พระราชกฤษฎีกา
ค่าตอบแทนพยานบุคคลและพยานผู้เชี่ยวชาญของศาลปกครอง
พ.ศ. ๒๕๖๕
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าตอบแทนพยานบุคคลและ
พยานผู้เชี่ยวชาญของศาลปกครอง
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๕๕ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทนพยานบุคคล
และพยานผู้เชี่ยวชาญของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๕”
มาตรา ๒[[1]](#footnote-1) พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทนพยานบุคคลและพยานผู้เชี่ยวชาญ
ของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔
มาตรา ๔ ในพระราชกฤษฎีกานี้
“ศาล” หมายความว่า ศาลปกครองหรือตุลาการศาลปกครอง
“ค่าป่วยการ” หมายความว่า เงินที่จ่ายเป็นค่าตอบแทนในการให้ถ้อยคําหรือให้ความเห็น
ต่อศาลด้วยวาจา ไม่ว่าโดยการมาศาล โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือโดยระบบการประชุม
ทางจอภาพ หรือในการทํารายงานความเห็นเป็นหนังสือเสนอต่อศาล
“ค่าใช้จ่ายอื่น” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์บุคคล เอกสาร วัตถุ สถานที่
การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ หรือการตรวจใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริง ความเห็น หรือรายงาน ความเห็น อันจําเป็นแก่การพิจารณาและพิพากษาคดีของศาล แต่ไม่รวมถึงค่าพาหนะเดินทางและ
ค่าที่พัก
มาตรา ๕ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
บททั่วไป
มาตรา ๖ ให้พยานบุคคลและพยานผู้เชี่ยวชาญที่ศาลเรียกมาให้ถ้อยคําหรือทําความเห็น
ซึ่งมิใช่พยานที่คู่กรณีอ้าง มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง ค่าที่พัก
และค่าใช้จ่ายอื่น ตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๗ การจ่ายเงินให้แก่พยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญตามมาตรา ๖ ให้เบิกจ่าย
จากงบประมาณ และให้จ่ายเมื่อพยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญได้ปฏิบัติหน้าที่เสร็จสิ้นหรือเมื่อได้มา
ตามคําสั่งของศาลในแต่ละครั้ง แล้วแต่กรณี เว้นแต่กรณีมีเหตุจําเป็น ศาลอาจมีคําสั่งให้จ่ายเงินล่วงหน้า บางส่วนแก่พยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญก่อนได้
ในกรณีที่พยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญที่ศาลเรียกมาแต่มิได้ปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง
โดยไม่ได้เป็นความผิดของผู้นั้น ให้ศาลมีอํานาจกําหนดค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง ค่าที่พัก
และค่าใช้จ่ายอื่น แก่พยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญที่มาศาลได้ตามที่เห็นสมควร โดยค่าป่วยการ
ให้สั่งจ่ายไม่เกินอัตราในบัญชี ๑ ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ สําหรับค่าพาหนะเดินทาง ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายอื่นให้สั่งจ่ายไม่เกินอัตราที่กําหนดในมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๔ แล้วแต่กรณี
วิธีการเบิกจ่าย หลักฐานและเอกสารการเบิกจ่ายเงิน ให้ปฏิบัติตามระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการเงิน
มาตรา ๘ ประธานศาลปกครองสูงสุดอาจกําหนดแนวปฏิบัติของศาลเกี่ยวกับการกําหนด
ค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่น ของพยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญ
ตามพระราชกฤษฎีกานี้ได้
ค่าป่วยการ
มาตรา ๙ พยานบุคคลที่ศาลเรียกมาให้ถ้อยคํา ไม่ว่าจะให้นําพยานหลักฐานหรือ
ทําบันทึกชี้แจงเสนอต่อศาลด้วยหรือไม่ ให้ศาลมีอํานาจสั่งจ่ายค่าป่วยการได้ตามที่เห็นสมควร
ตามบัญชี ๑ ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๑๐ พยานผู้เชี่ยวชาญที่ศาลเรียกมาให้ความเห็นหรือทํารายงานความเห็น
ให้ศาลมีอํานาจสั่งจ่ายค่าป่วยการได้ตามที่เห็นสมควร ดังนี้
(๑) ในกรณีให้ความเห็นต่อศาลด้วยวาจา ให้สั่งจ่ายตามบัญชี ๒ ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
(๒) ในกรณีทํารายงานความเห็น โดยต้องทําเป็นรายงานการศึกษา การวิจัย การตรวจสอบ
การทดสอบ หรือการตรวจสภาพ ซึ่งต้องใช้เวลาและความรู้ความสามารถสูง และเป็นข้อเท็จจริง
ที่ศาลเห็นว่ามีความจําเป็นต่อการพิจารณาและพิพากษาคดี ให้ศาลกําหนดค่าป่วยการได้ตามที่
เห็นสมควรตามลักษณะความยากง่ายและปริมาณของรายงานความเห็นที่จะต้องจัดทํา ให้สั่งจ่าย
ตามบัญชี ๓ ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ถ้าองค์คณะเห็นว่าคดีนั้นมีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ที่แสดงให้เห็นถึง
ความยุ่งยากซับซ้อน หรือพยานผู้เชี่ยวชาญต้องใช้เวลาในการให้ความเห็นต่อศาลหรือจัดทํารายงาน
ความเห็นเป็นเวลานาน องค์คณะอาจใช้ดุลพินิจกําหนดค่าป่วยการสูงกว่าอัตราขั้นสูงที่กําหนดไว้ในบัญชี ๒
หรือบัญชี ๓ ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ได้ โดยให้องค์คณะบันทึกเหตุผลประกอบการใช้ดุลพินิจไว้ด้วย
มาตรา ๑๑ พยานผู้เชี่ยวชาญที่ศาลตั้งโดยที่คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายร้องขอ
มีสิทธิได้รับค่าป่วยการตามมาตรา ๑๐
ค่าพาหนะเดินทางและค่าที่พัก
มาตรา ๑๒ ให้ศาลมีอํานาจสั่งจ่ายค่าพาหนะเดินทางและค่าที่พักแก่พยานบุคคล
ที่ศาลเรียกมาให้ถ้อยคําต่อศาล ดังนี้
(๑) ผู้ที่เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ให้หน่วยงานทางปกครอง
หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมิใช่ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ให้หน่วยงาน
ทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นคู่กรณี ให้สั่งจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่าย
ในการเดินทางไปราชการตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น
(๒) บุคคลนอกจาก (๑) ให้สั่งจ่ายได้โดยเทียบเท่ากับตําแหน่งข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง
ประเภทวิชาการระดับชํานาญการพิเศษ
มาตรา ๑๓ ให้ศาลมีอํานาจสั่งจ่ายค่าพาหนะเดินทางและค่าที่พักแก่พยานผู้เชี่ยวชาญ
ที่ศาลเรียกมาให้ความเห็นหรือทํารายงานความเห็นต่อศาล ดังนี้
(๑) ผู้ที่เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ให้หน่วยงานทางปกครอง
หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้สั่งจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ
ตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น
(๒) บุคคลนอกจาก (๑) ให้สั่งจ่ายได้โดยเทียบเท่ากับตําแหน่งข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง
ประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ
ค่าใช้จ่ายอื่น
มาตรา ๑๔ ในกรณีที่ศาลมีคําสั่งให้หน่วยงานทางปกครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ นิติบุคคล
หรือบุคคลใด ๆ ตรวจพิสูจน์บุคคล เอกสาร วัตถุ สถานที่ การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ หรือ
การตรวจใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริง ความเห็น หรือรายงานความเห็น ให้ศาลมีอํานาจ
สั่งจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นได้ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้สั่งจ่ายเท่าจํานวนที่จ่ายจริง
(๒) กรณีนิติบุคคล หรือบุคคลใด ๆ ให้สั่งจ่ายเท่าจํานวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราที่หน่วยงาน
ทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (๑) ที่ตรวจพิสูจน์ในประเภทเดียวกัน ในกรณีที่ไม่มีอัตรา
ของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเทียบเคียง หรือจําเป็นที่จะต้องจ่ายเกินกว่านั้น
ให้อยู่ในดุลพินิจขององค์คณะ โดยให้องค์คณะบันทึกเหตุผลประกอบการใช้ดุลพินิจไว้ด้วย
ในกรณีพยานผู้เชี่ยวชาญมีความจําเป็นต้องตรวจพิสูจน์บุคคล เอกสาร วัตถุ สถานที่ การตรวจ
วินิจฉัยทางการแพทย์ หรือการตรวจใด ๆ ให้ศาลมีอํานาจสั่งจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นตามวรรคหนึ่งได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
บัญชี ๑
ค่าป่วยการพยานบุคคล
| |
| --- |
| อัตรา |
| ไม่เกินวันละ ๑,๐๐๐ บาท |
บัญชี ๒
ค่าป่วยการพยานผู้เชี่ยวชาญในการให้ความเห็นด้วยวาจาต่อศาล
| |
| --- |
| อัตราระหว่างขั้นต่ําและขั้นสูง |
| ขั้นต่ําครั้งละ | ขั้นสูงครั้งละ |
| ๒,๐๐๐ บาท | ๒๐,๐๐๐ บาท |
บัญชี ๓
ค่าป่วยการพยานผู้เชี่ยวชาญในการทํารายงานความเห็น
| |
| --- |
| อัตราระหว่างขั้นต่ําและขั้นสูง |
| ขั้นต่ําคดีละ | ขั้นสูงคดีละ |
| ๓,๐๐๐ บาท | ๓๐,๐๐๐ บาท |
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทน
พยานบุคคลและพยานผู้เชี่ยวชาญของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔ บังคับใช้มาเป็นเวลานาน ทําให้
ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงอัตราค่าตอบแทน พยานบุคคลและพยานผู้เชี่ยวชาญของศาลปกครองให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับอัตรา ค่าตอบแทนพยานบุคคลและพยานผู้เชี่ยวชาญของศาลอื่นหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ จึงจําเป็นต้องตรา
พระราชกฤษฎีกานี้
นางสาววันทะนา จันทะวงษ์/จัดทํา
นางวรรณพร สุฐาปัญณกุล /ตรวจ
นางสาวพิมพนัส สายสุด รกน. ผอ.กลุ่ม ขก.
วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๕
1. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๙/ตอนที่ ๓๒ ก/หน้า ๒๓/๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕ [↑](#footnote-ref-1)
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).