มาตรา ๘๙ สมาคมกีฬาย่อมเลิกด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อมีเหตุตามที่กำหนดในข้อบังคับของสมาคมกีฬา
(๒) ถ้าสมาคมกีฬาตั้งขึ้นไว้เฉพาะระยะเวลาใด เมื่อสิ้นระยะเวลานั้น
(๓) เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้เลิก
(๔) เมื่อสมาคมกีฬาล้มละลาย
(๕) เมื่อนายทะเบียนถอนชื่อสมาคมกีฬาออกจากทะเบียนตามมาตรา ๙๐
(๖) ศาลสั่งให้เลิกตามมาตรา ๙๒
เมื่อเลิกสมาคมกีฬาตามวรรคหนึ่ง ให้ประกาศการเลิกสมาคมกีฬาในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๙๐ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งถอนชื่อสมาคมกีฬาออกจากทะเบียนได้ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อปรากฏในภายหลังการจดทะเบียนว่า วัตถุประสงค์ของสมาคมกีฬาขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่การกีฬาของชาติ และนายทะเบียนได้สั่งให้แก้ไขแล้วแต่สมาคมกีฬาไม่ปฏิบัติตามภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด
(๒) เมื่อปรากฏว่าการดำเนินกิจการของสมาคมกีฬาขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่การกีฬาของชาติ
(๓) เมื่อสมาคมกีฬาหยุดดำเนินกิจการติดต่อกันตั้งแต่สองปีขึ้นไป
(๔) เมื่อปรากฏว่าสมาคมกีฬาให้หรือปล่อยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่กรรมการสมาคมกีฬาเป็นผู้ดำเนินกิจการของสมาคมกีฬา
(๕) เมื่อสมาคมกีฬามีสมาชิกเหลือน้อยกว่าสิบรายมาเป็นเวลาติดต่อกันกว่าสองปี
(๖) เมื่อสมาคมกีฬาไม่แก้ไขหรือระงับการดำเนินการตามที่นายทะเบียนสั่งตามมาตรา ๗๔ วรรคสอง และการฝ่าฝืนดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สมาคมกีฬาหรือก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่การกีฬาของชาติ
ในกรณีที่สมาคมกีฬาตาม (๖) เป็นสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย นายทะเบียนจะเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย โดยไม่ถอนชื่อสมาคมกีฬานั้นออกจากทะเบียนก็ได้
มาตรา ๙๑ เมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งให้ถอนชื่อสมาคมกีฬาใดออกจากทะเบียนตามมาตรา ๙๐ วรรคหนึ่ง หรือเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้คำว่า แห่งประเทศไทย ตามมาตรา ๙๐ วรรคสองแล้ว ให้นายทะเบียนแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลไปยังสมาคมกีฬานั้นโดยมิชักช้า
กรรมการสมาคมกีฬาคนหนึ่งคนใดหรือสมาชิกของสมาคมกีฬาจำนวนไม่น้อยกว่าสามรายมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการได้ โดยให้นำมาตรา ๕๔ วรรคห้าและวรรคหก มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๙๒ เมื่อมีกรณีตามมาตรา ๙๐ ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอให้นายทะเบียนถอนชื่อสมาคมกีฬาออกจากทะเบียนได้ ถ้านายทะเบียนไม่ปฏิบัติตามคำร้องขอ โดยไม่แจ้งเหตุผลให้ผู้ร้องขอทราบภายในเวลาอันสมควร หรือนายทะเบียนได้แจ้งเหตุผลให้ทราบแล้วแต่ผู้ร้องขอไม่พอใจในเหตุผลดังกล่าว ผู้ร้องขอนั้นจะร้องขอต่อศาลให้สั่งเลิกสมาคมกีฬานั้นเสียก็ได้
มาตรา ๙๓ เมื่อสมาคมกีฬามีเหตุต้องเลิกตามมาตรา ๘๙ ให้คณะกรรมการสมาคมกีฬาที่อยู่ในตำแหน่งขณะมีการเลิกสมาคมกีฬาแจ้งการเลิกสมาคมกีฬาต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการเลิกสมาคมกีฬา
ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้สมาคมกีฬาล้มละลายตามมาตรา ๘๙ (๔) หรือมีคำสั่งถึงที่สุดให้เลิกสมาคมกีฬาตามมาตรา ๙๒ ให้ศาลแจ้งคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวให้นายทะเบียนทราบด้วย
มาตรา ๙๔ เมื่อสมาคมกีฬาใดต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้มีการชำระบัญชีสมาคมกีฬานั้นและให้นำความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๙๕ เมื่อได้ชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใดจะแบ่งให้แก่สมาชิกของสมาคมกีฬานั้นไม่ได้ ทรัพย์สินที่เหลือนั้นจะต้องโอนให้แก่สมาคม มูลนิธิ หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการสาธารณกุศล ตามที่ได้ระบุชื่อไว้ในข้อบังคับของสมาคมกีฬาหรือถ้าข้อบังคับไม่ได้ระบุชื่อไว้ก็ให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมใหญ่ แต่ถ้าข้อบังคับของสมาคมกีฬาหรือที่ประชุมใหญ่มิได้ระบุผู้รับโอนทรัพย์สินดังกล่าวไว้ หรือระบุไว้แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ ให้ทรัพย์สินที่เหลืออยู่นั้นตกเป็นของแผ่นดิน
การร้องทุกข์และการสงเคราะห์
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).