ข้อ ๕
ข้อ ๕ ในกรณีที่มีผู้ร้องหรือปรากฏแก่ศาลเยาวชนและครอบครัวว่าที่ปรึกษากฎหมายประพฤติตนอย่างใด ๆ ซึ่งถ้าเป็นทนายความอาจถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหรือผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด แล้วแต่กรณี ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวน คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน และต้องเป็นผู้พิพากษาหรือผู้พิพากษาสมทบแห่งศาลเยาวชนและครอบครัวนั้นอย่างน้อยหนึ่งคน ในการสอบสวนต้องให้โอกาสที่ปรึกษากฎหมายที่จะกล่าวแก้และนำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างตามสมควร ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าตามที่มีผู้ร้องหรือปรากฏแก่ศาลนั้นเป็นความจริง ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหรือผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด แล้วแต่กรณี สั่งให้ลบชื่อที่ปรึกษากฎหมายนั้นออกจากทะเบียน ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้กำหนดว่า การจดทะเบียนผู้ได้รับปริญญาทางกฎหมายไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาตรีหรือเทียบเท่าเป็นที่ปรึกษากฎหมายในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว และการลบชื่อที่ปรึกษากฎหมายดังกล่าวออกจากทะเบียน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ นฤดล/ผู้ตรวจ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๗๑ ก/หน้า ๑๔/๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๙