ข้อ ๔ ในเทศบัญญัตินี้
เทศบัญญัติ หมายความว่า เทศบัญญัติเทศบาลตำบลนาทวี
เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๒
ดิน หมายความรวมถึง หิน กรวด หรือทราย
และอินทรีย์วัตถุต่าง ๆ ที่เจือปนกับดิน
พื้นดิน หมายความว่า
พื้นผิวของดินที่เป็นอยู่ตามสภาพธรรมชาติ
ขุดดิน หมายความว่า
กระทำแก่พื้นดินเพื่อนำดินขึ้นจากพื้นดิน หรือทำให้พื้นดินเป็นบ่อดิน
ถมดิน หมายความว่า การกระทำใด ๆ
ต่อดินหรือพื้นดินเพื่อให้ระดับดินสูงขึ้นกว่าเดิม
บ่อดิน หมายความว่า แอ่ง บ่อ สระ หรือช่องว่างใต้พื้นดินที่เกิดจากการขุดดิน
เนินดิน หมายความว่า
ดินที่สูงขึ้นกว่าระดับพื้นดินโดยการถม
แผนผังบริเวณ หมายความว่า แผนที่แสดงสภาพของที่ดิน
ที่ตั้ง และขอบเขตของที่ดินที่จะขุดดินหรือถมดิน
รวมทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ข้างเคียง
รายการ หมายความว่า
แผนแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของดิน ความลึก และขนาดของบ่อดินที่จะขุดดิน
ความสูงและพื้นที่ของเนินดินที่จะถมดิน
ความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดินระยะห่างของบ่อดินหรือเนินดินถึงเขตที่ดิน
หรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่น วิธีการป้องกันการพังทลายของดิน หรือสิ่งปลูกสร้าง
และวิธีการในการขุดดินหรือถมดิน
รายการคำนวณ หมายความว่า
รายการแสดงวิธีการคำนวณเกี่ยวกับความลาดเอียงที่ปลอดภัยในการขุดดินและถมดิน
หรือรายการแสดงวิธีการคำนวณความปลอดภัยของกำแพงดิน
ที่สาธารณะ หมายความว่า
ที่ซึ่งเปิดหรือยินยอมให้ประชาชนเข้าไป หรือใช้เป็นทางสัญจรได้ ทั้งนี้
ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือไม่
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า
นายกเทศมนตรีตำบลนาทวี
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติตามเทศบัญญัตินี้
ข้อ ๕ เทศบัญญัตินี้ มิให้ใช้บังคับแก่การขุดดินและถมดินซึ่งได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายอื่นที่ได้กำหนดมาตรการในการป้องกันอันตรายไว้ตามกฎหมายนั้นแล้ว
และผู้ได้รับอนุญาตให้ขุดดินหรือถมดินตามกฎหมายอื่น
เมื่อได้รับอนุญาตแล้วต้องแจ้งเป็นหนังสือพร้อมหลักฐานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน
ข้อ ๖ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งยกเว้นผ่อนผัน
ระงับ หรือแจ้งกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามเทศบัญญัตินี้
ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่เห็นสมควรในเรื่อง ดังต่อไปนี้
(๑)
การขุดดิน ถมดินของกระทรวง ทบวง กรม
และราชการส่วนท้องถิ่นทั้งใช้ในราชการหรือเพื่อสาธารณประโยชน์
(๒)
การขุดดิน
ถมดินขององค์การของรัฐที่จัดตั้งตามกฎหมายที่ใช้ในกิจการขององค์กรหรือใช้เพื่อสาธารณประโยชน์
(๓)
การขุดดิน ถมดิน ภายในบริเวณศาสนสถานเพื่อศาสนประโยชน์
(๔)
การขุดดิน ถมดิน
ขององค์การระหว่างประเทศหรือหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ
ข้อ ๗ เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงแข็งแรง
ความปลอดภัย การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการผังเมือง
ตลอดจนการอื่นที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามเทศบัญญัตินี้
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกระเบียบกำหนด
(๑)
ระยะห่างระหว่างบริเวณที่ดินที่จะขุดดินหรือถมดิน กับเขตที่ดิน
หรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่นหรือระหว่างบริเวณที่ดินที่จะขุดดินหรือถมดิน
กับถนนตรอก ซอย ทางเท้าหรือที่สาธารณะ
(๒)
ค่าพิกัดความปลอดภัยในการขุดดิน ถมดิน
(๓)
บริเวณห้ามขุดดิน ถมดิน เพื่อวัตถุประสงค์ หรือเพื่อกิจการบางประเภท
(๔)
การขนหรือบรรทุก หรือเคลื่อนย้ายดิน อันเนื่องจากการขุดดินหรือถมดิน
ข้อ ๘ ในการขุดดินหรือถมดิน
ผู้ขุดดินหรือถมดินจะต้องจัดให้มีเครื่องหมายแสดงขอบเขตที่ดินที่จะทำการขุดดินหรือถมดิน
และติดตั้งป้ายสีสะท้อนแสงเตือนอันตราย ขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตร
และยาวไม่น้อยกว่า ๑ เมตร
ติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่ายตลอดเวลาที่ขุดดินหรือถมดิน
โดยแสดงข้อความดังต่อไปนี้ โครงการขุดดินหรือถมดิน เพื่อ...................................
ในพื้นที่ของโฉนด/นส.๓ก/นส ๓/สค.๑ เลขที่
........................เป็นบริเวณกว้าง.............................เมตร
ยาว............................เมตร ลึก/สูง................................เมตร
ใบรับแจ้งเลขที่........................................
วันเริ่มต้น................................วันสิ้นสุด.....................................ชื่อผู้ควบคุมงาน....................................
เลขทะเบียน ก.ว..........................ชื่อผู้ดำเนินการขุดดินหรือถมดิน.........................................................
บ้านเลขที่............................ตรอก/ซอย.......................................ถนน..................................หมู่ที่..........
ตำบล/แขวง........................................อำเภอ/เขต................................จังหวัด.......................................
รหัสไปรษณีย์.............................โทรศัพท์.................................
การขุดดิน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).