มาตรา ๔๙ สมาคมกีฬาจะมีขึ้นได้ก็แต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
สมาคมกีฬาตามวรรคหนึ่งต้องมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาโดยมีการจัดการแข่งขันกีฬาหรือส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน และอาจมีการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา
มาตรา ๕๐ สมาคมกีฬาต้องมีข้อบังคับและต้องจดทะเบียน เมื่อได้จดทะเบียนแล้วให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล
มาตรา ๕๑ ให้จัดตั้งสำนักงานกลางทะเบียนสมาคมกีฬาขึ้นใน กกท. เพื่อควบคุมการจดทะเบียนเป็นสมาคมกีฬาทั่วราชอาณาจักร และทำหน้าที่เป็นสำนักงานทะเบียนสมาคมกีฬาประจำกรุงเทพมหานคร
ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้สำนักงาน กกท. จังหวัด ทำหน้าที่เป็นสำนักงานทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัด
ให้ผู้ว่าการหรือผู้ซึ่งผู้ว่าการมอบหมายเป็นนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬาและนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำกรุงเทพมหานคร และให้ผู้อำนวยการสำนักงาน กกท. จังหวัด หรือผู้ซึ่งผู้ว่าการมอบหมายเป็นนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัด
มาตรา ๕๒ ให้คณะกรรมการประกาศกำหนดชนิดกีฬาที่สามารถขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬาได้ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕๓ การขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬา ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคนยื่นคำขอพร้อมด้วยข้อบังคับของสมาคมกีฬาอย่างน้อยสามฉบับต่อนายทะเบียนประจำท้องที่ที่จะตั้งสำนักงาน
คุณสมบัติของผู้เริ่มก่อการจัดตั้งสมาคมกีฬา หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอจดทะเบียนและการจดทะเบียนให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
มาตรา ๕๔ ในการขอจดทะเบียน ถ้าได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๓ มีข้อบังคับถูกต้องตามมาตรา ๕๖ และข้อบังคับนั้นไม่ขัดต่อกฎหมายและวัตถุประสงค์ของสมาคมกีฬากับทั้งผู้เริ่มก่อการจัดตั้งสมาคมกีฬาทุกคนมีคุณสมบัติถูกต้องตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๕๓ วรรคสอง ให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนได้ และให้ออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนตามแบบที่คณะกรรมการประกาศกำหนดให้แก่สมาคมกีฬานั้น
การจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬาและการเลิกสมาคมกีฬา ให้นายทะเบียนกลางสมาคมกีฬาประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ถ้านายทะเบียนเห็นว่าในการขอจดทะเบียนมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้อง เมื่อได้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงถูกต้องแล้ว ให้นายทะเบียนออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้แก่สมาคมกีฬานั้น
ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามวรรคสามภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่งนายทะเบียน หรือหากนายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็นว่า วัตถุประสงค์ตามที่ยื่นคำขอมิได้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔๙ วรรคสอง ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนและแจ้งคำสั่งไม่รับจดทะเบียนพร้อมด้วยเหตุผลไปยังผู้ขอจดทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันยื่นคำขอ
ให้ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อคณะกรรมการได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว และให้นายทะเบียนส่งหนังสืออุทธรณ์ต่อไปยังคณะกรรมการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์ดังกล่าว
ให้คณะกรรมการวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการได้รับหนังสืออุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
มาตรา ๕๕ ในกรณีที่ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬาสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้นายทะเบียนออกใบแทนใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้เมื่อสมาคมกีฬาร้องขอ
การขอรับใบแทนใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การออกใบแทนใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนและแบบใบแทนใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
มาตรา ๕๖ ข้อบังคับของสมาคมกีฬาอย่างน้อยต้องมีข้อความเกี่ยวกับเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อ ซึ่งต้องมีคำว่า สมาคมกีฬา กำกับไว้กับชื่อนั้นด้วย
(๒) วัตถุประสงค์
(๓) ที่ตั้งสำนักงานและวันเวลาเปิดทำการ
(๔) วิธีการรับสมาชิกและการขาดจากสมาชิกภาพ
(๕) ข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
(๖) อัตราค่าบำรุง
(๗) ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการสมาคมกีฬา ได้แก่ จำนวนกรรมการ การตั้งกรรมการวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมคณะกรรมการสมาคมกีฬา
(๘) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดการสมาคมกีฬา การบัญชี และทรัพย์สินของสมาคมกีฬา
(๙) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการประชุมใหญ่
(๑๐) ข้อกำหนดอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
การกำหนดระยะเวลาของวาระการดำรงตำแหน่งตาม (๗) ของกรรมการสมาคมกีฬาทั่วไปและสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ต้องกำหนดให้ไม่เกินสี่ปี
การกำหนดระยะเวลาของวาระการดำรงตำแหน่งตาม (๗) ของกรรมการสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย ชนิดกีฬาใด ต้องกำหนดให้สอดคล้องกับระยะเวลาของวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริหารสหพันธ์กีฬานานาชาติของชนิดกีฬานั้นด้วย
มาตรา ๕๗ สมาคมกีฬาต้องใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า สมาคมกีฬา ประกอบกับชื่อของสมาคมกีฬา
มาตรา ๕๘ การแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคมกีฬาจะกระทำได้ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ และต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานของสมาคมกีฬาตั้งอยู่ภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ เมื่อนายทะเบียนได้จดทะเบียนแล้วให้มีผลใช้บังคับได้
การยื่นคำขอจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
นายทะเบียนมีอำนาจไม่รับจดทะเบียนการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคมกีฬาได้เมื่อเห็นว่าการแก้ไขหรือเพิ่มเติมนั้นขัดต่อวัตถุประสงค์ของสมาคมกีฬาหรือขัดต่อกฎหมาย
ในกรณีที่นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคมกีฬา ให้นำมาตรา ๕๔ วรรคห้าและวรรคหก มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๕๙ การแต่งตั้งกรรมการสมาคมกีฬาขึ้นใหม่ทั้งชุดหรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการสมาคมกีฬา ให้กระทำตามข้อบังคับของสมาคมกีฬานั้น และสมาคมกีฬาต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานของสมาคมกีฬาตั้งอยู่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการสมาคมกีฬานั้น
ถ้านายทะเบียนเห็นว่ากรรมการสมาคมกีฬาตามวรรคหนึ่งผู้ใด มีฐานะ ความประพฤติ หรือคุณสมบัติไม่เหมาะสมในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมกีฬาหรือกระบวนการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการสมาคมกีฬาขัดต่อกฎหมายหรือข้อบังคับของสมาคมกีฬา นายทะเบียนจะไม่รับจดทะเบียนกรรมการสมาคมกีฬาผู้นั้นก็ได้ ในกรณีที่นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนกรรมการสมาคมกีฬานายทะเบียนต้องแจ้งเหตุผลที่ไม่รับจดทะเบียนให้สมาคมกีฬาทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ยื่นคำขอจดทะเบียน โดยให้นำมาตรา ๕๔ วรรคห้าและวรรคหก มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในระหว่างที่ยังไม่มีการจดทะเบียนกรรมการสมาคมกีฬาชุดใหม่ หากข้อบังคับของสมาคมกีฬามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้กรรมการสมาคมกีฬาชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่กรรมการสมาคมกีฬาต่อไปจนกว่าจะได้มีการจดทะเบียนกรรมการสมาคมกีฬาชุดใหม่
มาตรา ๖๐ ห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อที่มีอักษรไทยประกอบว่า สมาคมกีฬา หรืออักษรต่างประเทศซึ่งแปลหรืออ่านว่า สมาคมกีฬา ในดวงตรา ป้ายชื่อ หรือเอกสารต่าง ๆ โดยมิได้เป็นสมาคมกีฬา เว้นแต่เป็นการใช้ในการขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬา
มาตรา ๖๑ ให้นายทะเบียนมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาสอบถามหรือให้ส่งเอกสารมาเพื่อประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับการขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬาได้
ประเภทของสมาคมกีฬา
มาตรา ๖๒ สมาคมกีฬาแบ่งออกเป็นสามประเภท คือ
(๑) สมาคมกีฬาทั่วไป
(๒) สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด
(๓) สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย
มาตรา ๖๓ สมาคมกีฬาทั่วไปเป็นสมาคมกีฬาที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาแก่สมาชิกเป็นการทั่วไป
มาตรา ๖๔ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเป็นสมาคมกีฬาทั่วไปที่จัดตั้งขึ้นในแต่ละจังหวัด โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์และมีการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาซึ่งมีความหลากหลายของชนิดกีฬาและได้รับอนุญาตให้เป็นสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจากนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
ในกรณีที่นายทะเบียนไม่อนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้นำมาตรา ๕๔ วรรคห้าและวรรคหกมาใช้บังคับโดยอนุโลม
สมาคมกีฬาทั่วไปที่ได้รับอนุญาตให้เป็นสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ต้องใช้คำว่า สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ประกอบในชื่อของสมาคมกีฬานั้น
สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดอาจรับสมาชิกจากสมาคมกีฬาทั่วไป ชมรม สโมสร องค์กร หรือบุคคลทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมกีฬาซึ่งอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนั้น
มาตรา ๖๕ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามมาตรา ๖๔ สามารถดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา โดยส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาหรือจัดหรือร่วมในการจัดให้มีการแข่งขันกีฬา โดยแสดงว่าเป็นการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน หรือจัดหรือร่วมในการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาในนามของจังหวัด
มาตรา ๖๖ ห้ามมิให้คณะบุคคลหรือบุคคลใดที่มิได้เป็นสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดแสดงตนว่าเป็นสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด
มาตรา ๖๗ สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย เป็นสมาคมกีฬาทั่วไปที่จัดตั้งขึ้นโดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในระดับชาติ และได้รับอนุญาตให้เป็นสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย จากนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
ในกรณีที่นายทะเบียนกลางสมาคมกีฬาไม่อนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้นำมาตรา ๕๔ วรรคห้าและวรรคหก มาใช้บังคับโดยอนุโลม
สมาคมกีฬาทั่วไปที่ได้รับอนุญาตให้เป็นสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย ต้องใช้คำว่า แห่งประเทศไทย ประกอบในชื่อของสมาคมกีฬานั้น
สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย อาจรับสมาชิกจากสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมาคมกีฬาทั่วไป ชมรม สโมสร องค์กร หรือบุคคลทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมกีฬาซึ่งอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย นั้น
ในกรณีที่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย ให้สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย นั้นพิจารณาถึงชนิดกีฬาที่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนั้นดำเนินกิจกรรมอยู่ประกอบการพิจารณารับสมัครสมาชิกด้วย
มาตรา ๖๘ สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย สามารถดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา โดยส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา หรือจัดหรือร่วมในการจัดให้มีการแข่งขันกีฬา โดยแสดงว่าเป็นการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน หรือจัดหรือร่วมในการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาในนามของชาติหรือประเทศไทย
ในการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา หรือจัดหรือร่วมในการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาในนามของชาติหรือประเทศไทยตามวรรคหนึ่ง ต้องขออนุญาตจากนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬาเป็นรายกรณีไป ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
มาตรา ๖๙ ห้ามมิให้คณะบุคคลหรือบุคคลใดที่มิได้เป็นสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย แสดงตนว่าเป็นสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย
ห้ามมิให้สมาคมกีฬาทั่วไป สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด คณะบุคคล หรือบุคคลใดใช้คำว่า แห่งประเทศไทย หรือมีอักษรหรือเครื่องหมายใดที่แสดงว่าเป็นสมาคม คณะบุคคล หรือบุคคล ซึ่งดำเนินกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการกีฬาในนามของชาติหรือประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา
ห้ามมิให้สมาคมกีฬาทั่วไป สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด คณะบุคคล หรือบุคคลใดเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน หรือจัดหรือร่วมในการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาในนามของชาติหรือประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา
การขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคสองและวรรคสาม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยให้นำมาตรา ๕๔ วรรคห้าและวรรคหก มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การดำเนินกิจการของสมาคมกีฬา
มาตรา ๗๐ ให้สมาคมกีฬามีคณะกรรมการสมาคมกีฬาเป็นผู้ดำเนินกิจการของสมาคมกีฬาและเป็นผู้แทนของสมาคมกีฬาในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้ คณะกรรมการสมาคมกีฬาจะมอบหมายให้กรรมการสมาคมกีฬาคนหนึ่งคนใดหรือหลายคนทำการแทนก็ได้
มาตรา ๗๑ กรรมการสมาคมกีฬาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของสมาคมกีฬา และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑) มีคุณวุฒิหรือประสบการณ์เหมาะสมกับการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาหรือการส่งเสริมกีฬาภายในขอบวัตถุประสงค์ของสมาคมกีฬานั้น
(๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๕) ไม่เคยถูกนายทะเบียนสั่งให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการสมาคมกีฬาตามมาตรา ๘๖ (๔) เว้นแต่จะพ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่ถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
มาตรา ๗๒ สมาชิกของสมาคมกีฬาที่มีสิทธิออกเสียงจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียง มีสิทธิขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมกีฬาได้ โดยยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อสมาคมกีฬานั้น
มาตรา ๗๓ ห้ามมิให้สมาคมกีฬากระทำการใด ๆ ดังต่อไปนี้
(๑) ดำเนินการด้วยประการใด ๆ อันอาจเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือนำความเสื่อมเสียมาสู่การกีฬาของชาติ
(๒) กีดกันหรือขัดขวางมิให้ผู้ใดซึ่งมีคุณสมบัติที่จะเข้าเป็นสมาชิกได้ตามข้อบังคับของสมาคมกีฬาเข้าเป็นสมาชิก หรือบังคับด้วยประการใด ๆ ให้เข้าเป็นสมาชิกโดยผู้นั้นไม่สมัครใจหรือให้สมาชิกออกจากสมาคมกีฬาโดยเจตนาอันไม่สุจริตหรือขัดต่อข้อบังคับของสมาคมกีฬา
(๓) เปิดเผยข้อมูล เอกสาร หรือข้อความอันเกี่ยวกับประโยชน์ได้เสียโดยเฉพาะของสมาชิกผู้ใดเว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากสมาชิกผู้นั้น
(๔) ให้หรือยอมให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่กรรมการสมาคมกีฬาดำเนินกิจการในหน้าที่ของกรรมการสมาคมกีฬานั้น
(๕) หาผลกำไรหรือรายได้เพื่อมาแบ่งปันกัน
(๖) ให้การสนับสนุนด้านการเงินหรือทรัพย์สินแก่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองใด
(๗) กีดกันหรือขัดขวางมิให้นักกีฬาเข้าแข่งขันกีฬาโดยมีเจตนาอันไม่สุจริตหรือขัดต่อข้อบังคับของสมาคมกีฬา
การกำกับดูแลสมาคมกีฬา
มาตรา ๗๔ สมาคมกีฬาต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
ในกรณีที่สมาคมกีฬาใดดำเนินการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้สมาคมกีฬานั้นแก้ไขหรือระงับการดำเนินการฝ่าฝืนดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยให้นำมาตรา ๕๔ วรรคห้าและวรรคหก มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๗๕ ให้นายทะเบียนมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้กรรมการสมาคมกีฬาหรือสมาชิกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของสมาคมกีฬา หรือให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือรายงานการประชุมของสมาคมกีฬาได้
มาตรา ๗๖ นายทะเบียนหรือพนักงานที่ผู้ว่าการมอบหมายอาจเข้าร่วมการประชุมใหญ่ของสมาคมกีฬาและอาจชี้แจงแสดงข้อคิดเห็นแก่ที่ประชุมใหญ่ได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
มาตรา ๗๗ สมาคมกีฬาต้องจัดให้มีทะเบียนสมาชิกตามแบบที่นายทะเบียนกลางสมาคมกีฬากำหนด และให้เก็บรักษาทะเบียนดังกล่าวพร้อมหลักฐานและเอกสารที่ใช้ประกอบการลงทะเบียนไว้ที่สำนักงานของสมาคมกีฬา
เมื่อมีการรับสมาชิกใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับทะเบียนสมาชิก ให้สมาคมกีฬาแจ้งการรับสมาชิกใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงนั้นต่อนายทะเบียนภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่รับสมาชิกใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลง
มาตรา ๗๘ ให้สมาคมกีฬาจัดทำงบดุลอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบสิบสองเดือนอันจัดว่าเป็นรอบปีในทางบัญชีของสมาคมกีฬานั้น
งบดุลนั้นต้องมีรายการแสดงจำนวนสินทรัพย์และหนี้สินของสมาคมกีฬากับทั้งบัญชีรายรับรายจ่ายงบดุลต้องทำให้แล้วเสร็จและจัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติต่อที่ประชุมใหญ่ของสมาคมกีฬาภายในกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่สิ้นปีการบัญชี
มาตรา ๗๙ ให้สมาคมกีฬาจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินการของสมาคมกีฬาเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ในคราวที่เสนองบดุล และให้ส่งสำเนารายงานกับงบดุลไปยังนายทะเบียนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่
มาตรา ๘๐ ผู้ใดประสงค์จะขอตรวจหรือคัดเอกสาร หรือขอให้คัดและรับรองสำเนาเอกสารเกี่ยวกับสมาคมกีฬา ให้ยื่นคำขอตามแบบที่นายทะเบียนกลางสมาคมกีฬากำหนด
มาตรา ๘๑ นอกเหนือจากการกำกับดูแลสมาคมกีฬาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๗๔ ถึงมาตรา ๘๐ เพื่อประโยชน์แก่การกำกับดูแลการดำเนินการของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดและสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย ให้นายทะเบียนมีอำนาจดำเนินการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘๒ ถึงมาตรา ๘๘ ด้วย
มาตรา ๘๒ ในกรณีที่เกิดปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมกีฬา ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการสมาคมกีฬานั้นเรียกประชุมใหญ่วิสามัญหรือให้คณะกรรมการสมาคมกีฬามาประชุมกันเพื่อพิจารณาหรือวินิจฉัยปัญหาของสมาคมกีฬาได้
มาตรา ๘๓ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าสมาคมกีฬาใดจะดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือนำความเสื่อมเสียมาสู่การกีฬาของชาติให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้สมาคมกีฬานั้นแจ้งวันและเวลาประชุมทุกคราวมาให้นายทะเบียนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน ในกรณีเช่นนี้ให้นายทะเบียนหรือพนักงานที่ผู้ว่าการมอบหมายมีอำนาจเข้าไปฟังการประชุมได้
สมาคมกีฬาใดไม่แจ้งวันและเวลาประชุมตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนดให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้สมาคมกีฬานั้นงดการประชุมได้ครั้งหนึ่งไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่ง
ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้งดการประชุม ให้นำมาตรา ๕๔ วรรคห้าและวรรคหกมาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๘๔ เมื่อสมาชิกของสมาคมกีฬาซึ่งมีสิทธิออกเสียงจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกซึ่งมีสิทธิออกเสียง กรรมการสมาคมกีฬาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการสมาคมกีฬาเท่าที่มีอยู่ หรือพนักงานซึ่งเข้าร่วมในการประชุมกรรมการสมาคมกีฬาหรือการประชุมใหญ่ของสมาคมกีฬาร้องขอว่าการประชุมกรรมการสมาคมกีฬาหรือการประชุมใหญ่ของสมาคมกีฬานั้น ได้นัดเรียกหรือได้ประชุมกันหรือได้ลงมติฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือข้อบังคับของสมาคมกีฬา ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนมติของที่ประชุมกรรมการสมาคมกีฬาหรือมติของที่ประชุมใหญ่ที่เกิดขึ้นในการประชุมที่ได้เรียกหรือได้ประชุมกันหรือได้ลงมติฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือข้อบังคับของสมาคมกีฬานั้นเสียได้
การร้องขอให้เพิกถอนมติของที่ประชุมกรรมการสมาคมกีฬาหรือมติของที่ประชุมใหญ่ตามวรรคหนึ่ง สมาชิกของสมาคมกีฬา กรรมการสมาคมกีฬา หรือพนักงาน ต้องร้องขอภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมลงมติ
ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้เพิกถอนมติของที่ประชุมตามวรรคหนึ่ง ให้นำมาตรา ๕๔ วรรคห้าและวรรคหก มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๘๕ ในกรณีที่กรรมการสมาคมกีฬาหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมกีฬากระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาคมกีฬา หรือกระทำการในประการที่น่าจะทำให้ประเทศชาติเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ถ้าสมาคมกีฬาไม่ร้องทุกข์หรือฟ้องคดี ให้นายทะเบียนร้องทุกข์หรือฟ้องคดีได้โดยให้พนักงานอัยการรับว่าต่างให้ก็ได้
การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากจะต้องมีค่าใช้จ่ายให้ทดรองจ่ายจากเงินกองทุน
ให้สมาคมกีฬาชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการร้องทุกข์ การฟ้องคดี หรือการว่าต่างให้แก่กองทุนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่กรณี
มาตรา ๘๖ ในกรณีที่คณะกรรมการสมาคมกีฬาหรือกรรมการสมาคมกีฬากระทำการหรืองดเว้นกระทำการในการปฏิบัติหน้าที่ของตนจนทำให้เสื่อมเสียประโยชน์ของสมาคมกีฬา หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดในประการที่น่าจะนำความเสื่อมเสียมาสู่การกีฬาของชาติไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้นายทะเบียนมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ปฏิบัติการ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้คณะกรรมการสมาคมกีฬาหรือกรรมการสมาคมกีฬาระงับการปฏิบัติการที่เป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมเสียประโยชน์ของสมาคมกีฬาหรือการกีฬาของชาติ
(๒) ให้คณะกรรมการสมาคมกีฬาหรือกรรมการสมาคมกีฬาแก้ไขข้อบกพร่องตามวิธีการและระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด
(๓) ให้คณะกรรมการสมาคมกีฬาหรือกรรมการสมาคมกีฬาหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องนั้นให้เสร็จตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด
(๔) ให้คณะกรรมการสมาคมกีฬาพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะหรือให้กรรมการสมาคมกีฬาซึ่งเกี่ยวข้องกับการนั้นพ้นจากตำแหน่งกรรมการ
ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ให้นำมาตรา ๕๔ วรรคห้าและวรรคหกมาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๘๗ เมื่อนายทะเบียนสั่งให้คณะกรรมการสมาคมกีฬาพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ให้นายทะเบียนแต่งตั้งคณะกรรมการสมาคมกีฬาชั่วคราวขึ้นคณะหนึ่งมีอำนาจหน้าที่ และมีสิทธิเช่นเดียวกับคณะกรรมการสมาคมกีฬา
ในกรณีที่ไม่มีการอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๘๖ (๔) ให้คณะกรรมการสมาคมกีฬาชั่วคราวจัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมกีฬาขึ้นใหม่ทั้งคณะให้เสร็จสิ้นภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
ในกรณีที่มีการอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๘๖ (๔) ห้ามมิให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมกีฬาขึ้นใหม่จนกว่าคณะกรรมการจะได้วินิจฉัยอุทธรณ์แล้วเสร็จและให้คณะกรรมการสมาคมกีฬาชั่วคราวจัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมกีฬาขึ้นใหม่ทั้งคณะให้เสร็จสิ้นภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการอุทธรณ์
มาตรา ๘๘ เมื่อนายทะเบียนสั่งให้กรรมการสมาคมกีฬาคนใดพ้นจากตำแหน่งกรรมการ ให้สมาคมกีฬาดำเนินการตั้งผู้เป็นกรรมการสมาคมกีฬาแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กรรมการสมาคมกีฬาพ้นจากตำแหน่ง ถ้ามิได้ตั้งหรือตั้งไม่ได้ตามกำหนดเวลาและนายทะเบียนเห็นสมควร นายทะเบียนอาจแต่งตั้งสมาชิกคนใดคนหนึ่งเป็นกรรมการสมาคมกีฬาแทน และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งกรรมการสมาคมกีฬาเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระของกรรมการสมาคมกีฬาผู้นั้นเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน สมาคมกีฬาจะตั้งกรรมการสมาคมกีฬาแทนหรือนายทะเบียนจะดำเนินการแต่งตั้งกรรมการสมาคมกีฬาแทนหรือไม่ก็ได้
การเลิกสมาคมกีฬา
มาตรา ๘๙ สมาคมกีฬาย่อมเลิกด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อมีเหตุตามที่กำหนดในข้อบังคับของสมาคมกีฬา
(๒) ถ้าสมาคมกีฬาตั้งขึ้นไว้เฉพาะระยะเวลาใด เมื่อสิ้นระยะเวลานั้น
(๓) เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้เลิก
(๔) เมื่อสมาคมกีฬาล้มละลาย
(๕) เมื่อนายทะเบียนถอนชื่อสมาคมกีฬาออกจากทะเบียนตามมาตรา ๙๐
(๖) ศาลสั่งให้เลิกตามมาตรา ๙๒
เมื่อเลิกสมาคมกีฬาตามวรรคหนึ่ง ให้ประกาศการเลิกสมาคมกีฬาในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๙๐ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งถอนชื่อสมาคมกีฬาออกจากทะเบียนได้ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อปรากฏในภายหลังการจดทะเบียนว่า วัตถุประสงค์ของสมาคมกีฬาขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่การกีฬาของชาติ และนายทะเบียนได้สั่งให้แก้ไขแล้วแต่สมาคมกีฬาไม่ปฏิบัติตามภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด
(๒) เมื่อปรากฏว่าการดำเนินกิจการของสมาคมกีฬาขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่การกีฬาของชาติ
(๓) เมื่อสมาคมกีฬาหยุดดำเนินกิจการติดต่อกันตั้งแต่สองปีขึ้นไป
(๔) เมื่อปรากฏว่าสมาคมกีฬาให้หรือปล่อยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่กรรมการสมาคมกีฬาเป็นผู้ดำเนินกิจการของสมาคมกีฬา
(๕) เมื่อสมาคมกีฬามีสมาชิกเหลือน้อยกว่าสิบรายมาเป็นเวลาติดต่อกันกว่าสองปี
(๖) เมื่อสมาคมกีฬาไม่แก้ไขหรือระงับการดำเนินการตามที่นายทะเบียนสั่งตามมาตรา ๗๔ วรรคสอง และการฝ่าฝืนดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สมาคมกีฬาหรือก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่การกีฬาของชาติ
ในกรณีที่สมาคมกีฬาตาม (๖) เป็นสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย นายทะเบียนจะเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย โดยไม่ถอนชื่อสมาคมกีฬานั้นออกจากทะเบียนก็ได้
มาตรา ๙๑ เมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งให้ถอนชื่อสมาคมกีฬาใดออกจากทะเบียนตามมาตรา ๙๐ วรรคหนึ่ง หรือเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย ตามมาตรา ๙๐ วรรคสองแล้ว ให้นายทะเบียนแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลไปยังสมาคมกีฬานั้นโดยมิชักช้า
กรรมการสมาคมกีฬาคนหนึ่งคนใดหรือสมาชิกของสมาคมกีฬาจำนวนไม่น้อยกว่าสามรายมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการได้ โดยให้นำมาตรา ๕๔ วรรคห้าและวรรคหก มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๙๒ เมื่อมีกรณีตามมาตรา ๙๐ ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอให้นายทะเบียนถอนชื่อสมาคมกีฬาออกจากทะเบียนได้ ถ้านายทะเบียนไม่ปฏิบัติตามคำร้องขอ โดยไม่แจ้งเหตุผลให้ผู้ร้องขอทราบภายในเวลาอันสมควร หรือนายทะเบียนได้แจ้งเหตุผลให้ทราบแล้วแต่ผู้ร้องขอไม่พอใจในเหตุผลดังกล่าว ผู้ร้องขอนั้นจะร้องขอต่อศาลให้สั่งเลิกสมาคมกีฬานั้นเสียก็ได้
มาตรา ๙๓ เมื่อสมาคมกีฬามีเหตุต้องเลิกตามมาตรา ๘๙ ให้คณะกรรมการสมาคมกีฬาที่อยู่ในตำแหน่งขณะมีการเลิกสมาคมกีฬาแจ้งการเลิกสมาคมกีฬาต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการเลิกสมาคมกีฬา
ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้สมาคมกีฬาล้มละลายตามมาตรา ๘๙ (๔) หรือมีคำสั่งถึงที่สุดให้เลิกสมาคมกีฬาตามมาตรา ๙๒ ให้ศาลแจ้งคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวให้นายทะเบียนทราบด้วย
มาตรา ๙๔ เมื่อสมาคมกีฬาใดต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้มีการชำระบัญชีสมาคมกีฬานั้นและให้นำความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๙๕ เมื่อได้ชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใดจะแบ่งให้แก่สมาชิกของสมาคมกีฬานั้นไม่ได้ ทรัพย์สินที่เหลือนั้นจะต้องโอนให้แก่สมาคม มูลนิธิ หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการสาธารณกุศล ตามที่ได้ระบุชื่อไว้ในข้อบังคับของสมาคมกีฬาหรือถ้าข้อบังคับไม่ได้ระบุชื่อไว้ก็ให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมใหญ่ แต่ถ้าข้อบังคับของสมาคมกีฬาหรือที่ประชุมใหญ่มิได้ระบุผู้รับโอนทรัพย์สินดังกล่าวไว้ หรือระบุไว้แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ ให้ทรัพย์สินที่เหลืออยู่นั้นตกเป็นของแผ่นดิน
การร้องทุกข์และการสงเคราะห์
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).