ข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ
โดยให้สำนักงาน กกพ.
ออกประกาศรับสมัครบุคคลทั่วไปเพื่อคัดเลือกเป็นเลขาธิการทางหนังสือพิมพ์อย่างน้อยหนึ่งฉบับเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามวัน
และเว็บไซต์ของสำนักงาน กกพ. ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันโดยกำหนดวัน เวลา
สถานที่และรายละเอียดการรับสมัครเข้ารับการคัดเลือก พร้อมเอกสารและหลักฐานการสมัคร
ข้อ ๑๑ เอกสารและหลักฐานการสมัครตามข้อ
๑๐ อย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย
(๑) ประวัติโดยย่อ
(๒)
รายละเอียดประสบการณ์การทำงานที่แสดงให้เห็นว่าเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๙
(๓) หนังสือยืนยันคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๗
(๔) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๓ รูป
ถ่ายมาแล้วไม่เกิน ๖ เดือน
(๕)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานอื่นที่ออกให้โดยทางราชการและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร
(๖) สำเนาวุฒิการศึกษา
(๗) หนังสือรับรองแพทย์ที่รับรองว่าไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบและไม่ติดยาเสพติดให้โทษจำนวน
๑ ฉบับ โดยรับรองจากโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน
(๘) เอกสารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคัดเลือก
ทั้งนี้
เอกสารและหลักฐานตามวรรคหนึ่งให้บุคคลที่สมัครเข้ารับการคัดเลือกลงลายมือชื่อรับรองสำเนาด้วย
ข้อ ๑๒ การคัดเลือกเลขาธิการให้ดำเนินการ ดังนี้
(๑) ให้สำนักงาน กกพ.
ตรวจสอบเอกสารรายละเอียดการสมัครเข้ารับการคัดเลือกให้ถูกต้องครบถ้วนเพื่อนำเสนอคณะกรรมการ
(๒)
คณะกรรมการจะดำเนินการคัดเลือกโดยการประเมินจากเอกสารประกอบการสมัคร
และการสัมภาษณ์พร้อมแสดงวิสัยทัศน์
(๓)
คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยดำเนินการในเรื่องใดก็ได้
ข้อ ๑๓ ให้สำนักงาน
กกพ. ปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกตามข้อ ๑๐ รายชื่อผู้ที่ผ่านการประเมินและจะเข้ารับการสัมภาษณ์ตามข้อ
๑๒ (๒) และรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นเลขาธิการไว้ที่สำนักงาน กกพ.
และเว็บไซต์ของสำนักงาน กกพ.
ข้อ ๑๔ ให้สำนักงาน
กกพ. แจ้งผลการคัดเลือกต่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อทราบ
ในกรณีที่ผู้ได้รับการคัดเลือกมีคุณสมบัติตามข้อ ๘ (๑) (๒) (๓) หรือ
(๔) ให้บุคคลผู้นั้นไปดำเนินการลาออกจากตำแหน่งตามข้อ ๘ (๑) (๒) หรือ (๓)
หรือแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อได้ว่าตนได้เลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพตามข้อ ๘ (๔)
แล้ว ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
ในกรณีที่ผู้ได้รับการคัดเลือกมิได้ลาออก
หรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคสอง
ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับการคัดเลือกให้เป็นเลขาธิการ
และให้ดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นเลขาธิการใหม่ตามข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑
และข้อ ๑๒
ข้อ ๑๕ ให้สำนักงาน
กกพ. แจ้งบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกตามข้อ ๑๔ มาลงนามในสัญญาจ้าง
ข้อ ๑๖ การแต่งตั้งเลขาธิการ
ให้ประธานกรรมการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง
วาระการดำรงตำแหน่ง
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).