我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530

法律・公布 1987-12-07・全 57 條

附則

อารัมภบท附則

พระราชบัญญัติ ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นปีที่ ๔๒ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑附則

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐”

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓附則

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๖ บรรดาบทกฎหมาย กฎ ข้อบังคับอื่นที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔附則

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “ยุทธภัณฑ์”[๒] หมายความว่า อาวุธ เครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ สารเคมี สารชีวภาพ วัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ ยานพาหนะ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงครามได้ ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา ๗ “สั่งเข้ามา” หมายความว่า สั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยุทธภัณฑ์ “นำเข้ามา” หมายความว่า นำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยุทธภัณฑ์ “ผลิต” หมายความว่า ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ ผสม แปรสภาพ ปรุงแต่ง หรือแบ่งบรรจุซึ่งยุทธภัณฑ์ “มี” หมายความว่า มีกรรมสิทธิ์หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการควบคุมยุทธภัณฑ์ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และยกเว้นค่าธรรมเนียม กำหนดกิจการอื่นและออกประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับการศุลกากร ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ บททั่วไป

หมวด ๑

มาตรา ๖附則

มาตรา ๖ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่ (๑) ยุทธภัณฑ์ของราชการทหารหรือตำรวจ (๒) ยุทธภัณฑ์ของส่วนราชการ องค์การของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือสภากาชาดไทย ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (๓) ยุทธภัณฑ์ประจำอากาศยานหรือเรือเดินทะเลตามปกติที่ได้แสดงและให้พนักงานศุลกากรตรวจตามกฎหมายแล้ว (๔)[๓] ยานพาหนะและยุทธภัณฑ์ประจำยานพาหนะที่ใช้เพื่อการรบของต่างประเทศ ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยทางราชการ (๕)[๔] อาวุธซึ่งผู้ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานผลิตอาวุธของเอกชน มีไว้ในครอบครองโดยได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานผลิตอาวุธของเอกชน ถ้ายุทธภัณฑ์หรืออาวุธตามมาตรานี้ใช้พลังงานนิวเคลียร์ หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ต้องแจ้งให้ปลัดกระทรวงกลาโหมทราบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด[๕]

มาตรา ๗附則

มาตรา ๗[๖] ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดว่า อาวุธ เครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ สารเคมี สารชีวภาพ วัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ ยานพาหนะ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงครามได้ชนิดใดเป็นยุทธภัณฑ์ คณะกรรมการควบคุมยุทธภัณฑ์

หมวด ๒

มาตรา ๘附則

มาตรา ๘[๗] ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการควบคุมยุทธภัณฑ์” ประกอบด้วย (๑) ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานกรรมการ (๒) รองปลัดกระทรวงกลาโหมที่ปลัดกระทรวงกลาโหมมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ (๓) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสิบเจ็ดคน ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม เจ้ากรมเสมียนตรา เจ้ากรมพระธรรมนูญ ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหาร เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก เจ้ากรมสรรพาวุธทหารเรือ เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศกองทัพอากาศ ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้านยุทธภัณฑ์ การพลังงานทหาร และการป้องกันประเทศ หรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน จำนวนไม่เกินสี่คน ให้เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร เป็นกรรมการและเลขานุการ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งตาม (๑) (๒) หรือ (๓) ตำแหน่งใด ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่

มาตรา ๙附則

มาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี เมื่อครบกำหนดวาระตามวรรคหนึ่ง หากยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่[๘] กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้[๙]

มาตรา ๑๐附則

มาตรา ๑๐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก หรือ (๓) รัฐมนตรีให้ออก เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทนได้ ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งแทน ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพ้นจากตำแหน่ง ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่[๑๐]

มาตรา ๑๑附則

มาตรา ๑๑[๑๑] ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการโดยอนุโลม

มาตรา ๑๒附則

มาตรา ๑๒ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ (๑)[๑๒] ให้คำวินิจฉัยชี้ขาดแก่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจว่าอาวุธ เครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ สารเคมี สารชีวภาพ วัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ ยานพาหนะ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ใดเป็นยุทธภัณฑ์หรือไม่ (๒) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการประกาศกำหนดยุทธภัณฑ์ตามมาตรา ๗ (๓) เสนอแนะหรือให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงกลาโหมในเรื่องที่เกี่ยวกับการควบคุมยุทธภัณฑ์ (๔) พิจารณากลั่นกรองการขออนุญาตและเสนอแนะแก่ปลัดกระทรวงกลาโหมในการอนุญาตตามมาตรา ๑๕ ตามที่ได้รับมอบหมาย (๕) เสนอแนะหรือให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในเรื่องการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ (๖) ปฏิบัติการอื่นตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๑๓附則

มาตรา ๑๓ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ ให้นำมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

มาตรา ๑๔附則

มาตรา ๑๔ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คณะกรรมการพิจารณามาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ การส่งหนังสือเรียก ให้นำไปส่งในเวลากลางวันระหว่างพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ หรือสำนักทำการงานของผู้รับ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต

หมวด ๓

มาตรา ๑๕附則

มาตรา ๑๕ ห้ามมิให้ผู้ใดสั่งเข้ามา นำเข้ามา ผลิต หรือมีซึ่งยุทธภัณฑ์ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม การอนุญาตตามวรรคหนึ่ง จะกำหนดเงื่อนไขไว้ในใบอนุญาตก็ได้ การขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๖附則

มาตรา ๑๖ ห้ามมิให้ออกใบอนุญาตตามความในหมวดนี้แก่ (๑) บุคคลซึ่งเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกสำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราใดมาตราหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (ก)

มาตรา ๑๐๗附則

มาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๒๙ มาตรา ๑๓๘ มาตรา ๑๓๙ มาตรา ๒๐๙ ถึงมาตรา ๒๑๖ มาตรา ๒๘๘

มาตรา ๒๘๙附則

มาตรา ๒๘๙ มาตรา ๓๓๕ ถึงมาตรา ๓๓๗ มาตรา ๓๓๙ ถึงมาตรา ๓๔๐ ตรี (ข)

มาตรา ๒๙๕附則

มาตรา ๒๙๕ ถึงมาตรา ๒๙๘ และพ้นโทษยังไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษถึงวันยื่นคำขอใบอนุญาต เว้นแต่ในกรณีความผิดที่กระทำด้วยความจำเป็น หรือเพื่อเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือโดยบันดาลโทสะ (๒) บุคคลซึ่งเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๖ หรือพระราชบัญญัตินี้ (๓) บุคคลซึ่งเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปในระหว่างห้าปีนับย้อนขึ้นไปจากวันยื่นคำขอ สำหรับความผิดอย่างอื่นนอกจากที่บัญญัติไว้ใน (๑) เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๔) บุคคลซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ (๕) บุคคลซึ่งเป็นคนไร้ความสามารถหรือเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นคนวิกลจริต (๖) บุคคลซึ่งไม่มีอาชีพและรายได้ (๗) บุคคลซึ่งไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือ (๘) บุคคลซึ่งมีความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงอันอาจกระทบกระเทือนถึงความสงบเรียบร้อยของประชาชน

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ประเภทของใบอนุญาตมีดังนี้ (๑) ใบอนุญาตสั่งเข้ามา (๒) ใบอนุญาตนำเข้ามา (๓) ใบอนุญาตผลิต (๔) ใบอนุญาตมี ใบอนุญาตสั่งเข้ามาให้คุ้มกันถึงผู้นำเข้ามาซึ่งยุทธภัณฑ์ตามใบอนุญาตสั่งเข้ามาด้วย

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ใบอนุญาตตามมาตรา ๑๗ ให้คุ้มกันถึงลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับใบอนุญาตด้วย และให้ถือว่าการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับใบอนุญาตที่ได้รับการคุ้มกันเป็นการกระทำของผู้รับใบอนุญาต เว้นแต่ผู้รับใบอนุญาตจะพิสูจน์ได้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการสุดวิสัยที่ตนจะล่วงรู้หรือควบคุมได้

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ผู้รับใบอนุญาตสั่งเข้ามาหรือผู้รับใบอนุญาตผลิตต้องแจ้งสถานที่เก็บให้ปลัดกระทรวงกลาโหมพิจารณาก่อน ถ้าปลัดกระทรวงกลาโหมเห็นว่า สถานที่นั้นไม่เหมาะสมในการเก็บยุทธภัณฑ์ จะสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตนำยุทธภัณฑ์ไปเก็บไว้ ณ สถานที่อื่นใดภายในเวลาที่กำหนดก็ได้

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ เมื่อรัฐมนตรีประกาศกำหนดยุทธภัณฑ์ตามมาตรา ๗ แล้วให้ผู้สั่งเข้ามา ผู้นำเข้ามา ผู้ผลิต หรือผู้มีซึ่งยุทธภัณฑ์อยู่ในวันที่ประกาศ ยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประกาศ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ผู้นำเข้ามาซึ่งยุทธภัณฑ์ที่เป็นของสำหรับใช้ส่วนตัวโดยปกติของผู้นำเข้ามา หรือเป็นของตัวอย่างเท่าที่จำเป็น ต้องแจ้งเป็นหนังสือและส่งมอบยุทธภัณฑ์แก่พนักงานศุลกากร ณ ด่านแรกที่มาถึงจากนอกราชอาณาจักร ถ้านำเข้ามาทางท้องที่ ที่ไม่มีด่านศุลกากร ให้ผู้นำเข้ามาแจ้งเป็นหนังสือและส่งมอบยุทธภัณฑ์แก่พนักงานศุลกากร ณ ด่านที่ใกล้เคียงโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้นั้นได้รับใบอนุญาตนำเข้ามาหรือใบอนุญาตมีตามมาตรา ๑๕ และได้แสดงใบอนุญาตกับให้พนักงานศุลกากรตรวจตามกฎหมายแล้ว เมื่อพนักงานศุลกากรได้รับหนังสือแจ้งและรับมอบยุทธภัณฑ์ไว้แล้วให้แจ้งเป็นหนังสือไปยังปลัดกระทรวงกลาโหม

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ส่งมอบยุทธภัณฑ์แก่พนักงานศุลกากรตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง ให้ผู้นำเข้ามายื่นคำขอรับใบอนุญาตนำเข้ามาและใบอนุญาตมีต่อปลัดกระทรวงกลาโหม ถ้าปลัดกระทรวงกลาโหมไม่อนุญาต ให้แจ้งคำสั่งนั้นเป็นหนังสือให้ผู้นำเข้ามาทราบและให้ผู้นำเข้ามาส่งยุทธภัณฑ์นั้นกลับออกไปนอกราชอาณาจักรภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นำเข้ามาได้รับแจ้งคำสั่ง ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งคำสั่งให้ผู้นำเข้ามาทราบได้ ให้ปลัดกระทรวงกลาโหมโฆษณาคำสั่งนั้นทางหนังสือพิมพ์หรือปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นำเข้ามาได้รับแจ้งคำสั่งนั้นแล้ว

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ในกรณีที่ผู้นำเข้ามามิได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ส่งมอบยุทธภัณฑ์แก่พนักงานศุลกากรตามมาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง หรือมิได้ส่งยุทธภัณฑ์กลับออกไปนอกราชอาณาจักรภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง หรือเมื่อได้รับใบอนุญาตนำเข้ามาแล้วไม่มารับยุทธภัณฑ์นั้นไปจากพนักงานศุลกากรจนพ้นกำหนดอายุใบอนุญาตให้ยุทธภัณฑ์นั้นตกเป็นของรัฐ

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ผู้รับใบอนุญาตผลิตและผู้รับใบอนุญาตมีต้องจัดให้มีบัญชีรับจ่ายยุทธภัณฑ์ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง บัญชีดังกล่าวให้เก็บรักษาไว้และพร้อมที่จะแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทุกเวลา

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ยานพาหนะใดที่เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อผ่านไปนอกราชอาณาจักร ถ้ามียุทธภัณฑ์อยู่ในยานพาหนะนั้น เจ้าของ หรือผู้ครอบครองยุทธภัณฑ์ หรือผู้ควบคุมยานพาหนะตามลำดับคนใดคนหนึ่ง แล้วแต่กรณี ต้องแจ้งแก่พนักงานศุลกากร ณ ด่านแรกที่มาถึงจากนอกราชอาณาจักร เพื่อควบคุมหรือเก็บรักษายุทธภัณฑ์ไว้จนกว่ายานพาหนะนั้นจะออกไปจากราชอาณาจักร ในกรณีที่เจ้าของ หรือผู้ครอบครองยุทธภัณฑ์ หรือผู้ควบคุมยานพาหนะ ไม่มารับยุทธภัณฑ์คืนไปเมื่อยานพาหนะนั้นออกนอกราชอาณาจักร ให้ยุทธภัณฑ์นั้น ตกเป็นของรัฐ

มาตรา ๒๕/๑

มาตรา ๒๕/๑[๑๓] ยานพาหนะตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นยุทธภัณฑ์ตามมาตรา ๗ ซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร เจ้าของหรือผู้ครอบครองยานพาหนะจะต้องได้รับใบอนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ใบอนุญาตซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต แต่มิให้กำหนดเกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตหรือวันที่ได้รับใบอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ถ้าผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตเสียก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว จะประกอบกิจการต่อไปก็ได้ จนกว่าปลัดกระทรวงกลาโหมจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ในกรณีที่ปลัดกระทรวงกลาโหมไม่ออกใบอนุญาต ไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต หรือออกใบอนุญาตให้ไม่เต็มตามจำนวนยุทธภัณฑ์ที่ขออนุญาตไว้ ผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากปลัดกระทรวงกลาโหมแจ้งการไม่ออกใบอนุญาต ไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตหรือออกใบอนุญาตให้ไม่เต็มตามจำนวนยุทธภัณฑ์ที่ขออนุญาตไว้ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด ในกรณีมีการอุทธรณ์การขอต่ออายุใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ก่อนที่รัฐมนตรีจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ รัฐมนตรีจะสั่งอนุญาตให้ประกอบกิจการไปพลางก่อน เมื่อมีคำขอของผู้อุทธรณ์ก็ได้

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ถ้าใบอนุญาตสูญหาย ลบเลือน หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบถึงการสูญหาย ลบเลือน หรือชำรุดนั้น การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ เพื่อประโยชน์ในการระงับหรือป้องกันอันตรายซึ่งอาจเกิดขึ้นแก่บุคคล สัตว์ พืช หรือทรัพย์สินอื่น หรือเพื่อคุ้มครองอนามัยของบุคคล ถ้าสถานที่ผลิตยุทธภัณฑ์ สถานที่เก็บยุทธภัณฑ์ เครื่องจักรกล หรือเครื่องมือเครื่องใช้ในสถานที่นั้นอยู่ในสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ปลัดกระทรวงกลาโหมจะสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตปรับปรุงแก้ไขหรือซ่อมแซมสถานที่เครื่องจักรกล หรือเครื่องมือเครื่องใช้ในสถานที่ดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดก็ได้ และปลัดกระทรวงกลาโหมมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้หยุดประกอบกิจการทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราวในระหว่างเวลาดังกล่าวได้ พนักงานเจ้าหน้าที่

หมวด ๔

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในสถานที่ผลิตยุทธภัณฑ์ระหว่างเวลาทำการ เข้าไปในสถานที่เก็บยุทธภัณฑ์ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือเข้าไปในยานพาหนะที่บรรทุกยุทธภัณฑ์ ทั้งนี้ เพื่อตรวจสอบสถานที่ ยุทธภัณฑ์ ภาชนะบรรจุ สมุดบัญชี เอกสาร หรือสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวกับยุทธภัณฑ์นั้น (๒) นำยุทธภัณฑ์หรือสิ่งอื่นที่ผลิตจากยุทธภัณฑ์ในปริมาณเท่าที่จำเป็นไปเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบในกรณีที่มีเหตุสงสัย (๓) ตรวจค้น กัก ยึด หรืออายัดยุทธภัณฑ์ ภาชนะบรรจุ สมุดบัญชี เอกสาร หรือสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวกับยุทธภัณฑ์นั้น ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) สั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสาร หรือวัตถุใด ๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ยุทธภัณฑ์ ภาชนะบรรจุ สมุดบัญชี เอกสาร และสิ่งอื่นใดที่ยึดหรืออายัดไว้ตามมาตรา ๓๐ (๓) ถ้าปลัดกระทรวงกลาโหมพิจารณาแล้วเห็นว่ามิใช่เป็นสิ่งที่ต้องริบตามมาตรา ๓๔ หรือพนักงานอัยการหรืออัยการทหารสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่คืนสิ่งที่ยึดไว้นั้นให้แก่ผู้ควรได้รับคืนหรือถอนการอายัดโดยมิชักช้า ถ้าสิ่งที่ยึดไว้นั้นเป็นของเสียง่าย หรือเป็นของที่ใกล้จะหมดอายุการใช้งานตามที่กำหนดไว้ หรือถ้าการเก็บไว้นั้นจะเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนกับค่าแห่งของนั้น ปลัดกระทรวงกลาโหมมีอำนาจจัดการขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นได้ตามที่เห็นสมควร เงินที่ขายได้นั้นเมื่อได้หักค่าใช้จ่ายทั้งปวงออกแล้ว ให้ถือไว้แทนสิ่งที่ยึดไว้ ในการคืนสิ่งที่ยึดไว้ให้แก่ผู้ควรได้รับคืนตามวรรคหนึ่ง หรือเงินที่ถือไว้แทนสิ่งที่ยึดไว้ตามวรรคสอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ควรได้รับคืนให้มารับสิ่งที่ยึดไว้หรือเงินที่ถือไว้แทนสิ่งที่ยึดคืนไปโดยเร็ว ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่โฆษณาทางหนังสือพิมพ์หรือโดยปิดประกาศในที่เปิดเผย ณ สถานที่ที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน หากผู้ควรได้รับคืนไม่มาขอรับสิ่งที่ยึดไว้หรือเงินที่ถือไว้แทนสิ่งที่ยึดไว้คืนไปภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่แจ้งเป็นหนังสือหรือวันที่โฆษณาทางหนังสือพิมพ์ หรือวันที่ปิดประกาศในที่เปิดเผย แล้วแต่กรณี ตามวรรคสาม ให้สิ่งที่ยึดไว้หรือเงินที่ถือไว้แทนสิ่งที่ยึดไว้นั้นตกเป็นของรัฐ

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ สิ่งที่ยึดไว้ตามมาตรา ๓๐ (๓) เมื่อได้ทำการตรวจพิสูจน์เป็นที่แน่นอนว่ามีสภาพหรือแปรสภาพอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ปลัดกระทรวงกลาโหมโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจสั่งทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควรได้ ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือความจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินอันเนื่องมาจากสิ่งที่ยึดไว้ตามวรรคหนึ่ง ปลัดกระทรวงกลาโหมมีอำนาจสั่งทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควรได้โดยไม่ต้องมีคำแนะนำของคณะกรรมการ

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ยุทธภัณฑ์ที่สั่งเข้ามา นำเข้ามา ผลิต หรือมีโดยฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ยุทธภัณฑ์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานสอบสวนได้ยึดไว้ ถ้าในขณะยึดไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้สั่งเข้ามา ผู้นำเข้ามา ผู้ผลิตหรือผู้มี และไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นผู้สั่งเข้ามา ผู้นำเข้ามา ผู้ผลิตหรือผู้มี เพื่อขอรับคืนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ยึดไว้ ให้ยุทธภัณฑ์นั้นตกเป็นของรัฐ

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตให้สั่งเข้ามาไม่ไปขอรับยุทธภัณฑ์ที่สั่งเข้ามาจากกรมศุลกากรภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ยุทธภัณฑ์นั้นเข้ามาในราชอาณาจักร ให้พนักงานศุลกากรแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ควบคุมหรือตัวแทนผู้ควบคุมยานพาหนะที่นำยุทธภัณฑ์เข้ามา ให้ส่งยุทธภัณฑ์นั้นกลับออกไปนอกราชอาณาจักรภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ หากผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ควบคุม หรือตัวแทนผู้ควบคุมยานพาหนะที่นำเข้ามาไม่ปฏิบัติตามที่พนักงานศุลกากรแจ้งภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ยุทธภัณฑ์นั้นตกเป็นของรัฐ

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ยุทธภัณฑ์ที่ริบหรือตกเป็นของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ส่งมอบให้กระทรวงกลาโหมเพื่อจัดการตามที่เห็นสมควร

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา การเพิกถอนใบอนุญาต

หมวด ๕

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ เพื่อความมั่นคงแห่งรัฐ หรือเพื่อความสงบเรียบร้อย หรือประโยชน์สุขของประชาชน หรือในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือข้อกำหนดซึ่งสั่งหรือกำหนดโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้ รัฐมนตรีมีอำนาจที่จะเพิกถอนใบอนุญาตซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้เสียเมื่อใดก็ได้

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะต้องส่งยุทธภัณฑ์นั้นกลับออกไปนอกราชอาณาจักร หรือจำหน่าย หรือจัดการด้วยประการใด ๆ ตามที่รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายจะสั่งเป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนดไว้ เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วถ้าผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตนั้นยังมิได้ปฏิบัติตามที่สั่ง ให้ยุทธภัณฑ์นั้นตกเป็นของรัฐ บทกำหนดโทษ

หมวด ๖

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ ตามที่คณะกรรมการสั่งตามมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง หรือตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งตามมาตรา ๓๐ (๔) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒[๑๔] ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๕/๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓[๑๕] ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาตตามมาตรา ๑๕ วรรคสอง หรือมาตรา ๒๕/๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่แจ้งสถานที่เก็บยุทธภัณฑ์ตามมาตรา ๑๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามที่ปลัดกระทรวงกลาโหมสั่งตามมาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๒๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๓๐ (๑) (๒) หรือ (๓) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๔๒ และการกระทำความผิดนั้นเป็นส่วนของแผนการเพื่อเป็นกบฏตามประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี บทเฉพาะกาล

มาตรา ๕๑

มาตรา ๕๑ ใบอนุญาตให้สั่งเข้ามาหรือใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ และถ้าผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะรับใบอนุญาตต่อไป ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ

มาตรา ๕๒

มาตรา ๕๒ ให้บรรดากฎกระทรวงหรือประกาศซึ่งได้ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะได้มีกฎกระทรวงหรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแทน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ป. ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม (๑) คำขอ ฉบับละ ๒๐ บาท (๒) ใบอนุญาตสั่งเข้ามา ฉบับละ ๒๐๐ บาท (๓) ใบอนุญาตนำเข้ามา ฉบับละ ๒๐๐ บาท (๔) ใบอนุญาตผลิต ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๕) ใบอนุญาตมี ฉบับละ ๒๐๐ บาท (๖) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๕๐ บาท (๗) การต่ออายุใบอนุญาตครั้งละเท่ากับ ค่าธรรมเนียม สำหรับใบอนุญาตประเภทนั้น หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๖ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว สภาพการณ์ของบ้านเมืองได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมากทำให้บทบัญญัติของพระราชบัญญัตินี้ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย สมควรปรับปรุงเสียใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒[๑๖] มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้ยุทธภัณฑ์หรืออาวุธตามมาตรา ๖ ที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ถ้ายุทธภัณฑ์หรืออาวุธนั้นใช้พลังงานนิวเคลียร์ หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ต้องแจ้งให้ปลัดกระทรวงกลาโหมทราบเพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดมาตรการในการป้องกันอันตรายที่เกิดจากยุทธภัณฑ์หรืออาวุธนั้น และกำหนดให้ยานพาหนะซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ไม่ได้รับการยกเว้นตามพระราชบัญญัตินี้ที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร เจ้าของหรือผู้ครอบครองยานพาหนะจะต้องได้รับใบอนุญาตโดยกำหนดบทกำหนดโทษกรณีที่มีการกระทำดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาต รวมทั้งแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการควบคุมยุทธภัณฑ์ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ตลอดจนแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการประชุมของคณะกรรมการดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พิมพ์มาดา/จัดทำ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ พจนา/ตรวจ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๒๕๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๗ ธันวาคม ๒๕๓๐ [๒] มาตรา ๔ นิยามคำว่า “ยุทธภัณฑ์” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๓] มาตรา ๖ (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๔] มาตรา ๖ (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๕] มาตรา ๖ วรรคสอง เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๖] มาตรา ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๗] มาตรา ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๘] มาตรา ๙ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๙] มาตรา ๙ วรรคสาม เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๑๐] มาตรา ๑๐ วรรคสี่ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๑๑] มาตรา ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๑๒] มาตรา ๑๒ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๑๓] มาตรา ๒๕/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๑๔] มาตรา ๔๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๑๕] มาตรา ๔๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ [๑๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๕๖ ก/หน้า ๓๙/๓๐ เมษายน ๒๕๖๒

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查