กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๓๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว
และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
พ.ศ. ๒๕๓๔[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ และมาตรา ๘๕ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
พ.ศ. ๒๕๓๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ผู้ได้รับปริญญาทางกฎหมายไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
ซึ่งไม่ใช่ทนายความและประสงค์จะจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษากฎหมายในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวให้ยื่นคำขอตามแบบที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกำหนด
ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวซึ่งผู้นั้นประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่
ข้อ ๒
ก่อนที่จะมีการรับจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนตามข้อ ๑
ต้องได้รับการอบรมตามระเบียบที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหรือผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดซึ่งผู้ขอจดทะเบียนประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่
กำหนด
ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนตามข้อ ๑
เป็นหรือเคยเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือเคยได้รับการอบรมมาก่อน
หากอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหรือผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดเห็นสมควรอาจพิจารณายกเว้นไม่ต้องรับการอบรมตามวรรคหนึ่งได้
ข้อ ๓
เมื่อผู้ขอจดทะเบียนตามข้อ ๑ ได้ผ่านการอบรมตามข้อ ๒ แล้ว
ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหรือผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด
แล้วแต่กรณี
รับจดทะเบียนและออกใบสำคัญแสดงการรับจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษากฎหมายตามแบบที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกำหนด
ให้แก่ผู้ขอจดทะเบียน
ข้อ ๔
ใบสำคัญแสดงการรับจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้ใช้ได้สามปีนับแต่วันที่ออกใบสำคัญ
ข้อ ๕
ในกรณีที่มีผู้ร้องหรือปรากฏแก่ศาลเยาวชนและครอบครัวว่าที่ปรึกษากฎหมายประพฤติตนอย่างใด
ๆ ซึ่งถ้าเป็นทนายความอาจถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหรือผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด
แล้วแต่กรณี ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวน
คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน
และต้องเป็นผู้พิพากษาหรือผู้พิพากษาสมทบแห่งศาลเยาวชนและครอบครัวนั้นอย่างน้อยหนึ่งคน
ในการสอบสวนต้องให้โอกาสที่ปรึกษากฎหมายที่จะกล่าวแก้และนำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างตามสมควร
ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าตามที่มีผู้ร้องหรือปรากฏแก่ศาลนั้นเป็นความจริง
ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหรือผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด
แล้วแต่กรณี สั่งให้ลบชื่อที่ปรึกษากฎหมายนั้นออกจากทะเบียน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙
ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘๕ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้กำหนดว่า
การจดทะเบียนผู้ได้รับปริญญาทางกฎหมายไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาตรีหรือเทียบเท่าเป็นที่ปรึกษากฎหมายในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
และการลบชื่อที่ปรึกษากฎหมายดังกล่าวออกจากทะเบียน
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ
๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓
นฤดล/ผู้ตรวจ
๒ ธันวาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๗๑ ก/หน้า ๑๔/๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).