่และอาคารที่ขออนุญาตในขอบเขตของที่ดิน

ง.

ลักษณะและขอบเขตของที่สาธารณะและอาคารในบริเวณที่ดินที่ติดต่อโดยสังเขปพร้อมด้วยเครื่องหมายทิศ

จ.

ในกรณีที่ไม่มีทางน้ำสาธารณะสำหรับการขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ให้แสดงทางระบายน้ำออกจากอาคารไปสู่ทางระบายน้ำสาธารณะ

หรือวิธีการระบายน้ำด้วยวิธีอื่นพร้อมทั้งแสดงเครื่องหมายชี้ทิศทางน้ำไหลและส่วนลาด

ฉ.

แสดงระดับของพื้นชั้นล่างของอาคารและความสัมพันธ์กับระดับทางหรือถนนสาธารณะที่ใกล้ที่สุดและระดับพื้นดิน

ช. แผนผังบริเวณสำหรับการเคลื่อนย้ายอาคาร ให้แสดงแผนผังบริเวณของอาคารที่มีอยู่เดิม

และให้แสดงแผนผังบริเวณที่จะทำการเคลื่อนย้ายอาคารไปอยู่ในที่ใหม่ให้ชัดเจน

แผนผังบริเวณอาคารตามข้อ ๔ เว้นแต่ตึก บ้าน เรือน

โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงานและสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่น

ซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ ให้แสดงรายละเอียดตาม ก. ข. ค. ง. จ. ฉ.

หรือ ช. เท่าที่จะต้องมีตามลักษณะของอาคารนั้น ๆ

(๓) แบบแปลน ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ต่อ

๑๐๐ โดยต้องแสดงรูปต่าง ๆ คือแปลนพื้นชั้นต่าง ๆ รูปด้าน (ไม่น้อยกว่าสองด้าน)

รูปตัดทางขวาง รูปตัดทางยาว ผังคานรับพื้นชั้นต่าง ๆ และผังฐานรากของอาคารที่ขออนุญาตก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย เปลี่ยนการใช้ หรือดัดแปลง หรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถ

และทางเข้าออกของรถเพื่อการอื่น พร้อมด้วยรายละเอียด ดังนี้

ก. แบบแปลน ต้องมีรูปรายละเอียดส่วนสำคัญ ขนาด

เครื่องหมาย วัสดุ และการใช้สอยต่าง ๆ ของอาคารอย่างชัดเจนเพียงพอที่จะพิจารณาตามกฎกระทรวงเทศบัญญัติเทศบาลตำบลไชยปราการหรือประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งออกตามความในกฎหมาย

ว่าด้วยการควบคุมอาคาร

ข. แบบแปลนสำหรับการก่อสร้างอาคาร

ให้แสดงส่วนต่าง ๆ ของอาคารที่จะก่อสร้างให้ชัดเจน

ค. แบบแปลนสำหรับการดัดแปลงอาคาร

ให้แสดงส่วนที่มีอยู่เดิมและส่วนที่ดัดแปลงให้ชัดเจน

ง. แบบแปลนสำหรับการรื้อถอนอาคาร ให้แสดงขั้นตอน

วิธีการ ตลอดจนความปลอดภัยในการรื้อถอนอาคาร

จ. แบบแปลนสำหรับการเคลื่อนย้ายอาคาร

ให้แสดงขั้นตอน วิธีการ ความมั่นคง แข็งแรง ตลอดจนความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายอาคาร

สำหรับอาคารที่มีรูปตัดทางขวาง

หรือรูปตัดทางยาวของอาคารมีความกว้าง ความยาว หรือความสูงเกิน ๗๐ เมตร

แบบแปลนจะใช้มาตราส่วนเล็กกว่า ๑ ต่อ ๑๐๐ ก็ได้ แต่ต้องไม่เล็กกว่า ๑ ต่อ ๒๕๐

ฉ. แบบแปลนสำหรับการเปลี่ยนการใช้อาคาร

ให้แสดงส่วนที่ใช้อยู่เดิมและส่วนที่จะเปลี่ยนการใช้ใหม่ให้ชัดเจน

ช. แบบแปลนสำหรับการดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ

ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถเพื่อการอื่น

ให้แสดงส่วนที่มีอยู่เดิมและส่วนที่จะทำการก่อสร้างใหม่แทนของเดิมให้ชัดเจน

สำหรับการก่อสร้างสิ่งที่สร้างขึ้นเป็นอาคารเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ

และทางเข้าออกของรถแทนของเดิม ต้องแสดงส่วนต่าง ๆ ของอาคารที่จะก่อสร้างให้ชัดเจน

แบบแปลนสำหรับอาคารตามข้อ ๔ เว้นแต่ตึก บ้าน

เรือน โรง ร้าน แพ

คลังสินค้าสำนักงานและสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้

ให้แสดงรายละเอียดตาม ก. ข. ค. ง. จ. ฉ. และ ช.

เท่าที่จะต้องมีตามลักษณะของอาคารนั้น ๆ

(๔) รายการประกอบแบบแปลน

ให้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพและชนิดของวัสดุตลอดจนวิธีปฏิบัติหรือวิธีการสำหรับการก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย เปลี่ยนการใช้อาคารหรือดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ

ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถเพื่อการอื่น

(๕) รายการคำนวณ

ให้แสดงวิธีการตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ โดยคำนวณกำลังของวัสดุการรับน้ำหนัก

และกำลังต้านทานของส่วนต่าง ๆ ของอาคาร

(๖) รายการคำนวณประกอบ

ให้แสดงวิธีการตามหลักวิศวกรรมศาสตร์สาขาต่าง ๆ โดยคำนวณเกี่ยวกับอุปกรณ์และระบบนั้น

ๆ ของอาคาร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ผู้รับผิดชอบงานออกแบบหรือผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคำนวณ

ต้องลงลายมือชื่อพร้อมกับเขียนชื่อด้วยตัวบรรจงในแผนผังบริเวณแบบแปลน

รายการประกอบแบบแปลน รายการคำนวณและรายการคำนวณประกอบทุกแผ่น

และให้ระบุสำนักงานหรือที่อยู่ พร้อมกับคุณวุฒิของผู้รับผิดชอบดังกล่าวไว้ในแผนผังบริเวณแบบแปลน

รายการประกอบแบบแปลน รายการคำนวณและรายการคำนวณประกอบแต่ละชุดด้วย

หรืออาจจะใช้สิ่งพิมพ์ สำเนาภาพถ่ายที่ผู้รับผิดชอบงานออกแบบ

หรือผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคำนวณที่มีลายมือชื่อพร้อมกับเขียนชื่อด้วยตัวบรรจงและระบุรายละเอียดดังกล่าวแทนก็ได้

ในกรณีที่ผู้รับผิดชอบงานออกแบบ

หรือผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคำนวณเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมหรือวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมาย

ว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรม หรือกฎหมาย ว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม ให้ระบุเลขทะเบียนใบอนุญาตไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้รับคำขอตามข้อ

๖ ให้ตรวจพิจารณาแผนผังบริเวณแบบแปลนรายการประกอบแบบแปลน

รายการคำนวณและรายการคำนวณประกอบ (ถ้ามี)

เมื่อปรากฏว่าถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎกระทรวง

และเทศบัญญัติเทศบาลตำบลไชยปราการซึ่งออกตามความในกฎหมาย

ว่าด้วยการควบคุมอาคารแล้ว

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

ในกรณีที่มีการขออนุญาตเคลื่อนย้ายอาคารไปยังท้องที่ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นอื่นเมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ตรวจพิจารณาตามวรรคหนึ่งและเห็นว่าถูกต้อง

ให้ออกใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงและส่งใบอนุญาตและสำเนาคู่ฉบับเอกสารที่ได้ผ่านการตรวจพิจารณาและประทับตราไว้เป็นจำนวน

๔ ชุด พร้อมด้วยรายการคำนวณและรายการคำนวณประกอบ ๑ ชุด (ถ้ามี) ไปยังเจ้าพนักงานท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่จะเคลื่อนย้ายอาคารไปตั้งใหม่

กรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้รับเอกสารการอนุญาตเคลื่อนย้ายอาคารและสำเนาคู่ฉบับเอกสารที่เกี่ยวข้องจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพิจารณาตามวรรคหนึ่งเมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้ว

ให้ออกใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ที่เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ ตามกฎหมาย

ว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือผู้แจ้งตามข้อ ๗ ได้ทำการก่อสร้าง

ดัดแปลงหรือเคลื่อนย้ายอาคารดังกล่าวเสร็จแล้ว ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารยื่นหนังสือขอใบรับรองถึงเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เทศบัญญัตินี้กำหนด

พร้อมเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว

เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้รับหนังสือตามวรรคหนึ่ง

และตรวจสอบแล้วเห็นว่า การก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้น

ถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับรอง

ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร

ซึ่งไม่เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ประสงค์จะใช้อาคารดังกล่าวเพื่อกิจการประเภทควบคุมการใช้

หรือเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารซึ่งเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้

ประสงค์จะเปลี่ยนการใช้อาคารเป็นอาคารสำหรับอีกกิจการหนึ่งให้เจ้าของอาคารยื่นคำขออนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคาร

ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นพร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าวหรือแจ้งเป็นหนังสือ

ให้นายกเทศมนตรีทราบตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด

พร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว

เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้รับคำขอหรือหนังสือแจ้งตามความในวรรคหนึ่ง

และตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้อง ให้ออกใบอนุญาต ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

หรือจะออกใบรับแจ้ง ตามแบบที่นายกเทศมนตรีกำหนด แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารที่ต้องมีพื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถที่กลับรถ

และทางเข้าออกของรถตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมอาคาร

ประสงค์จะดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถที่กลับรถ

และทางเข้าออกของรถนั้นเพื่อการอื่นและก่อสร้างพื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถที่กลับรถ

และทางเข้าออกของรถแทนของเดิมตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมอาคาร

ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารยื่นคำขออนุญาต

ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

พร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว

ให้นำความในข้อ ๖ (๑) และ (๒)

มาใช้บังคับกับการอนุญาตตามวรรคหนึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับเอกสารที่ต้องแนบพร้อมคำขอเกี่ยวกับแผนผัง

บริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลนรายการคำนวณหรือรายการคำนวณประกอบโดยอนุโลม

เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้รับคำขอตามวรรคหนึ่งแล้วให้ดำเนินการตามข้อ ๑๒

วรรคหนึ่ง และเมื่อเห็นว่าถูกต้อง

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้กำหนดระยะเวลาอายุใบอนุญาตก่อสร้าง

ดัดแปลงอาคาร หรือใบรับแจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ

ตามขนาดของพื้นที่อาคารส่วนที่จะทำการก่อสร้างหรือดัดแปลง ดังนี้

(๑) อาคารที่มีพื้นที่รวมกันน้อยกว่า ๑๐,๐๐๐

ตารางเมตร กำหนดอายุใบอนุญาตไม่เกิน ๑ ปี

(๒) อาคารที่มีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐

ตารางเมตรขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ ตารางเมตร กำหนดอายุใบอนุญาตไม่เกิน

๒ ปี

(๓) อาคารที่มีพื้นที่รวมกันมากกว่า ๕๐,๐๐๐

ตารางเมตร กำหนดอายุใบอนุญาตไม่เกิน ๓ ปี ในกรณีก่อสร้าง

ดัดแปลงอาคารไม่เสร็จตามกำหนด อนุญาตให้ต่ออายุได้ตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๖

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตหรือใบรับแจ้ง

ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ให้ยื่นคำขอต่ออายุ ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

ก่อนใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งสิ้นอายุ โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการต่ออายุ

ให้เป็นไปตามที่เทศบัญญัตินี้กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ในกรณีที่ใบอนุญาตหรือใบรับรองสูญหาย

ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาต

หรือใบแทนใบรับรอง ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

พร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าวภายใน ๑๕ วัน

นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุด

เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้รับคำขอตามวรรคหนึ่ง

ให้พิจารณาคำขอดังกล่าว หากเห็นว่าถูกต้องให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบแทนใบอนุญาต

หรือใบแทนใบรับรองให้แก่ผู้ยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตหรือใบรับรอง แล้วแต่กรณี

ให้ประทับตราสีแดง คำว่า “ใบแทน” กำกับไว้ด้วย

และให้มีวัน เดือน ปี ที่ออกใบแทน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

กรณีใบรับแจ้ง ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ข้างต้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะโอนใบอนุญาตก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนการใช้อาคาร หรือใบรับแจ้ง ตามมาตรา ๓๙ ทวิ

ให้แก่บุคคลอื่น ให้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

พร้อมด้วยเอกสารต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ดังต่อไปนี้

(๑) ใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งที่ยังมิได้ทำการก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

ให้แนบหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงเท่านั้น

(๒)

ใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

ผู้ขออนุญาตจะต้องแนบหลักฐานตามที่กำหนดในแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง และหลักฐานการโอนทรัพย์สินในส่วนที่ได้ดำเนินการไปแล้วตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

และในกรณีที่อาคารที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

มีส่วนผิดไปจากแผนผังบริเวณแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต

หรือใบรับแจ้ง

ตลอดจนวิธีการหรือเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาตหรือใบรับแจ้ง

ผู้รับโอนจะต้องทำหนังสือรับรองว่าตกลงยินยอมรับผิดชอบในการแก้ไขอาคารในส่วนที่ดำเนินการผิด

ให้เป็นไปตามแบบและเงื่อนไขในใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งต่อไป

เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาแล้วเห็นว่าถูกต้อง

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกหนังสือแจ้งการอนุญาตให้โอนใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งให้แก่ผู้ขอโอน

โดยให้ประทับตราสีแดง คำว่า “โอนแล้ว”

พร้อมระบุชื่อผู้รับโอน และวัน เดือน ปีที่อนุญาตให้โอนกำกับไว้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ให้ใช้แบบคำขออนุญาต

ใบอนุญาตหรือใบแทนตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามความในกฎหมาย

ว่าด้วยการควบคุมอาคาร สำหรับหนังสือแจ้งและแบบใบรับแจ้งให้ใช้ตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด

หมวด

ลักษณะและส่วนต่าง

ๆ ของอาคาร

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ห้องแถวหรือตึกแถวแต่ละคูหา

ต้องมีความกว้างโดยวัดระยะตั้งฉากจากแนวศูนย์กลางของเสาด้านหนึ่งไปยังแนวศูนย์กลางของเสาอีกด้านหนึ่งไม่น้อยกว่า

๔ เมตร มีความลึกของอาคารโดยวัดระยะตั้งฉากกับแนวผนังด้านหน้าชั้นล่างไม่น้อยกว่า

๔ เมตร และไม่เกิน ๒๔ เมตร มีพื้นที่ชั้นล่างแต่ละคูหาไม่น้อยกว่า ๓๐ ตารางเมตร

และต้องมีประตูให้คนเข้าออกได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ในกรณีที่ความลึกของอาคารเกิน ๑๖ เมตร

ต้องจัดให้มีที่ว่างอันปราศจากสิ่งปกคลุมขึ้นบริเวณหนึ่งที่ระยะหว่าง ๑๒ เมตร ถึง

๑๖ เมตร โดยให้มีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๒๐ ใน ๑๐๐ ของพื้นที่ชั้นล่างของอาคารนั้น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ห้องแถว ตึกแถว

หรือบ้านแถวจะสร้างต่อเนื่องกันได้ไม่เกินสิบคูหา และมีความยาวของอาคารแถวหนึ่ง ๆ

รวมกันไม่เกิน ๔๐ เมตร

โดยวัดระหว่างจุดศูนย์กลางของเสาแรกถึงจุดศูนย์กลางของเสาสุดท้าย

ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเดียวกันและใช้โครงสร้างเดียวกันหรือแยกกันก็ตาม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

รั้วหรือกำแพงกั้นเขตที่อยู่มุมถนนสาธารณะที่มีความกว้างตั้งแต่

๓ เมตรขึ้นไป และมีมุมหักน้อยกว่า ๑๓๕ องศา ต้องปาดมุมรั้วหรือกำแพงกั้นเขตนั้น

โดยให้ส่วนที่ปาดมุมมีระยะไม่น้อยกว่า ๔ เมตร และทำมุมกับแนวถนนสาธารณะเป็นมุมเท่า

ๆ กัน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่อาคาร

ต้องไม่บังช่องระบายอากาศหน้าต่าง ประตู หรือทางหนีไฟ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายบนหลังคาหรือดาดฟ้าของอาคารต้องไม่ล้ำออกนอกแนวผนังรอบนอกของอาคาร

และส่วนบนสุดของป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายต้องสูงไม่เกิน ๖

เมตร จากส่วนสูงสุดของหลังคาหรือดาดฟ้าของอาคารที่ติดตั้งป้ายนั้น

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ป้ายที่ยื่นจากผนังอาคารให้ยื่นได้ไม่เกินแนวกันสาด

และให้สูงได้ไม่เกิน ๖๐ เซนติเมตร หรือมีพื้นที่ป้ายไม่เกิน ๒ ตารางเมตร

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ป้ายที่ติดตั้งเหนือกันสาดและไม่ได้ยื่นจากผนังอาคาร

ให้ติดตั้งได้โดยมีความสูงของป้ายไม่เกิน ๖๐ เซนติเมตร

วัดจากขอบบนของปลายกันสาดนั้น หรือมีพื้นที่ป้ายไม่เกิน ๒ ตารางเมตร

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ป้ายที่ติดตั้งใต้กันสาดให้ติดตั้งแนบผนังอาคาร

และต้องสูงจากพื้นที่ทางเท้านั้นไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ป้ายโฆษณาสำหรับโรงมหรสพให้ติดตั้งขนานกับผนังอาคารโรงมหรสพ

แต่จะยื่นห่างจากผนังได้ไม่เกิน ๕๐ เซนติเมตร หรือหากติดตั้งป้ายบนกันสาดจะต้องไม่ยื่นล้ำแนวปลายกันสาดนั้นและความสูงของป้ายทั้งสองกรณีต้องไม่เกินความสูงของอาคาร

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ป้ายที่ติดตั้งอยู่บนพื้นดินโดยตรง

ต้องมีความสูงไม่เกินระยะที่วัดจากจุดที่ติดตั้งป้ายไปจนถึงกึ่งกลางถนนสาธารณะที่อยู่ใกล้ป้ายนั้นที่สุด

และมีความยาวของป้ายไม่เกิน ๓๒ เมตร

ส่วนที่

วัสดุของอาคาร

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

สิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่ติดตั้งบนพื้นดินโดยตรงให้ทำด้วยวัสดุทนไฟทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

เสา คาน พื้น บันได

และผนังของอาคารที่สูงตั้งแต่สามชั้นขึ้นไป โรงมหรสพหอประชุม โรงงาน โรงแรม โรงพยาบาล

หอสมุด ห้างสรรพสินค้า อาคารขนาดใหญ่ สถานบริการตามกฎหมาย ว่าด้วยสถานบริการ

ท่าอากาศยาน หรืออุโมงค์ ต้องทำด้วยวัสดุถาวรที่เป็นวัสดุทนไฟด้วย

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ผนังของตึกแถวหรือบ้านแถว

ต้องทำด้วยวัสดุถาวรที่เป็นวัสดุทนไฟด้วย แต่ถ้าก่อด้วยอิฐธรรมดาหรือคอนกรีตไม่เสริมเหล็ก

ผนังนี้ต้องหนาไม่น้อยกว่า ๘ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ห้องแถว ตึกแถว

หรือบ้านแถวที่สร้างติดต่อกัน

ให้มีผนังกันไฟทุกระยะไม่เกินห้าคูหาผนังกันไฟต้องสร้างต่อเนื่องจากพื้นดินจนถึงระดับดาดฟ้าที่สร้างด้วยวัสดุถาวรที่เป็นวัสดุทนไฟ

กรณีที่เป็นหลังคาสร้างด้วยวัสดุไม่ทนไฟให้มีผนังกันไฟสูงเหนือหลังคาไม่น้อยกว่า

๓๐ เซนติเมตร ตามความลาดของหลังคา

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ห้องครัวในอาคารต้องมีพื้นที่และผนังที่ทำด้วยวัสดุถาวรที่เป็นวัสดุทนไฟ

ส่วนฝาและเพดานนั้น หากไม่ได้ทำด้วยวัสดุถาวรที่เป็นวัสดุทนไฟ

ก็ให้บุด้วยวัสดุทนไฟ

ส่วนที่

พื้นที่ภายในอาคาร

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

อาคารอยู่อาศัยรวมต้องมีพื้นที่ภายในแต่ละหน่วยที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัยไม่น้อยกว่า

๒๐ ตารางเมตร

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ห้องนอนในอาคารให้มีความกว้างด้านแคบที่สุดไม่น้อยกว่า

๒.๕๐ เมตร และมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๘ ตารางเมตร

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ช่องทางเดินในอาคาร ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่าตามที่กำหนดไว้

ดังต่อไปนี้

ประเภทอาคาร

ความกว้าง

๑.

อาคารอยู่อาศัย

๒.

อาคารอยู่อาศัยรวม หอพักตามกฎหมาย ว่าด้วยหอพัก

สำนักงานอาคารสาธารณะ

อาคารพาณิชย์ โรงงาน อาคาร

พิเศษ

๑.๐๐

เมตร

๑.๕๐

เมตร

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ห้องหรือส่วนของอาคารที่ใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ

ต้องมีระยะดิ่งไม่น้อยกว่าตามที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้

ประเภทการใช้อาคาร

ระยะดิ่ง

๑.

ห้องที่ใช้เป็นที่อาศัย บ้านแถว ห้องพักโรงแรม ห้องเรียน

นักเรียนอนุบาล

ครัวสำหรับอาคารอยู่อาศัย ห้องพักคนไข้พิเศษ

ช่องทางเดินในอาคาร

๒.

ห้องที่ใช้เป็นสำนักงาน โรงเรียน ห้องอาหาร ห้องโถง

ภัตตาคาร

โรงงาน

๓.

ห้องขายสินค้า ห้องประชุม ห้องคนไข้รวม คลังสินค้า

โรงครัว

ตลาดและอื่น ๆ ที่คล้ายกัน

๔.

ห้องแถว ตึกแถว

๔.๑ ชั้นล่าง

๔.๒ ตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไป

๕.

ระเบียง

๒.๖๐

เมตร

๓.๐๐

เมตร

๓.๕๐

เมตร

๓.๕๐

เมตร

๓.๐๐

เมตร

๒.๒๐

เมตร

ระยะดิ่งตามวรรคหนึ่ง ให้วัดจากพื้นถึงพื้น

ในกรณีของชั้นใต้หลังคาให้วัดจากพื้นถึงยอดฝาหรือยอดผนังอาคาร

และในกรณีของห้องหรือส่วนของอาคารที่อยู่ภายในโครงสร้างของหลังคา

ให้วัดจากพื้นถึงยอดฝาหรือยอดผนังของห้องหรือส่วนของอาคารดังกล่าวที่ไม่ใช่โครงสร้างของหลังคา

ห้องในอาคารซึ่งมีระยะดิ่งระหว่างพื้นถึงพื้นอีกชั้นหนึ่งตั้งแต่

๕ เมตรขึ้นไป จะทำพื้นชั้นลอยในห้องนั้นก็ได้

โดยพื้นชั้นลอยดังกล่าวนั้นต้องมีเนื้อที่ไม่เกินร้อยละสี่สิบของเนื้อที่ห้อง

ระยะดิ่งระหว่างพื้นชั้นลอยถึงพื้นอีกชั้นหนึ่งต้องไม่น้อยกว่า ๒.๔๐ เมตร

และระยะดิ่งระหว่างพื้นห้องถึงพื้นชั้นลอยต้องไม่น้อยกว่า ๒.๔๐ เมตร ด้วย

ห้องน้ำ ห้องส้วม

ต้องมีระยะดิ่งระหว่างพื้นถึงเพดานไม่น้อย ๒ เมตร

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

อาคารที่อยู่ในบังคับของกฎหมาย

ว่าด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการจะต้องจัดสิ่งอำนวยความสะอาดสำหรับคนพิการในเรื่องทางเข้าสู่อาคาร

ทางลาด ประตู บันได ลิฟต์ ห้องน้ำ-ห้องส้วม และสถานที่จอดรถโดยให้เป็นไปตามกฎหมาย

ว่าด้วยการนั้น

ส่วนที่

บันไดของอาคารและบันไดหนีไฟ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

บันไดของอาคารอยู่อาศัยถ้ามี

ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งบันไดที่มีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า ๘๐ เซนติเมตร

ช่วงหนึ่งสูงไม่เกิน ๓ เมตร ลูกตั้งสูงไม่เกิน ๒๐ เซนติเมตร

ลูกนอนเมื่อหักส่วนที่ชั้นบันไดเหลื่อมกันออกแล้วเหลือความกว้างไม่น้อยกว่า ๒๒

เซนติเมตร และต้องมีพื้นหน้าบันไดมีความกว้างและยาวไม่น้อยกว่าความกว้างของบันได

บันไดที่สูงเกิน ๓ เมตร ต้องมีชานพักบันไดทุกช่วง

๓ เมตร หรือน้อยกว่านั้น

และชานพักบันไดต้องมีความกว้างและยาวไม่น้อยกว่าความกว้างของบันได

ระยะดิ่งจากขั้นบันไดหรือชานพักบันไดถึงส่วนต่ำสุดของอาคารที่อยู่เหนือขึ้นไปต้องสูงไม่น้อยกว่า

๑.๙๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

บันไดของอาคารอยู่อาศัยรวมหอพักตามกฎหมาย

ว่าด้วยหอพัก สำนักงานอาคารสาธารณะ อาคารพาณิชย์ โรงงาน และอาคารพิเศษ

สำหรับที่ใช้กับชั้นที่มีพื้นที่อาคารชั้นเหนือขึ้นไปรวมกันไม่เกิน ๓๐๐ ตารางเมตร

ต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า ๑.๒๐ เมตร

แต่สำหรับบันไดของอาคารดังกล่าวที่ใช้กับชั้นที่มีพื้นที่อาคารชั้นเหนือขึ้นไปรวมกันเกิน

๓๐๐ ตารางเมตร ต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร

ต้องมีบันไดอย่างน้อยสองบันไดและแต่ละบันไดต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า ๑.๒๐

เมตร

บันไดของอาคารที่ใช้เป็นที่ชุมนุมของคนจำนวนมาก

เช่น บันไดห้องประชุมหรือห้องบรรยายที่มีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ ๕๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

หรือบันไดห้องรับประทานอาหารหรือสถานบริการที่มีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ ๑,๐๐๐

ตารางเมตรขึ้นไป หรือบันไดของแต่ละชั้นของอาคารนั้นที่มีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ ๒,๐๐๐

ตารางเมตรขึ้นไป ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร อย่างน้อยสองบันไดถ้ามีบันไดเดียวต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า

๓ เมตร

บันไดที่สูงเกิน ๔ เมตร ต้องมีชานพักบันไดทุกช่วง

๔ เมตร หรือน้อยกว่านั้น

และระยะดิ่งจากชั้นบันไดหรือชานพักบันไดถึงส่วนต่ำสุดของอาคารที่อยู่เหนือขึ้นไปต้องสูงไม่น้อยกว่า

๒.๑๐ เมตร

ชานพักบันไดและพื้นหน้าบันได ต้องมีความกว้างและความยาวไม่น้อยกว่าความกว้างสุทธิของบันไดเว้นแต่บันไดที่มีความกว้างสุทธิเกิน

๒ เมตร ชานพักบันไดและพื้นหน้าบันไดจะมีความยาวไม่เกิน ๒ เมตร ก็ได้

บันไดตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง

ต้องมีลูกตั้งสูงไม่เกิน ๑๘ เซนติเมตร ลูกนอนเมื่อหักส่วนที่ชั้นบันไดเหลื่อมกันออกแล้วเหลือความกว้างไม่น้อยกว่า

๒๕ เซนติเมตร และต้องมีราวบันไดกันตกบันไดที่มีความกว้างสุทธิเกิน ๖ เมตร

และช่วงบันไดสูงเกิน ๑ เมตร

ต้องมีราวบันไดทั้งสองข้างบริเวณจมูกบันไดต้องมีวัสดุกันลื่น

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

บันไดตามข้อ ๔๑

จะต้องมีระยะห่างไม่เกิน ๔๐ เมตร จากจุดที่ไกลสุดบนพื้นชั้นนั้น

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

บันไดตามข้อ ๔๐ และข้อ ๔๑

ที่เป็นแนวโค้งเกิน ๙๐ อาศา

จะไม่มีชานพักบันไดก็ได้แต่ต้องมีความกว้างเฉลี่ยของลูกนอนไม่น้อยกว่า ๒๒

เซนติเมตร สำหรับบันไดตามข้อ ๔๐ และไม่น้อยกว่า ๒๕ เซนติเมตร สำหรับบันไดตามข้อ ๔๑

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

อาคารที่สูงตั้งแต่สี่ชั้นขึ้นไปและสูงไม่เกิน

๒๓ เมตร หรืออาคารที่สูงสามชั้นและมีดาดฟ้าเหนือชั้นที่สามที่มีพื้นที่เกิน ๑๖

ตารางเมตร

นอกจากมีบันไดของอาคารตามปกติแล้วต้องมีบันไดหนีไฟที่ทำด้วยวัสดุทนไฟอย่างน้อยหนึ่งแห่ง

และต้องมีทางเดินไปยังบันไดหนีไฟนั้นโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

บันไดหนีไฟต้องมีความลาดชันน้อยกว่า

๖๐ องศา เว้นแต่ตึกแถวและบ้านแถวที่สูงไม่เกินสี่ชั้น

ให้มีบันไดหนีไฟที่มีความลาดชันเกิน ๖๐ องศาได้ และต้องมีชานพักบันไดทุกชั้น

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

บันไดหนีไฟภายนอกอาคารต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า

๖๐ เซนติเมตร และต้องมีผนังส่วนที่บันไดหนีไฟพาดผ่านเป็นผนังทึบก่อสร้างด้วยวัสดุถาวรที่เป็นวัสดุทนไฟ

บันไดหนีไฟตามวรรคหนึ่ง

ถ้าทอดไม่ถึงพื้นชั้นล่างของอาคารต้องมีบันไดโลหะที่สามารถเลื่อนหรือยืดหรือหย่อนลงมาจนถึงพื้นชั้นล่างได้

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

บันไดหนีไฟภายในอาคารต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า

๘๐ เซนติเมตร มีผนังทึบก่อสร้างด้วยวัสดุถาวรที่เป็นวัสดุทนไฟกั้นโดยรอบ

เว้นแต่ส่วนที่เป็นช่องระบายอากาศและช่องประตูหนีไฟและต้องมีอากาศถ่ายเทจากภายนอกอาคารได้

โดยแต่ละชั้นต้องมีช่องระบายอากาศที่เปิดสู่ภายนอกอาคารได้มีพื้นที่รวกกันไม่น้อยกว่า

๑.๔ ตารางเมตร กับต้องมีแสงสว่างให้เพียงพอทั้งกลางวันและกลางคืน

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

ประตูหนีไฟต้องทำด้วยวัสดุทนไฟ

มีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า ๘๐ เซนติเมตร สูงไม่น้อยกว่า ๑.๙๐ เมตร

และต้องทำเป็นบานเปิดชนิดผลักออกสู่ภายนอกเท่านั้น

กับต้องติดอุปกรณ์ชนิดที่บังคับให้บานประตูปิดได้เอง

และต้องสามารถเปิดออกได้โดยสะดวกตลอดเวลา

ประตูหรือทางออกสู่บันไดหนีไฟต้องไม่มีธรณีหรือขอบกั้น

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

พื้นหน้าบันไดหนีไฟต้องกว้างไม่น้อยกว่าความกว้างของบันไดและอีกด้านหนึ่งกว้างไม่น้อยกว่า

๑.๕๐ เมตร

ส่วนที่

แนวอาคารและระยะต่าง

ๆ ของอาคาร

82 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลไชยปราการ เรื่อง การควบคุมอาคาร พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_965f42ceb59d9fff

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com