ข้อ ๙ ห้ามผู้ใดขุดดินที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
(๑)
การขุดดินที่มีความลึกตั้งแต่ ๓ เมตรขึ้นไป
(๒)
การขุดดินที่มีพื้นที่ปากบ่อเกิน ๑,๖๐๐ ตารางเมตร
(๓)
การขุดดินเพิ่มเติมจากที่ขุดไว้เดิมเข้าตามเกณฑ์ (๑) หรือ (๒)
การขุดดินตามวรรคหนึ่ง
ต้องแจ้งขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่กำหนด และจะต้องจัดทำแผนผังบริเวณ
รายการ และรายการคำนวณของผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา ไม่ต่ำกว่าประเภทสามัญวิศวกร ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
ข้อ ๑๐ การขุดดินจะกระทำได้เฉพาะในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกถ้าจะกระทำในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น
ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข้อ ๑๑ การขุดดินที่มีความลึกจากระดับพื้นดินเกินสามเมตร
หรือมีพื้นที่ปากบ่อเกินหนึ่งพันหกร้อยตารางเมตร
ปากบ่อจะต้องห่างจากแนวเขตที่ดินของบุคคลอื่นหรือที่สาธารณะเป็นระยะไม่น้อยกว่าสองเท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุดดิน
เพื่อป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง
เว้นแต่จะได้มีการจัดการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง
โดยการรับรองของวิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่เป็นการขุดดินเพื่อใช้ประโยชน์ในการฝังกลบขยะ
วัสดุกระจายสารพิษหรือรังสี ให้ผู้ประสงค์กระทำการขุดดิน
นำหลักฐานการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น มายื่นประกอบการแจ้งด้วย
ข้อ ๑๓ ในระหว่างการขุดดินต้องระบายน้ำบนพื้นดิน
บริเวณขอบบ่อดินไม่ให้น้ำท่วมขัง
ข้อ ๑๔ การขุดดินในบริเวณที่ติดต่อกับที่สาธารณะหรือในที่สาธารณะ
ผู้ขุดดินต้องจัดให้มีสิ่งกั้นตก หรือราวกั้นขอบบริเวณนั้น รวมทั้งติดตั้งไฟฟ้าให้มีแสงสว่างเพียงพอ
หรือไฟสัญญาณเตือนอันตรายจำนวนมากพอสมควร
ในระหว่างพระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้นด้วย
ในการขุดดินตามวรรคหนึ่ง
ในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าให้แสงสว่าง ต้องทาสีสิ่งกั้นตก
หรือราวกั้นด้วยสีสะท้อนแสงที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
ข้อ ๑๕ ผู้ขุดดินจะต้องขุดดินเต็มพื้นที่ที่แจ้ง
และเมื่อสิ้นสุดการขุดดินจะต้องปรับพื้นที่ให้เป็นไปตามแบบแปลน
การถมดิน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).