我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522

子法規・公布 1979-06-14・全 16 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ รถทุกชนิดที่อยู่ในความควบคุมของกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกต้องมีโคมไฟตามประเภทและลักษณะที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

ข้อ ๒

ข้อ ๒ รถยนตร์ต้องมีโคมไฟหน้ารถและโคมไฟท้ายรถ ดังต่อไปนี้ (๑) โคมไฟหน้ารถมี ๓ ประเภท คือ (ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล ให้ติดหน้ารถข้างละหนึ่งดวงสูงจากพื้นทางราบถึงจุดศูนย์กลางดวงโคมไม่น้อยกว่า ๐.๖๐ เมตร แต่ไม่เกิน ๑.๓๕ เมตร โคมไฟทั้งสองข้างต้องอยู่ในระดับเดียวกัน ใช้ไฟแสงขาวมีกำลังไฟเท่ากันไม่เกินดวงละ ๕๐ วัตต์ มีแสงสว่างให้เห็นพื้นทางได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร ศูนย์รวมแสงต้องไม่สูงกว่าแนวขนานกับพื้นทางราบ และไม่เฉไปทางขวา ในกรณีที่เป็นรถยนตร์สามล้อให้ใช้โคมไฟประเภทนี้เพียงดวงเดียวโดยติดไว้ที่กลางหน้ารถ (ข) โคมไฟแสงพุ่งต่ำ ให้ติดหน้ารถข้างละหนึ่งดวง สูงจากพื้นทางราบถึงจุดศูนย์กลางดวงโคมไม่น้อยกว่า ๐.๖๐ เมตร แต่ไม่เกิน ๑.๓๕ เมตร โคมไฟทั้งสองข้างต้องอยู่ในระดับเดียวกัน ใช้ไฟแสงขาวมีกำลังไฟเท่ากันไม่เกินดวงละ ๕๐ วัตต์ มีแสงสว่างให้เห็นพื้นทางได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร ศูนย์รวมแสงต้องอยู่ต่ำกว่าแนวขนานกับพื้นทางราบไม่น้อยกว่า ๒ องศา หรือ ๐.๒๐ เมตร ในระยะ ๗.๕๐ เมตร และไม่เฉไปทางขวา ในกรณีที่เป็นรถยนตร์สามล้อให้ใช้โคมไฟประเภทนี้เพียงดวงเดียว โดยติดไว้ที่กลางหน้ารถ (ค) โคมไฟเล็ก ให้ติดหน้ารถอย่างน้อยข้างละหนึ่งดวง โดยให้อยู่ด้านริมสุดแต่จะล้ำเข้ามาได้ไม่เกิน ๐.๔๐ เมตร โคมไฟทั้งสองข้างต้องอยู่ในระดับเดียวกัน ใช้ไฟแสงขาวหรือแสงเหลือง มีกำลังไฟเท่ากันไม่เกินดวงละ ๑๐ วัตต์ และต้องมีแสงสว่างสามารถมองเห็นได้จากระยะไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เมตร โคมไฟแสงพุ่งไกล โคมไฟแสงพุ่งต่ำ และโคมไฟเล็ก จะรวมอยู่ในดวงเดียวกันก็ได้ รถคันใดจะมีโคมไฟหน้ารถเพื่อใช้ตัดหมอกก็ได้ โดยให้ติดหน้ารถข้างละหนึ่งดวง อยู่ในระดับเดียวกัน ใช้ไฟแสงขาวหรือแสงเหลืองมีกำลังไฟเท่ากัน ไม่เกินดวงละ ๕๕ วัตต์ สูงจากพื้นทางราบไม่เกินกว่าระดับโคมไฟแสงพุ่งไกลและโคมไฟแสงพุ่งต่ำ ศูนย์รวมแสงต้องอยู่ต่ำกว่าแนวขนานกับพื้นทางราบไม่น้อยกว่า ๒ องศา หรือ ๐.๒๐ เมตร ในระยะ ๗.๕๐ เมตร และไม่เฉไปทางขวา[๒] (๒) โคมไฟท้ายรถ มี ๓ ประเภท คือ (ก) โคมไฟท้าย ให้ติดท้ายรถอย่างน้อยข้างละหนึ่งดวง โคมไฟทั้งสองข้างต้องอยู่ในระดับเดียวกัน ใช้ไฟแสงแดงมีกำลังไฟเท่ากัน และมีแสงสว่างสามารถมองเห็นได้จากระยะไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เมตร (ข)[๓] โคมไฟหยุด ให้ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านท้ายรถข้างซ้ายและข้างขวามีจำนวนเท่ากันทั้งสองข้างอย่างน้อยข้างละหนึ่งดวง และอาจติดเพิ่มเติมอีกหนึ่งดวงในแนวกึ่งกลางท้ายรถในตำแหน่งที่ให้แสงสว่างออกไปทางท้ายรถก็ได้ โคมไฟหยุดต้องใช้ไฟแสงแดงมีกำลังไฟเท่ากันไม่เกินดวงละ ๑๐ วัตต์ มีแสงสว่างเฉพาะในขณะที่ใช้ห้ามล้อโดยแสงต้องสม่ำเสมอคงที่ไม่กระพริบและสามารถมองเห็นได้จากระยะไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร (ค) โคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถ ให้ติดท้ายรถ ใช้ไฟแสงขาวส่องที่ป้ายทะเบียนรถ มีแสงสว่างสามารถมองเห็นเครื่องหมายหรือตัวอักษรและตัวเลขได้ชัดเจนจากระยะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร แต่ต้องมีที่บังมิให้แสงพุ่งออกไปทางท้ายรถ โคมไฟท้าย โคมไฟหยุด และโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถต้องส่องแสงสว่างพร้อมกับโคมไฟหน้ารถ แต่โคมไฟหยุดต้องส่องแสงสว่าง เมื่อใช้ห้ามล้อเท้า

ข้อ ๓

ข้อ ๓ รถจักรยานยนตร์ต้องมีโคมไฟหน้ารถและโคมไฟท้ายรถ ดังต่อไปนี้ (๑) โคมไฟหน้ารถ มี ๒ ประเภท คือ (ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล ให้ติดหน้ารถหนึ่งดวง สูงจากพื้นทางราบถึงจุดศูนย์กลางดวงโคมไม่น้อยกว่า ๐.๖๐ เมตร แต่ไม่เกิน ๑.๓๕ เมตร ใช้ไฟแสงขาวมีกำลังไฟไม่เกิน ๕๐ วัตต์ มีแสงสว่างให้เห็นพื้นทางได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร และศูนย์รวมแสงต้องไม่สูงกว่าแนวขนานกับพื้นทางราบ และไม่เฉไปทางขวา (ข) โคมไฟแสงพุ่งต่ำ ให้ติดหน้ารถหนึ่งดวงในระดับเดียวกันกับโคมไฟแสงพุ่งไกล ใช้ไฟแสงขาวมีกำลังไฟเท่ากับโคมไฟแสงพุ่งไกล มีแสงสว่างเห็นพื้นทางได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร ศูนย์รวมแสงต้องอยู่ต่ำกว่าแนวขนานกับพื้นทางราบไม่น้อยกว่า ๒ องศา หรือ ๐.๒๐ เมตร ในระยะ ๗.๕๐ เมตร และไม่เฉไปทางขวา โคมไฟแสงพุ่งไกลและโคมไฟแสงพุ่งต่ำจะรวมอยู่ในดวงเดียวกันก็ได้ (๒) โคมไฟท้ายรถ มี ๓ ประเภท คือ (ก) โคมไฟท้าย ให้ติดท้ายรถอย่างน้อยหนึ่งดวง ใช้ไฟแสงแดงและมีแสงสว่างสามารถมองเห็นได้จากระยะไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เมตร (ข) โคมไฟหยุด ให้ติดท้ายรถอย่างน้อยหนึ่งดวง ใช้ไฟแสงแดงและมีแสงสว่างสามารถมองเห็นได้จากระยะไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร (ค) โคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถ ให้ติดท้ายรถ ใช้ไฟแสงขาวส่องที่ป้ายทะเบียนรถมีแสงสว่างสามารถมองเห็นเครื่องหมายหรือตัวอักษรและตัวเลขได้ชัดเจนจากระยะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร แต่ต้องมีที่บังมิให้แสงพุ่งออกไปทางท้ายรถ โคมไฟท้าย โคมไฟหยุด และโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถ ต้องส่องแสงสว่างพร้อมกับโคมไฟหน้ารถ เว้นแต่โคมไฟหยุดต้องส่องแสงสว่างเมื่อใช้ห้ามล้อเท้า

ข้อ ๔

ข้อ ๔ รถพ่วงรถยนตร์ ให้มีโคมไฟท้ายรถซึ่งมีจำนวนและลักษณะตามข้อ ๒ (๒)

ข้อ ๕

ข้อ ๕ รถพ่วงข้างของรถจักรยานยนตร์ ให้มีโคมไฟแสงขาวแดงหนึ่งดวงติดไว้ด้านข้างสุดของตัวถังรถพ่วงข้างด้านนอก โดยให้แสงขาวส่องไปข้างหน้าและแสงแดงส่องไปข้างหลัง

ข้อ ๖

ข้อ ๖ รถจักรยานสองล้อ ให้มีโคมไฟแสงขาวหนึ่งดวงติดไว้หน้ารถ และโคมไฟแสงแดงอย่างน้อยหนึ่งดวงติดไว้ท้ายรถ สำหรับโคมไฟแสงแดงนั้นจะใช้วัสดุสะท้อนแสงสีแดงแทนก็ได้

ข้อ ๗

ข้อ ๗ รถจักรยานตั้งแต่สามล้อขึ้นไป ให้มีโคมไฟแสงขาวหนึ่งดวงติดไว้หน้ารถ และโคมไฟแสงขาวแดงติดไว้ด้านข้างสุดของตัวถังรถข้างละหนึ่งดวง อยู่ในระดับเดียวกัน โดยให้แสงขาวส่องไปข้างหน้า และแสงแดงส่องไปข้างหลัง

ข้อ ๘

ข้อ ๘ รถจักรยานสามล้อที่มีล้อสองล้ออยู่ข้างหน้า ให้มีโคมไฟแสงขาวติดไว้ข้างละหนึ่งดวง อยู่ในระดับเดียวกัน โคมไฟแสงขาวแดงติดไว้ด้านข้างสุดของตัวถังรถข้างละหนึ่งดวงอยู่ในระดับเดียวกัน โดยให้แสงขาวส่องไปข้างหน้าและแสงแดงส่องไปข้างหลัง และโคมไฟแสงแดงอย่างน้อยหนึ่งดวงติดไว้ท้ายรถ สำหรับโคมไฟแสงแดงนั้นจะใช้วัสดุสะท้อนแสงสีแดงแทนก็ได้

ข้อ ๙

ข้อ ๙ รถจักรยานชนิดพ่วงข้าง ให้มีโคมไฟตามข้อ ๖ และโคมไฟแสงขาวแดงหนึ่งดวงติดไว้ด้านข้างสุดของตัวถังรถพ่วงข้างด้านนอก โดยให้แสงขาวส่องไปข้างหน้าและแสงแดงส่องไปข้างหลัง

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ รถที่ลากเข็นด้วยกำลังคน ให้มีโคมไฟในลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) โคมไฟแสงขาวแดงอย่างน้อยหนึ่งดวงติดไว้ข้างขวาของตัวถังรถ โดยให้แสงขาวส่องไปข้างหน้า และแสงแดงส่องไปข้างหลัง (๒) โคมไฟแสงขาวแขวนไว้ให้เห็นรถ (๓) โคมไฟแสงขาวแดงติดไว้ด้านข้างสุดของตัวถังรถข้างละหนึ่งดวงอยู่ในระดับเดียวกัน โดยให้แสงขาวส่องไปข้างหน้าและแสงแดงส่องไปข้างหลัง

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ รถที่ลากเข็นด้วยกำลังสัตว์ ให้มีโคมไฟแสงขาวแดงติดไว้ด้านข้างสุดของตัวถังรถข้างละหนึ่งดวง อยู่ในระดับเดียวกัน โดยให้แสงขาวส่องไปข้างหน้าและแสงแดงส่องไปข้างหลัง

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ รถที่ลากเข็นด้วยอย่างอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ ให้มีโคมไฟซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน สัตว์ รถ หรือสิ่งกีดขวางในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร ให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถในทางปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) ใช้โคมไฟแสงพุ่งไกลเมื่อไม่มีรถสวนมา (๒) ใช้โคมไฟแสงพุ่งต่ำเมื่อมีรถสวนมา (๓) ในกรณีที่รถมีโคมไฟแสงพุ่งไกลหรือโคมไฟแสงพุ่งต่ำติดห่างจากด้านข้างสุดของรถเกิน ๐.๔๐ เมตร ต้องใช้โคมไฟเล็กในเวลาขับรถด้วย (๓ ทวิ)[๔] ในกรณีที่รถมีโคมไฟเพื่อใช้ตัดหมอก จะเปิดไฟหรือใช้แสงสว่างได้เฉพาะในทางที่จะขับรถผ่านมีหมอก ควัน หรือฝุ่นละอองจนเป็นอุปสรรคอันอาจเกิดอันตรายในขณะขับรถ และเมื่อไม่มีรถอยู่ด้านหน้าหรือสวนมาในระยะของแสงไฟ (๔) ในกรณีที่ขับขี่รถจักรยาน ต้องบังคับแสงของโคมไฟหน้ารถให้ส่องตรงไปข้างหน้าให้เห็นพื้นทางได้ในระยะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร และอยู่ในระดับต่ำกว่าสายตาของผู้ขับขี่ซึ่งขับรถสวนมา (๕) ในกรณีที่บรรทุกของยื่นล้ำออกนอกตัวรถ ต้องใช้โคมไฟแสงแดงติดไว้ที่ปลายสุดของส่วนที่ยื่นออกไปด้วย

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่ผู้ขับขี่จะมองเห็นรถที่จอดในทางเดินรถได้โดยชัดแจ้งในระยะไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร ให้ผู้ขับขี่ซึ่งจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทางปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) ใช้โคมไฟเล็ก โคมไฟท้าย และโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถในกรณีที่เป็นรถที่อยู่ในความควบคุมของกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (๒) ใช้โคมไฟเล็ก โคมไฟท้าย และโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถ ในกรณีที่เป็นรถยนตร์ (๓) ใช้โคมไฟที่ติดไว้ด้านข้างของตัวถังรถ ในกรณีที่เป็นรถพ่วง รถจักรยานยนตร์ หรือรถที่ลากเข็นด้วยกำลังคนหรือสัตว์ หรืออย่างอื่น

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การมีหรือใช้โคมไฟนอกจากที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงนี้ จะกระทำมิได้เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ พลเอก เล็ก แนวมาลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๖๑ บัญญัติว่า ในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวางในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถในทางหรือจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทางต้องเปิดไฟหรือใช้แสงสว่างตามประเภท ลักษณะ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒[๕] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดโคมไฟหน้ารถและโคมไฟท้ายรถ โดยจะให้มีโคมไฟหน้ารถเพื่อใช้ตัดหมอกก็ได้ รวมทั้งจะให้มีโคมไฟหยุดตรงกึ่งกลางด้านท้ายภายในรถอีกหนึ่งดวงเพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้เดิมได้ด้วย เพื่อให้การจราจรเป็นไปโดยปลอดภัยมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๔๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒[๖] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบกได้กำหนดให้มีการติดตั้งโคมไฟหยุดเพิ่มเติมด้านท้ายรถได้เฉพาะภายในรถ ซึ่งไม่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ที่กำหนดให้มีการติดตั้งโคมไฟหยุดเพิ่มเติมได้ในแนวกึ่งกลางด้านท้ายรถในตำแหน่งที่ให้แสงสว่างออกไปทางด้านท้ายรถ สมควรแก้ไขหลักเกณฑ์การติดตั้งโคมไฟหยุดเพิ่มเติมด้านท้ายรถตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบกเสียใหม่ให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ วิภา/ปรับปรุง ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ อรญา/ตรวจ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖/ตอนที่ ๙๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๓/๑๔ มิถุนายน ๒๕๒๒ [๒] ข้อ ๒ (๑) วรรคสาม เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ [๓] ข้อ ๒ (๒) (ข) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๔๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ [๔] ข้อ ๑๓ (๓ ทวิ) เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ [๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๖๑/หน้า ๑/๑๑ พฤษภาคม ๒๕๓๖ [๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๘๙ ก/หน้า ๑๔/๑๓ กันยายน ๒๕๔๕

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查